วันพุธที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2564

แขวนคอประท้วงหน้ากรมส่งเสริมสหกรณ์ร้องอธิบดีฯช่วยแก้ปัญหาที่ดินทำกินที่เรื้อรังกว่า 30 ปี

 แขวนคอประท้วงหน้ากรมส่งเสริมสหกรณ์ร้องอธิบดีฯช่วยแก้ปัญหาที่ดินทำกินที่เรื้อรังกว่า 30 ปี



วันที่ 21ธันวาคม 2564 เวลาประมาณ 11:30 น กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบกรณีอุทยานแห่งชาติเขาแหลมประกาศทับพื้นที่ทำกิน ในเขต นิคมสหกรณ์สังขละบุรีและทองผาภูมิกว่า20 คนเดินทางมาจากจังหวัดกาญจนบุรี มาที่บริเวณหน้ากรมส่งเสริมสหกรณ์เพื่อเรียกร้องให้อธิบดีของกรมสงเสริมมาทำหน้าที่ของตนเองและรักษาอาณาเขตของตนที่ถูกอุทยานแห่งชาติเขาแหลมประกาศแนวเขตทับ  ซึ่งการเดินทางมาเรียกร้องกับอธิบดีกรมส่งเสริมในครั้งนี้นำโดยนายสุรินทร์ สุรินทร์ก้อน แกนนำผู้ที่ได้รับผลกระทบในกรณีอุทยานแห่งชาติเขาแหลมประกาศแนวเขตทับกฤษฎีกาจัดตั้งนิคมสหกรณ์สังขละบุรีและทองผาภูมิพ. ศ. 2518 ที่มีปัญหายาวนานกว่า 30 ปีวันนี้ลงสุรินทร์ สุรินทร์ก้อน ใช้ผ้าขาวม้าที่พกติดตัวมาผูกกับเสาไฟฟ้าบริเวณหน้ากรมส่งเสริมสหกรณ์และแขวนคอตนเองเพื่อเป็นการประท้วงและเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง 2 หน่วยงานมาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทั้ง 2 อำเภอที่ได้รับผลกระทบจากการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหลังที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมประกาศแนวเขตพื้นที่นิคมสหกรณ์สังขละบุรีทองผาภูมิกว่า 2แสน ไร่ มีประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 4,700 ราย ซึ่งปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหายาวนานมากกว่า 30 ปีหลังจากที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมประกาศแนวเขตทับกฤษฎีกาจัดตั้งนิคมสหกรณ์เจ้าที่นิคมสหกรณ์ก็มีได้ทำการรางวัดและออก






วัดรายแปลงร่วมไปถึงออก กศน 3 กศน 5 และโฉนดให้กับชาวบ้านเลย โดยอ้างว่าเป็นพื้นที่ข้อพิพาทระหว่าง 2 หน่วยงาน ทั้ง 2 หน่วยงานตกลงว่าต้องรอการบูรณาการแนวเขตที่ดินหนึ่งส่วนสี่พันหรือ onemap ประกาศใช้จึงได้ข้อยุติว่าที่ดินจะเป็นของใครแต่ระหว่างนั้นเองเจ้าหน้าที่อุทยานก็บังคับใช้กฎหมายจับกุมชาวบ้านในข้อหาบุกรุกพื้นที่อุทยานทั้งที่พื้นที่ดังกล่าวอยู่ภายใต้อาณาเขตของนิคมสหกรณ์สังขละบุรีทองผาภูมิตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งนิคมสหกรณ์สังขละบุรีและทองผาภูมิพ. ศ. 2518 ซึ่งอธิบดีกรมส่งเสริมก็เคยยืนยันกับพี่น้องประชาชนว่าพื้นที่ในพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งนิคมสหกรณ์สังขละบุรีและทองผาภูมินั้นยังไม่มีการยกเลิกเพิกถอนหรือแก้ไขแนวเขตกฤษฎีกา แต่เจ้าหน้าที่นิคมสหกรณ์กับไม่มาปฏิบัติหน้าที่ของตนทำการออกรางวัดและปกป้องประชาชนที่อยู่ภายใต้นิคมสหกรณ์กับปล่อยให้เจ้าหน้าที่อุทยานมาบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ภายใต้กฤษฎีกาจัดตั้งนิคมสังขละบุรีทองผาภูมิ 18 ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนและได้ผลกระทบเรื่อยมาจนกระทั่งล่าสุดเมื่อปีพ.ศ 2562เป็นต้นมามี มาตรา 64 ของกฎหมายอุทยานออกมาบังคับใช้เจ้าหน้าที่อุทยานได้นำหลักแนวเขตป่าอนุรักษ์ป่าอนุรักษ์ปักบริเวณพื้นที่ของประชาชนและให้ประชาชนเซ็นเข้าร่วมโครงการป่า






อนุรักษ์ซึ่งหากเข้าร่วมแล้วประชาชนอาจจะเสียสิทธิ์การได้ถือครองที่ดินตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งนิคมสหกรณ์สังขละบุรีและทองผาภูมิที่จะมีการออกวัดรายแปลงออก กศน 3 รวมไปถึงโฉนดในอนาคตอันส่งผลให้ประชาชนเกิดความวิตกกังวลเป็นอย่างมากการมาปักหลักแนวเขตของอุทยานแห่งชาติเขาแหลมวันนี้ประชาชนจึงได้รวมตัวกันมายื่นหนังสือร้องเรียนที่อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์เพื่อให้สั่งการเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อความชัดเจนของพี่น้องประชาชน การยื่นหนังสือลุงสุรินทร์ สุรินทร์ก้อนได้ทำการประท้วงโดยการผูกแขวนคอตนเองบริเวณหน้ากรมส่งเสริมเพื่อเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาแก้ไขและเข้ามาพูดคุยเจรจาจนกระทั่งรองอธิบดีกรมส่งเสริม นายประกอบ เผ่าพงศ์ ได้มาพูดคุยเจรจาเกลี้ยกล่อมลงสุรินทร์และรับปากว่าจะรับเรื่องของกลุ่มผู้รับผลกระทบและจะลงพื้นที่ไปแก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุดและทราบปัญหาพี่น้องประชาชนดีทำให้ลุงสุรินทร์ยอมที่จะมาเจรจา   โดยรองอธิบดีกรมส่งเสริม ได้แก้มัดผ้าขาวม้าที่ผูกคอลุงสุรินทร์ออก ก่อนจะพาไปไหว้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนับถือและสาบานว่าจะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ทั้งนี้รองอธิบดีส่งเสริมสหกรณ์ได้เปิดห้องประชุมรับฟังคำชี้แจงปัญหากับชาวบ้านความเดือดร้อนของชาวบ้านและได้ประสานงานไปยังกรมอุทยานให้มาพูดคุยและมารับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชนแต่ก็ไร้วี่แววของเจ้าหน้าที่อุทยานที่จะมาให้ข้อมูลต่อประชาชนรองอธิบดีกรมส่งเสริมจึงสรุปว่าวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2565 จะลงพื้นที่ไปยังบริเวณข้อพิพาทดังกล่าวในเขตพื้นที่จัดตั้งนิคมสหกรณ์สังขละบุรีทองผาภูมิที่พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนแล้วจะเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาพูดคุยเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น




 ซึ่งลุงสุรินทร์ สุรินทร์ก้อน ได้ยื่นข้อเสนอว่าหากลงพื้นที่ไปแล้วจะให้รองอธิบดีได้รับปากว่าจะอนุญาตให้ประชาชนที่อยู่ในเขตพื้นที่นิคมสหกรณ์ได้ทำอยู่ทำกินได้และรับรองให้ทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว โดยรองอธิบดีก็รับปากกับลุงสุรินทร์และพี่น้องประชาชนที่มาเรียกร้องในวันนี้ พร้อมแจ้งกับพี่น้องประชาชนว่าจะสั่งการให้หน่วยงานที่อยู่ภายใต้นิคมสหกรณ์ออกไปทำงานทำตามหน้าที่และปักหลักแนวเขตของนิคมสหกรณ์ให้ชัดเจนเพื่อรักษาสิทธิ์ของนิคมสหกรณ์เพื่อความสบายใจของพี่น้องประชาชนและจะทำหนังสือแจ้งไปยัง อุทยานแห่งชาติเขาแหลมให้ถอนแนวหลักที่เป็นปัญหาที่ประชาชนเกิดความกังวลใจออกจากนอกพื้นที่ของนิคมสหกรณ์เพื่อความสบายใจของพี่น้องประชาชนจนกว่าจะมีความชัดเจนในเรื่องแนวเขต   


สุวรรณ บัวโรย / ข่าวชัดประเด็นจริง ช่อง13สยามไทยรายงาน


วันจันทร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2564

### ผบ.ตร.​ และหมอยง, หมอพงศ์​ศักดิ์​ฯรับรางวัล"ผู้ปิดทองหลังพระ" ประจำปี2564 ###

 ### ผบ.ตร.​ และหมอยง, หมอพงศ์​ศักดิ์​ฯรับรางวัล"ผู้ปิดทองหลังพระ" ประจำปี2564 ###




เมื่อวัน อาทิตย์ที่ 19 ธันวาคม 2564 ณ​ หอประชุม พุทธวิชชาลัย​ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร เขตบางเขน กรุงเทพฯ

สมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย​ ซึ่งมี​ คุณ​ ศิโรจน์​  มิ่งขวัญ​ เป็นนายกสมาคมฯ ได้จัดพิธี มอบรางวัล ผู้ปิดทองหลังพระ ประจำปี พุทธศักราช 2564 โดยมี​ ศาสตราจารย์พิเศษ​  วิชา​  มหาคุณ

เป็นประธานมอบรางวัล

และ​ คุณ สุทิน​ บัวตูม​ ประธานที่ปรึกษาสมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย​ (ประธาน​ชมรม​ ผู้​ปิดทอง​หลัง​พระ)​

เป็นประธานจัดงาน  

คุณ​ ชยุต​ เมธาวิชิตชัย หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์/ ประธานคณะกรรมการ ฝ่ายประชาสัมพันธ์​ ชมรมผู้ปิดทองหลังพระ​

กล่าวว่า สมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย จัดงานมอบรางวัลผู้ปิดทองหลังพระ มาแล้วมากกว่า 1 ทศวรรษ โดยมีคณะกรรมการ คัดสรร ผู้ที่มุ่งมั่นทำความดีอย่างต่อเนื่องจากทั่วประเทศไทย ซึ่งคณะกรรมการคัดสรรเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ​ อาทิเช่น อดีตผู้พิพากษา อดีตอัยการ อดีตข้าราชการตำรวจฯ หัวหน้าฝ่ายข่าว และนักข่าว จากองค์กรชั้นนำ ซึ่งในปีนี้มีผู้ที่ได้รับการพิจารณารับรางวัลผู้ปิดทองหลังพระ จำนวน 25​ ท่าน







ประกอบด้วย

1 พลตำรวจเอก​ สุวัฒน์​ แจ้งยอดสุข

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายตำรวจ ที่ยึดมั่นในคุณธรรม​ ศีลธรรม​ โปร่งใส และเป็นที่พึ่งของตำรวจและประชาชนทั่วประเทศอย่างแท้จริง​ สมเป็นแบบอย่างที่ดีของตำรวจไทย​ 


2 ศาสตราจารย์นายแพทย์ ยง ภู่วรวรรณ​ นายแพทย์ชาวไทย นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญ​เฉพาะด้าน ไวรัสวิทยาคลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย​ ผู้ซึ่งมีบทบาท ช่วยประเทศชาติ และประชาชนในช่วงโควิด19​ ระบาดในประเทศไทย


3 ดร.นฤมล สุรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษาผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 สุดยอดคุณแม่​ ผู้สั่งสอนอบรม​ฯ​ ดร.พีระวัฒน์​-ดร.ธัชวิน​ สุรเศรษฐ​ ประธาน​ กต.ตร. กทม  ให้เป็นผู้เสียสละมีเมตตาและทำความดี เพื่อสังคม มาอย่างต่อเนื่อง

4 นาย​ สุระ​ แสนคำ (เขาทราย​ แกแล็คซี่)​ อดีต นักมวยแชมป์โลกชาวไทย ผู้สร้างชื่อเสียงให้กับชาติไทยโด่งดังไปทั่วโลก​ และเป็นผู้ที่อุทิศตนเสียสละช่วยเหลือผู้ยากไร้และสังคมไทย มาอย่างต่อเนื่อง


5 นายวีระศักดิ์​ เล็ก​ วงศ์ประเสริฐ


6 คุณหทัยทิพย์​ สีสังข์


7 สิบตรี สมิง​ บุญทด

(ครูเสือ)​ ผู้ที่นำเด็กกำพร้ามาเลี้ยงเหมือนลูกตัวเองสอนศิลปะป้องกันตัวให้เป็นอาชีพในอนาคต


8 นายกฤษณะ นุชสุวรรณอาสาดับเพลิงที่ออกปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ​ และกล้าหาญ​ ในเหตุเพลิงไหม้โรงงานย่านบางพลี สมุทรปราการ​จนตัวเองได้รับบาดเจ็บถูกไฟคลอก


9 ดร.เพ็ญจันทร์​ ล้อสีทอง


10 พลเอก สุรเชษฐ์  ชัยวงศ์​ ประธานกรรมาธิการ​การกีฬา​วุฒิสภา​ ซึ่งมีผลงานสร้างโครงการสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษา​ชายแดนใต้ฯลฯ


11 นาย วีระพงษ์  กังวานนวกุล


12 แพทย์หญิง นลินี  ไพบูลย์นักธุรกิจคนไทยที่คืนกำไรสู่สังคมด้วยการให้แก่ผู้ยากไร้


13 ดร.ปัญจรัตน์​  มังกรกนก รองประธาน ผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง


14 คุณ บุญพร  บริบูรณ์ส่งสินหญิงผู้เกิดมาเพื่อให้และเสียสละเพื่อคนอื่น


15 นาย ธนเดช  เขียวแก่อาสาสมัครจิตสาธารณะ


16​ อาจารย์ ราเชน สิงห์มนัสประธานสภาวัฒนธรรม อำเภอละหารทราย

จังหวัดบุรีรัมย์


17 นาย วันกล้า  ขวัญแก้ว นายกสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาออนไลน์ เป็นสื่อมวลชนด้วยจิตวิญญาณอย่าง​แท้จริง


18 นาย ศรายุทธ  หวังสาสุข


19 นาย วิทยา  สกลเจริญเวชประธานชมรมฮักเขาใหญ่อุทิศตนเก็บขยะในลำคลองและเขื่อนลำตะคองมากว่า 5 ปี


20 นาย วิรุฬ  รัตนปริคณน์


21 พันเอกนายแพทย์ พงศ์ศักดิ์   ตั้งคณา นักพูดชื่อดังของเมืองไทย ผู้ซึ่งเดินทางไปทั่วประเทศไทยเพื่อ สอนเยาวชนฯลฯ ให้เป็นคนดียึดมั่นในศีลธรรม​คุณธรรมมีสำนึกกตัญญูต่อชาติศาสนาพระมหากษัตริย์ มาอย่างต่อเนื่อง


22 คุณ ลลิสา  จงบารมี​ อดีตทูตวัฒนธรรม


23 ดร ลาลีวรรณ กาญจน จา ลี รองประธานสภา สตรีแห่งชาติ


24 คุณ​ ไดอาน่า​ จงจินตนาการ​ นักธุรกิจ​เพื่อสังคม​ ที่มุ่งมั่นทำความดีช่วยเหลือสังคมมาอย่างต่อเนื่อง


25​ นาย จักรพงษ์ สว่างกุล​ (โจ้ราชบุรี)​ เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวปลารถไฟราชบุรี เกิดมาเพื่อให้อย่างแท้จริง มีน้ำใจ ช่วยเหลือผู้ยากไร้มาอย่างต่อเนื่อง​ ที่สำคัญเทิดทูนและดำเนินรอยตาม แนวทาง​ ของพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 เสมอมา









หลังพิธีมอบรางวัล​ ศาสตราจารย์พิเศษ​ วิชา​  มหาคุณ ได้กล่าว... ขอให้ผู้ที่ได้รับรางวัลนี้ ยึดมั่นในความดีและขอเป็นกำลังใจให้ทำความดีตลอดไป


และ พลตำรวจเอก สุวัฒน์​  แจ้งยอดสุข​  ผู้​บัญชาการ​ตํารวจ​แห่งชาติ​ (ผบ.ตร.)​ได้กล่าวขอบพระคุณ​และ

ขอมอบรางวัลนี้​ ให้ตำรวจไทยทั้งสำนักงาน​ตำรวจ​แห่งชาติ​ ที่มุ่งมั่น​ทำความดีทั่วประเทศ​ไทย.. 


โดยการจัดงานในครั้งนี้มี บุคคล จากหลากหลายวงการมาร่วมเป็นเกียรติในงาน อย่างอบอุ่น​ และมีศิลปินจิตอาสาชื่อดังของเมืองไทย​ คุณ​ ตู๋​ไดนาไมต์​ มาร่วมขับร้องเพลง​ เพื่อร่วมเป็นกำลังใจให้ผู้ที่ได้รับรางวัลและทุกท่านที่ทำความดีเสียสละเพื่อผู้ยากไร้และเพื่อสังคมทั่วประเทศไทย

ซึ่งหลายท่านได้กล่าวว่า

ได้ยึดมั่นในแนวทางปณิธาน​ของพ่อหลวงรัชกาลที่​ 9​ ในการทำความดีเสมอมา

โดยเฉพาะ เมื่อได้ยินเพลงพระราชนิพนธ์​ ความฝันอันสูงสุด​ แล้ว​ รู้สึกภาคภูมิใจ​ใน​การทำความดีตลอดไป​ 


ภาพ/ข่าว​ โดย

ชยุต​ เม​ธาวิชิตชัย​ และ​ทีมงาน

0994926996​

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดําเนินเป็นการส่วนพระองค์ ไปทรงเปิดงานฉลอง “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง 110 ปี ความดีที่ยั่งยืน” และทรงเปิด “หอประวัติมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง”

 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 

เสด็จพระราชดําเนินเป็นการส่วนพระองค์  ไปทรงเปิดงานฉลอง “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง 110  ปี 

ความดีที่ยั่งยืน” และทรงเปิด “หอประวัติมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง”

.


วันเสาร์ที่ 18 ธันวาคม 2564 เวลา 14.00 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดําเนินเป็นการส่วนพระองค์ ไปทรงเปิดงานฉลอง “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง 110  ปี ความดีที่ยั่งยืน” และทรงเปิด “หอประวัติมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง”  ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ถนนพลับพลาไชย เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร   โดยมีนายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมด้วยเอกอัครราชทูตแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย คณะกรรมการมูลนิธิฯ แขกผู้มีเกียรติ และประชาชน เฝ้าฯ รับเสด็จ

.



เมื่อเสด็จพระราชดำเนินมาถึง ทรงสักการะหลวงปู่ไต้ฮง ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่ง ทรงคม จากนั้นเสด็จเข้าพลับพลาพิธี ประทับพระราชอาสน์  โดยมีนางศิริกุล  โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิฯ  เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายสูจิบัตร นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย  และกราบบังคมทูลรายงานประวัติความเป็นมาของมูลนิธิฯ และหอประวัติของมูลนิธิฯ  พร้อมกราบทูลเชิญทอดพระเนตรวิดีทัศน์ “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง 110 ปี ความดีที่ยั่งยืน” จากนั้น นายสุภนันท์  ฤทธิ์มนตรี กราบบังคมทูลเบิกผู้บริจาคเงินสมทบทุนก่อสร้างศาลเจ้าไต้ฮงกง (สาทร) รายใหญ่  เข้ารับพระราชทานของที่ระลึก

ต่อมาเสด็จฯ ไปยังต้นไม้แห่งความดี ทรงลงพระนามาภิไธยในหยดน้ำแห่งความดี เพื่อทรงเป็นต้นแบบและเป็นแรงบันดาลใจให้ประชาชนร่วมกันส่งต่อการทำความดีเพื่อสร้างสังคม “ความดีที่ยั่งยืน” ผ่าน www.ต้นไม้แห่งความดี.com  และ ทอดพระเนตรนิทรรศการ “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง 110 ปี ความดีที่ยั่งยืน”  ที่นำเสนอภารกิจมูลนิธิฯ ในรอบ 10 ปี ที่ผ่านมา และข้อมูลที่สุดของมูลนิธิฯ คิดเป็นมูลค่าการดำเนินงานไม่ต่ำกว่า 2,600 ล้านบาท  จากนั้น เสด็จ ฯ ไปยังหอประวัติมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ทรงกดปุ่มเปิดแพรคลุมป้ายหอประวัติมูลนิธิฯ และทอดพระเนตรกิจกรรมภายในหอประวัติฯ ซึ่งได้จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของมูลนิธิฯ นับตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2437 ที่มีชาวจีนโพ้นทะเล ผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังที่จะมาพึ่งพระบรมโพธิสมภารบนผืนแผ่นดินไทย ความศรัทธาที่มีต่อองค์หลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง)  ตลอดจนการก่อกำเนิด“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง” องค์กรสาธารณกุศลเอกชนขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทยที่ให้ความช่วยเหลืออย่างครบวงจรชีวิต ภายใต้ปณิธาน “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” หอประวัติแห่งนี้นับเป็นแหล่งเรียนรู้ ด้านประวัติศาสตร์ และรวบรวมเรื่องราวความดีที่ไม่มีที่สิ้นสุด ที่พร้อมจะส่งต่อพลังศรัทธา และแรงบันดาลใจแก่เยาวชนรุ่นต่อไปในการสานต่อ หยั่งราก แผ่กิ่งก้านความดีแก่สังคมไทยต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด โดยแบ่งห้องจัดแสดงนิทรรศการออกเป็น 7 ห้อง ได้แก่ 

.



ห้องที่ 1   นำศรัทธาข้ามสมุทร :  จัดแสดงภาพยนตร์ที่จำลองเหตุการณ์ในอดีตของชาวจีนที่เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมายังประเทศไทย และการอัญเชิญรูปจำลองของหลวงปู่ไต้ฮงมายังประเทศไทยของนายเบ๊ยุ่น

ห้องที่ 2 พลังศรัทธาไต้ฮงกง : นิทรรศการบอกเล่าประวัติ ปณิธาน และจริยวัตรอันงดงามของหลวงปู่ไต้ฮง ผ่านภาพวาดบนผืนผ้าและเทคโนโลยีโฮโลแกรม (Holograms)

ห้องที่ 3 สู่จุดเริ่มและรากฐาน :  แสดงเรื่องราวความเป็นมาของมูลนิธิฯ ตั้งแต่ยุคแรก ที่เริ่มต้นจากการกำเนิดของคณะเก็บศพไต้ฮงกง จนพัฒนามาเป็นมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง การช่วยเหลือชาวจีนที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย การเก็บศพไร้ญาติ และอื่นๆ 

ห้องที่ 4 ความดี ร่วมใจ ฝ่าภัยสงคราม :  การแสดงภารกิจของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ได้ช่วยเหลือสังคมทั้งการเก็บศพ ตั้งโรงทาน และการก่อตั้งสถานผดุงครรภ์

ห้องที่ 5 เติบโต สนองคุณ :  แสดงถึงมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งในยุคปัจจุบัน และหน่วยงานในเครือ ประกอบด้วยโรงพยาบาลหัวเฉียว คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว และมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ที่มีการดำเนินงานที่ยึดมั่นในการสนองคุณราชวงศ์จักรี และผืนแผ่นดินไทย  

ห้องที่ 6  อาสา จิตกุศล : แสดงงานบรรเทาสาธารณภัยของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รถพยาบาลจำลอง การสาธิตการปฐมพยาบาลเพื่อช่วยเหลือผู้ที่หยุดหายใจ (CPR) และข้อมูลสุสานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ห้องที่ 7 “เสียง” สนองคุณ  : เรื่องราวของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร Showcase และ Hall of Fame เครื่องแบบบอกภารกิจของเจ้าหน้าที่กู้ภัย, กู้ชีพ, น.เขต (เจ้าหน้าที่สนับสนุนงานนิติเวช) และ อาสาสมัคร รวมทั้งประติมากรรม “เสียง”  สัญลักษณ์ของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง หมายถึง การทำบุญกุศล สานต่อความดี พื่อสนองคุณแผ่นดิน

.



ต่อจากนั้น ทรงพระอักษรพู่กันจีน พระราชทาน 4 ตัวอักษร ประกอบด้วยคำว่า “ป่อ เต็ก เซี่ยง ตึ๊ง” ซึ่งมีความหมายว่า  “ตอบแทนบุญคุณด้วยการกระทำความดี”  จากนั้นเสด็จฯ ไปยังบริเวณฉายพระฉายาลักษณ์ ทรงฉายพระฉายาลักษณ์ร่วมกับผู้บริหารมูลนิธิฯ และผู้รับพระราชทานของที่ระลึก ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ

.



ทั้งนี้ในโอกาสครบรอบ 110 ปี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญชวนคนไทยร่วมบันทึกเรื่องราวการทำความดีลงบนเว็บไซต์ www.ต้นไม้แห่งความดี.com  หนึ่งในกิจกรรมสืบสานปณิธานความดีของมูลนิธิฯ เพื่อร่วมกันหยั่งรากและแผ่กิ่งก้านความดี  สะสมทีละเล็กทีละน้อย หลอมรวมให้กลายเป็นพลังความดีที่ยิ่งใหญ่ ร่วมสร้างแรงบันดาลใจในการทำความดี ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น  นำไปสู่การสร้างสังคม “ความดีที่ยั่งยืน” สืบไปไม่มีที่สิ้นสุด  โดยผู้ที่ต้องการเข้าไปร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างแรงบันดาลใจ สามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงคลิกเข้าไปที่ www.ต้นไม้แห่งความดี.com  เพื่อทำการสะสมความดีซึ่งสามารถเลือกหมวดสะสมความดี “11 รากแก้วแห่งความดี” ที่มีอยู่ทั้งหมด 11 หมวด

.



นอกจากนี้ เนื่องในโอกาสครบรอบ 110 ปี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง หน่วยงานในเครือของมูลนิธิฯ  ประกอบด้วย โรงพยาบาลหัวเฉียว คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว  และมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ   ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อบริการประชาชน อาทิ 

โรงพยาบาลหัวเฉียว ระหว่างวันที่ 16-20 ธันวาคม 2564 เวลา 08.00-17.00 น. บริการตรวจสุขภาพฟรี 

3 รายการ รายการละ 110 คน ประกอบด้วย ตรวจคลื่นหัวใจไฟฟ้า (EKG) เพื่อคัดกรองความเสี่ยงโรคหัวใจ ตรวจเอ็กซเรย์ภาวะกระดูกสำหรับเด็ก เพื่อคัดกรองการเจริญเติบโต ตรวจสุขภาพช่องปาก  เพื่อส่งเสริมการมีคุณภาพอนามัยที่ดี  รวมถึงการจัดโปรโมชั่นพิเศษ 1 แถม 1 จาก 8 ศูนย์บริการทางการแพทย์  ประกอบด้วย  ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด  ศูนย์หลอดเลือดสมอง  ศูนย์เบาหวาน  ศูนย์ศัลยกรรม  ศูนย์กระดูกและข้อ   ศูนย์จักษุ ศูนย์แม่และเด็ก และ ศูนย์ทันตกรรม   ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ แผนกลูกค้าสัมพันธ์ โทร 0-2223-1351 ต่อ 3126

.




คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว (ทุกสาขา) วันที่ 18 - 19 ธันวาคม 2564  มอบของที่ระลึก "หนังสือนาฬิกาชีวิตเคล็ดลับหย่างเชิงสุขภาพ" และหน้ากากอนามัย ให้แก่ผู้มารับบริการที่คลินิก (1 ใบเสร็จ/1 ชุด) และ งดเว้นค่าบริการพื้นฐานทุกแผนก (ทุกสาขา) * ฟรีเฉพาะค่าบริการพื้นฐาน  ติดตามรายละเอียดได้ที่ www.huachiewtcm.com

.

 มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ  บริการตรวจคัดกรองโรคเรื้อรัง ฟรี อาทิ หอบหืด เบาหวาน ความดันโลหิต และบริการคลินิกเลิกบุหรี่ ตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคม 2564 – 28 มีนาคม 2565 รวม 110 วัน ในวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 07.00-19.30 น. วันเสาร์ 07.00-17.00 น.หยุดวันอาทิตย์ ณ ศูนย์ยามหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ติดต่อสอบถามโทร 02-312-6446 

แจก ATK (Antigen test kit) ชุดตรวจการติดเชื้อโควิด-19  ฟรี จำนวน 110 ชุด ในวันที่ 18 ธันวาคม 2564 เวลา 07.00 – 17.00 น. (วันเดียวเท่านั้นหรือจนกว่าจะหมด) ณ ศูนย์ยามหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ  โดย สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ร่วมกับศูนย์ยามหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ติดต่อสอบถามโทร 02-312-6446 

บริการตรวจวัดระดับน้ำตาลจากปลายนิ้วและตรวจวัดความดันโลหิต ฟรี ในวันเสาร์ที่ 18 ธันวาคม 2564 เวลา 08.30 – 12.00 น. ณ หัวเฉียวสหคลินิก

สำหรับนักเรียนที่สนใจสมัครเข้าศึกษาต่อมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ฟรีค่าสมัครเรียน 500 บาท ในวันที่ 18 ธันวาคม 2564 เวลา 08.30 – 15.30 น.  ณ แผนกรับนักศึกษา สำนักทะเบียนและประมวลผล ติดต่อสอบถามโทร 02-312-6300 ต่อ 1139

ศูนย์วัฒนธรรม จัดโครงการเสวนาวิชาการ หัวข้อ “ส่งต่อปณิธานความดีที่ยั่งยืน” โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เวลา 12.30 – 16.00 น. ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ ติดต่อสอบถามโทร 02-312-6300 ต่อ 1534

.

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เป็นองค์กรสาธารณกุศลที่มุ่งมั่นช่วยเหลือบรรเทาทุกข์และบำรุงสุขโดยไม่เลือกชั้น วรรณะ และศาสนา อย่างครบวงจรชีวิต ภายใต้ปณิธาน “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”  โดยเมื่อปี 2563 ที่ผ่านมา ในโอกาส “ครบรอบ 110 ปี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง” มูลนิธิฯได้จัดกิจกรรมพิเศษตลอดทั้งปี เพื่อบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ให้กับสังคมไทย ภายใต้แนวคิด “ความดีที่ยั่งยืน” โดยได้มอบอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์รวมมูลค่า 110 ล้านบาทให้แก่โรงพยาบาลทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวม 37 แห่งทั่วประเทศ รวมทั้งกิจกรรมอื่นๆ อาทิ การตั้งโรงครัวบริการอาหารและน้ำดื่ม การบริการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ตามชุมชนต่างๆ การก่อสร้างอาคารที่จอดรถที่โรงพยาบาลหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ วิทยาเขตยศเส เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ยังมีโครงการใหญ่อีก 2 โครงการที่กำลังเกิดขึ้นในโอกาสฉลองการครบรอบ 110 ปี คือ การเปิดหอประวัติมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และ การสร้างศาลเจ้าไต้ฮงกง (สาทร) ถนนเจริญราษฎร์ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร ติดตามข่าวสารงานสาธารณกุศลของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  www.facebook.com/atpohtecktung

.

.

.

## มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง 110 ปี ความดีที่ยั่งยืน ##

ตี๋สมเด็จ/รายงาน

"ภราดรภาพ"จัดประชุมใหญ่เลือก บุญญา หลีเหลด นั่งหัวหน้าพรรค ดัน "ผู้กองรชฏ" เป็นประธานยุทธศาสตร์ นิธิพล - สมบูรณ์ - สุรภาส ร่วมทีมขับเคลื่อนต่อ ประกาศชัดพร้อมกวาดที่นั่ง ส.ส.ชายแดนใต้

 "ภราดรภาพ"จัดประชุมใหญ่เลือก บุญญา หลีเหลด นั่งหัวหน้าพรรค ดัน "ผู้กองรชฏ" เป็นประธานยุทธศาสตร์ นิธิพล - สมบูรณ์ - สุรภาส ร่วมทีมขับเคลื่อนต่อ ประกาศชัดพร้อมกวาดที่นั่ง ส.ส.ชายแดนใต้



ที่โรงแรมจอลลี่ สวีทแอนด์สปา สาขาท่าพระ เมื่อเวลา 10.00น. ของวันที่19 ธค.64 พรรคภราดรภาพ ได้จัดประขุมใหญ่ สามัญประจำปี พ.ศ.2564 โดยมี ร.อ.รชฏ พิสิษฐบรรณกร หัวหน้าพรรค เป็นประธานการประชุม มีวาระสำคัญคือ การรับรองประชุมใหญ่ รับรองงบการเงิน   

การแจ้งข้อมูลข่าวสารให้สมาชิกทราบ

จากนั้นได้ให้สมาชิกที่เข้าร่วมในครั้งนี้ ได้ใช้สิทธิเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ ปรากฎ ที่ประชุมได้เลือก นายบุญญา หลีเหลด อดีตสมาชิกวุฒิสภา ฯเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ แทน รอ.รชฏ พิสิษฐบรรณกร ซึ่งสลับไปเป็นประธานยุทธศาสตร์พรรค

สำหรับคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ที่ได้รับการรับเลือก ประกอบด้วย นาวาอากาศโทรวยลาภ เอี่ยมทอง รองหัวหน้าพรรค คนที่1 นายนิธิพล รวานนท์ รองหัวหน้าพรรค คนที่2 น.ส.สุวลักษณ์ พวงมาลัย รองหัวหน้าพรรค คนที่3 นายสมบูรณ์ จิตตะบูรณ์ เลขาธิการพรรค นายสมชาย พวงมาลัย  นายนูรุคดิน คะแสสาเมาะ ร องเลขาธิการพรรค นายสุรภาส วิเชียร โฆษกพรรค และนายณัฐพงศ์ คงอมรพนา รองโฆษกพรรค

ภายหลังจากเสร็จสิ้นการประชุม นายบุญญา หลีเหลด ได้กล่าวขอบคุณสมาชิกพรรค ที่ไว้วางใจเลือกตนเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่  พร้อมประกาศจุดยืน ว่าพรรคภราดรภาพจะต้องดำเนินนโยบาย ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย  พร้อมยึดหลักการทำงานสร้างสรรค์ ยึดสถาบันชาติ ศาสตร์ กษัตริย์ เป็นเสาหลักที่สำคัญของประเทศ


สำหรับกาดำเนินของพรรค มีความเชื่อมั่นว่าการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นนั้น พรรคได้ตั้งเป้าในพิ้นที่ในจังหวัดภาคใต้ในหลายจังหวัดจะได้ที่นั่ง ส.ส.อย่างแน่นอน











ทางด้าน ร.อ.รชฏ พิสิษฐบรรณกร อดีตหัวหน้าพรรค  ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า  พรรคภราดรภาคเปิดมาแล้วมากกว่า 10 ปี มีสมาชิกหลายหมื่นคน น่าจะมีฐานเสียงประมาณ 1 ล้านเสียง เป้าหมายของเราจะมุ่งเน้นเรื่อง การเสมิอภาคในด้านสาธารณสุข การศึกษา และการส่งเสริมทางด้านการกีฬา จะต้องได้เหมือนกันหมด ฉะนั้นเราต้องมาดูเรื่องของงบประมาณภาษีจะทำอย่างไรให้จัดสรรได้เท่าเทียมและทั่วถึงกันหมดทุกภาคส่วน อันนี้จะเป็นนโยบายของเรามา การหาเสียงครั้งหน้าในเรื่องของการเสมอภาค และหลังจากวันนี้ไปก็จะส่งมอบนโยบายนี้ให้กับหัวหน้าพรรคคนใหม่ดำเนินการตามที่ได้วางแผนกันไว้ 

วันพุธที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2564

 



บิ๊กหมอก

นายศรพงศ์ศักดิ์  สุวรรณปรุง

ที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการฯสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและที่ปรึกษาบอร์ดบริหาร UNPKFC พร้อมนายสุรัช สุวรรณศรี ผู้ช่วยที่ปรึกษา นายชัชวาล วุฒิเมธี หัวหน้ากลุ่มพัฒนาและส่งเสริมอาชีพการประมง รักษาราชการแทนประมงจังหวัดตราดพร้อมคณะลงพื้นที่จังหวัดตราด โดยมี นายชำนาญวิทย์  เตรัตน์ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด รับมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ประกอบไปด้วยชุดตรวจ ATK ชุด ppe อย่างดีหน้ากากเฟสชิว หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ หน้ากาก n95 เจลแอลกอฮอล์แบบกดและแอลกอฮอล์แบบฉีดพ่น เพื่อใช้ในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรค covid-19 เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ ที่เป็นด่านหน้าคอยช่วยเหลือประชาชน ในโอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดตราดได้ส่งมอบอุปกรณ์ต่างๆต่อให้กับทางสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดตาก เพื่อเป็นประโยชน์ต่อไป นายศรพงศ์ศักดิ์ สุวรรณปรุง ที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการฯ ในฐานะทื่ได้รับตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาบอร์ดบริหารUNPKFCได้ร่วมพูดคุยกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ถึงความเป็นมาในการลงมอบอุปกรณ์การแพทย์ร่วมกับ un pkfc ซึ่งได้เล็งเห็นปัญหาและผลกระทบในสถานการณ์โรคระบาดโควิด 19 ซึ่งสามารถเกิดการระบาดและติดต่อได้กับทุกคนทุกเพศ ทุกวัยและหน่วยงาน ทาง unpkfc จึงได้มอบหมายให้ที่ปรึกษาบอร์ดบริหารลงพื้นที่มอบอุปกรณ์การแพทย์ในทุกๆจังหวัดของประเทศไทยให้ได้รับความช่วยเหลือเพื่อนมนุษยชาติและมนุษยชนและทางด้านสวัสดิการสังคมซึ่งนายศรพงศ์ศักดิ์  สุวรรณปุรุงที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการฯได้รับรางวัล เป็นถ้วยรางวัล เหรียญและประกาศนียบัตรจาก ท่านประธานาธิบดีเนปาลเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่บุคลที่ทำความดีให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติต่อไป ณ.ห้องประชุมธารมะยม ศาลากลางจังหวัดตราด