วันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

 นนทบุรี ทำไปได้ ตร.รวบหนุ่มใหญ่วัย47ปี ขณะกำลังขายยาบ้าใส่ถุงแขวนขายเหมือนขนมร้านของชำ 







   เมื่อเวลา 18.00น. วันที่ 30 ม.ค.68 ที่ สภ. ชัยพฤกษ์ พ.ต.อ.สมชาย ชูแก้ว ผกก.สภ.ชัยพฤกษ์ พ.ต.ท.ชัยรัตน์ หิรัญบูรณะ รองผกก.สส.สภ.ชัยพฤกษ์ พ.ต.ท.ฉัฐวัฒน์ สิริเบญจศักดิ์ สว.สส.สภ.ชัยพฤกษ์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสภ. ชัยพฤกษ์  ร่วมกันจับกุมตัว นายรังสรรค์ หรือดวง สังข์วัฒน์ อายุ47ปี(สวมเสื้อขยี้ใบ/คนขาย)บ้านเลขที่ 8 หมู่ 4 ต.บางประมุง อ.โกรกพระ จ.นครสวรรค์ และ Mr. PHY CHANNIN อายุ30ปี(คนซื้อสวมเสื้อสีขาว)ชาวกัมพูชา ขณะกำลังซื้อขายยาเสพติดที่หน้าเพิงพักแคมป์คนงาน ซ. วัดปากคลองพระอุดม หมู่ 5 ต.คลองพระอุดม อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจค้น พบของกลางที่ตัว นายรังสรรค์ฯ(คนขาย)คือ 1.ยาบ้า สีส้ม จำนวน 192 เม็ด 2.ยาไอซ์ จำนวน 9 ถุง หนัก 4.82 กรัม 3.สร้อยคอทองคำลายโซ่ 2 สลึง ส่วนทางด้าน  Mr. PHY พบ 1.ยาบ้าจำนวน 6 เม็ด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวไปตรวจสารเสพติดที่โรงพยาบาลพบว่าฉี่ม่วงทั้ง2ราย และนำตัวกลับมาดำเนินคดีในข้อหาคือ 1. จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทหนึ่งเมทแอมเฟตามีน(ยาบ้า,ไอซ์) โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายกระทำเพื่อการค้า 2. เสพยาเสพติดให้โทษประเภทหนึ่งเมทแอมเฟตามีน โดยได้รับอนุญาต





    จากการสอบถามนายรังสรรค์ เล่าว่า ปกติแล้วตนทำงานก่อสร้างอาศัยอยู่ภายในแคมป์คนงานดังกล่าว ตนทำการขายยาให้กับคนงานใกล้เคียง ไม่ได้ไปขายคนอื่นมั่ว ส่วนที่ทำยาใส่ซองไว้และติดเรียงกันลงมาแปะเลขตามจำนวน เพราะว่ากลัวยาหาย จึงแปะติดกระดาษกาวไว้และแขวนไว้หรือใส่กระเป๋า เวลาคนมาซื้อจะดึงออกได้ง่ายเหมือนตามร้านค้าทั่วไปที่แปะถุงขนม ซึ่งตนแพ็คของตนเองแบ่งยาบ้าถุงละ 10 เม็ด ส่วนยาไอซ์จะช่างเป็นกรัมเพื่อขาย ส่วนเพื่อนที่โดนจับมาด้วยกันเพิ่งรู้จักกันไม่นานเข้ามาซื้อยาที่ตนเพราะทำงานอยู่กันคนละที ซึ่งยาที่ตนนำมาขายตนรับซื้อมาอีกทีถุงละ 2,800บาท และนำมาแบ่งใส่ถุงขายเม็ดละ 30 บาทแบ่งถุงละ 10 เม็ดขายถุงละ 300 บาท ตนได้ทำใจเอาไว้แล้วว่าสักวันต้องโดนตำรวจจับอยากจะขายตรงที่แปะไว้ให้หมดก่อนแล้วเลิกทำแต่มาโดนจับก่อน แต่บางวันคนเข้ามาซื้อหลายคนทำให้ไม่พอขายทำให้หยุดไม่ได้ ส่วนเรื่องทองที่อยู่ในกระเป๋าไม่ได้ใช้เงินที่ได้มาจากการขายยาตนเก็บเงินจากการทำงานก่อสร้างและซื้อมานานแล้ว





    เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบพบว่าบัญชีของนายรังสรรค์ฯ มีเงินหมุนเวียนเดือน 4-5แสนบาท และตรวจสอบบัญชีพบว่ามีเงินค้างอยู่จำนวน 80,000 บาท นายรังสรรค์ฯ ได้สารภาพว่าได้เงินทั้งหมดมาจากการขายยาและเก็บสะสมเป็นเงินเก็บมาเรื่อยๆ ส่วนสร้อยทอง เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องยึดเอาไว้เพื่อเป็นการตรวจสอบว่าใช้เงินที่ได้จากการขายยาซื้อมาหรือไม่ และเคสนี้เป็นเคสแรกที่ทำการขายยาบ้าแบบแปะใส่ถุงดึงออกเหมือนร้านค้าของชำทั่วไป 






ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น