วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

พลังศรัทธาและจิตอาสา! คณะผู้ใจบุญจับมือศูนย์ฝึกอาชีพบางพลัด จัดกิจกรรม “ตัดผมฟรีเพื่อประชาชน” ครั้งที่ 3 สร้างรอยยิ้มอิ่มบุญทั่วชุมชนประชานุกูลและวัดทองสุทธาราม

 




10 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเวลา 09.00 – 13.00 น. ที่ผ่านมา บรรยากาศภายในวัดทองสุทธาราม เขตบางซื่อ เต็มไปด้วยความอบอุ่นและรอยยิ้ม ในกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญประโยชน์ “ตัดผมฟรีเพื่อประชาชน” ครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของคณะผู้ทรงคุณวุฒิและกลุ่มจิตอาสา เพื่อมุ่งเน้นการลดภาระค่าครองชีพและเสริมสร้างสุขภาวะที่ดีให้กับชาวบ้านในชุมชน

​การรวมตัวของภาคีเครือข่ายจิตอาสา

​กิจกรรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากคณะผู้ริเริ่มและสนับสนุนหลัก นำโดย อ.ดร.ภูวิช ปัญญาสิทธิ์, ผศ.ดร.ธนกฤต ล้อมทอง, ดร.ภูปชัย มีมโนนันทร์, ดร.ธนศักดิ์ วหาวิศาล และคุณนัจฐญามาตฏ์ ปัญญาสิทธิ์ ซึ่งล้วนมีเจตนารมณ์ร่วมกันในการสืบสานงานจิตอาสาเพื่อสาธารณประโยชน์

​โดยได้รับความอนุเคราะห์อย่างดียิ่งจาก ศูนย์ฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร (บางพลัด) นำโดย อาจารย์วรรณา เสียงสืบงาม (ครูใหญ่) พร้อมด้วยคณะครูฝึกสอนและนักเรียนช่างตัดผมมืออาชีพ ที่ลงพื้นที่ให้บริการด้วยความเต็มใจ นอกจากนี้ยังมี คุณโอ๋ ชาญวุฒิ จันทรกูล ตัวแทนชุมชนวัดทองสุทธาราม เป็นผู้ประสานงานหลักในพื้นที่ ทำให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่น








​บริการด้วยใจถึงใจ

​ไฮไลต์ของกิจกรรมคือการให้บริการตัดผมฟรีแก่ชาวบ้านในซอยประชานุกูล 3 และชุมชนโดยรอบ รวมถึงกลุ่มนักเรียนและคุณครู ซึ่งมีผู้เข้ารับบริการรวมแล้วกว่า 50 ท่าน บรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น ช่างทุกคนตั้งใจรังสรรค์ทรงผมให้ถูกใจผู้รับบริการอย่างเป็นกันเอง

​นอกจากการให้บริการตัดผมแล้ว ทางคณะผู้จัดงานยังได้มอบ “พระเครื่องศักดิ์สิทธิ์” ให้แก่ชาวบ้านที่มาร่วมงาน เพื่อความเป็นสิริมงคลและเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ สร้างความประทับใจและคำขอบคุณจากชาวบ้านเป็นอย่างมาก











​ความเมตตาจากทางวัด

​ความสำเร็จของงานในครั้งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้หากขาดการสนับสนุนด้านสถานที่ โดยได้รับความเมตตาจาก ท่านพระครูสุวรรณรังษี เจ้าอาวาสวัดทองสุทธาราม และพระอาจารย์อึ่ง ที่อำนวยความสะดวกในเรื่องพื้นที่จัดกิจกรรมและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ตลอดทั้งงาน











​อ.ดร.ภูวิช ปัญญาสิทธิ์ ตัวแทนคณะผู้จัดงาน กล่าวว่า "กิจกรรมนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้วที่เราตั้งใจทำเพื่อสังคม เราอยากเห็นชุมชนมีความสุข การตัดผมอาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เป็นการช่วยลดรายจ่ายและเพิ่มความมั่นใจให้กับคนในชุมชน โดยเฉพาะเด็กนักเรียนและผู้สูงอายุ เราขออนุโมทนาบุญกับทุกส่วนเกี่ยวข้องที่ทำให้งานจิตอาสาครั้งนี้ลุล่วงไปด้วยดี"




​กิจกรรม "จิตอาสาตัดผมฟรี" ครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการให้บริการทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างสายสัมพันธ์อันดีระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันศาสนา ในการร่วมกันดูแลสร้างสรรค์สังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการแบ่งปันอย่างแท้จริง

ทีมข่าวภาคสนาม/รายงาน

​"พลังแห่งการแบ่งปัน! ชมภาพความประทับใจ เครือไทยพิพัฒน์ฯ มอบของเล่นเสริมทักษะ 500 ชุด ปูทางสู่อนาคตที่สดใสให้เด็กอ่อนปากเกร็ด"

 ​

(10 กุมภาพันธ์ 2569) – เมื่อวันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569เวลา10.00น. ณ สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนปากเกร็ด สังกัดกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ บริษัท​ไทยพิพัฒน์​ อิมปอร์ตจำกัด​ บริษัท​ กนกนิตย์กรุ๊ป​ จำกัด​ บริษัททีพีเอ็น​ โกลบอล​ บิสซิเนส​ จำกัด​ และบริษัทในเครือ​ ร่วมทำกิจกรรมสาธารณกุศลเพื่อสังคม (CSR) ในการส่งมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคและอุปกรณ์ส่งเสริมทักษะแก่เด็กและเยาวชน เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตและการเจริญเติบโตที่สมวัย



​การสนับสนุนเพื่อรากฐานที่สำคัญของเด็ก

​ในโอกาสนี้ นางสาวอรุณวรรณ​ ตลับทองและนายเชต  วรามิตรเป็นตัวแทนบริษัท ได้ส่งมอบทรัพยากรที่จำเป็นต่อการดูแลเด็กอ่อนและเด็กปฐมวัย ประกอบด้วย:

​ของเล่นเสริมทักษะและพัฒนาการเด็ก: จำนวน 20 ลังรวม​ 500​ ชุด เพื่อใช้ในการกระตุ้นการเรียนรู้ กล้ามเนื้อมัดเล็ก และจินตนาการของเด็กๆ ในช่วงวัยที่สำคัญที่สุด

​ผ้าอ้อมสำเร็จรูป (Diapers): จำนวน 25 ลัง​ รวม​ 2,400  ชิ้น เพื่อสนับสนุนสุขอนามัยพื้นฐานและความเป็นอยู่ที่สะดวกสบายของเด็กภายใต้การดูแลของสถานสงเคราะห์



​ผนึกกำลังเครือข่ายธุรกิจเพื่อสังคม

​กิจกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นจากการร่วมแรงร่วมใจของบริษัทในเครือ

​คุณพิพัฒน์ กนกนิตย์อนันต์

​บริษัท ไทยพิพัฒน์ อิมปอร์ต จำกัด

​บริษัท กนกนิตย์ กรุ๊ป จำกัด

​บริษัท ทีพีเอ็น โกลบอล บิสซิเนส จำกัด  พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงานจากบริษัทในเครือ

​การบริจาคครั้งนี้สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของกลุ่มบริษัทที่ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นการเติบโตทางธุรกิจ แต่ยังให้ความสำคัญกับการตอบแทนสังคม (Social Responsibility) โดยเฉพาะการลงทุนกับ "ทรัพยากรมนุษย์" ตั้งแต่ระดับปฐมวัยซึ่งเป็นรากฐานของประเทศชาติ








​เสียงสะท้อนจากสถานสงเคราะห์

​ในวันดังกล่าว นางศรีสง่า เทียนน้อย ผู้ช่วยปฏิบัติงานประจำสถานสงเคราะห์เด็กอ่อนปากเกร็ด เป็นผู้แทนในการรับมอบสิ่งของ พร้อมกล่าวแสดงความขอบคุณทางคณะผู้บริจาคที่มีจิตศรัทธาเล็งเห็นถึงความสำคัญของการสนับสนุนสถานสงเคราะห์ ซึ่งสิ่งของเหล่านี้จะถูกส่งต่อเพื่อประโยชน์สูงสุดแก่เด็กๆ อย่างทั่วถึงต่อไป

ทีมข่าวภาคสนาม/รายงาน



ขอขอบคุณ

คุณพิพัฒน์ กนกนิตย์อนันต์

ที่ปรึกษา

สนับสนุนข้อมูลข่าวสาร

วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้.. ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดงานเทศกาลตรุษจีนสุดยิ่งใหญ่ สักการะหลวงปู่ไต้ฮง (องค์ไต้ฮงกง) ลงชื่อสวดชัยมงคลคาถา (พะเก่ง) หนึ่งปีมีครั้งเดียว! เฮง เฮง เฮง ตลอดปีม้าทอง

 ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้.. ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดงานเทศกาลตรุษจีนสุดยิ่งใหญ่ 

สักการะหลวงปู่ไต้ฮง (องค์ไต้ฮงกง) ลงชื่อสวดชัยมงคลคาถา (พะเก่ง) หนึ่งปีมีครั้งเดียว! เฮง เฮง เฮง ตลอดปีม้าทอง 

.



ระหว่างวันที่ 16 – 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ ขอเชิญศิษยานุศิษย์ และสาธุชนทุกท่าน ร่วม “สักการะหลวงปู่ไต้ฮง” ขอพรเนื่องในเทศกาลตรุษจีน ลงชื่อ สวดชัยมงคลคาถา หรือ “พะเก่ง” เพื่อความเป็นสิริมงคลตลอดปี เป็นพิธีมหามงคลใหญ่ 1 ปีมีเพียงครั้งเดียว ที่เปิดให้ทุกท่านได้เลือกทำบุญพะเก่งๆ ละ 20 บาทตามแต่ประสงค์ ประกอบด้วย ขอให้ครอบครัวมีสุข (แกหมึ่งเก่ง) , สะเดาะเคราะห์ (ปออุ่งเก่ง) , เสริมโชคลาภ (คิ่วไฉ่เก่ง) , เสริมดวงชะตา (ส่วยกุงเก่ง) , เสริมความมั่นคงสถาพร (กึงกีเก่ง) รวมถึงทำบุญสะเดาะเคราะห์และเสริมความเป็นสิริมงคลกับรูปปั้นนักษัตรปีมะเมีย  รับประทาน “สาคูสิริมงคล”  เพื่อความกลมเกลียวและอยู่เย็นเป็นสุข   อัญเชิญ “ฮู้แดง” (ยันต์) ของหลวงปู่ไต้ฮง เพื่อนำไปประทับหน้าบ้าน เคหะสถาน หรือพกติดตัวเพื่อคุ้มครอง  “เคาะระฆังทอง” ให้ก้องกังวานเพื่อให้ชีวิตสดใส การงานรุ่งเรืองระบือไกล และ ร่วม “พิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์” เพื่อขอพรเทพยดาฟ้าดินเนื่องในวันประสูติ (ทีกงแซ) ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ขออำนาจฟ้าดินเป็นที่พึ่ง ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนนับถือ เช่น หลวงปู่ไต้ฮง ช่วยดลบันดาลให้ประสบโชคดีตลอดปีใหม่ (โดยในวันที่ 16 และ 24 กุมภาพันธ์ 2569 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เปิดบริการโต้รุ่ง)

.






พิธีสวดชัยมงคลคาถา [พะเก่ง] มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เริ่มเปิดให้สาธุชน ลงชื่อสวดชัยมงคลคาถา ตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569  ทั้ง 2 ช่องทาง ได้แก่ 1. ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย  และ 2.พะเก่งออนไลน์ (ผ่านทางเว็บไซต์ www.pttfny.net/cnny ) โดยท่านสามารถติดตามรายละเอียด รวมถึงรับชมพิธีรวมถึงไลฟ์พิธีสำคัญต่างๆ ตลอดช่วงเทศกาลได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  www.facebook.com/atpohtecktung  ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418 

.







ทั้งนี้ เนื่องจากมีผู้มีจิตศรัทธามาร่วมทำบุญบริจาคเป็นจำนวนมาก  อาจส่งผลให้ผู้ที่ใช้เส้นทางใกล้เคียงมูลนิธิฯ ได้แก่ ถนนพลับพลาไชย  ถนนเจ้าคำรพ  ถนนมังกร  ถนนหลวง  ถนนเสือป่า ไม่ได้รับความสะดวกในการสัญจร มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจึงขออภัย

ในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้ 

.

** ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ ตรุษจีนปีนี้ ขอให้มั่ง มี ศรี สุข **

ตี๋สมเด็จ/รายงาน

วันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

โค้งสุดท้าย! “พรรคโอกาสใหม่” ปราศรัยเดือดส่งท้าย ชูธง “การเมืองสีขาว” ไร้คอร์รัปชัน แคนดิเดตนายกฯ ประสานเสียง มั่นใจนโยบายทำได้จริง พร้อมเปลี่ยนกทม. ให้ปลอดภัยและน่าอยู่กว่าเดิม!

 พรรคโอกาสใหม่ ปราศรัยเดือด ปิดเวทีใหญ่ก่อนวันชี้ชะตาเลือกตั้ง “น้าตุ๋ม จตุพร” ชวนประชาชนเลือกเบอร์ 44 ให้แลนด์สไลด์ เพื่อร่วมเปลี่ยนการเมืองให้สร้างสรรค์ ไร้ทุจริตคอร์รัปชัน พร้อมย้ำโอกาสใหม่ “ไม่ใช่ทางเลือก แต่คือทางรอดประเทศ”



พรรคโอกาสใหม่เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ เวทีสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้ง ณ โดมสนามกีฬาห้วยขวาง เขตดินแดง กทม. ภายใต้ธีม “พรรคโอกาสใหม่ โอกาสสำหรับคนไทยทุกคน” โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก แกนนำของพรรค พร้อมด้วยผู้สมัคร สส. กทม. และผู้สมัครสส.แบบบัญชีรายชื่อ มาร่วมในเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งนี้กันอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งก่อนเริ่มเวทีปราศรัยอย่างเป็นทางการ ได้มีการแนะนำตัวผู้สมัคร สส. กทม.ทั้ง 33 เขต เพื่อเป็นการย้ำเบอร์ของผู้สมัครแต่ละเขตให้ประชาชนรับทราบ อาทิ นายแทนคุณ จิตต์อิสระ เขต 1 เบอร์ 12 , นายกรณิศ บัวจันทร์ เขต 2 เบอร์ 6 , นางสาวอรพินทร์ เพชรทัต เขต 6 เบอร์ 11, นายณพวุฒิ จุลไสย เขต 7 เบอร์ 12 และนางกนกนุช กลิ่นสังข์  เขต 10 เบอร์ 9



นายประภัสร์ จงสงวน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีลำดับที่ 3 ขึ้นเวทีปราศรัยขอคะแนนจากประชาชน โดยยืนยันว่า สิ่งที่พรรคโอกาสใหม่นำเสนอ สามารถทำได้จริง เพราะยึดหลักการบริหารนำการเมือง และเป็นพรรคการเมืองที่ยึดเรื่องความโปร่งใสเป็นสำคัญ


นายประภัสร์ ยังกล่าวถึงพื้นที่กรุงเทพมหานครว่า เป็นเมืองใหญ่แต่ไม่ค่อยมีความปลอดภัย และหลายครั้งที่เกิดอุบัติเหตุ ก็มักจะไม่ได้รับการชี้แจงจากเจ้าหน้าที่ผู้ที่เกี่ยวข้อง และไม่ค่อยมีหน่วยงานไหนออกมารับผิดชอบกับความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งในสมัยที่ตนเองเป็นผู้บริหารหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ก็เข้มงวดกับเรื่องแบบนี้มาก เพราะต้องการให้คนไทยทุกคนมีความปลอดภัย ดังนั้น เรื่องความปลอดภัยนี้ จะเป็นเรื่องหลักที่พรรคจะเข้ามาแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง



นายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีลำดับที่ 2 ปราศรัยย้ำว่า พรรคโอกาสใหม่ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาด้านสังคมและการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกช่วงวัย เพื่อให้มีสวัสดิการดี การศึกษาดี สุขภาพดี สังคมมีสุข โดยปัจจุบันประเทศไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว ดังนั้นการดูแลผู้สูงอายุจึงเป็นเรื่องสำคัญ 


ดังนั้น พรรคจะเดินหน้าผลักดันให้ผู้สูงอายุได้รับเบี้ยยังชีพที่สูงขึ้น เพราะแต่ละเดือนที่ได้รับเงิน 600 , 700 หรือ 800 บาทนั้น ไม่เพียงพอต่อการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โดยเบื้องต้นเบี้ยผู้สูงอายุจะปรับเป็น 1,200 บาทต่อเดือน และจะมีการปรับเพิ่มขึ้นทุกปี ไปจนถึง 2,000 บาท และหากพรรคโอกาสใหม่ได้เป็นรัฐบาลครบ 4 ปี จะผลักดันให้ได้ 3,000 บาทต่อเดือน 

  


ดร.อนุสรี ทับสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ในฐานะแม่ทัพกทม. ระบุว่า แม้ว่าพรรคโอกาสใหม่จะเป็นพรรคเล็กๆ แต่ก็เป็นการรวมตัวกันของคนทุกรุ่นทุกวัยที่มากด้วยประสบการณ์ และมีนักบริหารมืออาชีพจากหลากหลายสาขาอาชีพเข้าร่วมในทีม ซึ่งทุกคนล้วนเป็นคนที่มีคุณภาพและเสียสละ พร้อมย้ำว่า พรรคโอกาสใหม่ ไม่ใช่ทางเลือกใหม่ในตอนนี้ แต่เป็นทางรอดของประเทศ เพราะหากผู้มีสิทธิเลือกตั้งยังเลือกพรรคการเมืองเดิมๆ อยู่ ก็จะเจอกับปัญหาเดิมๆ ที่ไม่ได้รับการแก้ไข




ไฮไลต์การปราศรัยในครั้งนี้ อยู่ที่การนำเสนอนโยบายของนายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคลำดับที่ 1 ที่ขึ้นเวทีนำเสนอนโยบายอย่างเข้มข้น ครบทุกมิติ และส่งสัญญาณถึงประชาชน เพื่อขอให้เลือกพรรคโอกาสใหม่เข้าไปบริหารประเทศ พร้อมเล่าว่า ตนเองเป็นหัวหน้าพรรคตั้งแต่เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 และในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ก็จะครบ 88 วันในการทำหน้าที่หัวหน้าพรรค ซึ่งหากเอาเลข 88 มาหาร 2 ก็คือเบอร์ 44 ของพรรคโอกาสใหม่ ที่พร้อมจะเข้าไปทำงานบริหารประเทศอย่างมืออาชีพ 




นายจตุพร ระบุว่า จากการลงพื้นที่พบปะกับประชาชนทั่วประเทศ พบว่า ประชาชนต้องการเห็นผู้สมัครของพรรคโอกาสใหม่ ได้มีโอกาสเข้าไปทำงานในสภาฯ เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน อย่างกรณีการลงพื้นที่ในเขตดินแดง ห้วยขวาง พบว่าประชาชนพูดถึงและให้การยอมรับนางสาวอรพินทร์ เพชรทัต ผู้สมัครสส. ของพรรคอย่างมาก และเปรียบนางสาวอรพินทร์เหมือนสายด่วนแห่งความหวัง เพราะหมายเลขผู้สมัครคือเบอร์ 11 ส่วนพรรคเบอร์ 44 กลายเป็น 1144 สายด่วนแห่งความหวัง  



ช่วงท้ายของการปราศรัย นายจตุพร ย้ำว่า พรรคโอกาสใหม่คือพรรคที่ทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ สร้างการเมืองสีขาว ไม่มีเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน และเป็นพรรคทางรอดของประเทศ ดังนั้นหากจะเปลี่ยนแปลงประเทศได้ ก็ต้องได้รับเสียงสวรรค์จากประชาชนที่มากพอ จึงอยากขอคะแนนเสียงจากประชาชนเลือกพรรคโอกาสใหม่ให้แลนด์สไลด์ 



สำหรับบรรยากาศก่อนปิดเวทีปราศรัย แกนนำพรรค และผู้สมัครสส. ของพรรคได้ถ่ายรูปหมู่ร่วมกับประชาชนที่ให้การสนับสนุน พร้อมชูนิ้วหมายเลข 44 ร่วมกัน เชิญชวนประชาชนไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ 



ผลิตโดยพรรคโอกาสใหม่

เลขที่ 411 ชั้น 2 - 3 ถนนศรีนครินทร์

แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง 

กรุงเทพมหานคร 10250 

จำนวน 1 ชิ้น ตามวันและเวลาที่ปรากฎ


#พรรคโอกาสใหม่

#จตุพรบุรุษพัฒน์

#โอกาสใหม่44

#เลือกตั้ง2569