วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569

เปิดภาพความยิ่งใหญ่ที่ชลบุรี! บ้านป่ายุบ(นอก)จัดใหญ่ประเพณีวิ่งควาย 2569 บิ๊กเนมท้องถิ่นแห่ร่วมงานคับคั่ง พร้อมไฮไลต์ "ควายงาม" สวยปังจนโซเชียลต้องตะลึง!

 



เปิดงานอย่างยิ่งใหญ่และเป็นสิริมงคล! ชาวบ้านป่ายุบ(นอก)ร่วมใจสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า จัด "งานประเพณีวิ่งควายประจำปี บ้านป่ายุบ(นอก)" ประจำปี 2569 บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักและเปี่ยมด้วยความเลื่อมใส ผู้นำท้องถิ่นและแขกผู้มีเกียรติร่วมงานคับคั่ง พร้อมไฮไลต์พิธีทำบุญเลี้ยงพระเสริมมงคลและการประกวด "ควายสวยงาม" สร้างรอยยิ้มและความประทับใจให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน










​เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ที่ผ่านมา ณ พื้นที่จัดงานบ้านป่ายุบ(นอก) ได้มีการจัด "งานประเพณีวิ่งควายประจำปี บ้านป่ายุบ(นอก)" ซึ่งเป็นประเพณีท้องถิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดชลบุรี จัดขึ้นเพื่ออนุรักษ์และสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมให้คงอยู่สืบไปสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน ตลอดจนเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและเสริมสร้างความรักความสามัคคีให้เกิดขึ้นในชุมชน







​บรรยากาศในช่วงเช้าเริ่มต้นขึ้นด้วยความเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยศรัทธา โดยมีพิธีทำบุญเลี้ยงพระ ถวายภัตตาหารและจตุปัจจัยไทยธรรมแก่พระสงฆ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ร่วมงาน เกษตรกร และชาวบ้านป่ายุบ(นอก)ทุกคน รวมทั้งเป็นการส่งเสริมขวัญกำลังใจให้แก่คนในชุมชนก่อนเริ่มกิจกรรมต่างๆ ตลอดทั้งวัน





​จากนั้นเข้าสู่พิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ โดย นายคชาสุ เจนจิรวัฒนา (ผู้ใหญ่เหน่ง) เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงานประเพณีวิ่งควายและต้อนรับประธานในพิธี ตลอดจนผู้มีเกียรติทุกท่านอย่างอบอุ่น ก่อนที่ นายพฤฒพงศ์ สิงโตทอง ที่ปรึกษาพิเศษนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี (นายก อบจ.ชลบุรี) จะให้เกียรติเป็นประธานในพิธีกล่าวเปิดงานประเพณีวิ่งควายอย่างเป็นทางการ พร้อมมอบคำอวยพรและกำลังใจให้แก่ผู้จัดงานและพี่น้องเกษตรกรในการร่วมกันรักษาประเพณีอันทรงคุณค่านี้ไว้





​งานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น สมาชิกสภาจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการ เดินทางมาร่วมยินดีและสร้างสีสันอย่างคับคั่ง นำโดย นายสุวัฒน์ เจนจิวัฒนา, นายกอภิรักษ์ ผลเจริญสมบูรณ์, นายกจิ๊บ, สจ.สุวีร์ณัช สุจิตขวานนท์ รวมไปถึง นายธนกฤต สิงโตทอง (กำนันกบ)   อบต.พีช นายอนุชาติ เจนจิระวัฒนา ตลอดจนผู้นำท้องที่และหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ ที่ร่วมชมกิจกรรมและให้กำลังใจเกษตรกรอย่างใกล้ชิด

​นอกจากพิธีการทางศาสนาและพิธีเปิดที่ยิ่งใหญ่แล้ว อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่สร้างความตื่นตาตื่นใจและได้รับเสียงปรบมือจากประชาชนผู้มาร่วมงานเป็นอย่างมาก คือ "การประกวดควายสวยงาม" ซึ่งเกษตรกรในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียงต่างนำควายไทยที่มีลักษณะโดดเด่น สวยงาม แข็งแรง และสมบูรณ์ เข้าร่วมประชันความงามกันอย่างคึกคัก สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตและความผูกพันระหว่างคนกับควาย ซึ่งเป็นรากเหง้าทางวัฒนธรรมของชาวชลบุรีมาอย่างยาวนาน





​งานประเพณีวิ่งควายบ้านป่ายุบ(นอก)ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นเวทีสืบสานมรดกทางภูมิปัญญาเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงพลังความสามัคคีอันแน่นแฟ้นของชาวบ้านป่ายุบและเครือข่ายผู้นำท้องถิ่น ที่ร่วมมือร่วมใจกันจัดงานได้อย่างยิ่งใหญ่และน่าประทับใจ

เอคนข่าว/รายงาน

วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2569

ตะลึง! ฟื้นตำนานฟาร์มจระเข้สมุทรปราการ เปิด "แหล่งเรียนรู้จระเข้ไทย" มุ่งส่งต่อความรู้ ยกระดับวงการศึกษาไทย

 ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ กลับมาสร้างความฮือฮาอีกครั้ง จัดพิธีเปิด "ห้องนิทรรศการแหล่งเรียนรู้ การเพาะพันธุ์จระเข้ และวงจรชีวิตของพันธุ์จระเข้ไทย" อย่างยิ่งใหญ่ หวังเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านสัตววิทยาและการอนุรักษ์พันธุ์จระเข้ไทยที่สมบูรณ์แบบที่สุด มุ่งเปิดโลกทัศน์และส่งเสริมเยาวชนไทยให้เข้าถึงความรู้จากสถานที่จริง




​เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 ณ ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ ตำบลท้ายบ้าน อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ ได้มีพิธีเปิดห้องนิทรรศการแหล่งเรียนรู้อย่างเป็นทางการ โดยได้รับเกียรติจาก นายอุทัย ทัพอาสา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วย นายจรูญ ยังประภากร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ จำกัด ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น นอกจากนี้ภายในงานยังได้รับความสนใจอย่างคับคั่งจากผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน คณะครู นักเรียน ตลอดจนสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ที่มาร่วมบันทึกภาพประวัติศาสตร์ในครั้งนี้











​นายจรูญ ยังประภากร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ ได้กล่าวต้อนรับประธานและผู้มีเกียรติ พร้อมเปิดเผยถึงวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งนิทรรศการว่า “ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการถือเป็นหนึ่งในสถานที่ประวัติศาสตร์ที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตและการท่องเที่ยวของไทยมาอย่างยาวนาน การจัดสร้าง 'ห้องนิทรรศการแหล่งเรียนรู้ การเพาะพันธุ์จระเข้ และวงจรชีวิตของพันธุ์จระเข้ไทย' ในครั้งนี้ เกิดจากความตั้งใจที่ต้องการต่อยอดจากสถานที่ท่องเที่ยวให้กลายเป็น 'แหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียน' ที่ทรงคุณค่า เยาวชนและผู้ที่สนใจจะได้เรียนรู้เรื่องราวเชิงลึกเกี่ยวกับสายพันธุ์จระเข้ไทย เทคนิคการเพาะเลี้ยง พฤติกรรมศาสตร์ ตลอดจนขั้นตอนวงจรชีวิตตั้งแต่ไข่จระเข้ไปจนถึงตัวเต็มวัยอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ”








​ด้าน นายอุทัย ทัพอาสา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประธานในพิธี ได้กล่าวเปิดงานพร้อมชื่นชมความร่วมมือของภาคเอกชนในการสนับสนุนระบบการศึกษาไทย โดยระบุว่า “การเรียนรู้ในยุคปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ในตำราหรือห้องเรียนอีกต่อไป กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้สัมผัสประสบการณ์จริง นิทรรศการแหล่งเรียนรู้แห่งนี้ ถือเป็นแบบอย่างที่ดีเยี่ยมในการบูรณาการความรู้ทางชีววิทยาและการอนุรักษ์ธรรมชาติตามบริบทของท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และกระตุ้นความสนใจด้านวิทยาศาสตร์ให้กับเด็กและเยาวชนไทยได้อย่างดียิ่ง”






​สำหรับภายใน "ห้องนิทรรศการแหล่งเรียนรู้ การเพาะพันธุ์จระเข้ และวงจรชีวิตของพันธุ์จระเข้ไทย" มีการจัดแสดงข้อมูลด้วยสื่อที่ 현대และเข้าใจง่าย ทั้งโมเดลจำลอง ภาพถ่ายประวัติศาสตร์ สื่อมัลติมีเดียอินเทอร์แอคทีฟ รวมถึงชิ้นส่วนตัวอย่างจริงทางชีววิทยาที่หาชมได้ยาก ซึ่งเปิดให้สถานศึกษา สถาบันการเรียนรู้ และประชาชนทั่วไปสามารถเข้าชมเพื่อศึกษาหาความรู้ได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ณ ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ

เอคนข่าว/รายงาน

วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินสายลดความเหลื่อมล้ำภาคใต้อย่างต่อเนื่อง มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่ครัวเรือนยากจน สร้างอาชีพ สร้างชีวิต แก่ชาวสตูล พร้อมมอบรถจักรยานให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ชนบทและนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการฟรี

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินสายลดความเหลื่อมล้ำภาคใต้อย่างต่อเนื่อง มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่ครัวเรือนยากจน สร้างอาชีพ สร้างชีวิต แก่ชาวสตูล พร้อมมอบรถจักรยานให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ชนบทและนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการฟรี

.



วันนี้ (วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2569) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายสุรพงศ์ เสรฐภักดี กรรมการและรองเหรัญญิก นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ และนางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมเจ้าหน้าที่แผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ และหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน ลงพื้นที่มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่ครัวเรือนยากจนในพื้นที่จังหวัดสตูล (จังหวัดที่ 9 ของทางภาคใต้) จำนวน 21 ครัวเรือน คิดเป็นมูลค่า 535,590 บาท (ห้าแสนสามหมื่นห้าพันห้าร้อยเก้าสิบบาทถ้วน)  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ครัวเรือนยากจนได้มีวัสดุอุปกรณ์ไปประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม สร้างความสุขสู่ชุมชน สังคม และประเทศชาติอย่างยั่งยืน และมอบรถจักรยานแก่โรงเรียน 2 แห่ง จำนวน 20 คัน คิดเป็นมูลค่า 25,800 บาท รวมการช่วยเหลือในครั้งนี้เป็นเงินทั้งสิ้น 561,390 บาท (ห้าแสนหกหมื่นหนึ่งพันสามร้อยเก้าสิบบาทถ้วน) นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังได้จัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสาฯ เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ เจ้าหน้าที่กู้ชีพ และอาสาสมัคร ออกหน่วยให้บริการตรวจโรคทั่วไป คัดกรองเบาหวานเบื้องต้น ตรวจและแจกแว่นสายตา บริการทันตกรรม บริการตัดผมชาย-หญิง รวมถึงจัดกิจกรรมนันทนาการเด็กและเยาวชนฟรี โดยมี นายคณิต คงช่วย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เป็นประธานในพิธี นายสามารถ สุวรรณมณี รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานร่วมในพิธี พร้อมด้วย คณะสมาคมจงหัวสตูล อาสาศิลปินมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายภัทรพล แก้วสกุณี (เค-ภัทรพล) และนายกวิน เตชะวนิช และสมาคมกู้ภัยนาจาไท้จื้อเซี่ยงตึ๊งสตูล ร่วมในพิธี โดยมี ประชาชน เยาวชน และผู้แทนจากสถาบันการศึกษา เป็นผู้รับมอบ ณ หอประชุมอำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล

.




นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ กล่าวว่า โครงการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้สนับสนุนอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ช่วยเหลือครัวเรือนยากจน ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือแก้ไขปัญหาความยากจน ระหว่างกรมการพัฒนาชุมชนและมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซึ่งมูลนิธิฯ ได้จัดงบประมาณดำเนินการเพื่อจัดหาวัสดุอุปกรณ์การประกอบอาชีพมอบให้แก่ครัวเรือนยากจน ให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้ว 3 ระยะ โดย ระยะที่ 1 ดำเนินการในพื้นที่ภาคกลาง จำนวน 17 จังหวัด รวม 98 ครัวเรือน ระยะที่ 2 ได้ดำเนินการในพื้นที่ภาคเหนือ จำนวน 17 จังหวัด รวม 230 ครัวเรือน ระยะที่ 3 ได้ดำเนินการในพื้นที่ทางภาคอีสาน จำนวน 20 จังหวัด รวม 485 ครัวเรือน นอกจากนี้ยังได้มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้กับครัวเรือนยากจนผู้ประสบอุทกภัย ประจำปี พ.ศ. 2567 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และ จังหวัดเชียงราย อีกจำนวน 57 ครัวเรือน รวมจำนวนครัวเรือนยากจนที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้สร้างอาชีพ สร้างชีวิต ด้วยการมอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแล้วทั้งสิ้น 870 ครัวเรือน คิดเป็นมูลค่ากว่า 17 ล้านบาท และขณะนี้ได้พิจารณาดำเนินการระยะที่ 4 ในพื้นที่ภาคใต้ รวม 14 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง นครศรีธรรมราช พังงา พัทลุง สงขลา ตรัง สตูล กระบี่ ภูเก็ต ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

.






ตลอดระยะเวลากว่า 116 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

.





ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

.






#ป่อเต็กตึ๊ง #ช่วยชีวิตรักษาชีวิตสร้างชีวิต

#ป่อเต็กตึ๊งยึดมั่นอุดมการณ์อยู่เคียงข้างทุกวิกฤต

#สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง1418

ตี๋สมเด็จ/รายงาน