วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569

สุรินทร์ -วันที่ 26 มีนาคม 2569 เวลา 11.30 น. ที่ศูนย์ราชการจังหวัดสุรินทร์ นายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วยนางชไมพร แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์

 สุรินทร์ -วันที่ 26 มีนาคม 2569 เวลา 11.30 น. ที่ศูนย์ราชการจังหวัดสุรินทร์ นายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วยนางชไมพร แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ และหัวหน้าส่วนราชการ แต่งชุดผ้าไหมพื้นเมืองสุรินทร์ พร้อมนำผ้าไหมมาพันม้วนมัดเป็นรูปหัวช้างมีงวงสวมเป็นมงกุฎ ฟ้อนรำร่วมกับขบวนศิลปวัฒนธรรม(รำตรด )อย่างสนุกสนาน ร่วมกิจกรรมเชิญชวนเที่ยวงานมหาสงกรานต์ช้างสุรินทร์ 2569 สืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นและเอกลักษณ์ “วิถีช้างคืนถิ่น” เนื่องในวันช้างไทย โดยมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-12 เมษายน 2569 ณ สวนเฉลิมพระเกียรติฯ จังหวัดสุรินทร์ นักท่องเที่ยวจะได้รวมเล่นน้ำกับช้าง และสัมผัสใกล้ชิดกับช้างอย่างปลอดภัย พร้อมความบันเทิงครบครัน ทั้งโฟมปาร์ตี้ การแสดงดนตรีจากดีเจ ถนนสายน้ำที่สร้างความชุ่มฉ่ำตลอดเส้นทาง




        นายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า การจัดงานในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และสืบสานพระราชเสาวนีย์เกี่ยวกับการอนุรักษ์ช้างไทย ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของจังหวัดสุรินทร์ ภายใต้แนวคิด “สืบสานพระราชเสาวนีย์ วิถีช้างคืนถิ่น” พร้อมผลักดันให้จังหวัดเป็นจุดหมายปลายทางช่วงเทศกาลสงกรานต์




ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ ขบวนแห่สุดยิ่งใหญ่ของ 4 กลุ่มชาติพันธุ์ ที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างงดงาม กิจกรรม “ห่มสไบ ใส่ผ้าไทย เล่นน้ำกับช้าง” ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ใกล้ชิดกับช้างอย่างปลอดภัย รวมถึงโซนถ่ายภาพและจุดเช็กอินที่จัดไว้อย่างสร้างสรรค์ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมความบันเทิงครบครัน ทั้งโฟมปาร์ตี้ การแสดงดนตรีจากดีเจ ถนนสายน้ำที่สร้างความชุ่มฉ่ำตลอดเส้นทาง ตลอดจนอาหารสตรีทฟู้ดหลากหลายเมนู และการแสดงวัฒนธรรมบนเวที รวมถึงการแสดงแสง สี เสียง ชุด “วิถีคนกับช้าง” ที่ถ่ายทอดความผูกพันระหว่างคนและช้างอย่างลึกซึ้ง






        จังหวัดสุรินทร์คาดว่าการจัดงานครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ และสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ พร้อมเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “สงกรานต์ที่ไม่เหมือนที่ไหน” และสัมผัสเสน่ห์อันโดดเด่นของเมือสงช้าง เชิญชวนผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ตลอดทั้ง 3 วัน โดยไม่เสียค่าเข้าชมแต่อย่างใด


....ทีมข่าวประชาเสรี สุรินทร์ /รายงาน

สุรินทร์ - จัดสร้างพระบูชาและเหรียญประวัติศาสตร์จอมสุรินทร์ รุ่นพิทักษ์แผ่นดินไทย ด้านหน้าและหลังเหรียญ มีอักขระยันต์ที่หลวงปู่ศิลา สิริจันโท เมตตาเขียนด้วยลายมือ รายได้เสริมสร้างความมั่นคงตามพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาและช่วยกันสร้าง ถนน 2 วีรบุรุษ เพื่อเชื่อมต่อไปยังพื้นที่เนิน 350 และปราสาทตาควาย รวมถึงการจัดสร้างฐานประดิษฐ์สถานพระพุทธรูปในพื้นที่

 


สุรินทร์ - จัดสร้างพระบูชาและเหรียญประวัติศาสตร์จอมสุรินทร์ รุ่นพิทักษ์แผ่นดินไทย ด้านหน้าและหลังเหรียญ มีอักขระยันต์ที่หลวงปู่ศิลา สิริจันโท เมตตาเขียนด้วยลายมือ รายได้เสริมสร้างความมั่นคงตามพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาและช่วยกันสร้าง ถนน 2 วีรบุรุษ เพื่อเชื่อมต่อไปยังพื้นที่เนิน 350 และปราสาทตาควาย รวมถึงการจัดสร้างฐานประดิษฐ์สถานพระพุทธรูปในพื้นที่

 



         สุรินทร์ วันที่ 26 มีนาคม 2569 ที่ห้องงาช้าง  กองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัด(กก.ภ.จว.) สุรินทร์ พล.ต.ต.สุคนธ์ ศรีอรุณ ผบก.ภ.จว.สุรินทร์, พ.ต.อ.ยศวัจน์ งามสง่า รอง ผบก.ภ.จว.สุรินทร์, นายวรพงษ์ อังประภาพรชัย (ตี๋ สุรินทร์พระเครื่อง) พร้อมคณะ ได้ร่วมแถลงข่าวเกี่ยวกับปฐมบทแห่งศรัทธาที่มาของการจัดสร้างพระบูชาและเหรียญประวัติศาสตร์ "จอมสุรินทร์ รุ่นพิทักษ์แผ่นดินไทย” เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะสร้างวัตถุมงคลที่งดงามทั้งรูปแบบและความหมาย แรงบันดาลใจสำคัญของการจัดสร้างในครั้งนี้มาจากการทำงานของ พระธรรมวชิรญาณโกศล (หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล)เจ้าอาวาสวัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร  (อ่านว่า อะ-ตุน-ละ-ฐา-นะ-จา-โร) ต.จรัส อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ ที่ท่านมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้งในด้านสาธารณประโยชน์และด้านจิตใจ โดยได้ร่วมกับชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ช่วยกันสร้าง "ถนน 2 วีรบุรุษ" เพื่อเชื่อมต่อไปยังพื้นที่สำคัญอย่าง เนิน 350 และปราสาทตาควาย รวมถึงการจัดสร้างฐานประดิษฐานพระพุทธรูปในพื้นที่  ทางคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ (กต.ตร.จังหวัดสุรินทร์) ร่วมกับ ตี๋ สุรินทร์พระเครื่อง จึงได้มีแนวคิดร่วมกันจัดสร้าง พระบูชาและเหรียญจอมสุรินทร์ รุ่นพิทักษ์แผ่นดินไทย เพื่อเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจและเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือในการทำความดีเพื่อสังคม นำรายได้ถวายสมทบเพื่อในการเสริมสร้างความมั่นคงตามพื้นที่ชายแดนไทย -กัมพูชาและช่วยกันสร้าง "ถนน 2 วีรบุรุษ"" เพื่อเชื่อมต่อไปยังพื้นที่เนิน 350 และปราสาทตาควาย พื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ รวมถึงงานด้านสาธารณประโยชน์อื่นๆ ตามความเหมาะสม






       พล.ต.ต.สุคนธ์ ศรีอรุณ ผบก.ภ.จว.สุรินทร์ กล่าวว่า ทางคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ มีการจัดสร้างพระบูชาจอมสุรินทร์ ขนาดหน้าตัก 9 นิ้ว จำนวน 35 องค์ และเหรียญประวัติศาสตร์ จอมสุรินทร์ รุ่นพิทักษ์แผ่นดินไทย รวม 12 แบบ โดยทั้งด้านหน้าและด้านหลังเหรียญ จะมีอักขระยันต์ที่หลวงปู่ศิลา สิริจันโท เมตตาเขียนด้วยลายมือของท่านเองมอบมาไว้บนเหรียญ และหลวงตาเยื้อน ขันติพโล เมตตามอบอักขระย่อนามเพื่อประทับลงบนเหรียญเป็นครั้งแรก ด้วย  โดยพระบูชาพระจอมสุรินทร์รุ่นพิทักษ์แผ่นดินไทย พระบูชาจอมสุรินทร์ขนาดหน้าตัก 9 นิ้วปิดทองจัดสร้าง 69 องค์ 29,999 บาท,2.พระบูชาจอมสุรินทร์ขนาดหน้าตัก 9 นิ้วรมดำ จัดสร้างตามจองไม่เกิน 69 องค์ ราคา 9,999 บาท พระบูชาจอมสุรินทร์ขนาดหน้าตัก 5 นิ้วปิดทองจัดสร้าง 69 องค์ราคา14,999 บาท และ 4.พระบูชาจอมสุรินทร์ขนาดหน้าตัก 5 นิ้วรมจัดสร้างตามจองไม่เกิน 69 องค์ราคา 5,999 บาท  รายการเหรียญจอมสุรินทร์รุ่นพิทักษ์แผ่นดินไทย เหรียญเนื้อทองคำพิมพ์ใหญ่ ราคา 139,999  บาท ส่วนพิมพ์เล็ก ราคา 79,999 บาท เหรียญเนื้อเงินหน้ากากทองคำ  จัดสร้างตามจองไม่เกิน 99 เหรียญ 16,999 บาท เหรียญเนื้อเงิน 2,999 บาทเหรียญเนื้อเงินคุ้ยพื้นลงยาธงชาติ 3999 บาท และอีกหลายชนิดของเนื้อเหรียญ รวมทั้งเหรียญชุดคณะกรรมการ ทั้งหมดรวม 12 แบบ  เพื่อความเป็นสิริมงคลสูงสุดในการจัดสร้างวัตถุมงคลรุ่นนี้ ได้กำหนดประกอบพิธีมหาพุทธาภิเษก ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ.2569 เวลา 13.30 น. ณ วัดบูรพาราม พร ะอารามหลวง ต.ในเมือง อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์






/บ.ก.พจน์  จันทร์เสนา /น.ส.พ.ประชาเสรี 


วันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569

ผู้ตรวจราชการ สำนักนายกรัฐมนตรีพร้อมผู้อำนวยการเขตบางขุนเทียนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่จริง 12 ไร่ หลังประชุมหาแนวทางแก้ไขปัญหาลิงบางขุนเทียน

 ผู้ตรวจราชการ สำนักนายกรัฐมนตรีพร้อมผู้อำนวยการเขตบางขุนเทียนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่จริง 12 ไร่ หลังประชุมหาแนวทางแก้ไขปัญหาลิงบางขุนเทียน



นายพิฆเนศ ต๊ะปวง ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมผู้อำนวยการเขตบางขุนเทียน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามไปถึง น.ส กวิณภัสร์ มงคลเตชาพัฒน์ 





ประธานมูลนิธิคนรักลิงหัวใจแกร่ง ลงพื้นที่จริง 12 ไร่ หลังประชุมร่วมกันที่สำนักงานเขตบางขุนเทียน หารือแนวทางการแก้ไขปัญหาลิง บางขุนเทียน ที่เกิดขึ้นมาเป็นระยะเวลายาวนานหลายปี ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ทุกภาคส่วนร่วมกันประชุมหารือลงพื้นที่จริงดูสถานการณ์หลายครั้ง แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขได้ จนกลายเป็นมหากาพย์ ลิง บางขุน เทียน ไปแล้ว 





นายพิฆเนศ ต๊ะปวง ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าการประชุมร่วมกับหลายหน่วยวันนี้ ได้รับทราบข้อมูลว่า กรุงเทพมหานคร มีการแก้ไขบ้างแล้ว อาทิ ฉีดวัคซีนให้ลิง การทำหมัน และทำที่พักอาศัยชั่วคราวตรงบริเวณนี้ ที่มีลิงอยู่ประมาณ 40 ตัว เป็นโมเดลต้นแบบ 






ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะยาวในการขับเคลื่อนพื้นที่ 12 ไร่เศษที่จะต้องสร้างเป็นแหล่งที่พักอาศัยของลิงแสมทั้ง 3 จุด มีลิงกว่า 350 ตัว ให้มาอยู่รวมกันตรงนี้แบบถาวร คาดว่าจะดำเนินการ จัดสรรงบประมาณให้ก่อสร้างในปี พ.ศ. 2570 ซึ่งกรุงเทพมหานครจะเป็นแม่งานในการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่วนสำนักนายกรัฐมนตรีจะขับเคลื่อนและติดตามผลการดำเนินงาน







ส่วน น.ส กวิณภัสร์ มงคลเตชาพัฒน์ 

ประธานมูลนิธิคนรักลิงหัวใจแกร่ง บอกว่า ไม่เห็นด้วยในเรื่องของการสร้างโมเดลบริเวณนี้ และการตัดต้นไม้ใหญ่ เพราะ กระทบต่อความเป็นอยู่ของลิงจากอากาศที่ร้อนจัด แต่ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้ก็ต้องยอมรับสภาพแต่ก็อยากให้ สิ่งที่ประชุมกันในเรื่องของการจัดสร้างที่อยู่ถาวรให้กับลิงทั้ง 3 จุดเกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด 





และระหว่างที่รองบประมาณ ทางมูลนิธิคนรักลิงหัวใจแกร่ง จะหาทุนด้วยการระดมทุนหรือการจัดกิจกรรม เพื่อยื่นหนังสือถึงทางเขตบางขุนเทียน ขออนุญาติปรับสภาพพื้นที่ 12 หาต้นไม้ใหญ่ประเภทต้นไม้ล้อมมาปลูก และทำการขุดคลองให้เป็นคลองไส้ไก่ เป็นที่พักอาศัยของลิงฝูงนี้ ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ปลอดภัยก่อนที่หน่วยงานภาครัฐจะเข้ามาแก้ไขปัญหาตามที่ได้ประชุมร่วมกันไว้

ทีมข่าวภาคสนาม/รายงาน


วันอังคารที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569

สมพระเกียรติสูงสุด! "วีระ วาณิชยพิทักษ์" นำทัพบิ๊กธุรกิจสมาคมวิเทศพาณิชย์ไทย-จีน ครองตนเป็นเจ้าภาพพระพิธีธรรม สานต่อความกตัญญูต่อผืนแผ่นดินไทย

 ​"พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท" ภาพแห่งความกตัญญูกตเวทีต่อแผ่นดินปรากฏเด่นชัด เมื่อคณะผู้บริหารระดับสูงจากสมาคมวิเทศพาณิชย์ไทย-จีน นำโดยนายกสมาคมฯ เดินทางเข้าร่วมประกอบพิธีอันศักดิ์สิทธิ์และทรงเกียรติ เพื่อถวายความจงรักภักดีต่อ "แม่ของแผ่นดิน" ท่ามกลางบรรยากาศอันโศกเศร้าแต่เปี่ยมด้วยศรัทธา




​เมื่อวันอังคารที่ 24 มีนาคม พุทธศักราช 2569 เวลา 10.00 น. ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง สมาคมวิเทศพาณิชย์ไทย-จีน ได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้เป็นเจ้าภาพร่วมในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระผู้สถิตในดวงใจราษฎรนิรันดร์









​พลังแห่งความสามัคคี... สมาคมวิเทศพาณิชย์ไทย-จีน น้อมเกล้าฯ รำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

​ในพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ครั้งนี้ คุณวีระ วาณิชยพิทักษ์ นายกสมาคมวิเทศพาณิชย์ไทย-จีน พร้อมด้วย คุณสุนีย์ วาณิชยพิทักษ์ ภริยา ได้เป็นประธานนำคณะกรรมการบริหารและสมาชิกผู้ทรงเกียรติเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีของนักธุรกิจไทยเชื้อสายจีนที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งทรงมีพระมหากรุณาธิคุณแผ่ไพศาลต่อการค้าขายและการพำนักอาศัยในผืนแผ่นดินไทย








​โดยมีรายชื่อคณะผู้บริหารและผู้มีเกียรติที่ร่วมในพิธีสำคัญครั้งนี้ ประกอบด้วยบุคคลชั้นนำในวงการธุรกิจ อาทิ:

​คุณสมเกียรติ เหล่าทวีสุข นายกกิตติมศักดิ์เกียรติคุณถาวร

​คุณไชยไว พูนลาภมงคล นายกกิตติมศักดิ์เกียรติคุณถาวร และภริยา คุณสุณีรัตน์ อรรณพพรชัย

​คณะอุปนายกสมาคม: คุณวิบูลย์ เลาหพงศ์ชนะ, คุณวิสิทธิ์ กิตติวรรธนกุล, คุณอธิวัฒน์ นพนิธิเขมวงศ์, คุณอภิสิทธิ์ โลหะนาคะกุล, คุณเกรียงศักดิ์ สุรางค์ศรีรัฐ, คุณสรรพกฤต พรหมบันดาลกุล, คุณธนากร ตั้งกิจโสภา

​คุณพิพัฒน์ กนกนิตย์อนันต์ อุปนายก และภริยา คุณวิจิตร์ กนกนิตย์อนันต์

​คุณสวี เจี้ยนลี่ เลขาธิการ

​คุณวิเชียร สุชฎาพงศ์ เหรัญญิก

​คุณสุวัฒน์ ตั้งไชยวงศ์ กรรมการบริหาร

​คุณสุเมธ เหลือธนนารถ ผู้จัดการสมาคม

​ร่วมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย ด้วยใจกตัญญู















​บรรยากาศภายในพิธีเต็มไปด้วยความสำรวมและศักดิ์สิทธิ์ เสียงสวดพระอภิธรรมจากพระพิธีธรรมดังก้องไปทั่วพระที่นั่งฯ สะท้อนถึงความอาลัยรักที่ปวงชนชาวไทยทุกภาคส่วนมีต่อพระองค์ท่าน การร่วมเป็นเจ้าภาพของสมาคมวิเทศพาณิชย์ไทย-จีนในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการประกอบศาสนพิธีตามโบราณราชประเพณีเท่านั้น แต่ยังเป็นการประกาศก้องถึงสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นและการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีต่อพสกนิกรตลอดระยะเวลาที่ทรงครองสิริราชสมบัติคู่กับพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

​ทั้งนี้ คณะผู้บริหารสมาคมฯ ต่างตั้งจิตอธิษฐานขอน้อมส่งเสด็จพระองค์ท่านสู่สวรรคาลัย และขอสืบสานพระราชปณิธานในการทำความดีเพื่อตอบแทนคุณแผ่นดินสืบไป

ทีมข่าวภาคสนาม/รายงาน