วันพุธที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569

ป.ป.ส. เปิดยุทธการตัดเนื้อร้าย ล้างบางราชการสีดำ ​พลิกโฉมสายด่วน 1386 เป็นที่พึ่งพิงทุกปัญหายาเสพติด ​ผุดไอเดียฟุตบอลลีกสร้างเยาวชนไทยเข้มแข็ง ​ชี้ยาบ้าสายพันธุ์ใหม่หลอน เลว รุนแรง

 ป.ป.ส. เปิดยุทธการตัดเนื้อร้าย ล้างบางราชการสีดำ

​พลิกโฉมสายด่วน 1386 เป็นที่พึ่งพิงทุกปัญหายาเสพติด

​ผุดไอเดียฟุตบอลลีกสร้างเยาวชนไทยเข้มแข็ง

​ชี้ยาบ้าสายพันธุ์ใหม่หลอน เลว รุนแรง



​​พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เปิดเผยถึงยุทธศาสตร์และนโนยบายในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดว่า ที่ผ่านมาปปส. มุ่งเน้นการใช้งานใช้สายด่วน1386 เพื่อรับแจ้งเบาะแสผู้ค้าเพียงอย่างเดียว พบว่ามียอดสายเรียกเข้าประมาณ 1,000 สาย/เดือน แต่พอมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่โดยยกระดับเป็น "ที่พึ่งทุกปัญหายาเสพติด" ซึ่งเป็นการพลิกโฉมตัวเองเข้ามามีบทบาทป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในทุกๆ มิติ ทั้งรับแจ้งเหตุและให้คำปรึกษารวมถึงอำนวยความสะดวกในการบำบัดรักษา ส่งผลให้มียอดการติดต่อเข้ามาเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า คือประมาณ 4,000 สาย/เดือน โดยมีสถิติน่าสนใจคือมากกว่า 40% ของสายที่โทรเข้ามา จะเป็นครอบครัวที่ต้องการความช่วยเหลือในการนำลูกหลานไป "บำบัด" และแจ้งเหตุผู้เสพที่มีอาการคลุ้มคลั่ง โดยแน่นอนว่าทั้งสองเคสนี้จะต้องดำเนินร่วมกันเป็นคู่ขนานทั้งงานให้คำปรึกษาและงานป้องกันและปราบปราม



​​ปัจจุบัน ปปส. มีการทำงานในเชิงรุกอย่างเห็นได้ชัดเจนคือ จากเดิมที่เน้นรับเรื่องร้องเรียนหรือแจ้งเหตุต่างๆ จากนั้นก็จะส่งเรื่องให้พื้นที่ดำเนินการแล้วรอรายงานผล ซึ่งมักจะจบด้วยข้อสรุปว่า "ไม่พบพฤติการณ์" แต่เมื่อเปลี่ยนมาเป็นการทำงานในเชิงรุก เจ้าหน้าที่ปปส.จะลงพื้นที่ประกบทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ในท้องถิ่นทันทีที่ได้รับแจ้ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเพิ่มความรวดเร็วในการดำเนินการอย่างทันท่วงที



​​ขณะเดียวกันในด้านบำบัดฟื้นฟู ก็จะเน้นส่งต่อผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาล เช่น รพ.สต. หรือ สสจ. ตามนโยบาย "ผู้เสพคือผู้ป่วย" อุปสรรคใหญ่ไม่ใช่สถานที่บำบัด แต่คือการที่ "ผู้เสพไม่ตระหนักว่าตนเองเป็นผู้ป่วย" โดยกฎหมายใหม่มาตรา 113 เปิดโอกาสให้ผู้เสพเข้าสู่กระบวนการรักษาโดยไม่มีประวัติอาชญากรหากสมัครใจ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดผู้ค้าหน้าใหม่ที่ผันตัวมาเป็น "ผู้ค้าเพื่อหาเงินมาเสพ" และกินกำไรส่วนต่าง โดยมีเป้าหมายหลักคือ ต้องตัดวงจรไม่ให้เยาวชนและกลุ่มวัยรุ่นก้าวเข้ามาเป็นผู้เสพหน้าใหม่ ซึ่งหากสามารถป้องกันไม่ให้เกิดกลุ่มใหม่ได้ควบคู่กับการจัดการกลุ่มเดิม โดยเฉพาะปัญหา"ยาบ้า" ที่ระบาดอยู่ในสังคมแม้ว่าจะมีความหนักหน่วงมากขนาดไหน เราเชื่อว่ามีโอกาสชนะในสงครามยาเสพติดครั้งนี้



​ปปส. เคยมีแนวคิดที่จะทำให้ราคายาถูกลงเพื่อให้ผู้เสพเข้าถึงได้ง่ายขึ้นและมีฤทธิ์น้อยลงไปมากๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้เสพไปก่ออาชญากรรมหรือสร้างผลกระทบต่อผู้อื่นเพื่อหาเงินมาซื้อยา อย่างไรก็ตาม สังคมไทยส่วนใหญ่ยังไม่ยอมรับแนวคิดที่รัฐจะเป็นผู้จำหน่ายยาเสพติดเอง จากการวิจัยของ ปปส. พบว่ายาบ้าในปัจจุบันไม่ได้มีแค่ เมทแอมเฟตามีน และ คาเฟอีน เหมือนเมื่อก่อน แต่มีการผสมสารอันตรายเพิ่มอีก 2 ชนิดที่วัยรุ่นเรียกว่า "ยาโปร" โปรเมทาซีน (Promethazine): ยาแก้แพ้ที่ยกเลิกตำรับยาไปแล้ว ส่งผลให้เกิดอาการภาพหลอนและหูแว่วและอีกตัวคือเดกซ์โทรเมทอร์แฟน (Dextromethorphan) ยาแก้ไอที่อันตรายและถูกยกเลิกตำรับยาเช่นกัน ซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพและพฤติกรรมของผู้เสพให้มีอาการ "บ้า" เร็วขึ้น ส่วนผสมใหม่สองตัวนี้ทำให้ผู้เสพเกิดอาการทางจิตเร็วกว่าเดิมมาก จากเดิมที่ต้องเสพต่อเนื่อง 10-20 ปี ปัจจุบันเพียงไม่กี่สัปดาห์ก็เกิดอาการหลอนอย่างรุนแรง ปปส. พยายามสื่อสารให้ผู้เสพตระหนักว่ายาที่เสพอยู่นั้นอันตรายกว่าที่คิด และเน้นย้ำว่า "ผู้เสพคือผู้ป่วย" ที่ต้องได้รับการบำบัดรักษา

 


​​สำหรับนโยบายและมาตรการชิงรุกในปัจจุบันมีการบูรณาการหน่วยงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ ตามนโยบายรัฐบาล โดยมีการจัดตั้ง "หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด" ซึ่งให้แม่ทัพภาคในแต่ละพื้นที่เป็นผู้บัญชาการ เพื่อแก้ปัญหาการทำงานที่ไม่สอดประสานกันในอดีตระหว่างตำรวจและทหารบริเวณชายแดน โดยมุ่งเน้นการสกัดกั้นยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยใช้ทหารเป็นกลไก "ด่านหน้า" อย่างเต็มที่



​​พ.ต.ต.สุริยา ระบุด้วยว่า สำหรับยุทธการ "ตัดเนื้อร้าย" มุ่งเน้นการกวาดล้าง "เจ้าหน้าที่รัฐ" ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการยาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำลายความเชื่อมั่นของประชาชน โดยมีวิธีการทำงานแบบใหม่คือ เมื่อมีการจับกุม ปปส. จะยังไม่แถลงข่าวทันที แต่จะใช้วิธี "ขยายผล" ใช้เวลานานนับเดือนเพื่อลากตัวการใหญ่และเครือข่ายทั้งหมดออกมาให้ได้ ที่ผ่านมามีการจับกุมนายตำรวจที่มีประวัติดีเยี่ยมได้รับโล่เกียรติยศและมีรางวัลมากมาย แต่เบื้องหลังเป็นหุ้นส่วนกับเจ้าของยาเสพติดฝั่งลาว โดยใช้ทักษะการสืบสวนวางแผนการขนส่งยาเสพติดโดยเป็นยาไอซ์นับตัน โดยกลุ่มนี้มีกลยุทธ์คือการใช้เทคโนโลยีที่มีความซับซ้อน ขบวนการมีการใช้เทคนิคเหมือนในภาพยนตร์ เช่น การเปลี่ยนโทรศัพท์ใหม่ยกชุดเพื่อใช้สื่อสารในการลำเลียงยาเสพติดแต่ละครั้ง โดยลำเลียงผ่านเครือข่ายที่เชื่อมโยงตั้งแต่ภาคเหนือ ภาคอีสาน ไปจนถึงภาคใต้ รวมถึงมีความเกี่ยวข้องกับบุคลากรในหลายอาชีพ เช่น ครู ทหาร ข้าราชการท้องถิ่น เราต้องรีบจัดการทั้งหมด



​นอกจากนี้ยังมีการตรวจพบและจับกุมนายทหารระดับยศพันโทที่เข้าไปเกี่ยวโยงกับขบวนการค้ายาเสพติด ซึ่งปปส.ประสานงานกับผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษเพื่อดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ที่กระทำผิด โดยเน้นย้ำว่าต้องมีหลักฐานที่ชัดเจนก่อนทำการเข้าจับกุม และแม้ว่าการดำเนินการบางครั้งจะกระทบกับหน่วยงานอยู่บ้าง แต่เพื่อเป็นการรักษาบุคลากรในส่วนที่ดีไว้ก็จำเป็นต้องทำการ "ตัดเนื้อร้าย" ตัดคนที่ทำลายหน่วยงานของท่านทิ้งไป

​ขณะเดียวกันพบว่า ยังมีปัญหายาเสพติดและการขยายเครือข่ายในเรือนจำ กล่าวคือเมื่อผู้ค้ายาถูกจับไปรวมกันในเรือนจำ มักจะเกิดการสร้างเครือข่ายใหม่ขึ้น เพราะมีความไว้วางใจกันจากการใช้ชีวิตร่วมกัน ทำให้ยากต่อการตัดวงจร โดยอธิบดีกรมราชทัณฑ์ พ.ต.ท. ประวุธ วงสีนิล ได้เพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันไม่ให้ผู้ต้องขังติดต่อกับภายนอกได้ ที่ผ่านมาพบว่ามีการพยายามลักลอบนำโทรศัพท์มือถือเข้าเรือนจำด้วยวิธีการต่างๆ พื่อใช้ในการสั่งการซื้อขายยาเสพติดแบบ "บิ๊กล็อต" จากในเรือนจำ โดยปปส.ได้รับความร่วมมือในการอุดช่องโหว่จากกรมราชทัณฑ์เป็นอย่างดี



​อย่างไรก็ตามปปส.มีความตระหนักเป็นอย่างยิ่งว่าการจะเอาชนะสงครามยาเสพติดได้นั้น ต้องดำเนินการในทุกๆ มิติ โดยได้นำกีฬาเข้ามาเป็นเครื่องมือในการต่อต้านยาเสพติด โดยปปส.มีการจัดโครงการ "ONCB Thai Youth League" เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนทั่วประเทศเข้าถึงการเล่นฟุตบอล มีอุปกรณ์และมีผู้ฝึกสอน โดยจะมีการแข่งขันเป็นลีกตั้งแต่ระดับท้องถิ่นถึงระดับประเทศเพราะเมื่อเยาวชนข้าถึงกีฬาได้ง่ายขึ้นและมีความมุ่งมั่นอยู่ที่การแข่งขันฟุตบอลก็จะได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์และห่างไกลจากยาเสพติด เลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าว


   กอง บก.สำนักข่าว”ชัยสมรภูมิ“


ขอบคุณแหล่งข่าวครับ

​"ร้ายกว่าโทมาฮอว์ก... ไวจากว่าไฮเปอร์โซนิก! ป.ป.ส. ยกระดับ 'สายด่วน 1386' สั่งลุยถอนรากเหง้ามัจจุราชเงียบ ชูธงปราบยาเสพติดเน้น 'คุณภาพ' เหนือตัวเลข เพื่อสังคมไทยที่ปลอดภัยอย่างยั่งยืน"

 ในขณะที่โลกของเรากำลังเผชิญหน้ากับปัญหาสงคราม ปัญหาเศรษฐกิจ และปัญหาด้านความมั่นคงนั้น ยังมีอีกหนึ่งปัญหาที่ไม่สามารถละเลยไปได้อย่างเช่นกัน มันคือมัจจุราชเงียบที่คอยทำลายชาติในทุกๆ วินาที

 


รุนแรงยิ่งกว่าทอร์โมฮอกของอเมริกา รวดเร็วยิ่งกว่าไฮเปอร์โซนิกมิสไซล์ของอิหร่าน ระบาดยิ่งกว่าเชื้อโรคร้ายที่เผาผลาญชีวิตคน มันพร้อมทำลายได้ตั้งแต่เด็กแรกเกิดไปจนถึงผู้มีลมหายใจคนสุดท้ายบนโลกใบนี้

 

ยาเสพติด !!




 

พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส.

ชูธงต้านยเสพติด เน้น คุณภาพสำคัญกว่าปริมาณ

 

​สายด่วนปปส. 1386  ไม่ได้มีไว้เพียงแค่รับแจ้งเบาะแสยาเสพติดเท่านั้น โดยในปัจจุบันคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดยกระดับสายด่วน 1386 เป็นศูนย์กลางรับเรื่องร้องเรียนทุกปัญหายาเสพติดของประชาชนรวมถึงให้คำปรึกษาตลอดทุกกระบวนการทั้งในด้านการรับแจ้งเบาะแส ด้านการประสานงานกับหน่วยงานราชการในท้องที่ และการให้คำปรึกษาและแนะนำวิธีปฏิบัติทั้งในด้านการป้องปรามไปจนถึงการให้กำลังใจลด ละ เลิก  และร่วมสร้างสังคมที่ปลอดภัยไปด้วยกัน



 



​ปปส.มีความพร้อมในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในทุกๆ มิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปฏิบัติการเชิงลึกซึ่งต้องดำเนินการให้ได้มากว่าการแค่โค่นล้มไปจนถึงต้นตอ แต่ต้องขุดไปให้ถึงรากเหง้าของแหล่งที่มา โดยมุ่งเน้นคุณภาพไม่ใช่ปริมาณ ตัวเลขที่แลดูเยอะไม่ได้หมายความว่ายาเสพติดสูญหายหรือหมดสิ้นไปแล้ว เพราะตราบใดที่ยังมีรากลึกชอนไชซ่อนเร้นอยู่ในสังคม ไม่ช้านานมันก็จะกลับมาเซาะกร่อนบ่อนทำลายประเทศชาติได้อย่างรวดเร็ว รุนแรง ไร้ความปราณีใดๆ ทั้งสิ้น

 

 

​การจะทำงานในเชิงลึกให้สำเร็จได้นั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดำเนินการในเชิงรุกควบคู่กันไปด้วยความคุ้นเคยความไว้วางใจ เช่น การสงวนและสร้างความปลอดภัยผู้ให้เบาะแส การสร้างแหล่งข่าวในชุมชน รวมไปจนถึงการติดตามผลหลังการปฏิบัติ สิ่งเหล่านี้คือรากฐานสำคัญสำหรับการป้องกันและปราบปรามปัญหายาเสพติดที่แฝงตัวซ่อนเร้นกัดกร่อนสังคมไทยมาอย่างยาวนาน

 

​มันจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกๆ ภาคส่วนต้องให้ความสำคัญร่วมกันในทุกๆ มิติตั้งแต่ระดับยุทธศาสตร์ ระดับนโยบาย อำนวยการ ปฏิบัติการไปจนถึงการติดตามผลระยะยาว และในฐานะผู้รับผิดชอบโดยตรง ปปส. จะใช้ทุกๆ องคาพยพดำเนินการปราบปราม ป้องกัน สกัดกั้น ตลอดจนประสานงานและอำนวยความสะดวกให้บรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพในทุกๆ สถานการณ์ ไม่ว่าจะมีคนเห็นหรือไม่ แม้ว่าจะไม่มีคำยกย่องสรรเสริญใดๆ เราจะไม่มีวันท้อถอย เราจะไม่มีวันยอมแพ้

 

 

 


 

​ประวัติ

 

พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง เลขาธิการ ป.ป.ส. เคยดำรงตำแหน่งที่สำคัญๆ ในอดีตดังนี้

- อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษดีเอสไอ (DSI)

- รองปลัดกระทรวงยุติธรรม

- อธิบดีกรมควบคุมประพฤติ

ฯลฯ

 

สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี (รป.ตร.) โรงเรียนนายร้อยตำรวจ พ.ศ.2535

ระดับปริญญาโท คณะสังคมศาสตร์ สาขาอาชญาวิทยาและบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อปี พ.ศ.2545

 

สำเร็จหลักสูตรที่สำคัญๆ ดังต่อไปนี้

- หลักสูตรปฏิบัติการอารกขาและการปฏิบัติงานข่าวกรอง ประเทศสหรัฐอเมริกา ปี 2535

- หลักสูตรต่อต้านการก่อการร้าย รัฐบาลสหรัฐอเมริกา ปี 2535

- หลักสูตรสอบสวนคดีพิเศษ รุ่นที่ 1 จัดโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมกับสำนักอบรม เนติบัณฑิตยสภา ปี 2547

- หลักสูตรนักบริหาร รุ่นที่ 5 กระทรวงยุติธรรม ปี 2549

- หลักสูตรนักปกครองระดับสูง รุ่นที่ 57 กระทรวงมหาดไทย 18 เม.ย. – 1 ส.ค. 2554

- หลักสูตรบริหารความมั่นคงแห่งชาติรุ่นที่ 5 สำนักข่าวกรองแห่งชาติปี 2555 – 2556

- หลักสูตรนักบริหารระดับสูง (นบส.2) รุ่นที่ 9 สำนักงาน ก.พ. ปี 2560

- หลักสูตรผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง รุ่นที่ 22 สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการ ศาลยุติธรรม ม.ค. – ก.ค. 2561

- หลักสูตรนักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับสูง (นยปส.) รุ่นที่ 11 สถาบันการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติสัญญา ธรรมศักดิ์ ปี 2563





   กอง บก.สำนักข่าว“ชัยสมรภูมิ”“

ขอบคุณแหล่งข่าวด้วยครับ

วันอังคารที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569

จารึกประวัติศาสตร์! พลังศรัทธาหลั่งไหล อัญเชิญ “เทริดโนรา” ใหญ่ที่สุดในโลก ขึ้นประดิษฐานเหนือยอดอาคารสมาคมชาวปักษ์ใต้ฯ เฉลิมฉลองมรดกโลก UNESCO

 ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๙ เวลา7.00น. สมาคมชาวปักษ์ใต้ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดมหาพิธีครั้งประวัติศาสตร์ที่สะกดสายตาคนไทยทั้งประเทศ ด้วยการอัญเชิญ “เทริดโนรา” ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ขึ้นประดิษฐาน ณ จุดสูงสุดของอาคารสมาคมฯ เพื่อประกาศศักดาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมไทยที่ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกจาก UNESCO โดยมีพุทธศาสนิกชนและพี่น้องชาวใต้จากทั่วทุกสารทิศร่วมงานอย่างเนืองแน่น




​บารมีธรรมและพระกรุณาธิคุณแผ่ไพศาล

​มหาพิธีในครั้งนี้ได้รับความเมตตาอย่างสูงสุดจาก เจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (สมเด็จธงชัย) เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการมหาเถรสมาคม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เมตตาเดินทางมาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และได้รับพระกรุณาจาก พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล​ ท่านเสด็จมาเป็นการส่วนพระองค์เพื่อเป็นศิริมงคลในงานนี้




​พิธีกรรมอันเข้มขลังตามแบบแผนโบราณ

​ช่วงเช้า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล นายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ฯ ในฐานะประธานฝ่ายดำเนินงาน นำคณะกรรมการสมาคมฯ ประกอบพิธีบวงสรวงอย่างยิ่งใหญ่ เริ่มจากการสักการะวิหารหลวงปู่ทวด องค์จตุคามรามเทพ และศาลตายาย โดยมีบัณฑิตพราหมณ์อ่านโองการบวงสรวง และ ราชครูโนราเฉลิมชัย มลวิเชียร ประกอบพิธีบูชาครูโนราเพื่อความเป็นสิริมงคล

​จากนั้นเป็นพิธีเชิญธงชาติไทยสู่ยอดเสา โดยมี ดร.เกรียงไกร ไกรนรา  ควบคุมแถวอย่างมีระเบียบ พร้อมผู้เชิญธง คุณวิรัตน์ แป้นแก้ว และ คุณนิพลฐ์ สุขภิบาล ท่ามกลางเสียงเพลงชาติที่กึกก้องไปทั่วบริเวณ










​รวมพลังศรัทธา อัญเชิญเทริดโนราสู่จุดสูงสุด

​เวลาสำคัญมาถึงเมื่อประธานฝ่ายสงฆ์และประธานฝ่ายฆราวาส เสด็จถึงบริเวณพิธี โดยมีคณะผู้บริหารสมาคมฯ นำโดย นายอารี ไกรนรา, นายสุรพล เลอวิศิษฏ์, ว่าที่ร้อยตรี สิทธิพร บาลทิพย์, ดร.อนันต์ ชูรักษ์, ดร.ชวิศ ชื่นเจริญ (อ.บอส) พร้อมด้วยผู้บริหารภาคเอกชน อาทิ ผอ.ภาภิมล แหวนทองคำไตรรัตน์สัปปายะ, นางญาธิภา สิงห์สุวรรณ, คุณชลธิรศม์ เชาว์นิธิเกษมชัย, คุณวรินทร์ธาร ทองดี, คุณนมัสกฤต บังคมเนตร และ ดร.เบญจวีร์ ธีรสัมมาพงศ์ เฝ้ารับเสด็จและร่วมถวายพวงมาลัย

​ไฮไลต์ของงานคือพิธีจับสายสูตรอัญเชิญเทริดโนราขึ้นสู่ยอดอาคาร โดย สมเด็จธงชัย, พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล, นายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ฯ, คุณโสภา และคุณทวีศักดิ์ สุทิน ร่วมกันอัญเชิญสัญลักษณ์แห่งจิตวิญญาณชาวใต้ขึ้นประดิษฐาน ท่ามกลางเสียงฆ้อง ปี่พาทย์ และการเจริญชัยมงคลคาถาจากพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง 9 รูป อาทิ พ่อท่านชอบ, พ่อท่านชัย, พ่อท่านรวย,  พ่อท่านหนึ่ง, พ่อท่านคลังแสง, พ่อท่านนุ้ย, ดร.สุรเชษฐ์ และพ่อท่านจุล











​สืบสานตำนานมรดกโลกสู่ลูกหลาน

​ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีสงฆ์ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล ได้ทอดพระเนตรการแสดงรำโนราจับบท-ออกพรานอันตระการตา พร้อมประทานของที่ระลึกองค์จตุคามรามเทพแก่ผู้สนับสนุนทั้ง 14 ราย และประทานสัมภาษณ์พิเศษถึงความสำคัญของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมโนรา ก่อนเสวยพระกระยาหารกลางวันร่วมกับคณะผู้บริหารสมาคมฯ


























​งานมหาพิธีในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเสริมสิริมงคลแก่ประชาชนไทย แต่ยังเป็นการปักหมุดหมายทางวัฒนธรรมครั้งสำคัญ ณ สมาคมชาวปักษ์ใต้ฯ ที่จะกลายเป็นแลนด์มาร์คแห่งศรัทธาและแหล่งเรียนรู้ศิลปะโนราที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทยสืบไป

ทีมข่าวภาคสนาม/รายงาน