วันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

 นนทบุรี หมอปลาบุกช่วยครอบครัว หลังพ่อพาซินแสมาดูฮวงจุ้ย สัมผัสได้ถึงวิญญาณเต็มบ้าน







     จากกรณีเมื่อวันที่ 29 ม.ค. 68 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่หมู่บ้านชื่อดังแห่งหนึ่ง ย่านบางบัวทอง ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายแบงค์ (นามสมมุติ) อายุ 25 ปี และน.ส.เบนซ์ (นามสมมุติ) อายุ 22 ปี สองพี่น้อง ว่าหลังจากพ่อไปรู้จักกับซินแสท่านหนึ่ง เมื่อ 2 ปีที่แล้ว และได้ติดต่อให้มาดูบ้าน ตั้งศาล (ตี่จู้เอี๊ยะ) ไปมาหาสู่กันตลอด 1 ปีกว่าๆ จากนั้นพ่อเริ่มใช้เงินเยอะ ซื้อข้าวของให้ซินแสหลักล้าน ซึ่งหลังจากตั้งศาล และนำรูปปั้นต่างๆเข้ามาบูชาในบ้าน ธุรกิจของครอบครัวก็เริ่มถดถอยลง จากที่เคยมีรายได้หลายสิบล้านบาท ตอนนี้แทบจะล้มละลาย จึงอยากวอนหมอปลาให้ช่วยเหลือ กลัวว่าบ้านของตัวเองจะถูกซินแสคนดังกล่าวทำของไม่ดีใส่







     ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 30 ม.ค. 68 นายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือหมอปลา มือปราบสัมภเวสี เดินทางมาที่บ้านหลังดังกล่าว มีอาการหาว และอาเจียนตั้งแต่ทางเข้าประตูรั้วบ้าน จากนั้นได้ชี้จุดไปที่ฝั่งตรงข้ามของบ้าน ซึ่งมีเสาไฟฟ้าอยู่ตรงกลางประตูรั้ว และมีรูปปั้นสิงห์ 2 ตัว ที่หันหน้าเข้าตัวบ้านหลังนี้ จากนั้นได้เดินไปดูจุดที่ครอบครัวช่วยกันขุดขึ้นมาและพบข้าวของจำนวนมาก รวมถึงเดินสำรวจรอบๆบ้าน โดยกล่าวสั้นๆว่า “บ้านหลังนี้สัมผัสได้ว่ามีผีเต็มไปหมด”





     ต่อมา หมอปลาได้ให้สองพี่น้องมานั่งข้างโซฟาในบ้าน และกดไปที่บ่า เพื่อสัมผัสว่ามีอาการอุ่น เย็น ชา หรือไม่ เนื่องจากหมอปลาได้สัมผัสถึงสิ่งลี้ลับบางอย่าง ก่อนจะขอขึ้นไปสำรวจที่ห้องพระบนชั้น 2 ของบ้าน และให้สองพี่น้องพยายามติดต่อให้คุณพ่อเข้ามาที่บ้าน ต่อสายพูดคุยทางโทรศัพท์ก็ได้รับการปฏิเสธว่าไม่สะดวกเนื่องจากติดประชุม





     น.ส.เบนซ์ (นามสมมุติ) กล่าวว่า ตนเคยเห็นผู้ชายเดินเข้า-ออกข้างบ้าน บางครั้งหัวล้าน บางครั้งผมยาว หลายครั้ง แต่ไม่แน่ใจว่าอะไร ที่ติดต่อหมอปลาไปเพราะอยากให้ช่วยแก้ไขบ้านของตนให้กลับมาดีขึ้น อะไรที่ผิดที่ผิดทางก็อยากให้ช่วยแนะนำ ซึ่งตนได้โทรบอกคุณพ่อแล้ว แต่วันนี้คุณพ่อไม่สะดวกเนื่องจากติดงาน





     หมอปลา กล่าวว่า ตนสัมผัสถึงพลังงานไม่ดีในบ้านหลังนี้ ตั้งแต่หน้าประตูรั้วบ้าน รู้สึกร้อนทั้งบ้าน ตอนแรกคิดว่าเข้ามาจะไม่เจอผี คงเจอแต่สิ่งของที่ซินแสอุปโหลกขึ้นมา แต่กลับเจอผี เหยียบพื้นดินตรงไหนก็รู้สึกแย่ ครอบครัวจะให้ตนช่วยได้อย่างไรในเมื่อคุณพ่อที่เป็นตัวต้นเรื่องไม่มาพบ ตนเชื่อว่าคุณพ่อต้องไปทำอะไรที่แปลกและไม่เล่าให้ครอบครัวฟัง ตนอยากเจอคุณพ่อ หากพบอะไรไม่ดีในตัวจะได้ช่วยแก้ไข ตนเจอผีในบ้านหลังนี้ทั้งบ้าน คิดว่าคงมีสิ่งที่ไม่ดีอยู่ในตัวของคุณพ่อแน่นอน ตนอยากให้ทางคุณพ่อหันกลับมาเชื่อภรรยาและลูกทั้งสองคน ความเชื่อตรงนี้ไม่ได้เสียหายและเสียเงิน ตนไม่ได้เอ่ยถึงชื่อของซินแส อยากให้ทางคุณพ่อไม่ต้องกังวลใดๆ ตนแค่อยากรู้ว่าคุณพ่อพบเจออะไรอยู่จะได้ช่วยแก้ไขได้ แต่ตอนนี้ไม่สามารถช่วยอะไรได้ ซึ่งตัวต้นตอไม่อยากมาเจอตนก็ไม่รู้ว่าเพราะโดนล้างสมองหรือไม่ สิ่งที่ลูกสาวฝันถึงว่ามีคนเอาของมาให้พ่อและรับไว้ ก็อาจจะเป็นการรับผีมาไว้กับตัว ถ้ารับสิ่งดีๆเชื่อว่าครอบครัวจะไม่เป็นแบบนี้ การที่ครอบครัวมีเงินทองมาตลอด เพราะคนในครอบครัวขยันทำมาหากินไม่ได้เป็นเพราะเชื่อซินแสคนนี้ ตนสงสารครอบครัวนี้ ต้นตอคือคุณพ่อ ทางแก้เดียวคือต้องให้คุณพ่อมาพบและพูดคุยหาทางออกร่วมกัน


หมายเหตุ : รบกวนเบลอหน้า คุณแม่ ที่อุ้มสุนัข และสองพี่น้องด้วยครับ



 ตำรวจปากเกร็ดรวบชายวัย 26 พบปืนไทยประดิษฐ์และกระสุน .380 ในลานจอดห้าง



เมื่อเวลา 03.50 น. วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.ท.ก้องพิสิษฐ์ พฤกษาชีวะ รอง ผกก.ป., และ พ.ต.ท.ฤทธ์ธรักษ์ นามคำสวัสดิ์ สวป. ได้นำกำลังเข้าจับกุม นายทิวากร โตประเสริฐ อายุ 26 ปี พร้อมของกลางอาวุธปืนและเครื่องกระสุน ขณะอยู่บริเวณลานจอดรถหน้าห้าง One One ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด




ทีมจับกุมประกอบด้วย ร.ต.อ.ดิฐาศักดิ์ พิมุกต์อัครเดช รอง สวป., ส.ต.อ.วุฒิพงษ์ ทัศบุตร, ส.ต.ท.อดิศร ศรีท้าว, และ ส.ต.ต.จีระศักดิ์ ดอนฉนวน ผบ.หมู่ (ป.) สภ.ปากเกร็ด โดยตรวจยึดของกลาง ได้แก่ 1.อาวุธปืนไทยประดิษฐ์แบบแมกกาซีนพกสั้น 1 กระบอก 2.ลำกล้องแปลงขนาด .380 1 อัน 3.เครื่องกระสุนปืนขนาด .380 จำนวน 6 นัด (บรรจุอยู่ในซองกระสุน)





เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และ พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย


ทั้งนี้ การควบคุมตัวเป็นไปตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้สูญหาย พ.ศ. 2565 โดยได้แจ้งข้อมูลไปยังสำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด และศูนย์รับแจ้งการจับกุมตามกฎหมายเป็นที่เรียบร้อย.

 นนทบุรี ทำไปได้ ตร.รวบหนุ่มใหญ่วัย47ปี ขณะกำลังขายยาบ้าใส่ถุงแขวนขายเหมือนขนมร้านของชำ 







   เมื่อเวลา 18.00น. วันที่ 30 ม.ค.68 ที่ สภ. ชัยพฤกษ์ พ.ต.อ.สมชาย ชูแก้ว ผกก.สภ.ชัยพฤกษ์ พ.ต.ท.ชัยรัตน์ หิรัญบูรณะ รองผกก.สส.สภ.ชัยพฤกษ์ พ.ต.ท.ฉัฐวัฒน์ สิริเบญจศักดิ์ สว.สส.สภ.ชัยพฤกษ์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสภ. ชัยพฤกษ์  ร่วมกันจับกุมตัว นายรังสรรค์ หรือดวง สังข์วัฒน์ อายุ47ปี(สวมเสื้อขยี้ใบ/คนขาย)บ้านเลขที่ 8 หมู่ 4 ต.บางประมุง อ.โกรกพระ จ.นครสวรรค์ และ Mr. PHY CHANNIN อายุ30ปี(คนซื้อสวมเสื้อสีขาว)ชาวกัมพูชา ขณะกำลังซื้อขายยาเสพติดที่หน้าเพิงพักแคมป์คนงาน ซ. วัดปากคลองพระอุดม หมู่ 5 ต.คลองพระอุดม อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจค้น พบของกลางที่ตัว นายรังสรรค์ฯ(คนขาย)คือ 1.ยาบ้า สีส้ม จำนวน 192 เม็ด 2.ยาไอซ์ จำนวน 9 ถุง หนัก 4.82 กรัม 3.สร้อยคอทองคำลายโซ่ 2 สลึง ส่วนทางด้าน  Mr. PHY พบ 1.ยาบ้าจำนวน 6 เม็ด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวไปตรวจสารเสพติดที่โรงพยาบาลพบว่าฉี่ม่วงทั้ง2ราย และนำตัวกลับมาดำเนินคดีในข้อหาคือ 1. จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทหนึ่งเมทแอมเฟตามีน(ยาบ้า,ไอซ์) โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายกระทำเพื่อการค้า 2. เสพยาเสพติดให้โทษประเภทหนึ่งเมทแอมเฟตามีน โดยได้รับอนุญาต





    จากการสอบถามนายรังสรรค์ เล่าว่า ปกติแล้วตนทำงานก่อสร้างอาศัยอยู่ภายในแคมป์คนงานดังกล่าว ตนทำการขายยาให้กับคนงานใกล้เคียง ไม่ได้ไปขายคนอื่นมั่ว ส่วนที่ทำยาใส่ซองไว้และติดเรียงกันลงมาแปะเลขตามจำนวน เพราะว่ากลัวยาหาย จึงแปะติดกระดาษกาวไว้และแขวนไว้หรือใส่กระเป๋า เวลาคนมาซื้อจะดึงออกได้ง่ายเหมือนตามร้านค้าทั่วไปที่แปะถุงขนม ซึ่งตนแพ็คของตนเองแบ่งยาบ้าถุงละ 10 เม็ด ส่วนยาไอซ์จะช่างเป็นกรัมเพื่อขาย ส่วนเพื่อนที่โดนจับมาด้วยกันเพิ่งรู้จักกันไม่นานเข้ามาซื้อยาที่ตนเพราะทำงานอยู่กันคนละที ซึ่งยาที่ตนนำมาขายตนรับซื้อมาอีกทีถุงละ 2,800บาท และนำมาแบ่งใส่ถุงขายเม็ดละ 30 บาทแบ่งถุงละ 10 เม็ดขายถุงละ 300 บาท ตนได้ทำใจเอาไว้แล้วว่าสักวันต้องโดนตำรวจจับอยากจะขายตรงที่แปะไว้ให้หมดก่อนแล้วเลิกทำแต่มาโดนจับก่อน แต่บางวันคนเข้ามาซื้อหลายคนทำให้ไม่พอขายทำให้หยุดไม่ได้ ส่วนเรื่องทองที่อยู่ในกระเป๋าไม่ได้ใช้เงินที่ได้มาจากการขายยาตนเก็บเงินจากการทำงานก่อสร้างและซื้อมานานแล้ว





    เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบพบว่าบัญชีของนายรังสรรค์ฯ มีเงินหมุนเวียนเดือน 4-5แสนบาท และตรวจสอบบัญชีพบว่ามีเงินค้างอยู่จำนวน 80,000 บาท นายรังสรรค์ฯ ได้สารภาพว่าได้เงินทั้งหมดมาจากการขายยาและเก็บสะสมเป็นเงินเก็บมาเรื่อยๆ ส่วนสร้อยทอง เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องยึดเอาไว้เพื่อเป็นการตรวจสอบว่าใช้เงินที่ได้จากการขายยาซื้อมาหรือไม่ และเคสนี้เป็นเคสแรกที่ทำการขายยาบ้าแบบแปะใส่ถุงดึงออกเหมือนร้านค้าของชำทั่วไป 






 นนทบุรี คลิป รวบ เอ็ม ลักสายล่อฟ้า ปีนกำแพงหนีตำรวจ ก่อนพลาดถูกจับ ร่ายรักสุดช้ำ ให้รัก ร.เรือ แต่ได้กลับมาเป็น ล.ลิง



วันนี้ (30 ม.ค.68) ที่ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พ.ต.ท.ติรัส ตฤณเตชะ รองผกก.สส.สภ.ปากเกร็ด พ.ต.ท.แสงระวี ภูสอาด สว.สส.สภ.ปากเกร็ด พร้อมตำรวจฝ่ายสืบสวนสภ.ปากเกร็ด ได้ร่วมจับกุมตัวนายศรายุทธ หรือเอ็ม ระดาบุตร อายุ 36 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 963/2567 ลงวันที่ 2 ต.ค.2567 ในข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ ในเวลากลางคืน โดยเข้าทาง ช่องทางซึ่งมิได้จำนงให้เป็นทางคนเข้า โดยตำรวจจับกุมตัวได้ที่ บริเวณริมทางสาธารณะภายในชุมชนการเคหะนนทบุรี(ปากเกร็ด) ม.5 ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี






พ.ต.ท.ติรัส กล่าวว่า สืบเนื่องจากนายศรายุทธ หรือนายเอ็ม ได้เคยก่อเหตุร่วมกันลักทรัพย์เวลากลางคืน โดยบุกเข้าไปลักลอบตัดสายล่อฟ้า บริษัท TOT ในพื้นที่สภ.ปากเกร็ด เมื่อปี 2567 ที่ผ่านมา  กับเพื่อน 1 คนที่ร่วมก่อเหตุ และได้หลบหนีไป ทางตำรวจจึงทำการสืบสวนไล่กล้องวงจรปิดจนกระทั่งสามารถจับกุมตัวเพื่อนนายเอ็มได้แล้ว 1 ราย ส่วนนายเอ็มตำรวจได้ทำการติดตามจนทราบชื่อ และนามสกุล จึงขอศาลจังหวัดนนทบุรีอนุมัติหมายจับ แล้วทำการติดตามตัวจบพบนายเอ็ม แต่นายเอ็มไหวตัวทันหลายครั้ง ซึ่งตำรวจนั้นมีอุปสรรคในการติดตามเนื่องจากนายเอ็มมีคนแจ้งข้อมูลตลอดเวลาตำรวจลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่บ้าน จนกระทั่งวันนี้ 30 ม.ค.68 เวลาประมาณ 13.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้รับแจ้งจากสายลับว่าพบตัว นายศรายุทธ หรือ เอ็ม พักอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 27/15 หมู่ 5 ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงทำการวางแผนก่อนเดินทางไปตรวจสอบ 







เมื่อไปถึงพบนายเอ็มยืนอยู่บริเวณริมถนนหน้าบ้าน ได้ไหวตัวทันเห็นตำรวจจึงรีบปีนหนีออกทางหน้าต่างชั้นสอง ก่อนกระโดดข้ามกำแพงไปทางชุมชนการเคหะปากเกร็ด แต่ระหว่างการหลบหนี ร่างกายนายเอ็ม ไปกระแทกกับรั้วเหล็กแหลมจนได้รับบาดเจ็บหลายแห่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่บริเวณด้านบนอาคาร และที่ซุ่มรอประจำจุด ได้วิ่งปืนกำแพงติดตามไปอย่างกระชั้นชิด ระยะทางกว่า 200-300 เมตร จนสามารถจับกุมตัวได้บริเวณริมทางสาธารณะภายในชุมชนการเคหะนนทบุรี โดยนายเอ็มนั้นมีความว่องไว คล่องตัว วิ่งหนีปีนเก่ง รอบนี้ตำรวจจึงวางแผนรัดกุมจนกระทั่งได้ติดตามตัวมาดำเนินคดีได้ในที่สุด หลังจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้ผู้ต้องหา ซึ่งนายเอ็มไม่ประสงค์พบแพทย์ จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป






ด้านนายศรายุทธ หรือเอ็ม ให้การรับสารภาพว่า ตนเพิ่งออกจากคุกเมื่อช่วงต้นปี ม.ค.67 ที่ผ่านมา ในคดีลักทรัพย์ ส่วนสาเหตุที่ตัดสินใจก่อเหตุซ้ำเนื่องจากตนมีความรักกับหญิงสาวรายหนึ่งที่ชื่อ “น้องเกรซ” อายุประมาณ 20 ปี ซึ่งพบเจอกันที่หน้าปากซอยด้วยความบังเอิญ โดยตนได้เจอน้องเขาประมาณ 2 ครั้ง ซึ่งครั้งที่สองตนปั่นจัรยานไปเจอ น้องเขาก็บอกว่า “พี่พาหนูไปปฏิบัติธรรมหน่อย“ ซึ่งบ้านตนมีหิ้งพระเยอะอยู่แล้ว ก็เลยชวนไปที่บ้านแล้วมีสัมพันธ์กัน ซึ่งช่วงที่ตนมีความรักได้พยายามหาเงินเปย์สาวคนนี้โดยการไปก่อเหตุลักสายล่อฟ้าของบริษัท TOT ซึ่งได้ก่อเหตุกับคนชื่อเอก ซึ่งเป็นเพื่อนตน ขณะที่ก่อเหตุครั้งนั้นได้ตนได้กระโดดหน้าต่างวิ่งหนีตำรวจเข้าป่า แต่นายเอกไม่รอดได้ซัดทอดจนตนโดนจับวันนี้ ซึ่งตนก็คิดทำใจไว้แล้ว 








ซึ่งสาวคนนี้ตนต้องหาเงินเลี้ยงเขาเพราะเขาไม่ได้ทำงาน รวมถึงตนด้วย ต้องมีค่าใช้จ่ายค่ากิน รวมถึงสาวคนนี้เสพกัญชาด้วย และค่าใช้จ่ายชีวิตประจำวัน แต่ตอนนี้ก็ได้แยกทางกันไปแล้ว ส่วนวันนี้ที่ถูกจับก็เพราะเดินทางไปบ้านเพื่อนมา ระหว่างทางได้นั่งวินจยย.กลับบ้าน ได้มีสายปริศนาผู้หวังดีได้โทรมาหาตนว่าตำรวจล้อมอยู่แถวบ้านหมดแล้ว ตนจึงไหวตัวและวิ่งหนีตำรวจตามสัญชาตญาณ ซึ่งตอนแรกตนจะมอบตัวที่บ้านแล้วแต่ป้าตนบอกอายคนอื่น จึงตัดสินใจวิ่งหนีปีนป่ายได้รับบาดเจ็บจากลวดหนามนิดหน่อย ซึ่งตนให้นิยามเรื่องนี้ว่า “รักแบบชุ่ยๆ รักมันออกแบบไม่ได้จริงๆ“ เราให้ความรักเขาไปด้วย ร.เรือ(รัก) แต่ตอนนี้ตนโดนกลับมา ล.ลิง (ลักทรัพย์)