วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

“สภาองค์การนายจ้างแห่งชาติ” แต่งตั้ง “ชวัลวิทย์ กองวิสัยสุข” นั่งที่ปรึกษา

  “สภาองค์การนายจ้างแห่งชาติ” แต่งตั้ง “ชวัลวิทย์ กองวิสัยสุข” นั่งที่ปรึกษา



วันที่ 24 พฤษภาคม 2569 สภาองค์การนายจ้างแห่งชาติ สำนักงานแรงงานสัมพันธ์ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน ออกหนังสือแต่งตั้ง นายชวัลวิทย์ กองวิสัยสุข ให้ดำรงตำแหน่ง “ที่ปรึกษา สภาองค์การนายจ้างแห่งชาติ” อย่างเป็นทางการ





โดยคณะกรรมการสภาองค์การนายจ้างแห่งชาติ มีมติเห็นชอบให้ นายชวัลวิทย์ กองวิสัยสุข เข้าดำรงตำแหน่งดังกล่าว เพื่อร่วมขับเคลื่อนงานด้านแรงงานสัมพันธ์ และสนับสนุนการดำเนินงานของภาคนายจ้างให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


ทั้งนี้ การแต่งตั้งมีผลตั้งแต่วันที่ 24พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป


ด้าน ดร.ทวีเกียรติ รองสวัสดิ์ ประธานสภาองค์การนายจ้างแห่งชาติ เป็นผู้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งดังกล่าว​

ได้มีการมอบใบเกียรติบัตรคุณอันสูงยิ่งฉบับนี้เพื่อแสดงว่า​  นายชวัลวิทย์​ กองวิสัยสุข​ ได้ร่วมกับ​ มูลนิธิ​ เจซีไอเซเนเตอร์​ ในการสนับสนุนกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ขอขอบคุณในความเสียสละและความตั้งใจจริงของท่านขอให้ประสบความสำเร็จเจริญรุ่งเรืองตลอดไปประธานมอบรางวัลดร.ทวีเกียรติ​ รองสวัสดิ์​ ประธานมูนิธิ​ เจซีไอเซเนเตอร์สภาองค์การนายจ้าง​ แห่งชาติ














ทีมข่าวภาคสนาม/รายงาน

#ขอบคุณแหล่งข่าวด้วยครับ


วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจนครบาล พร้อมคณะฯ เข้าสักการะหลวงปู่ไต้ฮงกงและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลภายในอาคารศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว ยานนาวา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

วันนี้ 29 พฤษภาคม 2569



คุณสมฤทัย บุญสม

ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจนครบาล พร้อมคณะฯ พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป รอง ผบก.น.1

พ.ต.อ.อภิเชษฐ์ ทรัพย์ส่งเสริม ผกก.สน.พลับพลาไชย1

พ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผกก.สน.ยานนาวา

 ได้เข้าสักการะ

หลวงปู่ไต้ฮงกงและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลภายในอาคารศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว ถนนเจริญราษฎร์ เขตสาทร ยานนาวา กรุงเทพฯ และที่ศาลเจ้าไต้ฮงกง ถนนเจ้าคำรพ พลับพลาไชย กรุงเทพฯ โดยมี

คุณณัฐวัตร ก้อนทอง

หน.สำนักกฎหมายและคดี 

คุณพนา จิรวัฒน์เสถียร

หน.ผ.สำนักผู้จัดการใหญ่ 

ให้การต้อนรับ.

ตี๋สมเด็จ/รายงาน










วันพุธที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลดความเหลื่อมล้ำ ขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวสงขลา ลงพื้นที่มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่ผู้ยากไร้ และนำหน่วยแพทย์ลงพื้นที่บริการประชาชนฟรี

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลดความเหลื่อมล้ำ ขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวสงขลา ลงพื้นที่มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่ผู้ยากไร้ และนำหน่วยแพทย์ลงพื้นที่บริการประชาชนฟรี

.


วันนี้ (วันพุธที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2569) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางจินดา บุญลาภทวีโชค กรรมการตรวจสอบ นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นายพิทักษ์พนธ์ ถูกจิตต์ รักษาการผู้ช่วยหัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ และนางสุชาดา น้อยจีน รักษาการผู้ช่วยหัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมเจ้าหน้าที่แผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ และหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา มอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพ แก่ สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ที่มีความรู้และความสามารถ ฐานะยากจน ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ รวมจำนวน 15 คน คิดเป็นมูลค่า 295,790 บาท (สองแสนเก้าหมื่นห้าพันเจ็ดร้อยเก้าสิบบาทถ้วน)  นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังได้จัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสาฯ เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ ทีมกู้ชีพ และอาสาสมัคร ออกหน่วยให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป แจกแว่นสายตา บริการตัดผมชาย-หญิง และกิจกรรมนันทนาการเด็ก แก่ประชาชนในพื้นที่ฟรี โดยมี นางพรนิภา มาสิลีรังสี รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว นายอัฐชัย ดุลยพัชร์  ผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรี และครอบครัวภาคใต้ จังหวัดสงขลา และนายไพโรจน์ ศรีละมุล นายอำเภอรัตภูมิ ร่วมในพิธี ณ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคใต้ จังหวัดสงขลา

.







นางจินดา บุญลาภทวีโชค กรรมการตรวจสอบ เปิดเผยว่า โครงการ ส่งเสริมอาชีพเพื่อสตรีและครอบครัว มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีวัตถุประสงค์เพื่อมอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพ แก่ สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว ผู้ด้อยโอกาสทางสังคม หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ที่มีความรู้และความสามารถแต่ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ โดยในปี พ.ศ. 2569 ได้รับความร่วมมือจากศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัว และสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ รวม 12 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี ชลบุรี นครราชสีมา สงขลา สุราษฎร์ธานี ศรีสะเกษ  ขอนแก่น ลำพูน ลำปาง เชียงราย และพิษณุโลก คัดกรองผู้ที่ผ่านการฝึกอบรม เสริมทักษะอาชีพ ส่งมาให้มูลนิธิฯ พิจารณาตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้  โดยมูลนิธิฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การดำเนินการโครงการดังกล่าวนี้ จะมีส่วนสนับสนุน ช่วยสร้างอาชีพ สร้างรายได้ เลี้ยงตนเองและครอบครัว ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม และประเทศชาติอย่างยั่งยืนต่อไป 

.






ตลอดระยะเวลากว่า 116 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” 



ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจwww.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung 







มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” 

#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418 

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน #แอปพลิเคชัน และ #สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง1418

ตี๋สมเด็จ/รายงาน

ดราม่าสนั่นทะเลนครปฐม! ผู้บริหารโครงการสยามชัยหาดทรายขาว ตั้งโต๊ะแถลงตอกกลับ “สายเชียร์ วงศ์วิโรจน์” ดาราดังเจ้าของสโลแกนฮิต เคลียร์ชัดปมโชว์โฉนดร้อยไร่ ยันชัดถือกรรมสิทธิ์ในนาม “ตัวแทนโครงการ” เท่านั้น เผยใจป้ำให้ทั้งเงินเดือน-งบเอ็นฯ หลักหมื่น แถมรถให้ขับ ก่อนจับได้ผิดสัญญาจ้างจนต้องสะบั้นความสัมพันธ์ ไร้การร่วมงานมากว่า 1 ปี ชี้ไม่ได้ดังเพราะดารา แต่สถานที่บูมด้วยตัวเอง!

 จากกรณีประเด็นร้อนแรงในโลกออนไลน์ เมื่อ “สายเชียร์ วงศ์วิโรจน์” นักแสดงตัวประกอบชื่อดัง เจ้าของวลีอมตะ “จน เครียด กินเหล้า” ได้ออกมาให้ข่าวในทำนองว่า ตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับโครงการแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง “สยามชัยหาดทรายขาว” จังหวัดนครปฐม อีกต่อไป พร้อมระบุว่าที่ผ่านมาเป็นเพียงพรีเซ็นเตอร์ช่วยโปรโมท ไม่ใช่เจ้าของที่ดินกว่า 100 ไร่ตามที่หลายคนเข้าใจ และได้รับเงินเดือนเพียง 15,000 บาท ทว่ากลับมีกระแสข่าวลือและข้อมูลปรากฏว่า นายสายเชียร์ยังมีชื่อปรากฏอยู่ในโฉนดที่ดินบางแปลงของโครงการร่วมกับบุคคลอื่น จนสร้างความสับสนให้กับสังคมและผู้ค้าในพื้นที่เป็นอย่างมาก



​ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.30 น. ที่ร้านอาหารสามชัย สยามชัยหาดทรายขาว ทะเลนครปฐม ต.ท่าพระยา อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ทางฝั่งผู้บริหารโครงการคู่กรณีได้จัดงานแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการ โดยมีกลุ่มชาวบ้านซึ่งเป็นผู้ค้าเช่าพื้นที่ในโครงการ ตลอดจนลูกค้าที่ซื้อที่ดิน และตัวแทนจากหน่วยงานท้องถิ่นเข้าร่วมรับฟังการแถลงข่าวในครั้งนี้ด้วย เพื่อรับฟังความจริงอีกด้านที่ทางฝั่งดาราดังอาจจะยังให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง




​คุณวุฒิชัย บุสดี ผู้บริหารโครงการสยามชัยหาดทรายขาว ได้เปิดเผยถึงเส้นทางความเปิดเผยและความเป็นมาของโครงการว่า ตนเองเริ่มเข้าสู่วงการธุรกิจที่ดินตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 ในฐานะนายหน้า และเริ่มขยายธุรกิจซื้อขายที่ดินอย่างเต็มตัวในปี พ.ศ. 2540 โดยเริ่มต้นที่อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา จนกระทั่งได้รับความไว้วางใจจากกลุ่มนักลงทุนอย่างล้นหลาม ต่อมาได้มีการชักชวน คุณบุญชนะ บุสดี เข้ามา ร่วมแก้ไขปัญหาที่ดินต่างๆ ซึ่งในเวลานั้น คุณบุญชนะมีความสนิทสนมกับกลุ่มศิลปินดารา จึงเป็นสะพานเชื่อมให้ได้มารู้จักกับ นายสายเชียร์ วงศ์วิโรจน์




​คุณวุฒิชัย เล่าต่อว่า ในช่วงเริ่มต้น นายสายเชียร์ได้เดินเข้ามาขอทำงานด้วย ตนจึงได้สอบถามพี่ชายว่ายินดีจะรับเข้ามาทำงานหรือไม่ ซึ่งเมื่อพี่ชายตอบตกลง จึงได้มีการเซ็นสัญญาจ้างงานกันอย่างถูกต้อง โดยหน้าที่หลักของนายสายเชียร์คือ เป็นหนึ่งในพนักงานของบริษัท ทำหน้าที่พาลูกค้าไปชี้แปลงและดูตำแหน่งที่ดิน ไม่ใช่เป็นเพียง "พร็อพ" หรือพรีเซ็นเตอร์โฆษณาตามที่กล่าวอ้าง และนอกจากเงินเดือนประจำแล้ว หากปิดการขายได้ นายสายเชียร์ยังได้รับค่าตอบแทนพิเศษ (ค่าแนะนำ) อีกสัญญาละ 5,000 บาท ซึ่งจะจ่ายให้ทันที ณ สำนักงานที่ดิน




​ส่วนประเด็นดราม่าเรื่อง "กรรมสิทธิ์ที่ดินหาดทรายขาว" ที่นายสายเชียร์มีชื่อในโฉนดนั้น คุณวุฒิชัย บุสดี ชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาว่าเป็นข้อตกลงในการรับโอนกรรมสิทธิ์กับบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว บุคคลที่แบกรับภาระหนี้สินทั้งหมดคือตัวของ คุณวุฒิชัย เอง (โดยหนี้ดังกล่าวเป็นหลักทรัพย์ที่ตนมอบให้นายสายเชียร์ถือแทนในฐานะผู้รับโอนกรรมสิทธิ์) ดังนั้น การที่นายสายเชียร์มีชื่อในโฉนด จึงเป็นการถือครองที่ดินในฐานะ “ตัวแทนของผู้บริหารโครงการ (Nominee)” เท่านั้น ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่แท้จริง แต่อย่างใด ซึ่งพนักงานคนอื่นๆ ในโครงการก็มีการถือครองที่ดินในลักษณะตัวแทนเช่นนี้เหมือนกัน รวมถึงกรณีเรื่องรถยนต์ ที่นายสายเชียร์เคยมาขอรถเพื่อใช้ในการทำงาน ทางโครงการก็จัดหาให้โดยให้ผ่อนชำระค่างวดในชื่อของนายสายเชียร์เอง




​"เรายันยันว่าไม่ได้อาศัยชื่อเสียงของดาราดังในการขายที่ดิน เพราะเราทำธุรกิจนี้และรู้จักกับชาวบ้านในพื้นที่มาก่อนหน้านี้นานแล้ว ช่วงแรกที่สายเชียร์อ้างว่าเป็นเจ้าของที่ดินและมีการจัดงานเปิดตัว ประจวบเหมาะกับช่วงวิกฤตโควิด-19 พอดี ทำให้ไม่ได้รับความสนใจจากประชาชนเท่าที่ควร แต่หลังจากนั้น นายสายเชียร์กลับนำเรื่องนี้ไปเสนอผ่านสื่อเองโดยไม่ได้แจ้งให้ทางโครงการทราบล่วงหน้า ซึ่งกระแสที่ประชาชนเดินทางมาท่องเที่ยวในปัจจุบัน เกิดจากตัวสถานที่เองที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว เป็นศูนย์เรียนรู้ และมีกิจกรรมที่ตอบโจทย์ ในทางกลับกัน โครงการหาดทรายขาวต่างหากที่เป็นส่วนช่วยสร้างชื่อเสียงให้ นายสายเชียร์ เป็นที่รู้จักในวงกว้างยิ่งขึ้น จนสามารถนำชื่อเสียงไปต่อยอดทำธุรกิจส่วนตัวได้" ผู้บริหารโครงการ ระบุ

​นอกจากนี้ ทางผู้บริหารยังได้เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสวัสดิการว่า ตลอดระยะเวลาที่ร่วมงานกัน ทางโครงการได้ดูแลนายสายเชียร์เป็นอย่างดี มีที่พักให้ฟรี พร้อมทั้งสนับสนุน "งบเอ็นเตอร์เทน" แยกต่างหากให้อีกเดือนละ 35,000 บาท ทว่าในเวลาต่อมา นายสายเชียร์ได้กระทำผิดสัญญาที่ทำไว้กับทางบริษัท ซึ่งตัวนายสายเชียร์เองก็ยอมรับผิดในเงื่อนไขดังกล่าว จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้นายสายเชียร์ไม่ได้กลับเข้ามาทำงาน หรือยุ่งเกี่ยวกับโครงการหาดทรายขาวอีกเลยเป็นระยะเวลานานกว่า 1 ปีแล้ว การออกมาให้ข่าวของดาราดังในครั้งนี้ ทางโครงการจึงจำเป็นต้องตบเท้าชี้แจงเพื่อปกป้องสิทธิ์ และสร้างความกระจ่างให้แก่คู่ค้าและประชาชนทั่วไป




อย่างไรก็ตาม คุณวุฒิชัย บุสดี และทีมผู้บริหารโครงการฯ ยืนยันว่า ปัญหาดราม่าที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของการเข้าใจผิดและการผิดสัญญาจ้างงานในส่วนบุคคลเท่านั้น ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน หรือความสวยงามของพื้นที่ท่องเที่ยวแห่งนี้แต่อย่างใด

​ในโอกาสนี้ ทางโครงการสยามชัยหาดทรายขาว พร้อมด้วยกลุ่มพ่อค้าแม่ขาย และชาวบ้านในพื้นที่ทุกคน จึงขอส่งสารเชิญชวนพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศ ให้เดินทางมาพักผ่อนหย่อนใจ ณ “ทะเลนครปฐม” แห่งนี้เหมือนเดิม ยืนยันว่าหาดทรายขาวแห่งนี้ยังคงใสกระจ่าง บรรยากาศร่มรื่น ลมพัดเย็นสบาย เหมาะแก่การพาครอบครัวมาพักผ่อนในวันหยุด อีกทั้งยังมีมุมถ่ายรูปเช็กอินสวยๆ และกิจกรรมการเรียนรู้อีกมากมาย

​ที่สำคัญ ขาชิมห้ามพลาด มาร่วมลิ้มลองรสชาติความอร่อยกับเมนูเด็ดที่ร้านอาหารสามชัย และอุดหนุนสินค้าจากร้านค้าของชาวบ้านในชุมชน ซึ่งเจ้าบ้านทุกคนรวมถึงหน่วยงานท้องถิ่นพร้อมใจกันจับมือเหนียวแน่น ยินดีต้อนรับและพร้อมมอบความสุข รอยยิ้ม และความประทับใจให้แก่ผู้มาเยือนทุกท่านอย่างเต็มที่เช่นเดิม

ทีมข่าวภาคสนาม/รายงาน