วันอังคารที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2562

ป่อเต็กตึ๊งมอบอั่งเปาแก่คนชราเนื่องในเทศกาลตรุษจีน

วันนี้( 22 ม.ค. 62) เวลา 09.00 น. มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ในโครงการ “ป่อเต็กตึ๊ง จัดเลี้ยงอาหารคนชรา เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2562”  นำโดยคุณจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและรองเลขาธิการ พร้อมด้วยคุณสุรพงศ์  เสรฐภักดี กรรมการ, คุณชุติมา ตันติศิริวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการ, คุณวุฒิชัย อภิวัฒนกุลชัย ผู้จัดการมูลนิธิฯ และคุณพินัย ศรีพนาสณฑ์ รักษาการผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ ร่วมจัดเลี้ยงอาหาร(โต๊ะจีน) พร้อมมอบอั่งเปา คนละ 1,000 บาท และสิ่งของ ประกอบไปด้วย ผ้าขนหนูเช็ดหน้า, ส้มเขียวหวาน ,นมถั่วเหลือง ให้แก่คนชรา รวม 3 แห่ง ได้แก่ สถานสงเคราะห์คนชราบางเขน, สถานสงเคราะห์คนชราปากน้ำ และสถานสงเคราะห์คนชราปทุมธานี

พร้อมมอบเงินบริจาคในนาม   “มูลนิธิฯ 5 แห่ง ที่ร่วมดำเนินงาน”   ให้สถานสงเคราะห์ ทั้ง 3 แห่ง เป็นเงิน 28,000 บาท(สองหมื่นแปดพันบาทถ้วน) และมอบในนามคณะกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ให้สถานสงเคราะห์ทั้ง 3 แห่ง เป็นเงิน 18,000 บาท(หนึ่งหมื่นแปดพันบาทถ้วน) คิดเป็นเงินในการดำเนินการทั้งสิ้น จำนวน 487,500 บาท (สี่แสนแปดหมื่นเจ็ดพันห้าร้อยบาทถ้วน)









วันอังคารที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2562

นายวีระพัฒน์ พร้อมพลากร นายทะเบียนพรรคภารดรภาพ เข้ายื่นหนังสือต่อ กกต.เพื่อขอให้ยกเลิกหนังสือลาออก และตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง

15 ม.ค.62 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายวีระพัฒน์ พร้อมพลากร นายทะเบียนพรรคภารดรภาพ ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อขอให้ยกเลิกหนังสือลาออก และตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีถูกนายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ เลขาธิการพรรคภราดรภาพ กับพวก โดยนายวีระพัฒน์ อ้างว่า ถูกพันธ์ยศ ข่มขู่และบังคับให้ตนเองลาออกจากนายทะเบียนพรรค เนื่องจากเข้าใจผิดว่า ตนในฐานะนายทะเบียนพรรคทำการคีย์ข้อมูลเพื่อให้สมาชิกพรรคจำนวน 20 คน ลาออกจากพรรคเพื่อไปสังกัดพรรคการเมืองอื่น และไม่นำสมาชิกพรรคบางคนเข้าเป็นสมาชิกตามที่นายพันธ์ยศ ต้องการ

ทั้งนี้นายพันธ์ยศ ได้นัดตนไปที่บ่อกุ้งแห่งหนึ่ง พร้อมข่มขู่และบังคับให้เขียนหนังสือลาออกจากนายทะเบียนพรรค แต่ตนไม่ยินยอม นายพันธุ์ยศ จึงลูกน้อง ซึ่งมีปืนอยู่โดยบังคับให้เขียนหนังสือและอัดคลิปวีดีโอขั้นตอนการคีย์ข้อมูลนำสมาชิกพรรคออกจากพรรคไว้ จากนั้นจึงปล่อยตัวออกมา หลังจากนั้นตนจึงไปตรวจร่างการและแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนที่กองปราบปรามฯเพื่อให้ดำเนินคดีไว้แล้ว

นายวีระพัฒน์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่เลขาธิการพรรคเข้าใจผิดว่า ตนเองเป็นคนกรอกข้อมูลพรรคให้สมาชิกพรรค 20 คนลาออก เพื่อไปสังกัดพรรคใหม่ แต่ในความเป็นจริงแล้วผู้ที่รู้รหัสสามารถคีย์ข้อมูลสมาชิกพรรคได้มีจำนวนมาก ไม่ใช่แค่มีตนและหัวหน้าพรรค เพราะตนให้รหัสกับผู้ช่วยนายทะเบียนเพิ่มอีก 1 คนเพื่อให้ช่วยคีย์ข้อมูล เนื่องจากตนต้องลงพื้นที่เกรงว่า จะทำงานไม่ทัน นอกจากนี้ ทางพรรคมีเจ้าหน้าที่ของพรรคที่เป็นคนของเลขาธิการพรรคจำนวน 5 คนมาช่วยคีย์ข้อมูล และต่อมามีการนำพาสเวิร์ดไปแปะไว้เพื่อให้บุคคลอื่นมาช่วยกรอกข้อมูลอีกหลายคน อย่างไรก็ตามการร้องกกต.ครั้งนี้เพื่อให้ตนได้อยู่ในพรรคต่อไป โดยหวังว่า จะแก้ปัญหาให้กับพรรคให้เสร็จสิ้นก่อนแล้วจึงจะพิจารณาเรื่องการลาออกในภายหลัง แต่โดยส่วนตัวแล้วกับเลขาธิการพรรคคงทำงานด้วยกันอีกลำบาก

“ขอให้กกต.พิจารณากรณีดังกล่าวว่าหนังสือลาออกเป็นเอกสารเท็จให้ผมเป็นนายทะเบียนที่ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป พร้อมทั้งขอให้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงและลงโทษนายพันธ์ยศด้วย” นายวีระพัฒน์ กล่าว

ช่วงเวลา 13.30 น.นายวีระพัฒน์ ได้เดินทางไปยับกองปราบปรามเพื่อสอบถามความคืบหน้าของคดีกรณีที่นายวีระพัฒน์ ถูกทำร้ายร่างกาย 




วันพุธที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2562

"ชัดเจนเพื่อคนไทย จริงใจเพื่อท้องถิ่น" "พรรคพลังท้องถิ่นไท" THAI LOCAL POWER PARTYเดินหน้าแถลงนโยบายเพื่อมวลชน ชูคอนเซ็ปต์ "ชัดเจนเพื่อคนไทย จริงใจเพื่อท้องถิ่น"



"ชัดเจนเพื่อคนไทย จริงใจเพื่อท้องถิ่น"

"พรรคพลังท้องถิ่นไท"
THAI LOCAL POWER PARTY
เดินหน้าแถลงนโยบายเพื่อมวลชน
ชูคอนเซ็ปต์
"ชัดเจนเพื่อคนไทย จริงใจเพื่อท้องถิ่น"

นายชัชวาลย์ คงอุดม หรือ ชัช เตาปูน
นำทีม 350 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ประกาศจุดยืน เดินหน้าสู่ศึกเลือกตั้ง ภายใต้นโยบาย "ชัดเจนเพื่อคนไทย จริงใจเพื่อท้องถิ่น" ไม่หวั่นเลื่อนวันเลือกตั้ง






นายชัชวาลล์ คงอุดม หัวหน้าพรรค
พลังท้องถิ่นไท เปิดเผยว่า กว่าที่จะมา
ถึงวันนี้ วันที่พรรคพลังท้องถิ่นไทยมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถจากหลากหลายอาชีพ มีทั้งนักการเมืองท้องถิ่น ข้าราชการ ผู้นำชุมชน กลุ่มชาติิพันธ ์กลุ่มผู้พิการ กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ และกลุ่มอื่นๆ อีกหลายด้าน ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย การเข้าร่วมเป็นหนึ่งกับพรรคพลังท้องถิ่นไท ทุกคนจะมีโอกาสได้เข้ามาทำงานตามความต้องการ และความจำเป็นของพื้นที่ต่างๆให้เกิดผลได้จริง

  "การเลือกตั้งจะเกิดขึ้น พรรคพลังท้องถิ่นไทจะทำงานตามเจตนารมณ์ที่เราวางไว้ตั้งแต่วันแรกที่ก่อตั้งพรรค โดยมีเป้าหมายในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนคนไทย ที่ไม่เพียงให้แค่อยู่ดีกินเท่านั้น แต่ประชาชนทุกภาคส่วนของประเทศไทย จะต้องมีความรู้ความสามารถที่ดีเทียบเท่ากันทั้งประเทศ
เราเน้นด้านการศึกษา เพราะการศึกษาได้รับการศึกษาที่ดี จะเป็นจุดเริ่มต้นในการลดความเหลื่อมล้ำมิติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิตของความเป็นอยู่ที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างด
ีภายใต้นโยบาย "ชัดเจนเพื่อคนไทยจริงใจเพื่อท้องถิ่น"





 
อีกหนึ่งจุดยืนของพรรคพลังท้องถิ่นไท คือ การเป็นพรรคการเมืองที่มีความเป็นกลาง ความเป็นกลางแท้จริงที่ไม่เลือกซ้ายหรือขวาแต่ยึดถือประโยชน์ของประชาชนคนไทยเป็นที่ตั้ง แต่พรรคจะให้โอกาสกับทุกพรรคด้วยความยุติธรรม

แม้ว่าพลังท้องถิ่นไทจะถูกมองเป็นพรรคการเมืองใหม่ แต่พรรคก็มีวิสัยทัศน์ในการทำงานที่ชัดเจนไม่ต่างจากพรรคการเมืองใหญ ่และพรรคเปิดโอกาสให้ทุกคนที่คิดจะทำงานให้กับประเทศได้พัฒนาไปในทางที่ดีได้เข้ามาร่วมทำงานไปกับเรา

 







"ถึงแม้ว่าขณะนี้ หลายพรรคจะออกมาแสดงความมั่นใจว่าจะได้ที่นั่งในเขตพื้นที่ต่างๆ ทางพรรคก็ยังยืนยันที่จะวางเป้าหมายที่จะส่งผู้สมัคร ส.ส.ทั้งสิ้น 350 เขตทั่วประเทศ และแบบบัญชีรายชื่อ 150 คน เช่นเดิม เราให้ความสำคัญกับทุกเขต ทุกพื้นที่และยินดีจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับประชาชนทุกคน และเชื่อว่าผลการทำการเมืองอย่างหนักลงพื้นที่ และสร้างความสัมพันธ์กับประชาชนอย่างใกล้ชิด เพื่อเข้าหาคนทุกกลุ่ม และรับฟังเสียงประชาชน ผ่านศูนย์ประสานงานพรรคที่มีใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ เรารวบรวมคนจากทุกกลุ่มภายใต้เจตนารมณ์เดียวกัน คือ คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลักมาเป็นฐานเสียงที่สำคัญให้กับพรรค"
 มีสมาชิกพรรคจากภาคตะวันออกจังหวัดจันทบุรี เขต 1 1.นายอัศจรรย์ อานามวงศ์ 2.สุพรชัย สายพาณิชย์ 3.นาย อิศวะ เทียนหลงจังหวัดระยอง เขต 2 นายนพเนตร บุญร่มเย็น


สำหรับวันนี้เป็นวันพิเศษ และเป็นวันสำคัญของพรรคพลังท้องถิ่นไทที่ได้ประกาศ จุดยืนเป็นทางการ ผมในฐานะหัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไทและทีมบริหารพรรคทุกคน พร้อมแล้วครับ
กับการเลือกตั้งในครั้งนี้ให้โอกาสและขอกำลังใจสำหรับพรรคพลังท้องถิ่นไทด้วยครับ นายชัชวาล ได้กล่าวทิ้งท้าย

วันอังคารที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2562

พรรคชาติพัฒนาเปิดศูนย์รับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยพายุ "ปาบึก" ณ ห้องประชุมประชารัฐบ้านวังรัก ม.5 ต.ไชยมนตรี อ.เมืองจ.นครศรีธรรมราช วันที่ 8 มกราคม พศ. 2562 เวลา 10:00 น ณ หอประชุมประชารัฐบ้านวังรัก



พรรคชาติพัฒนาเปิดศูนย์รับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยพายุ "ปาบึก"
ณ ห้องประชุมประชารัฐบ้านวังรัก
ม.5 ต.ไชยมนตรี อ.เมืองจ.นครศรีธรรมราช

วันที่ 8 มกราคม พศ. 2562
เวลา 10:00 น
ณ หอประชุมประชารัฐบ้านวังรัก

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ
หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา และคณะกรรมการบริหารพรรค
ได้เดินทางมาเปิดศูนย์ของพรรคที่ จ.นครศรีธรรมราช และเยี่ยมพี่น้องผู้ประสบภัยจากผลกระทบพายุ "ปาบึก"




นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา
ได้กล่าวให้กำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานจิตอาสาสมาชิกพรรคชาติพัฒนาและประชาชนผู้ประสบภัย หลังจากนั้นออกเยี่ยม พี่น้อง,ประชาชน ผู้ประสบภัย ที่ได้รับความเสียหายจากพายุ "ปาบึก"ในเขตเมือนครศรีธรรมราช และ อ.ปากพนัง
หลังจากนั้นได้มอบหมายภารกิจให้คณะกรรมการศูนย์โดยให้ดำเนินการอย่างโปร่งใสรวดเร็วและต่อเนื่องไปจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ ให้พี่น้องชาว จ.นครศรีธรรมราชและภาคใต้ มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา ได้กล่าวทิ้งท้าย
หลังจากนั้นหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา จึงเดินทางกลับ










พลทหารจับสุนัขทารุณสัตว์หรือไม่
โดย ดร.สาธิต ปรัชญาอริยะกุล
เลขาธิการและผู้อำนวยการสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย (TSPCA)
ตามที่มีข่าวปรากฏเกี่ยวกับพลทหารได้จับสุนัขจำนวน 2 ตัว ไปมัดและให้นอนตากแดด จนเป็นที่น่าสะเทือนใจแก่ผู้รักสัตว์เป็นอย่างยิ่ง จนภายหลังจะมีการออกมาตอบโต้กันถึงข้อเท็จจริง (ซึ่งยังไม่ยุติ)  ไม่ว่าผู้ที่กล่าวหา ปศุสัตว์ในพื้นที่และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องก็ให้ความคิดเห็นที่หลากหลาย ซึ่งขณะนี้ทราบว่าได้มีการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม คือมีการลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว เรื่องดังกล่าวจึงมีแง่มุมที่น่าสนใจ คือ
1.พลทหารมีลักษณะของการกระทำ คือ คิด ตกลงใจ ตระเตรียม และได้มีการกระทำลงไป เพื่อให้สุนัขทั้งสองนั้นได้รับความทุกข์ทรมาน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 มาตรา 3 ที่นิยามว่า การทารุณกรรมสัตว์ หมายถึง “การกระทำหรืองดเว้นการกระทำใด ๆ ที่ทำให้สัตว์ได้รับความทุกข์ทรมานไม่ว่าทางด้านร่างกายหรือจิตใจ ได้รับความเจ็บปวด ความเจ็บป่วย ทุพพลภาพ หรืออาจมีผลทำให้สัตว์นั้นตาย และให้หมายรวมถึงการใช้สัตว์พิการ สัตว์เจ็บป่วย สัตว์ชราหรือสัตว์ที่กำลังตั้งท้องเพื่อแสวงหาประโยชน์ ใช้สัตว์ทำงานจนเกินสมควรหรือใช้ให้ทำงานอันไม่สมควรเพราะเหตุที่สัตว์นั้นเจ็บป่วย ชราหรืออ่อนอายุ” หรือไม่อย่างไร
2.การกระทำของพลทหารนั้นครบองค์ประกอบภายในของการกระทำความผิด คือเป็นการกระทำด้วย “เจตนา” ที่ต้องการจับสุนัขไปมัดเพื่อไปตากแดด รอการไปปล่อยขั้นตอนดังกล่าวทำให้เกิดความทุกข์ทรมานโดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือไม่ หรือเป็นการกระทำโดยประมาท ปราศจากความระมัดระวังซึ่ง ซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้นจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์และผู้กระทำอาจจะใช้ความระมัดระวังเช่นนั้นได้ แต่หาใช้ได้เพียงพอไม่ ก็ต้องพิจารณามูลเหตุจูงใจ
3.ผลการกระทำที่พลทหารกระทำนั้นสัมพันธ์กับการกระทำความผิดในการทารุณสุนัขหรือไม่ คือถ้าไม่มีการกระทำผลจะไม่เกิด คือถ้าไม่มีการจับสุนัข สุนัขก็จะไม่ได้รับการทารุณจนทำให้ได้รับความทุกข์ทรมานไม่ว่าทางด้านร่างกายหรือจิตใจ ได้รับความเจ็บปวด ความเจ็บป่วย ทุพพลภาพ หรืออาจมีผลทำให้สุนัขนั้นตายได้ เรื่องดังกล่าวก็ต้องฟังผลจากพิสูจน์จากหลายฝ่าย เช่น สัตวแพทย์ หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย หรือใช้ผลทางนิติวิทยาศาสตร์มายืนยันถึงสภาพของสุนัขทั้งสองตัวว่าได้รับอันตรายหรือไม่อย่างไร
4.ความชั่ว เป็นเรื่องของ “ความรู้ผิดชอบ” คือพลทหารมีสติครบถ้วนบริบูรณ์หรือไม่ เช่น กระทำได้เองไม่ได้เกิดจากการที่ควบคุมตนเองไม่ได้
5.มีเหตุแห่งการยกเว้นอื่น ๆ ที่ไม่ถือว่าเป็นการทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือไม่ เช่น พลทหารได้กระทำไปและได้รับการยกเว้น มาตรา 21 มีการกระทำ ที่ถือว่าไม่เป็นการทารุณกรรมสัตว์ 11 ข้อ เช่น (1) การฆ่าสัตว์เพื่อใช้เป็นอาหาร ทั้งนี้ เฉพาะสัตว์เลี้ยงเพื่อใช้เป็นอาหาร (3) การฆ่าสัตว์เพื่อควบคุมโรคระบาดตามกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์ (6) การฆ่าสัตว์ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อป้องกันอันตรายแก่ชีวิตหรือร่างกายของมนุษย์หรือสัตว์อื่น หรือป้องกันความเสียหายที่เกิดแก่ทรัพย์สิน เป็นต้น
ดังนั้น พลทหารจับสุนัขแล้วให้นอนตากแดด และนำไปปล่อยนั้น ก็ต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าได้ดำเนินการไปเพื่ออะไร มีเหตุสมควรหรือไม่ หรือกระทำไปด้วยความประมาท ปราศจากความระมัดระวังหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือต้องทำตามนายสั่ง ซึ่งถ้าพิสูจน์ได้ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดเป็นการทารุณกรรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควรจริง ผู้สั่งการที่ก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดไม่ว่าด้วยการใช้ บังคับ ขู่เข็ญ จ้างวานหรือยุยงส่งเสริม หรือด้วยวิธีอื่นใด ผู้นั้นเป็นผู้ใช้ให้กระทำความผิด ถ้าผู้ถูกใช้ได้กระทำความผิดนั้น ผู้ใช้ต้องรับโทษเสมือนเป็นตัวการ ถ้าความผิดไม่ได้กระทำลง ไม่ว่าจะเป็นเพราะผู้ถูกใช้ไม่ยอมกระทำ ยังไม่ได้กระทำหรือเหตุอื่นใด ผู้ใช้ต้องระวางโทษหนึ่งในสามของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น  เรื่องของกฎหมายจึงเป็นเรื่องของหลักการ ที่ผู้ใช้จะต้องใช้ในการอำนวยความยุติธรรม ให้เกิดความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน โดยจะใช้ความรู้สึกและอารมณ์มาตัดสินไม่ได้  แต่มนุษย์ก็ควรมีความเมตตาต่อสัตว์ เพราะ “สัตว์” แม้จะพูดเองไม่ได้ เรียกร้องสิทธิให้ตัวเองไม่ได้เฉกเช่นเดียวกับมนุษย์ แต่ก็มีชีวิต จิตใจ มีความรู้สึก รับรู้ได้ถึงความทุกข์ทรมานเจ็บปวด จากการกระทำของมนุษย์  มนุษย์จึงควรปฏิบัติต่อสัตว์ อย่างมีมนุษยธรรมมากขึ้น