วันศุกร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2567

 นนทบุรี ระทึก เพลิงไหม้ร้านหมูกระทะเจ็บ1รายคาดไฟฟ้าลัดวงจร  









    เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 27 ธันวาคม 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทองได้รับแจ้งเหตุ ไฟไหม้ ร้านปิ้งย่างติดมัน ถนนบางกรวย-ไทรน้อย อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี พร้อมด้วย รถน้ำเทศบาลเมืองบางบัวทองและเทศบาลเมืองใหม่บางบัวทองจำนวน 5 คันรีบตรวจสอบ





   ที่เกิดเหตุพบเจ้าหน้าที่ดับเพลิงกำลังใช้น้ำฉีดสกัดเพลิง ภายในร้าน ตนเพลิงมาจากห้อง พนักงานของทางร้านและได้ลุกลามไปยังห้องเก็บของเจ้าหน้าที่ใช้เวลาดับเพลิงประมาณ 30 นาทีควบคุมเพลิงไว้ได้ ตรวจสอบภายในร้านพบว่าเตาย่าง และข้าวของภายในร้านได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมด





   จากการสอบถามนายเอกนามสมมุติพนักงานร้านเล่าว่า ตอนเกิดเหตุตนอยู่ภายในห้องพักคนงาน จากนั้นได้มีไฟไหม้มาจากสวิตช์ไฟในร้านตนตกใจมากรีบวิ่งมาบอกเพื่อนพนักงานที่อยู่ภายในร้านให้มาช่วยกันดับไฟแต่ปรากฏว่าไฟลุกลามไปที่มุ้ง ทำให้ควบคุมเพลิงไว้ไม่ได้มีเพื่อนที่ช่วยกันดับไฟเป็นชาวกระเหรี่ยงได้รับบาดเจ็บ1 รายบริเวณท้องและแขน ก่อนจะโทรเรียกเจ้าหน้าที่มาช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น





    ส่วนทางด้านนายยศวัฒน์ คงมีปลัดอำเภอบางบัวทอง กล่าวว่าหลังได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ตนและกำนันผู้ใหญ่บ้านได้รีบเดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ ทราบว่าต้นเพลิงมาจากห้องพักคนงานและบริเวณห้องเก็บของ ส่วนสาเหตุยังไม่ทราบอยู่ระหว่างตรวจสอบและรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดนนทบุรีเข้าตรวจสอบ


    

 นนทบุรี แม่พาลูกสาววัย 13 ปี ร้องทนายดัง หลังถูกเพื่อนชายชวนไปนั่งเล่นบ้านเพื่อน นาน 3 วัน กระทำอนาจาร ไม่ยอมส่งบ้าน ข่มขู่เป็นลูกหลานตำรวจ





     เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 67 ที่สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี นางพร (นามสมมุติ) อายุ 43 ปี พร้อมด้วยน้องดี (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี (ลูกสาว) เดินทางเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับนายเกียรติคุณ ต้นยาง หรือทนายโป้ง สส.พรรคประชาชน เขต 7 จังหวัดนนทบุรี ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ว่าน้องดี (ลูกสาว) หายออกจากบ้านไป 3 วัน ก่อนจะทราบภายหลังว่าถูกนายปัน (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี เพื่อนชายที่รู้จักในโลกออนไลน์ ชักชวนให้ไปนั่งเล่นบ้านเพื่อน โดยขับขี่รถจยย.มารับที่บ้านย่านอ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี และพาไปอยู่บ้านของรุ่นพี่ที่ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี โดยได้มีการกระทำอนาจาร และไม่พามาส่งบ้าน พร้อมยังข่มขู่ว่าเป็นลูกหลานตำรวจไม่กลัวใคร ทำให้ครอบครัวเกิดความไม่สบายใจ เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม





     นางพร (นามสมมุติ) กล่าวว่า น้องดีหายไปจากบ้านตั้งแต่คืนวันจันทร์ที่ 23 ธ.ค. ประมาณ 21.00 น. ปกติน้องดีจะนั่งเล่นเกมอยู่ชั้นล่างของบ้าน ซึ่งตนขึ้นนอนแล้ว ทำให้ตนไม่ทราบว่าน้องดีออกจากบ้านไปตอนไหน รู้สึกตัวอีกครั้งประมาณเที่ยงคืน พยายามโทรติดต่อแล้วแต่ไม่มีคนรับสาย จนถึงเช้า จึงติดต่อไปหาเพื่อนของน้องดีที่เคยไปนอนบ้านด้วยกันก็ไม่รู้ว่าไปไหน ตนจึงพยายามติดต่อจนถึงบ่าย 3 ของอีกวัน หลังจากนั้นพบว่าลูกสาวปิดเครื่อง ซึ่งปกติน้องดีเป็นคนติดโทรศัพท์มาก และไม่เคยติดต่อไม่ได้ขนาดนี้ ตนจึงตัดสินใจไปแจ้งความ พยายามตามหาลูกสาวทุกช่องทาง โพสต์ในกลุ่มเฟซบุ๊ก และทักไปหาเพื่อนๆที่รู้จักน้อง จนกระทั่งไปเจอรูปน้องดีจากสตอรี่ไอจีของผู้ชายคนนึง ตนสงสัยจึงแคปหน้าจอไว้แล้วส่งไปให้เพื่อนของน้องดีให้ช่วยตามหา หากติดต่อได้หรือรู้ว่าน้องดีอยู่กับใครให้รีบติดต่อกลับมา





     นางพร (นามสมมุติ) กล่าวต่ออีกว่า ต่อมาช่วงประมาณ 6 โมงเย็น ของวันที่ 26 ธ.ค. น้องดีได้ติดต่อกลับมาว่าให้ตนไปรับ อยากกลับบ้าน ตนจึงโทรหาน้องดี ได้ยินลูกร้องไห้ บ่นอยากกลับบ้าน บอกว่าเขาไม่ให้หนูกลับ หนูหิวข้าว หลังจากที่รู้เรื่องตนใจหายมาก รีบเดินทางไปรับลูกสาวทันที ตนไม่กล้าเข้าไปถึงตัวบ้านเขา ได้แค่รอตำรวจสายตรวจก่อนถึงจะเข้าไป เพื่อนชายที่พาตัวน้องดีไปจึงเดินออกมาส่งน้องให้ตน หลังจากที่กลับมาน้องร้องไห้ และเล่าว่าถูกเพื่อนชายกระทำชำเรา ขัดขืนแล้วแต่สู้ไม่ได้ ซึ่งน้องร้องไห้อย่างเดียว วันนี้จึงตั้งใจมาร้องขอความเป็นธรรมกับทนายโป้ง อยากเรียกร้องสิทธิให้กับตัวเองและลูกสาว ส่วนคู่กรณีนั้นยังไม่ได้ติดต่อกัน นัดเจอแค่ที่โรงพัก ซึ่งคู่กรณีได้มีการข่มขู่บอกว่าไม่กลัวใคร ปู่ของเขาเป็นตำรวจ







     น้องดี (นามสมมุติ) เปิดใจทั้งน้ำตาว่า มีรุ่นน้องแนะนำเพื่อนชายคนนี้ให้รู้จักกัน พูดคุยกันได้ประมาณ 1 เดือนกว่า จากนั้นได้ชักชวนตนไปนั่งเล่นที่บ้านรุ่นพี่ ซึ่งไม่รู้ว่าที่ไหน รู้เพียงแค่อำเภอและจังหวัด ซึ่งระหว่างที่ไปตนไม่ได้จับโทรศัพท์เลยจึงไม่ได้รับสายแม่ ยืนยันว่าไม่มีเรื่องในใจกับแม่ เพียงแค่อยากไปเที่ยวบ้านเพื่อน แต่เมื่อไปถึงนายปัน (นามสมมุติ) เอาแต่เสพกัญชา ไม่ได้สนใจตน จึงทำให้ตนไม่ค่อยได้กินข้าว ตลอด 3 วันที่ผ่านมา ได้แต่พูดกับนายปันว่าต้องพาตนกลับไปส่งบ้าน ตนอยากกลับบ้านมาก รู้สึกเสียใจที่พลาดทำเรื่องแบบนั้น ถ้าวันนั้นรู้ว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้และทำให้แม่เสียใจตนคงไม่ทำ





     ทนายโป้ง กล่าวว่า ทางคุณแม่ของน้องเกิดความไม่สบายใจ ที่ลูกสาวหายไปจากบ้าน ซึ่งมาทราบภายหลังว่าถูกรุ่นพี่ผู้ชายพาตัวไป 3 วัน 2 คืน จากนั้นเมื่อคุณแม่ตามหาน้องเจอและเดินทางไปรับที่ จ.ปทุมธานี กลับถูกคู่กรณีข่มขู่ ว่าเป็นลูกหลานตำรวจ คุณแม่จึงกลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จากที่ดูข้อมูลข้อเท็จจริงเบื้องต้นเข้าข่ายพรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจาร หลังจากนี้ตนจะพาไปพบพนักงานสอบสวน เพื่อให้ประสานไปยังสหวิชาชีพ นักจิตวิทยา และนักสังคมสงเคราะห์ เพื่อให้น้องสามารถให้ข้อมูลข้อเท็จจริงได้ทั้งหมด แล้วจะต้องส่งตัวน้องไปให้กับทางแพทย์ เพื่อตรวจร่างกายก่อนจะส่งสำนวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป





     ด้าน พ.ต.ท.วิทวัส สายอ๋อง รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.บางบัวทอง กล่าวว่า เบื้องต้นจากที่ได้ข้อมูลกับทางครอบครัวผู้เสียหายจะเข้าข่ายในคดีพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร ต้องสอบสวนรายละเอียดเชิงลึกจากเด็กผู้เสียหาย และดูพยานหลักฐานต่างๆเพิ่มเติม พร้อมทั้งส่งตัวเด็กไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลบางบัวทอง และรอผลการตรวจจากแพทย์ โดยจะต้องให้สหวิชาชีพ พนักงานอัยการ นักสังคมสงเคราะห์ ร่วมกับบุคคลที่เด็กร้องขอ รวมถึงพนักงานสอบสวนสอบปากคำเพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนออกหมายเรียกคู่กรณี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เกิดใน 2 พื้นที่ เพราะคู่กรณีมารับตัวเด็กในพื้นที่ อ.บางบัวทอง และพาไปกระทำชำเราในพื้นที่ อ.ลาดหลุมแก้ว รวมถึงมีการกักขังหน่วงเหนี่ยวด้วย ซึ่งถือเป็นความผิดต่อเนื่องเกี่ยวพันกัน และมีการแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่สภ. บางบัวทองก่อนแล้ว ดังนั้นถือว่า สภ.บางบัวทอง เป็นพื้นที่ต้องสอบสวน ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนการดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานก่อนจะแจ้งข้อหาต่อไป


หมายเหตุ : โพสต์ที่แม่เคยโพสต์ตามหาลูกในกลุ่มพฤกษา 3 ลบไปแล้ว หลังจากหาน้องเจอ


***เบลอหน้าผู้เสียหายทั้งหมด***

 นนทบุรี วงจรปิด ญาติโวย หลานหน้าลายถูกรุมกระทืบจนซี่โครงหัก ก่อนใช้มีดแทงสวน เจ็บ 3 ป้องกันตัว แต่ถูกตำรวจดำเนินคดีเพียงลำพัง




จากกรณีเมื่อคืนวันที่ 25 ธันวาคม 2567 เวลา 01.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญ เข้าตรวจสอบเหตุทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธมีด บริเวณบ้านเอื้ออาทรบางบัวทอง 1 ตึก 19 อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี หลังได้รับแจ้งว่ามีผู้บาดเจ็บหลายราย




ที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บ 4 ราย อาการหนัก 3 บริเวณหน้าตึกที่เกิดเหตุ พบผู้บาดเจ็บ 4 ราย ได้แก่ นายทรงวุฒิ อายุ 38 ปี ถูกแทงกลางท้อง นายนิพนธ์ อายุ 35 ปี ถูกแทงที่ท้องด้านขวา นายฉัตรชัย อายุ 41 ปี ถูกแทงที่ท้องด้านซ้าย  และนายจิตวัติ หรือนายเอ นิตย์กลาง  อายุ 32 ปี (ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธมีดแทง) ได้รับบาดเจ็บที่แก้มซ้ายเนื่องจากถูก 3 คนทำร้ายร่างกาย โดยในที่เกิดเหตุ พบมีดพับยาวรวมด้ามประมาณ 20 ซม.  ซึ่งเป็นอาวุธของนายจิตวัติ หรือนายเอ ที่ใช้ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่รีบนำผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งโรงพยาบาลบางบัวทอง 




ต่อมาเวลาประมาณ 05.30 น. ของวันที่ 25 ธ.ค. 67 หลังจากแพทย์วินิจฉัย ทำการสแกนสมองและตรวจภายในร่างกายของนายจิตวัติ หรือนายเอ พบว่าไม่มีสิ่งใดผิดปกติแพทย์ให้ออกจากโรงพยาบาลได้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการควบคุมตัวมาทำบันทึกจับกุมที่สภ.บางบัวทอง โดยแต้งข้อกล่าวหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ โดยทางด้านภรรยา และนางปราณี หรือนางแดง อายุ 67 ปี ซึ่งเป็นย่าของนายจิตวัติ ได้นำหลักทรัพย์ขอยื่นประกันตัวจำนวนเงิน 20,000 บาท กับพนักงานสอบสวน ก่อนพากลับไปรักษาตัวต่อที่บ้าน ส่วนผู้บาดเจ็บทั้ง 3 ราย ยังนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล อยู่ระหว่างรอผลแพทย์ก่อนจะดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป 




ล่าสุดวันนี้ 26 ธ.ค.67 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ บริเวณบ้านเอื้ออาทรบางบัวทอง 1 ตึก 19 อำเภอบางบัวทอง เข้าพบนายจิตวัติ หรือนายเอ นิตย์กลาง  อายุ 32 ปี ได้นอนพักรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ที่ห้องเช่าหมู่บ้านดังกล่าว โดยมีภรรยา และนางปราณี หรือนางแดง อายุ 67 ปี ซึ่งเป็นย่าของนายจิตวัติ คอยดูแลอย่างใกล้ชิด  




ต่อมาทีมข่าวได้ภาพจากกล้องวงจรปิดเวลา 01.36 น. วันที่ 25 ธ.ค. 67 จับภาพนายจิตวัติ  ยืนถอดเสื้อสวมกางเกงขาสั้นอยู่หน้าตึก 11  โดยยืนอยู่กับเพื่อน 1 คนชื่อนายธัน สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาว ต่อมาได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ขับขี่รถจยย.ซ้อนท้ายกันมาประมาณ 4 คน โดย 1 ใน 4 คน ได้เดินมุ่งไปหานายจิตวัติ แล้วใช้มือตบหน้านายจิตวัติ 1 ครั้ง ทำให้นายจิตวัติ หยิบมีดพับที่เหน็บไว้ที่กางเกงนำมาป้องกันตัว เนื่องจากนายดุล หัวโล้น สวมเสื้อแขนยาว จะเข้ามารุมทำร้ายพร้อมพวกพ้อง จึงทำให้นายจิตวัติต้องหนีเข้าไปในซอย ตามกล้องวงจรปิดอีกมุมที่สามารถบันทึกเหตุการณ์ได้  โดยกลุ่มคนร้ายยังได้วิ่งตามเข้าไปจนทันนายจิต ทำให้นายจิตเสียหลักล้มลง กลุ่มคนร้ายก็ได้รุมกระทืบ ก่อนนายดุล หยิบไม้ 1 ท่อน วิ่งตามหลังเข้ามารุมตีและกระทืบนานกว่า 20 นาที ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเดินทางมาถึง


สอบถามนายจิตวัติ เปิดเผยว่า สาเหตุที่เกิดเรื่องนั้นเกิดมาจากทางกลุ่มคู่กรณีซึ่งตนรู้จักเพียงคนเดียวชื่อ นายดุล เป็นวินจยย.รับจ้างอยู่หน้าหมู่บ้าน ได้มีปัญหาเรื่องยืมเงินกับเพื่อนของตนชื่อนายธันแล้วไม่ยอมคืน โดยมีการทวงกันจนมีปากเสียงและมีปัญหากัน โดยก่อนเกิดเหตุตนยืนรอภรรยาอยู่บริเวณหน้าห้องพัก ปรากฏว่านายดุล ได้เดินเข้ามาหาตนและถามว่าเพื่อนตนอยู่ไหน ตนเลยถามว่ามีอะไร นายดุลจึงบอกว่าเงินแค่นี้ต้องมาทะเลาะกันต้องมาทำกันขนาดนี้ ซึ่งตนก็บอกว่าไม่รู้เรื่องด้วย เรื่องเกิดมาจากเพื่อนตนไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วย ตอนแรกคู่กรณีมาคนเดียว หลังพูดคุยกับตน ขับรถกลับไปมาอีกที พาเพื่อนรวมกันประมาณ 4 คน ซ้อนท้ายรถกันมาลงมาจากรถ เดินปรี่มาหาตนและเข้ามาทำร้ายร่างกาย  ตนยอมรับว่าพกมีดติดตัวอยู่ พอคนแรกเข้ามาตอนชักมีดแทงป้องกันตัว หลังจากนั้นพวกคู่กรณีวิ่งเข้ามารุมพอตนล้มถูกรุมตีหาว่าตนพูดจาไม่ดี พูดจากวนตีนเขาเลยโมโห  ซึ่งทางคู่กรณีไปแจ้งความหาว่าตนเมายาแล้วเอามีดไปแทง ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะมีหลักฐานจากกล้องวงจรปิด ถึงได้รู้ว่าถูกทำร้ายก่อนคู่กรณีแล้วเอาพวกมารุมกระทืบ ตอนนี้มีแผลที่แขนที่หัวที่ใบหน้าบวม บอบช้ำ ซี่โครงหัก แขนหัก และนิ้วมือหัก ตนไม่ได้ถูกทำร้ายร่างกายเพียงอย่างเดียวแต่ถูกไม้กวาดตีหัว  สุดท้ายนี้ตนอยากบอกคู่กรณีไม่ต้องมารับผิดชอบ ต่างคนต่างเจ็บ อยากให้คดีจบไม่อยากให้มาล้างแค้นกันอีกต่างคนต่างอยู่ต่างคนก็มีครอบครัวโตๆกันแล้ว ส่วนสาเหตุคือน้องของคนชื่อดุลมาเอาเงินเพื่อนของตนไปแล้วไม่ยอมใช้เลยทวงกันไปทวงกันมาทำให้เกิดเหตุการณ์ตามคลิป


ส่วนด้านนางปราณี หรือนางแดง กล่าวว่า หลังถูกรุมกระทืบ หลานตนอ้วกตั้งแต่โรงพยาบาลจนถึงโรงพัก ตอนอยู่โรงพยาบาลนอนอยู่ที่พื้นพยาบาลไม่ยอมเอาขึ้นเตียง คงเห็นหลานสักยันต์ จริงๆแล้วหลานตนไม่เคยมีเรื่องกับใคร มากล่าวหาว่าหลานเสพยา ตอนนี้ถูกตำรวจ จะดำเนินคดีต้องไปหายืมเงินประกันมา 20,000 บาท ตนไม่ได้มีฐานะดีเหมือนพวกคู่กรณี ทั้งนี้ยังมาต่อว่าตนว่าประกันตัวหลานออกมาทำไมสงสัยว่าทำไมตำรวจต้องมาจับหลานแค่คนเดียว ตำรวจบอกว่าจะโทรมาถามเรื่องที่เกิดขึ้นกล้องวงจรปิดเห็นชัดเจนขนาดนั้น ตนเลยถามตำรวจว่าโทรมาถามทำไม หลานตนไม่ได้หนีไปไหนถ้าจับให้ไปจับ 3 คนที่ทำร้ายหลานตนก่อน ตอนนี้บัตรประชาชนไม่รู้อยู่ที่ไหน ตำรวจเอาไป หมอที่โรงพยาบาลก็ทำหน้าตาไม่ดีไม่เต็มใจจะรักษาสงสัยเห็นหลานตนสักยันต์เลยมองว่าเป็นคนไม่ดี ทุกวันนี้เครียดมากเงินก็ไม่มีต้องมาหาเงินค่ารักษาพยาบาลหลาน

 นนทบุรี แกงค์น้องเสือปุ่น ปชน ร้องคดีไม่คืบหน้า หลังถูกยิงถล่ม14นัด 




จากกรณีเมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 22 ส.ค.2567 หน้าร้านขายของชำแห่งหนึ่ง ในหมู่บ้านประชานิเวศน์ 3 ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี นายวรวัฒน์ เชื่อมแก้ว หรือเสือปุ่น ปชน. และนายธีระพงษ์ วิลัยฤทธิ์ หรือ หนูฮกซุน ยูทูบเบอร์คนดัง และเพื่อนๆ ถูกคนร้ายขับรถเก๋งสีขาว เปิดกระจกรถกราดยิงสาดกระสุนกว่า 10 นัด ขนาดลูก 9 ม.ม.ตกกระจายเกลื่อนเต็มถนน จึงทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บคือ นายต้าร์ อายุ 25 ปี อาชีพ เลี้ยงไก่ชน โดนยิงต้นขาขวา กระสุนทะลุขา นายมีน อายุ 30 ปี นักบอลอาชีพ โดนยิงเท้าขวา ทะลุใต้เท้า และถูกยิงบริเวณน่องขวา นายแจ๊ค อายุ 40 ปี โดนกระสุนถากแผ่นหลังด้านซ้าย หลังจากเกิดผู้เสียหายทั้งหมดเข้าแจ้งความที่ สภ.รัตนาธิเศร์ 





    ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 ธ.ค.67 ผู้เสียหายที่ถูกยิงทั้ง 3 ราย เดินทางเข้ามาร้องขอความเป็นธรรมกับทาง นายโชติอนันต์ เลิศฤทธิ์ภูวดล หรือ เสี่ยเป้ บางกรวย เนื่องจากคดีไม่มีความคืบหน้าหลังจากที่ผ่านมาแล้ว 4 เดือน เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถจับตัวผู้ก่อเหตุได้ และไม่มีการติดต่อกับทางผู้เสียหาย และไม่ให้ใบแจ้งความหรือเอกสารกับผู้เสียหาย  จึงเข้ามาร้องขอความเป็นธรรมเพราะเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย เกรงว่าฝั่งผู้ต้องหาจะมีอิทธิพลในพื้นที่ทั้งที่รู้ตัวแล้วแต่ยังไม่โดนจับดำเนินคดี 





    จากการสอบถาม นายมีน กล่าวว่า วันเกิดเหตุน้าบอกว่าลูกน้องโดนไล่ ตนจึงตามไปดู ซักพักมีรถขับเก๋งเข้ามาเปิดกระจกรัวยิงใส่ ทั้งที่ไม่รู้จัก ตนโดนยิงที่ขา และเฉี่ยวที่ข้อเท้า จำนวน 2 นัด รักษาตัวอยู่โรงพยาบาล 6 วัน จ่ายค่ารักษาพยาบาลเอง 9,100 บาท ทั้งที่ตนก็ไม่ได้ไปมีเรื่องกับใคร ซึ่งตั้งแต่เกิดเหตุตนสูญเสียรายได้ไปเยอะ เพราะอาการที่บาดเจ็บไม่สามารถกลับมาเล่นกีฬาเตะบอลได้เหมือนเดิม ซึ่งตนเตะบอลลีคหญ้าเทียมเกือบทุกวัน ตอนนี้รู้สึกเจ็บที่เท้า และมีอาการเสียวที่เท้าด้วย ตอนรู้สึกกังวลใจเพราะผ่านมา 4 เดือน ยังไม่สามารถจับคนร้ายได้ อยากให้ตำรวจช่วยติดตามคดีให้ด้วย



    นายแจ๊ค กล่าวว่า วันเกิดเหตุตนได้ยินคนในกลุ่มพูดว่าน้องมีเรื่องจึงตามไปด้วยกับเขา ทั้งที่ก็ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร ขณะกำลังจะกลับมีรถเก๋งสีขาวขับเข้ามาชะลอดู และเปิดกระจกรัวยิง ไม่ต่ำกว่า 14 นัด ซึ่งไม่เห็นในรถว่ามีทั้งหมดกี่คน ตนไม่เคยมีเรื่องกับใคร กลุ่มพวกตนได้รับบาดเจ็บประมาณ 3 คน แต่ตนโดนแค่ถากๆ ตามร่างกาย ตัวของเสือปุ่นมาด้วยกันเพื่อที่จะเป็นตัวกลางช่วยเคลียร์ ไม่ได้ตั้งใจจะไปมีเรื่อง จนถึงวันนี้ยังไม่รู้เลยว่าคนที่มาก่อเหตุคือใคร จากนั้นได้มีการไปลงบันทึกประจำวัน และตำรวจมาสอบถามตนว่าต้องการเรียกค่าเสียหายเท่าไหร่ ตนก็ไม่เคยมีเรื่องจึงไม่รู้ว่าควรเรียกยังไง ตำรวจเลยแนะนำให้เรียก 2 แสนบาท แต่ก็ยังไม่ได้รับความรับผิดชอบจากใคร รวมถึงแม้กระทั่งหลักฐานใบลงบันทึกประจำวันก็ยังไม่ได้จากตำรวจ ผ่านมา 4 เดือน ยังไม่คืบหน้า วันนี้ที่ตนมาร้องเสี่ยเป้ บางกรวย เพราะรู้สึกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันอุกอาจเกินไป


    นายต้าร์ กล่าวว่า  ตอนเกิดเหตุตนกำลังนั่งกินข้าวอยู่ที่บ้านหลังจากนั้นมีโทรศัพท์เข้ามาว่าเสือปุ่นมีเรื่อง บอกว่ามีเพื่อนโดนไล่มา ตนจึงออกไปดูอยากทราบว่าเป็นใครถ้ามีปัญหากันจริงจะให้ทั้งคู่มาคุยกัน หลังจากนั้นตนเจอเพื่อนเสือปุ่นที่ถูกไล่มา และนั่งเล่นคุยกันสักพักก่อนจะแยกย้ายแต่จูจูมีรถเก๋งสีขาวขับผ่านตรงที่พวกตนนั่งเขาได้เปิดกระจกแล้วหยิบอาวุธปืนขึ้นมายิง ซึ่งไม่มีใครตั้งตัวทัน ตนจึงโดนยิงบริเวณน่องด้านขวา อยู่โรงพยาบาลประมาณ 7 วัน และต้องรักษาตัวนานนับเดือน ตอนนี้ยังงอขา และคุกเข่าไม่ได้ ทำให้ตนได้รับความเดือดร้อน เพราตนทำอาชีพเลี้ยงไก่ชน ตอนโดนยิงทำให้เสียรายได้ และไก่ตายประมาณ 10 กว่าตัว ตนจึงต้องขอยกเลิกการรักษาเพื่อไปดูไก่ ตอนนี้ตนรู้สึก ไม่ปลอดภัยเพราะยังหวาดระแวงอยู่ตลอดเวลาออกจากบ้านไม่กล้าขับรถมอไซค์ กลัวว่าพวกเขาจะกลับมาก่อเหตุอีกครั้งซึ่งตนก็ไม่เคยไปมีเรื่องกับเขามาก่อน แต่ตนเคยโดนมาจึงกลัว ตนอยากให้พี่เป้ช่วยตามเรื่องให้ เพราะคดีนี้ไม่คืบหน้า อยากให้ตำรวจจับคนร้ายได้เร็วๆเพราะตนต้องออกข้างนอกตลอดเวลา วันที่ตนเข้าไปสอบปากคำหลังจากนั้นตำรวจไม่เคยติดต่อกลับมาเลย โทรไปไม่เคยรับ จนตนได้ลบเบอร์ตำรวจทิ้ง เพราะคิดว่าไม่ได้เรื่องแล้ว ใบแจ้งความก็ไม่ได้ให้พวกตนมา ทำให้ตนงงเพราะไม่เคยเจอแบบนี้


   ส่วนทางด้านเสี่ยเป้ กล่าวว่า คดีทำร้ายร่างกายผู้เสียหายเป็นลูกน้องของเสือปุ่นถูกกราดยิง ไม่มีความคืบหน้าในคดี และไม่มีใบแจ้งความให้กับทางผู้เสียหาย ตนจึงมองว่าร้อยเวรสมควรที่จะติดตามคดีให้ทางผู้เสียหายได้ทราบบ้าง แต่ไม่มีการติดต่อเลย ซึ่งดูจากกล้องวงจรปิด ตนมองว่าคดีนี้เป็นคดีที่อุกอาดมากๆ เพราะเป็นการกราดยิง และผู้ต้องหากำลังหยามเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.รัตนาธิเบศร์มากๆ ที่ยังจับตัวไม่ได้ ตนจะเข้าไปยื่นเรื่องตามคดีกับทาง ผกก. และผู้การจังหวัดนนทบุรี ให้ได้รับเรื่อง ตอนนี้ผู้เสียหายห่วงเรื่องความปลอดภัย และตอนนี้ตนอยากตั้งคำถามว่าพนักงานสอบสวนมีการรู้เห็นกับผู้ก่อเหตุหรือไม่ อาจจะรู้ตัวผู้ก่อเหตุแล้ว แต่อาจจะเป็นผู้มีอิทธิพล เพราะตำรวจมีการตั้งค่าเสียหายให้กับผู้เสียหาย จำนวน 2 แสน ตนจึงจะต้องตรวจสอบหาความยุติธรรมของคดีความ หลังจากวันนี้จะพาผู้บาดเจ็บทั้งหมด เข้าไปที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ ให้ช่วยคุ้มครองผู้เสียหาย เพราะตอนนี้ยังมีผู้ต้องสงสัยขับรถวนเวียนอยู่บริเวณบ้านตลอดเวลา 

  

**** ภาพกล้องวงจรปิด เสือปุ่นกับพวกถูกยิงถล่มวิ่งหนีตาย อยู่ในแฟ้มภาพข่าวเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2567 ****