วันพุธที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ครบรอบอายุวัฒนะ 80 ปี พลเอก ดร. วิชิต ยาทิพย์

 ครบรอบอายุวัฒนะ 80 ปี พลเอก ดร. วิชิต ยาทิพย์




เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ที่วัดประยูรวงศาวาส วรวิหาร กรุงเทพมหานคร 

พลเอก ดร. วิชิต ยาทิพย์ อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ปัจจุบันดํารงตําแหน่ง นายกสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทยเมียนมา และรองประธานสภาวัฒนธรรมไทยจีน ได้จัดงานฉลองวันเกิด ครบรอบอายุวัฒนะ 80 ปี -โดยมีการทำบุญเลี้ยงพระ ที่ศาลาการเปรียญ วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร เมื่อเวลา 9 นาฬิกา




-โดยมี พลโท หญิง จุไรภัทร ยาทิพย์ ภริยา ร่วมในการทำบุญเลี้ยงพระ พร้อมกับญาติสนิทมิตรสหาย และคณะกรรมการบริหารสมาคม วัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทยเมียนมามาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง





-ซึ่งก่อนหน้าที่จะมีพิธีสงฆ์ พระเดชพระคุณ ศาสตราจารย์ ดร. พระพรหมบัณฑิต พระราชาคณะ เจ้าอาวาสวัดประยูรวงศาวาส ได้แสดง พระธรรมเทศนา 1 กัณฑ์เทศน์ เนื่องจากในวันนี้ (2 กุมภาพันธ์ 2569) เป็นวันพระใหญ่ขึ้น 15 ค่ํา 




-สําหรับแขกผู้มีเกียรติระดับผู้ใหญ่ผู้มาร่วมงานมี ฯพณฯ นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ ฯพณฯ เอกอัครราชทูต สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา นาย อู ซอ ซอ โซ (H.E. Ambassador U Zaw Zaw Soe) พร้อมกับเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตเมียนมาที่กรุงเทพ ประกอบด้วย นางธิดา วิน(Mrs. Thida Win) ผู้ช่วยทูตฝ่ายการค้า และนายอ่องโซ เลขานุการโท ประจำสถานเอกอัครราชทูตมาร่วมงานด้วย นอกจากนี้ยังมี ฯพณฯ นายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานสภาวัฒนธรรมไทยจีน พร้อมด้วยสมาชิกสภาวัฒนธรรมไทยจีน ได้มาร่วมงานพร้อมกับนำอาหารและเครื่องดื่มมาเปิดให้บริการอย่างมากมาย




-สำหรับสิ่งมงคลของที่ระลึกซึ่งท่านพลเอก ดร. วิชิต ยาทิพย์ มอบให้ผู้มาร่วมงานในวันนี้ เป็นพระพุทธรูป เหรียญและพระพิมพ์ หลวงพ่อพระพุทธนาค รุ่น เสริมดวงเศรษฐี และรุ่นพุทธมงคล 180 ปี 

-รายงานข่าว-ภาพ 

โดย กัปตันปีเตอร์ สมบูรณ์เจริญ

ประชาสัมพันธ์ 

สมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทยเมียนมา 

วันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

"46 วีรชนผู้ไม่มีวันตาย" ทบ. จารึกชื่อทหารกล้าสละชีพเพื่อแผ่นดิน ครอบครัวหลั่งน้ำตาสดุดีความกล้า

  








เมื่อวันอังคารที่  3 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.30น. บรรยากาศ ณ กองบัญชาการกองทัพบก เต็มไปด้วยความโศกเศร้าและภาคภูมิใจ เมื่อกองทัพบกจัดพิธี "สดุดีวีรชนทหารกล้า" เพื่อเชิดชูเกียรติกำลังพล 46 นาย ที่สละชีพปกป้องแผ่นดินไทยในสมรภูมิชายแดนไทย-กัมพูชา ผ่านปฏิบัติการ "ยุทธการยุทธบดินทร์" และ "ยุทธการศตวรรษ" โดยมีพลเอกพนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยบุคคลสำคัญ ครอบครัววีรชน และตัวแทนภาคเอกชนเข้าร่วมไว้อาลัยอย่างสมเกียรติ





​🤝 พลังศรัทธาจากประชาชนและภาคธุรกิจ

​ในพิธีครั้งนี้ นอกจากครอบครัวและญาติมิตรของผู้เสียชีวิตแล้ว ยังได้รับเกียรติจากหน่วยงานภาคประชาชนที่เดินทางมาร่วมแสดงความไว้อาลัย นำโดย ชมรมเครื่องมือเครื่องเหล็กแห่งประเทศไทย ซึ่งนำโดย คุณพิพัฒน์ กนกนิตย์อนันต์ ประธานชมรม และ​ นายกิตติพงษ์​ เตรัตนชัย​ นายกกิตติมศักดิ์เกียรติคุณถาวร​สมาคมวิเทศไทยจีน  นายสมชาย​ แซ่ลิ้ม​ อุปนายก​ สมาคมวิเทศไทยจีน พร้อมด้วยคณะกรรมการและสมาชิกที่ตั้งใจมาร่วมส่งแรงใจให้แก่ครอบครัวทหารกล้า อาทิ:
















1.คุณวิชัย​ เหล่ายิ่งเจริญ​ รองประธานกรรมการ​ ประธานฝ่ายทัศนศึกษา

2.คุณบุญเกียรติ​ รองประธานกรรมการ​ ประธานฝ่ายสวัสดิการ

3.คุณวิวัฒน์​ ตรีรัตนกุลจรัส​ กรรมการฝ่ายกิจกรรมพิเศษ

4.คุณกมลทิพย์​ แซ่จิว  กรรมการฝ่ายจัดหารายได้และฝ่ายสวัสดิการ

5.คุณกฤศนรัตน์​ อดุลสิริพงศ์​  กรรมการรองฝ่ายบันเทิง

6.นายมานพ​ จินานุวัฒนา​ ที่ปรึกษากรรมการฝ่ายการกีฬา


​​การมาร่วมงานของภาคเอกชนในวันนี้ สะท้อนให้เห็นว่าวีรกรรมของทหารหาญทั้ง 46 นาย จะไม่ถูกลืมเลือน และได้รับการยกย่องจากคนไทยทุกภาคส่วนที่พร้อมยืนเคียงข้างกองทัพและครอบครัวผู้เสียสละ





​🎖️ จารึกเกียรติยศบนกำแพงแห่งความทรงจำ

​พลเอกพนา แคล้วปลอดทุกข์ ได้นำประกอบพิธีจารึกนามวีรชนลงบน กำแพงอนุสรณ์กองทัพบก เพื่อให้ชื่อของพวกเขากลายเป็นตำนานบทหนึ่งของชาติ พร้อมมอบของที่ระลึกอันทรงคุณค่า ทั้งภาพถ่ายกองกำลัง ธงชาติไทย และตราสัญลักษณ์ยุทธการ เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจถึงความกล้าหาญที่แลกมาด้วยชีวิต




















​ช่วงเวลาที่สะกดหัวใจผู้ร่วมงานที่สุด คือการขับร้องเพลง "คนดีไม่มีวันตาย" โดยศิลปินคุณภาพ รัดเกล้า อามระดิษ และการปรากฏตัวของ อั้ม อธิชาติ ชุมนานนท์ นักแสดงชื่อดังที่มาร่วมให้กำลังใจครอบครัววีรชน ก่อนปิดท้ายด้วยการร่วมกันขับร้องเพลง "ความฝันอันสูงสุด" และ "เกียรติศักดิ์ทหารเสือ" ที่ดังกระหึ่มไปทั่วกองบัญชาการ ท่ามกลางหยาดน้ำตาแห่งความอาลัยและคำมั่นสัญญาว่า "แผ่นดินไทยจะยังคงอยู่ ด้วยเลือดเนื้อและวิญญาณของวีรชนเหล่านี้"

ทีมข่าวภาคสนาม/รายงาน