วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

​"ไมค์ ณ ชุมพร" นำทีมข่าวและคณะที่ปรึกษา กมธ.การทหารฯ วุฒิสภา เข้าแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกการบริหารสินทรัพย์ กทท. เคลียร์ชัดขอบเขตอำนาจหน้าที่ พร้อมย้ำทุกโครงการต้องตอบโจทย์ "ภารกิจหลัก" ตามกฎหมาย ก่อนมอบหนังสือทรงคุณค่าเป็นที่ระลึก

 คุณกฤตพัฒน์ จุลไสย (ไมค์ ณ ชุมพร) ผู้อำนวยการสำนักข่าว นสพ.ชัยสมรภูมิ คุณภูเบศ ภักดีบดินทร์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ-วุฒิสภา พร้อมคณะเดินทางเข้าเยี่ยมสัมภาษณ์ คุณเดชา นุชพุ่ม ผู้ช่วยผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย สายบริหารสินทรัพย์และพัฒนาธุรกิจ เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ และทิศทางการดำเนินงานของโครงการต่างๆ ภายใต้การดูแลของการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.)



​ในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ คุณเดชา นุชพุ่ม ได้ให้ข้อมูลและชี้แจงถึงขอบเขตอำนาจหน้าที่ในส่วนงานที่รับผิดชอบอย่างชัดเจน โดยระบุว่า สายงานบริหารสินทรัพย์และพัฒนาธุรกิจในส่วนนี้ จะมุ่งเน้นการดูแลและบริหารจัดการพื้นที่เฉพาะในเขตกรุงเทพมหานครเป็นหลัก ทั้งนี้จะไม่ได้ครอบคลุมถึงกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้งหมดขององค์กร โดยรูปแบบการใช้ประโยชน์และบริหารจัดการในปัจจุบันส่วนใหญ่ จะดำเนินการในลักษณะ "สัญญาเช่าชั่วคราว" เท่านั้น



​นอกจากนี้ คุณเดชา ยังได้กล่าวถึงข้อจำกัดและข้อท้าทายสำคัญในการขับเคลื่อนแผนพัฒนาพื้นที่ของการท่าเรือฯ ว่า แม้จะมีแผนการดำเนินงานและแนวคิดในการพัฒนาโครงการใหม่ๆ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม แต่การจะขับเคลื่อนหรือดำเนินการจริงตามแผนนั้นยังมีความยากลำบากและข้อจำกัดในหลายมิติ เนื่องจากต้องอยู่ภายใต้กรอบข้อบังคับของ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ก่อตั้ง รวมถึง วัตถุประสงค์หลักของการท่าเรือแห่งประเทศไทย ที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัดว่า การดำเนินงานและกิจการต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่นั้น จำเป็นต้องเป็น "กิจการที่เกี่ยวเนื่อง" กับภารกิจหลักของการท่าเรือฯ เป็นสำคัญ



​การเข้าสัมภาษณ์และแลกเปลี่ยนข้อมูลในครั้งนี้ของ คุณกฤตพัฒน์ จุลไสย (ไมค์ ณ ชุมพร) และคณะที่ปรึกษา กมธ.การทหารและความมั่นคงของรัฐ-วุฒิสภา ถือเป็นก้าวสำคัญในการรวบรวมข้อมูลเชิงโครงสร้างและข้อจำกัดทางกฎหมายของการบริหารจัดการสินทรัพย์รัฐ เพื่อนำไปสู่การวิเคราะห์ และเสนอแนะแนวทางที่เหมาะสมในการสนับสนุนการส่งเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการบริหารจัดการพื้นที่ของรัฐอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป



และในโอกาสนี้ กฤตพัฒน์ จุลไสย (ไมค์ ณ ชุมพร)ได้มอบหนังสืออันทรงคุณค่า“เรื่องสั้นเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว-ชุดแสงธรรมแห่งศรัทธา“ให้ คุณเดชา นุชพุ่ม ด้วย

ทีมข่าวภาคสนาม/รายงาน

วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลงนามถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลงนามถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ



วันนี้ (วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2569) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก และนายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ กรรมการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และหน่วยงานในเครือ นำแจกันดอกไม้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ












     ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 28-30 กรกฎาคม 2569 ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา จะเปิดไฟประดับรอบนอกศาลเจ้าฯ ถึงเวลา 21.00 น. เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569  โดยผู้มีจิตศรัทธาสามารถเข้าสักการะหลวงปู่ไต้ฮงและเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ภายในศาลเจ้าฯ ได้ถึงเวลา 18.00 น. ติดต่อสอบถาม ติดตามข่าวสารและกิจกรรม รวมถึงพิกัดของศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาวได้ที่ https://linktr.ee/TaihonggongshrineTH


ตี๋สมเด็จ/รายงาน

วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

พลังประชาชนรวมใจ! "พรรครักแผ่นดิน" เปิดก้าวใหม่ของการเมืองไทย เดินหน้าสร้างการเมืองสุจริต โปร่งใส ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง

 พลังประชาชนรวมใจ! "พรรครักแผ่นดิน" เปิดก้าวใหม่ของการเมืองไทย เดินหน้าสร้างการเมืองสุจริต โปร่งใส ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง






เชียงใหม่ – พรรครักแผ่นดินจัดการประชุมจัดตั้งพรรคอย่างเป็นทางการ ณ สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี จังหวัดเชียงใหม่ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสามัคคี ความมุ่งมั่น และความหวังของผู้ร่วมก่อตั้ง สมาชิก และประชาชนจากหลายจังหวัดทั่วประเทศ ที่เดินทางมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างองค์กรทางการเมืองที่ยึดมั่นในหลักนิติธรรม ความโปร่งใส และการมีส่วนร่วมของประชาชน






การประชุมครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของพรรครักแผ่นดินในการวางรากฐานองค์กร เพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีการพิจารณาระเบียบวาระสำคัญ อาทิ การรับรองข้อบังคับพรรค การพิจารณาอุดมการณ์และนโยบายของพรรค การเลือกคณะกรรมการบริหารพรรค ตลอดจนการกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนพรรคในระยะต่อไป





บรรยากาศการประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เปิดโอกาสให้สมาชิกผู้ก่อตั้งได้ร่วมแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะ และมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางของพรรค ภายใต้หลักการประชาธิปไตยและการบริหารงานที่โปร่งใส





ในการประชุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เข้าร่วมสังเกตการณ์และให้คำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนการจัดตั้งพรรคการเมือง พร้อมชี้แจงหลักเกณฑ์ วิธีการ และกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานทุกขั้นตอนเป็นไปตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และระเบียบที่เกี่ยวข้อง อันเป็นการสร้างความมั่นใจว่าการจัดตั้งพรรครักแผ่นดินดำเนินไปด้วยความถูกต้อง โปร่งใส และเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย





ในช่วงพิธีการ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคได้ร่วมแสดงเจตนารมณ์ในการทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ยึดมั่นในหลักนิติธรรม และพร้อมปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กฎหมาย โดยมีเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งร่วมสังเกตการณ์ตลอดกระบวนการ




นายธานินท์ พงษ์พานิช กล่าวว่า

"พรรครักแผ่นดินเกิดขึ้นจากความศรัทธาและความตั้งใจของประชาชนที่ต้องการเห็นการเมืองที่โปร่งใส ซื่อสัตย์ และทำงานเพื่อส่วนรวมอย่างแท้จริง เราจะรับฟังทุกความคิดเห็น เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม และร่วมกันผลักดันนโยบายที่แก้ปัญหาให้กับประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับประเทศไทย"




พรรครักแผ่นดินประกาศเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศด้วยหลักธรรมาภิบาล มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ผู้ประกอบการ แรงงาน เยาวชน และประชาชนทุกกลุ่ม พร้อมผลักดันนโยบายที่ส่งเสริมความเสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการพัฒนาได้อย่างทั่วถึง





นอกจากนี้ พรรคยังให้ความสำคัญกับการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายและแนวทางการพัฒนาประเทศ เพื่อให้การเมืองเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง และสร้างความเชื่อมั่นว่าทุกการดำเนินงานจะตั้งอยู่บนพื้นฐานของความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ




การประชุมจัดตั้งพรรคในครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการเริ่มต้นขององค์กรทางการเมืองแห่งใหม่ แต่ยังสะท้อนถึงพลังแห่งความร่วมมือของประชาชนที่ต้องการเห็นการเมืองสร้างสรรค์ การบริหารประเทศที่มีคุณธรรม และการพัฒนาที่ยั่งยืน


พรรครักแผ่นดินขอยืนยันเจตนารมณ์ที่จะยืนหยัดเคียงข้างประชาชน รับฟังทุกเสียง และทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อสร้างประเทศไทยที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนสำหรับคนไทยทุกคน





-คำขวัญพรรค

"รักแผ่นดิน ร่วมสร้างอนาคต เพื่อประชาชนทุกคน"









#พรรครักแผ่นดิน #ประชุมจัดตั้งพรรค #การเมืองสุจริต #โปร่งใสตรวจสอบได้ #เพื่อประชาชน #สร้างอนาคตประเทศไทย #เชียงใหม่700ปี