วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน (กงเต๊ก) อุทิศถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ พร้อมนำเครื่องอุปโภคบริโภคในพิธี บริจาคให้แก่มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภา) ยามยาก สภากาชาดไทย เพื่ออุทิศถวายพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน (กงเต๊ก) อุทิศถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ พร้อมนำเครื่องอุปโภคบริโภคในพิธี บริจาคให้แก่มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภา) ยามยาก สภากาชาดไทย เพื่ออุทิศถวายพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

.



วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2569   พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม  ให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปในการบำเพ็ญพระกุศลทักษิณานุปทาน (กงเต๊ก) ในพิธีข้ามสะพานโอฆสงสาร น้อมอุทิศถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  โอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้  พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึก ยุคล พลตรี หม่อมเจ้านวพรรษ์ ยุคล หม่อมเจ้าฑิฆัมพร ยุคล และ หม่อมเจ้าศรีสว่างวงศ์ ยุคล เสด็จแทนพระองค์ไปในพิธีการบำเพ็ญพระกุศลทักษิณานุปทาน (กงเต๊ก) ประกอบด้วย บรรพชิตจีนนิกายสวดพระพุทธมนต์เปิดมณฑลพิธีและพิธีสรงดวงพระวิญญาณ พิธีสรงน้ำดวงพระวิญญาณ พิธีสังวัธยายสุขาวดีวยูหสูตร พิธีลอยกระทง และปล่อยนกปล่อยปลา พิธีโยคะตันตระ (ทิ้งกระจาด) และพิธีสดับปกรณ์ โดยมี นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ พร้อมด้วย คณะกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และคณะหน่วยงานในเครือ เฝ้ารับเสด็จฯ และเข้าร่วมในพิธี เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ บริเวณพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

.





สำหรับในการประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน (กงเต๊ก) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้จัดสร้างเครื่องกระดาษ ประกอบด้วย พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ฉลองพระองค์ทำจากกระดาษ จำนวน 8 ชุด ประกอบด้วยฉลองพระองค์ที่เคยทรงในโอกาสต่างๆ ซึ่งล้วนเป็นชุดที่ออกแบบตัดเย็บโดยใช้ผ้าไทยในท้องถิ่นจากภูมิภาคต่างๆ ทั้งหมดล้วนแสดงถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระพันปีหลวงที่ทรงให้ความสำคัญและทรงยกระดับผ้าไทยสู่สากล เผยแพร่ความงดงามของหัตถศิลป์ไทยสู่สายตาชาวโลก ได้แก่ 






1. ฉลองพระองค์ตัดเย็บจากผ้าไหมปักประดับด้วยปีกแมลงทับ พระสนับเพลาแบบป้ายตัดเย็บจากผ้าไหมเครป ประดับพู่ไหม

2.ฉลองพระองค์แบบผสมผสานไทย พ.ศ. 2528 "จากจุดเริ่มต้นที่ผ้าไหมมัดหมี่ พระราชประสงค์ในการส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นก็ขยายไปพื้นที่อื่นๆ ด้วย เช่น ผ้าไหมแพรวาที่เป็นวัฒนธรรมการทอผ้าของชาวผู้ไท บ้านโพน จ.กาฬสินธุ์ ลักษณะดั้งเดิมของผ้าไหมแพรวา คือเป็นผ้าหน้าแคบ ใช้ห่มเฉียงบ่าเหมือนสไบ เมื่อมีพระราชประสงค์ให้ส่งเสริมการทอผ้าแพรวาเพื่อสร้างอาชีพ สืบต่อวัฒนธรรมไม่ให้สูญหาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปรับผ้าแพรวาโดยขยายเป็นผ้าหน้ากว้าง เพื่อสามารถนำไปตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าได้ รวมถึงสีจากเดิมที่มีสีแดง ก็เพิ่มสีอื่นๆ เข้ามา ดังเช่นฉลองพระองค์องค์นี้ที่เป็นสีชมพูพาสเทล"

3. ฉลองพระองค์แบบสากล "ฉลองพระองค์ องค์นี้ เป็นฉลองพระองค์ทรงงาน ทรงเมื่อเสด็จเยี่ยมราษฎรทางภาคเหนือ มีการตกแต่งด้วยผ้าชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิ์ติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 

4. ฉลองพระองค์ชุดสูท ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 

ตัดเย็บจากผ้าไหมมัดหมี่และผ้าไหมเครป จากห้องเสื้อบัลแมง โดยนายอีริก มอร์เทนเซน 

5. ฉลองพระองค์ชุดราตรี พ.ศ. 2528 ฉลองพระองค์องค์ตัดเย็บด้วยผ้าไหมมัดหมี่ ทรงเมื่อครั้งเสด็จฯ 

เยือนสหรัฐอเมริกาในปี 2528 เดิมทีผ้าไหมมัดหมี่เป็นผ้าที่ใช้นุ่งในชีวิตประจำวัน 

6. ฉลองพระองค์แบบผสมผสานไทย จากห้องเสื้อบัลแมง โดยนายอีริก มอร์เทนเซน ตัดเย็บจากผ้าไหมมัดหมี่

7. ฉลองพระองค์ชุดราตรีสีกรมท่า ตัดเย็บโดยผ้าไหมกำมะหยี่ ปักประดับดิ้นทอง ลูกปัด และเลื่อม  ฝีมือการออกแบบตัดเย็บของนายปีแอร์ บัลแมง

8. ฉลองพระองค์ชุดภูไท ตัดเย็บจากผ้าไหมแพรวา เมื่อครั้งทรงเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรชาวบ้านโพน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ พระองค์ทรงทอดพระเนตรเห็นหญิงชาวภูไทแต่งกายด้วยเสื้อแขนกระบอกสีดำ และห่มสไบเฉียงผ้าแพรวาสีแดงอย่างงดงาม จึงทรงมีพระราชดำรัสว่า  "ผ้าที่ใส่นี่สวยมาก ทอให้พระราชินีได้ไหม" และทรงนำมาพัฒนาต่อยอดจนผ้าไหมแพรวากลายเป็น "ราชินีแห่งไหมไทย" ในโครงการศิลปาชีพ

.



อีกทั้งยังมี  สุนัขทรงเลี้ยงจำลองเหมือนจริง จำนวน 9 ตัว ได้แก่  คุณซูซี่ พันธุ์ Cocker Spaniel  คุณตุ้งติ้ง พันธุ์ Cocker Spaniel คุณเมเมี้ยว พันธุ์ Cocker Spaniel คุณหมีขาว พันธุ์ West Highland White Terrier คุณนกฮูก พันธุ์ Shih.Tzu คุณพุดดิ้ง พันธุ์ York Shire. Terrier คุณละเวง พันธุ์ Cocker Spaniel หลวงแจ่มภักดี พันธุ์ Saint Bernard และคุณสุดหล่อ พันธุ์ Dalnatian นอกจากนี้ ยังมีข้าราชบริพาร มหาดเล็ก คุณข้าหลวง นางสนองพระโอษฐ์ จำลองชุดปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่จริง จำนวน 16 คน เครื่องกระดาษชุดรถยนต์พระที่นั่ง มีสารัตถี 1 คน เครื่องกระดาษหีบทอง  โรงโขนละครจำลอง ภูเขาเงิน ภูเขาทอง ภูเขาเสริมพระบารมี พระคลังเงิน พระคลังทอง และเครื่องราชูปโภค

.



และในวันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 มูลนิธิฯ นำเครื่องอุปโภคบริโภคในพิธีโยคะตันตระ (ทิ้งกระจาด) ประกอบด้วย ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำมัน น้ำปลา และน้ำดื่ม บริจาคให้แก่มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภา) ยามยาก สภากาชาดไทย เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมี  นางวิภา ภัทรกุลพงษ์ ประธานคณะทำงานบริหารของบริจาค มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เป็นผู้รับมอบ ณ มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภา) ยามยาก สภากาชาดไทย เขตราชเทวี กรุงเทพฯ

.



มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เป็นองค์กรสาธารณกุศล ก่อตั้งขึ้นมากว่า 116 ปี โดยชาวจีนโพ้นทะเลที่เข้าพึ่งพระบรมโพธิสมภารในประเทศไทยเพื่อตอบแทนคุณแผ่นดินได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างที่สุดมิได้จากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมีคุณูปการใหญ่หลวง ดังนั้น มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมด้วยคณะกรรมการ และหน่วยงานในเครือ จึงขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน (กงเต๊ก) น้อมอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตามประเพณีทางพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายานจีนนิกาย ด้วยความจงรักภักดี ความกตัญญูกตเวทิตา ด้วยความน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และพร้อมตอบแทนคุณแผ่นดิน ด้วยการทำคุณงามความดีต่อไปตราบนานเท่านาน ภายใต้ปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”  

ตี๋สมเด็จ/รายงาน








.

#########

วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

​"ไมค์ ณ ชุมพร" นำทีมข่าวและคณะที่ปรึกษา กมธ.การทหารฯ วุฒิสภา เข้าแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกการบริหารสินทรัพย์ กทท. เคลียร์ชัดขอบเขตอำนาจหน้าที่ พร้อมย้ำทุกโครงการต้องตอบโจทย์ "ภารกิจหลัก" ตามกฎหมาย ก่อนมอบหนังสือทรงคุณค่าเป็นที่ระลึก

 คุณกฤตพัฒน์ จุลไสย (ไมค์ ณ ชุมพร) ผู้อำนวยการสำนักข่าว นสพ.ชัยสมรภูมิ คุณภูเบศ ภักดีบดินทร์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ-วุฒิสภา พร้อมคณะเดินทางเข้าเยี่ยมสัมภาษณ์ คุณเดชา นุชพุ่ม ผู้ช่วยผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย สายบริหารสินทรัพย์และพัฒนาธุรกิจ เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ และทิศทางการดำเนินงานของโครงการต่างๆ ภายใต้การดูแลของการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.)



​ในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ คุณเดชา นุชพุ่ม ได้ให้ข้อมูลและชี้แจงถึงขอบเขตอำนาจหน้าที่ในส่วนงานที่รับผิดชอบอย่างชัดเจน โดยระบุว่า สายงานบริหารสินทรัพย์และพัฒนาธุรกิจในส่วนนี้ จะมุ่งเน้นการดูแลและบริหารจัดการพื้นที่เฉพาะในเขตกรุงเทพมหานครเป็นหลัก ทั้งนี้จะไม่ได้ครอบคลุมถึงกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้งหมดขององค์กร โดยรูปแบบการใช้ประโยชน์และบริหารจัดการในปัจจุบันส่วนใหญ่ จะดำเนินการในลักษณะ "สัญญาเช่าชั่วคราว" เท่านั้น



​นอกจากนี้ คุณเดชา ยังได้กล่าวถึงข้อจำกัดและข้อท้าทายสำคัญในการขับเคลื่อนแผนพัฒนาพื้นที่ของการท่าเรือฯ ว่า แม้จะมีแผนการดำเนินงานและแนวคิดในการพัฒนาโครงการใหม่ๆ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม แต่การจะขับเคลื่อนหรือดำเนินการจริงตามแผนนั้นยังมีความยากลำบากและข้อจำกัดในหลายมิติ เนื่องจากต้องอยู่ภายใต้กรอบข้อบังคับของ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ก่อตั้ง รวมถึง วัตถุประสงค์หลักของการท่าเรือแห่งประเทศไทย ที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัดว่า การดำเนินงานและกิจการต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่นั้น จำเป็นต้องเป็น "กิจการที่เกี่ยวเนื่อง" กับภารกิจหลักของการท่าเรือฯ เป็นสำคัญ



​การเข้าสัมภาษณ์และแลกเปลี่ยนข้อมูลในครั้งนี้ของ คุณกฤตพัฒน์ จุลไสย (ไมค์ ณ ชุมพร) และคณะที่ปรึกษา กมธ.การทหารและความมั่นคงของรัฐ-วุฒิสภา ถือเป็นก้าวสำคัญในการรวบรวมข้อมูลเชิงโครงสร้างและข้อจำกัดทางกฎหมายของการบริหารจัดการสินทรัพย์รัฐ เพื่อนำไปสู่การวิเคราะห์ และเสนอแนะแนวทางที่เหมาะสมในการสนับสนุนการส่งเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการบริหารจัดการพื้นที่ของรัฐอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป



และในโอกาสนี้ กฤตพัฒน์ จุลไสย (ไมค์ ณ ชุมพร)ได้มอบหนังสืออันทรงคุณค่า“เรื่องสั้นเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว-ชุดแสงธรรมแห่งศรัทธา“ให้ คุณเดชา นุชพุ่ม ด้วย

ทีมข่าวภาคสนาม/รายงาน

วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลงนามถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลงนามถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ



วันนี้ (วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2569) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก และนายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ กรรมการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และหน่วยงานในเครือ นำแจกันดอกไม้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ












     ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 28-30 กรกฎาคม 2569 ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา จะเปิดไฟประดับรอบนอกศาลเจ้าฯ ถึงเวลา 21.00 น. เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569  โดยผู้มีจิตศรัทธาสามารถเข้าสักการะหลวงปู่ไต้ฮงและเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ภายในศาลเจ้าฯ ได้ถึงเวลา 18.00 น. ติดต่อสอบถาม ติดตามข่าวสารและกิจกรรม รวมถึงพิกัดของศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาวได้ที่ https://linktr.ee/TaihonggongshrineTH


ตี๋สมเด็จ/รายงาน

วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

พลังประชาชนรวมใจ! "พรรครักแผ่นดิน" เปิดก้าวใหม่ของการเมืองไทย เดินหน้าสร้างการเมืองสุจริต โปร่งใส ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง

 พลังประชาชนรวมใจ! "พรรครักแผ่นดิน" เปิดก้าวใหม่ของการเมืองไทย เดินหน้าสร้างการเมืองสุจริต โปร่งใส ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง






เชียงใหม่ – พรรครักแผ่นดินจัดการประชุมจัดตั้งพรรคอย่างเป็นทางการ ณ สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี จังหวัดเชียงใหม่ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสามัคคี ความมุ่งมั่น และความหวังของผู้ร่วมก่อตั้ง สมาชิก และประชาชนจากหลายจังหวัดทั่วประเทศ ที่เดินทางมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างองค์กรทางการเมืองที่ยึดมั่นในหลักนิติธรรม ความโปร่งใส และการมีส่วนร่วมของประชาชน






การประชุมครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของพรรครักแผ่นดินในการวางรากฐานองค์กร เพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีการพิจารณาระเบียบวาระสำคัญ อาทิ การรับรองข้อบังคับพรรค การพิจารณาอุดมการณ์และนโยบายของพรรค การเลือกคณะกรรมการบริหารพรรค ตลอดจนการกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนพรรคในระยะต่อไป





บรรยากาศการประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เปิดโอกาสให้สมาชิกผู้ก่อตั้งได้ร่วมแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะ และมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางของพรรค ภายใต้หลักการประชาธิปไตยและการบริหารงานที่โปร่งใส





ในการประชุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เข้าร่วมสังเกตการณ์และให้คำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนการจัดตั้งพรรคการเมือง พร้อมชี้แจงหลักเกณฑ์ วิธีการ และกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานทุกขั้นตอนเป็นไปตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และระเบียบที่เกี่ยวข้อง อันเป็นการสร้างความมั่นใจว่าการจัดตั้งพรรครักแผ่นดินดำเนินไปด้วยความถูกต้อง โปร่งใส และเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย





ในช่วงพิธีการ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคได้ร่วมแสดงเจตนารมณ์ในการทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ยึดมั่นในหลักนิติธรรม และพร้อมปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กฎหมาย โดยมีเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งร่วมสังเกตการณ์ตลอดกระบวนการ




นายธานินท์ พงษ์พานิช กล่าวว่า

"พรรครักแผ่นดินเกิดขึ้นจากความศรัทธาและความตั้งใจของประชาชนที่ต้องการเห็นการเมืองที่โปร่งใส ซื่อสัตย์ และทำงานเพื่อส่วนรวมอย่างแท้จริง เราจะรับฟังทุกความคิดเห็น เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม และร่วมกันผลักดันนโยบายที่แก้ปัญหาให้กับประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับประเทศไทย"




พรรครักแผ่นดินประกาศเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศด้วยหลักธรรมาภิบาล มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ผู้ประกอบการ แรงงาน เยาวชน และประชาชนทุกกลุ่ม พร้อมผลักดันนโยบายที่ส่งเสริมความเสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการพัฒนาได้อย่างทั่วถึง





นอกจากนี้ พรรคยังให้ความสำคัญกับการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายและแนวทางการพัฒนาประเทศ เพื่อให้การเมืองเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง และสร้างความเชื่อมั่นว่าทุกการดำเนินงานจะตั้งอยู่บนพื้นฐานของความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ




การประชุมจัดตั้งพรรคในครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการเริ่มต้นขององค์กรทางการเมืองแห่งใหม่ แต่ยังสะท้อนถึงพลังแห่งความร่วมมือของประชาชนที่ต้องการเห็นการเมืองสร้างสรรค์ การบริหารประเทศที่มีคุณธรรม และการพัฒนาที่ยั่งยืน


พรรครักแผ่นดินขอยืนยันเจตนารมณ์ที่จะยืนหยัดเคียงข้างประชาชน รับฟังทุกเสียง และทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อสร้างประเทศไทยที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนสำหรับคนไทยทุกคน





-คำขวัญพรรค

"รักแผ่นดิน ร่วมสร้างอนาคต เพื่อประชาชนทุกคน"









#พรรครักแผ่นดิน #ประชุมจัดตั้งพรรค #การเมืองสุจริต #โปร่งใสตรวจสอบได้ #เพื่อประชาชน #สร้างอนาคตประเทศไทย #เชียงใหม่700ปี