วันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วยทนายอนันต์ชัย ไชยเดช เจ้าหน้าที่กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมที่ดิน สำนักงานเขตบางกะปิ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งภายในซอยลาดพร้าว 130




สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วยทนายอนันต์ชัย ไชยเดช  เจ้าหน้าที่กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมที่ดิน สำนักงานเขตบางกะปิ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งภายในซอยลาดพร้าว 130

ร.ต.ต.พงศกร มีพันธุ์ เจ้าหน้าที่สอบสวน สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วยทนายอนันต์ชัย ไชยเดช เจ้าหน้าที่กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมที่ดิน สำนักงานเขตบางกะปิ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งภายในซอยลาดพร้าว 130 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ ที่เกิดการฟ้องร้องระหว่างลูกบ้านกับบริษัทเจ้าของโครงการในข้อหาฉ้อโกงประชาชน หลังมีการก่อสร้างและโฆษณาขายไม่ตรงตามที่จดทะเบียนจัดตั้งไว้







โดยทนายอนันต์ชัย เปิดเผยว่า คดีนี้เริ่มต้นจากผู้เสียหายรายหนึ่งซื้ออาคารชุดดังกล่าว ที่มีการโฆษณาว่าสามารถเปิดเป็นร้านค้าและทำธุรกิจได้ โดยเปิดมาประมาณ 3 ปี นิติบุคคลของคอนโดฯ กลับบอกว่าไม่สามารถเปิดทำธุรกิจได้ เนื่องจากแบบแปลนผิดประเภท จึงเกิดการตรวจสอบพบว่าสำนักงานนิติบุคคล และห้องชุดที่เปิดเป็นบริษัทดังกล่าวมีความสูงเพียง 2.84 เมตร ตามกฎหมายระบุว่าต้องสูงจากพื้นด้านล่างสู่พื้นด้านบนไม่ต่ำกว่า 3 เมตร นอกจากนี้ยังพบว่าเดิมที่มีการทำประชาพิจารณ์ก่อนก่อสร้างและทำ EIA (รายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม) เป็นคอนโดมิเนียมโครงการเดียว 4 อาคาร จุดรวมพลหากเกิดไฟไหม้ อาคาร A-B ต้องไปรวมกันที่อาคาร C-D และอาคาร C-D ต้องรวมกันที่อาคาร A-B แต่ปัจจุบันพบว่าคอนโดฯ ถูกแบ่งออกเป็น 2 โครงการ พร้อมกับกั้นกำแพงตรงกลาง ลูกบ้านไม่สามารถข้ามไปมาได้ ขณะเดียวกันจากการตรวจสอบสระว่ายน้ำพบว่าดำเนินการก่อสร้างผิดประเภท เนื่องจากโครงการนี้ ใน EIA ไม่มีสระน้ำและฟิตเนส จึงได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ก่อสร้างได้ แต่ในใบโฆษณากลับมีภาพของฟิตเนสและสระว่ายน้ำ ทำให้ฟิตเนสและสระว่ายน้ำปัจจุบันถูกสร้างขึ้นโดยไม่ได้รับอนุญาต และทำให้พื้นที่สีเขียวไม่ตรงตามที่ทำ EIA ไว้ สำนักโยธาธิการ เขตบางกะปิ จึงต้องสั่งปิดฟิตเนสและสระว่ายน้ำดังกล่าวตามกฎหมาย ลูกบ้านจึงได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากมีการจ่ายค่าส่วนกลางต่อเนื่อง แต่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้






ทั้งนี้ ทนายดัง กล่าวอีกว่า เบื้องต้นลูกบ้านได้แจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว เพื่อเอาผิดกับบริษัทเจ้าของโครงการแล้ว ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และจะแจ้งความเอาผิดตาม พ.ร.บ.อาคารฯ ด้วย นอกจากนี้ จะดำเนินการเอาผิดกับเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีการปล่อยปละละเลยให้คอนโดมิเนียมแห่งนี้ มีการก่อสร้างขึ้นมาทั้งที่ EIA และแบบแปลนไม่ตรงตามที่มีการก่อสร้างจริง สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน












วันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

ทนายดังพาอาม่าฮวยร่อนหนังสือถึงแบงก์ชาติ สอบจริยธรรมเชือดสถาบันการเงิน เซ่นพิษพนักงานพันปมเงินหาย250ล้าน



CG ร้องถึงแบงก์ชาติ เชือดธนาคารเขียว เซ่นเงินอาม่าหาย 250 บ้าน


โปรย //ทนายดังพาอาม่าฮวยร่อนหนังสือถึงแบงก์ชาติ สอบจริยธรรมเชือดสถาบันการเงิน เซ่นพิษพนักงานพันปมเงินหาย250ล้าน


คืบหน้าปมเงินอาม่าหาย250ล้าน ล่าสุด นายอนันตชัย ไชยเดช ทนายกระดูกเหล็ก ในฐานะ หมอความของ นางฮวย ศรีรัตน์ หรือ อาม่าฮวย




เดินทางพร้อมอาม่า และ หลานสาว ร่อนหนังสือเปิดผนึกร้องเรียนความเป็นธรรม ส่งถึง ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยผ่านศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.)


สั่งสอบ เจ้าหน้าที่สถาบันการเงินแห่งหนึ่ง สาขาถนนศรีนครินทร์ กม.9 และ สาขารามคำแหง2 รวมถึง เจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานใหญ่สถาบันการเงินแห่งนี้



กรณีไม่ยินยอมให้เจ้าของบัญชีตรวจสอบรายการเดินบัญชี เพื่อนำประกอบหลักฐานต่อสู้คดี ซึ่งถือมีเจตนาปกปิดข้อมูลผู้เสียหายต่อชั้นศาล



"การกระทำดังกล่าวทำให้อาม่า ต้องสูญเสียเงินไปกว่า 250 ล้านบาท ไม่สามารถติดตามอายัดเงินได้ทัน ดังนั้นเพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างกับธนาคารพาณิชย์อื่นๆ อีกต่อไป จึงจำเป็นต้องขอให้สอบสวน สอบจริยธรรมและธรรมาภิบาล และขอให้ลงโทษสถาบันการเงินแห่งนี้ ขั้นสูงสุด" ทนายอนันตชัย กล่าว



อย่างไรก็ตาม ทนายอนันตชัย ฝากแจ้งไปถึงประชาชน ที่อาจประสบคดีลักษณะเดียวกับอาม่าฮวย

หากคดีนั้นเกี่ยวข้องกับสถาบันการเงิน นอกจากกระบวนการชั้นศาลแล้ว ยังสามารถร้องเรียนไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อดำเนินการแก่สถาบันการเงินได้อีกด้วย

วันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

ประชาชนคลองหลวงสุดทนพฤติกรรมชั่วของข้าราชการระดับสูงในจังหวัดปทุมธานีบางราย หอบเอกสารเข้าร้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดปทุมธานี ให้เอาผิดข้าราชการที่เกี่ยวข้อง



ประชาชนคลองหลวงสุดทนพฤติกรรมชั่วของข้าราชการระดับสูงในจังหวัดปทุมธานีบางราย หอบเอกสารเข้าร้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดปทุมธานี ให้เอาผิดข้าราชการที่เกี่ยวข้อง

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ เวลา 15:30 นที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดปทุมธานี  ประชาชนในเขตเทศบาลเมืองคลองหลวงจังหวัดปทุมธานีได้หอบเอกสารและหลักฐานการกระทำความผิดของข้าราชการระดับสูงในจังหวัดปทุมธานีที่เรียกรับผลประโยชน์จะผู้ประกอบการและข้าราชการชั้นผู้น้อยที่ถูกตั้งคณะกรรมการสอบวินัยโดยการนำหลักฐานเอกสารรายการสอบวินัยไปขายให้กับผู้ที่ถูกสอบสวนหากมีการจ่ายเงินก็จะได้เอกสารที่ถูกสอบสวน   หรือมีการยืดเวลาในการที่จะถูกสอบสวนออกไป  ซึ่งการกระทำความผิดดังกล่าวเข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบอีกทั้งยังมีความผิดทางอาญา  ซึ่งการเดินทางมาร้องศูนย์ดำรงธรรมในครั้งนี้เป็นการมาติดตามเรื่องที่เคยมาร้องเมื่อ 3 เดือนก่อนในกรณีที่ข้าราชการระดับสูงดังกล่าวได้นำรถหลวงไปใช้แล้วเกิดอุบัติเหตุและมีการปกปิดเพื่อไม่ให้ถูกตั้งคณะกรรมการสอบเรื่อง  ซึ่งผู้ร้องได้ยื่นเอกสารร้องเรียนมาตั้งแต่ 3 เดือนที่ผ่านมายังไม่ทราบถึงความคืบหน้าว่าเรื่องร้องเรื่องดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนไหน ซึ่งการเดินทางมาครั้งนี้ทางผู้ร้องเองได้ขอร้องสื่อมวลชนแล้วช่วยเสนอข่าวเปิดโปงพฤติกรรมชั่วของข้าราชการเพื่อเป็นกระบอกเสียงและเพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบการกระทำผิดของข้าราชการระดับสูงนั้นทำงานอย่างตรงไปตรงมาไม่เข้าข้างและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน




จากการที่เขาได้ไปพูดคุยกับนายอำพล​ รักมิตรอานนท์  ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรม
ได้รับปากกับผู้ร้องและสื่อมวลชนว่าในกรณีเรื่องดังกล่าวทางศูนย์ดำรงธรรมจะดำรงความเที่ยงธรรมแล้วทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตทำงานอย่างตรงไปตรงมาแต่ต้องขอชี้แจงว่าเนื่องจากศูนย์ดำรงธรรมเป็นที่รับเรื่องร้องเรียนและส่งต่อข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนั้นจึงไม่สามารถที่จะกำหนดขอบเขตระยะเวลาในการดำเนินการในเรื่องต่างๆให้แล้วเสร็จได้ชัดเจนแต่ก็รับปากกับผู้ร้องว่าจะพยายามทำเรื่องดังกล่าวให้เร่งด่วนที่สุดและจะประสานงานแจ้งให้ทราบเป็นระยะว่า ณเวลานี้เรื่องที่ร้องมานั้นถึงขั้นตอนไหนเพราะเรื่องดังกล่าวนั้นในการเป็นการร้องเรียนข้าราชการระดับสูงดังนั้นข้าราชการเองเมื่อถูกร้องแล้วเขามีสิทธิ์ที่จะปกป้องสิทธิ์ของตนเองเช่นเดียวกันดังนั้นขั้นตอนกระบวนการต่างๆต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการรวมข้อมูลพยานหลักฐานต่างๆด้วย


แต่ทางนายอำพลยืนยันว่าจะทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและเที่ยงธรรมที่สุดไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถึงแม้ว่าจะทำงานอยู่ที่ภายใต้ศาลากลางจังหวัดที่เดียวกันก็ตาม ถ้าข้าราชการคนดังกล่าวทำผิดจริงตามคำร้องก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายเช่นเดียวกัน ทุกคนต้องอยู่ในกรอบของกฎหมายเดี๋ยวกัน

ผู้ว่าปทุมธานียกเลิกงานประชุมแก้ไขปัญหาความขัดแย้งเทศบาลเมืองคลองหลวงกะทันหัน ทั้งที่การเตรียมงานกว่า 2 อาทิตย์ ข้าราชการประชาชนโวยตั้งใจมาให้กำลังใจ ผู้ว่าไม่มาตามนัดหมาย


ผู้ว่าปทุมธานียกเลิกงานประชุมแก้ไขปัญหาความขัดแย้งเทศบาลเมืองคลองหลวงกะทันหัน ทั้งที่การเตรียมงานกว่า 2 อาทิตย์ ข้าราชการประชาชนโวยตั้งใจมาให้กำลังใจ ผู้ว่าไม่มาตามนัดหมาย
วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 10:30 นที่ห้องประชุมอำเภอคลองหลวงจังหวัดปทุมธานี การประชุมแก้ไขปัญหาความขัดแย้งเทศบาลเมืองคลองหลวง จากกรณีที่มีความขัดแย้งเกิดขึ้นที่เทศบาลเมืองคลองหลวงกับเจ้าหน้าที่เทศบาลและประธานสภาและสมาชิกสภาเทศบาลเมืองคลองหลวง ในเรื่องที่ข้าราชการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและขัดคำสั่ง กทจ.รวมไปถึงการนำทรัพย์สินของราชการไปใช้ส่วนตัว จดเป็นเหตุไม่มีการโยกย้ายรองปลัดเทศบาลเมืองคลองหลวงและนิติกรชำนาญการไปนอกพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาเป็นเวลา 3 เดือนตามกำหนด  แต่ย้ายไปยังไม่ครบกำหนดก็มีคำสั่งจากผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นายพินิจ บุญเลิศ ให้ท่านรองปลัดและนิติกรชำนาญการกลับมาปฏิบัติหน้าที่เดิมโดยอ้างว่ากรณีที่ประธานสภาเข้าไปร้องเรียนที่จังหวัดนั้นเป็นเรื่องความขัดแย้งส่วนตัว จึงให้รองปลัดและนิติกรกลับมาปฏิบัติหน้าที่ดังเดิมโดยที่ยังไม่มีการตั้งสอบวินัยร้ายแรง กรณีที่มีการขัดคำสั่ง กทจ.ที่ไม่รับปลัดจุฑารัตน์ อิ่มชื่นศรีกลับเข้ามาทำงาน และเรื่องความผิดอื่นๆ











ตามมติ กทจ ปทุมธานีครั้งที่ 6/2561 เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2561 และครั้งที่ 7/2561 เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2561 ทั้งยังมีการจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบ กทม.ตามมติ กทจ.ปทุมธานีครั้ง
ที่ 3/2562 เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2562 และครั้งที่ 6/2562 เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2562 ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาบุคคลดังกล่าวไม่ได้ถูกตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง จนล่าสุดมีคำสั่งผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีตามคำสั่งที่ 953/2562 ลงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 และคำสั่งจังหวัดปทุมธานี ที่ 247/2563 ลงวันที่ 13 มกราคม 2563 ขอให้เร่งรัดดำเนินการสอบวินัยร้ายแรงตามมติกทจ.จังหวัดปทุมธานี











 ดังนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีนายพินิจ บุญเลิศ จึงได้ทำหนังสือเรียนเชิญข้าราชการสมาชิกสภา พนักงานเทศบาลของเทศบาลเมืองคลองหลวงมาประชุมเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง    โดยมีเหตุผลของการประชุมว่า เนื่องด้วยปัจจุบันเทศบาลเมืองคลองหลวงอำเภอคลองหลวงจังหวัดปทุมธานีไม่มีนายกเทศมนตรีและปลัดเทศบาลเกษียณอายุราชการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 โดยมีรองปลัดรักษาราชการแทนปลัดปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีเป็นเหตุให้มีการบริหารงานของเทศบาลขาดผู้มีอำนาจในการตัดสินใจและแก้ไขปัญหาทั้งปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนปัญหาความขัดแย้งระหว่างสมาชิกสภาเทศบาลและพนักงานเทศบาลเป็นต้นเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าวท่านผู้ว่าราชการจังหวัดจึงได้นัดหมายประชุมผู้บริหารสมาชิกสภาเทศบาลและพนักงานเทศบาลทุกคนของเทศบาลเมืองคลองหลวงเพื่อนแนะแนวทางการบริหารงานเทศบาลการปฏิบัติราชการให้เป็นไปตามระเบียบกฎหมายของรัชกาล ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 10:30 น ณห้องประชุมอำเภอคลองหลวงจังหวัดปทุมธานีทั้งนี้ให้นายอำเภอคลองหลวงและท้องถิ่นอำเภอคลองหลวงเข้าร่วมประชุมด้วยตามวันและเวลาดังกล่าวจากกำหนดการที่มีหนังสือแจ้งมาถึงในอำเภอคลองหลวง วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 ซึ่งเรื่องดังกล่าวได้มีหมายให้มีการประชุมตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมาแล้วแต่มีการเลื่อนการประชุมกระทันหันมาเป็นวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 แทน ซึ่งอาจจะเป็นความบังเอิญหรือเป็นความจงใจหรือความตั้งใจที่จะมีการประชุมในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 ทั้งที่อาจจะรู้หรือไม่รู้ก็ตามว่าวันที่12 กุมภาพันธ์ 2563 นั้นท่านประธานสภาเทศบาลเมืองคลองหลวงต้องไปขึ้นศาลธัญบุรีจากกรณีที่นิติกรชำนาญการฟ้องแกเกลี้ยว ว่าหมิ่นประมาทและเปิดเผยข้อมูลของตน จากกรณีที่สมาชิกสภาและประธานสภาตั้งอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง  หลังได้รับการร้องเรียนมาว่านิติกรชำนาญการเทศบาลเมืองคลองหลวงท่านหนึ่งได้ใช้รถข้าราชการไปก่อเหตุ ขนทรัพย์ ซึ่งศาลก็ได้ลงโทษแล้วว่ามีความผิดจริงในคดีนั้นซึ่งมีประชาชนได้นำเรื่องดังกล่าวมาร้องเรียนที่ประธานสภาเพื่อให้ตรวจสอบการนำรถหลวงไปก่อเหตุดังกล่าว จากการตรวจสอบและตั้งอนุกรรมการตรวจสอบนั้นเป็นเหตุให้นิติกรชำนาญการคนดังกล่าวได้ฟ้องแก้เกี้ยวในข้อหาหมิ่นประมาทและการนำข้อมูลส่วนตัวไปเปิดเผยซึ่งเบื้องต้นศาลชั้นต้นที่ยกคำร้อง แต่นิติกรชำนาญการยังอุทธรณ์คำสั่งศาลซึ่งวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 ศาลได้นัดประธานสภาและสมาชิกสภาไปฟังคำตัดสินของศาลอุทธรณ์กรณีดังกล่าว  เวลาประมาณ 9:30 น   ผลการตัดสินแล้วศาลอุทธรณ์ได้ยืนยันตามศาลชั้นต้นยกคำร้อง ซึ่งเวลานั้นประธานสภาและสมาชิกสภายังคงอยู่ในศาลแต่หากว่ามีการประชุมเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งของสมาชิกเทศบาลเมืองคลองหลวงกับพนักงานเทศบาลเมืองคลองหลวง   เหตุใดท่านผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีจึงนัดหมายวันประชุมในวันที่คู่ขัดแย้งต้องไปขึ้นศาลเป็นการตั้งข้อสังเกตุว่า หากมีการ









ประชุมจริงจะเป็นการประชุมลับหลังคู่ขัดแย้งหรือไม่อย่างไรซึ่งการประชุมดังกล่าวมีการเรียนเชิญสมาชิกเทศบาลพนักงานเทศบาลเมืองคลองหลวงแต่ไม่ได้เรียนเชิญประชาชนได้มีการรวมตัวของประธานชุมชน และประชาชนในเขตชุมชนต่างๆได้รวมตัวเดินทางมาให้กำลังใจผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีในการเดินทางมาเทศบาลเมืองคลองหลวงในครั้งนี้  ซึ่งกลุ่มประชาชนดังกล่าวได้มีการก่อตั้งประธานสภาชุมชนขึ้นมาเพื่อจะมาตรวจสอบการทำงานของข้าราชการและทำการถ่วงดุลอำนาจของเทศบาลรวมไปถึงคณะผู้บริหาร  เพื่อนำปัญหาในชุมชนของตน สะท้อนให้ทางเทศบาลได้รับทราบว่าปัจจุบันชุมชนต่างๆมีปัญหาอะไรบ้างที่ทางเทศบาลต้องเร่งรีบเร่งแก้ไขปัญหา
แต่พอถึงเวลา 10:30 น ในห้องประชุมอำเภอเมืองคลองหลวงจังหวัดปทุมธานีได้ประกาศที่ประชุมว่าผู้ว่าราชการติดภารกิจเร่งด่วนจึงไม่สามารถเข้าร่วมประชุมในวันดังกล่าวจึงขอยกเลิกการประชุมและให้ข้าราชการกลับไปปฏิบัติหน้าที่ดังเดิม หลังจากสิ้นเสียงประกาศข้าราชการและประชาชนตั้งเดินออกจากห้องประชุมทันทีโดยมีประธานชุมชนที่เดินทางมาให้กำลังใจหรือมารอพบผู้ว่าราชการจังหวัดในครั้งนี้แสดงความไม่พอใจที่ผู้ว่าราชการจังหวัดไม่เดินทางมาในวันนี้มีประชาชนบางส่วนเดินทางไปที่ศาลากลางจังหวัดปทุมธานีเพื่อไปตามหาผู้ว่าและมอบดอกไม้ให้แต่ก็ไม่ทราบว่าเจอหรือไม่

ส่วนข้อสงสัยที่เกิดคำถามจากประชาชนและสังคมสาเหตุที่ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีนายพินิจ บุญเลิศ ไม่ได้ มาประชุมในครั้งนี้นั้นอาจจะเป็นเพราะกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีได้ลงความเห็นว่ากรณีประธานสภาเทศบาลเมืองคลองหลวงได้ไปยื่นหนังสือร้องเรียนกับผู้ว่าราชการจังหวัดถึงปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นที่เทศบาลเมืองคลองหลวง จนเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองคลองหลวงไม่สามารถบริหารจัดการงานได้นั้นผู้ว่าได้ทำการตั้งอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและผู้ว่าราชการจังหวัดลงความเห็นว่ามีเรื่องดังกล่าวเป็นความขัดแย้งส่วนตัวและให้รองปลัดเทศบาลและนิติกรชำนาญการกลับมาปฏิบัติหน้าที่ดั้งเดิมนั้น    ทางผู้ว่าราชการจังหวัดจึงได้มีการนัดประชุมแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563  และอาจจะเชื่อว่าศาลจะตัดสินแล้วลงความเห็นว่าประธานสภามีความผิดฐานหมิ่นประมาทจริงตามที่นิติกรชำนาญการได้ร้องหมิ่นประมาทไว้ซึ่งถ้าเกิดว่าตัดสิน เช่นนั้นก็จะเป็นแนวทางเดียวกันกับทางผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีได้ลงความเห็นว่ากรณีประธานสภาและนิติกร รวมไปถึงรองปลัดเทศบาลเมืองคลองหลวงนั้นมีความขัดแย้งส่วนตัวจริง
แต่เมื่อเวลา 09:30 น โดยประมาณศาลธัญบุรีได้อ่านคำพิพากษาและลงความเห็นว่ากรณีที่ประธานสภาเทศบาลเมืองคลองหลวงงั้นได้เข้าไปตรวจสอบการทำงานของนิติกรชำนาญการที่นำรถหลวงไปใช้ส่วนตัวนั้น    ทางประธานสภาและสมาชิกเทศบาลเมืองหลวงก็ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงนั้นไม่มีความผิดเพราะเข้าไปถ่วงดุลอำนาจระบบติดตามการใช้งบประมาณต่างๆที่ได้อนุมัติไปจึงลงความเห็นยกคำร้องในชั้นอุทธรณ์
ทำให้เกมส์ การเมืองที่วางไว้ผิดพลาดไป ประกอบกับผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีติดภารกิจด่วนจึงไม่ได้เดินทางมาประชุมในครั้งนี้จึงสร้างความเสียใจกับผู้ที่มีส่วนได้เสียและประชาชนที่เดินทางมาให้กำลังใจผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีเป็นอย่างมาก
ส่วนที่ผู้ว่าราชการจังหวัดอ้างว่าติดภารกิจเร่งด่วนนั้นจะเป็นจริงเท็จอย่างไรต้องไปตรวจสอบว่าวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีมีภารกิจอะไรบ้าง??? แล้วงบประมาณในการจัดห้องประชุมและการจัดเตรียมการประชุมรวมถึงอาหารว่างและอาหารสำหรับผู้เข้าร่วมประชุมและค่าใช้จ่ายต่างๆใครจะเป็นคนรับผิดชอบและต้องเสียค่าใช้จ่ายเสียเวลาไปเท่าไหร่กับการที่เกณฑ์ข้าราชการการประชุมที่มีการยกเลิกกะทันหันของผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีนายพินิจ  บุญเลิศ เรื่องนี้เป็นคำถามที่รอคำตอบจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

วันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

บวงสรวงใหญ่! มหาเทพองค์แรก ณ เทวาลัยชัยบาดาล อ.บุญหนา ทวีจิตร

บวงสรวงใหญ่! มหาเทพองค์แรก
ณ เทวาลัยชัยบาดาล อ.บุญหนา ทวีจิตร


8 ก.พ. 63 - ณ เทวาลัยชัยบาดาล อาศรมแดนธรรม
อ.ชัยบาดาล ต.ท่าดินดำ จ.ลพบุรี

ได้จัดพิธีสถาปนาองค์พระพิฆเนศ ปางศรีศุภะทริษติ คณปติ
หรือ ปางศุภโชค สำเร็จรวดเร็ว
มหาเทพผู้มีสิงห์เป็นบริวาร ขนาดความสูง 3 เมตร




พระพิฆเนศ ปางศรีศุภะทริษติ คณปติ นี้
เป็นพระพิฆเนศปางพิเศษ ถือกำเนิดขึ้นมาจากการนิมิตเห็นรูปลักษณ์ขององค์พระพิฆเนศ
ในลักษณะนี้โดยพราหมณ์ ฤาษี และโยคี ที่ประเทศอินเดีย

เป็นการนิมิตขึ้นมาในเวลาที่ใกล้เคียงกัน โดยองค์พระพิฆเนศได้บอกกล่าวแก่เหล่านักบวชที่ได้รับการนิมิตว่า ท่านจะอวตารมาเป็นปางที่ 33 และจะปกปักรักษามนุษย์ในยุคใหม่ ให้รอดพ้นจากภัยพิบัติทั้งปวง



อีกทั้งยังจะประทานความเจริญก้าวหน้าและความมั่งคั่งให้อย่างรวดเร็ว
ซึ่งปางนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นปางที่จะได้รับพรโดยทันใจ

อีกทั้งพระพิฆเนศองค์นี้ ยังเป็นปางที่ได้รับศาสตราวุธต่างๆ จากมหาเทพ มหาเทวี 8 พระองค์ นั่นคือ พระพรหม พระวิษณุ
พระศิวะ พระแม่สรัสวตี พระแม่ลักษมี พระแม่อุมาเทวี พระขันทกุมาร และพระอินทร์



ดังนั้นการกราบไหว้พระพิฆเนศองค์นี้ จึงเปรียบเสมือนการได้กราบไหว้มหาเทพมหาเทวี
ที่สำคัญอย่างครบถ้วน

โดยในพิธี อ.ธาริน กุลชล ประธานการจัดสร้างโครงการเทวาลัยชัยบาดาล และ อ.พิทักษ์ โค้ววันชัย พราหมณ์พระเวทย์
(ผู้ก่อตั้งสยามคเณศ) และทีมงานสยามคเณศ เป็นผู้นำบวงสรวงอย่างยิ่งใหญ่
พร้อมสาธุชนและประชาชนจากทั่วสารทิศเข้าร่วมพิธีกันอย่างเนืองแน่น


โดยมีประธานในพิธี พลเอก ชุติกรณ์ สีตบุตร
และ พลตรี วัชชรินทร์ สุวรรณรินทร์ เจ้ากรมสารวัตรทหารบก ร่วมให้เกียรติจุดเทียนมหาไชยมงคล เพื่อความเป็นสิริมงคลในพิธี

ณ วันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3
เวลา 9:20น.

พร้อมทั่งเจ้าภาพและแขกผู้มีเกียรติ อาทิ พ.ต.อ.วิโรจน์ ตัดโส ผกก.ชัยบาดาล, คุณชนิดาภา ศรีกิ่งแก้ว, คุณธัญลักษณ์ ภูดิทชวณิชย์, คุณนงเยาว์ กุลชล, คุณวัชรี สุนทรวัฒน์, คุณสมสิริ อิงโพธิ์ชัย, คุณวิชัย อิงโพธิ์ชัย, คุณพีรพล แสงสุนีย์
, พ.ท.ดร.พิสิษฐ์ ชาญเจริญ, คุณอลงกต เรืองศรี




ได้ให้เกียรติเป็นตัวแทนถวาย เครื่องวัสตรัม ระหว่างการเข้าร่วมพิธีสถาปนาองค์พระพิฆเนศในครั้งนี้อีกด้วย

โดยในช่วงบ่ายวันนั้น ได้มีการจัดแสดงเรื่องรามเกียรติ์ ตอน "พระคเณศร์เสียงา" โดยคณะโขน ศิษย์นาฏศิลปะอ่างทอง
พร้อมวงปี่พาทย์ จากคณะ ครูสำรวย แก้วสว่าง
ตลาดปากบางหมื่นหาญ 150 ปี อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี

ทั้งนี้ในการจัดสร้างองค์พระพิฆเนศองค์นี้
จึงมีความพิเศษคือ คณะผู้จัดสร้างได้เดินทางไปยังวัดสำคัญต่างๆ และเทวสถานของศาสนาพราหมณ์ฮินดูทั่วประเทศไทยและต่างประเทศ

เพื่อขอพลีผงธูป ดิน ทราย ชนวนมวลสารศักดิ์สิทธิ์ ตลอดจนวัตถุมงคลต่างๆ มาบรรจุไว้ใต้ฐานองค์พระพิฆเนศ เพื่อให้เกิดเป็นพลังหนุนนำที่เข้มข้น

สมกับชื่อ ปางศุภโชค สำเร็จรวดเร็ว มหาเทพผู้มีสิงห์เป็นบริวาร โดยหลังจากนี้ผู้ศรัทธาในองค์พระพิฆเนศ
สามารถเดินทางเพื่อมาสักการะขอพร ได้ที่

เทวาลัยชัยบาดาล บรมครูหลวงปู่ใหญ่เทพโลกอุดร
อาศรมแดนธรรม อ.บุญหนา ทวีจิตร
250/4 หมู่ 1 ต.ท่าดินดำ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี 15130

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
อ.บุญหนา ทวีจิตร : 086-134-8884
คุณโจ้ : 095-627-3003

FACEBOOK : เทวาลัยชัยบาดาล
GOOGLE MAP : อาศรมแดนธรรม อ.บุญหนา ทวีจิตร