วันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2567

สำนักวิจัยสยามเทคโนโพล วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “สว. ชุดใหม่ ที่ประชาชนต้องการ”

 สำนักวิจัยสยามเทคโนโพล วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “สว. ชุดใหม่ ที่ประชาชนต้องการ” 



สำนักวิจัยสยามเทคโนโพล วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “สว. ชุดใหม่ ที่ประชาชนต้องการ” พบว่า ประชาชน ร้อยละ 34.71 ระบุว่า ลักษณะ สว. ชุดใหม่ที่ต้องการ คือ ซื่อสัตย์สุจริต มากที่สุด รองลงมา ร้อยละ 32.42 ระบุว่า ต้องเคียงข้างประชาชน ร้อยละ 19.35 ระบุว่า ต้องรักษาผลประโยชน์ชาติ ร้อยละ 6.54 ระบุว่า ต้องไม่สังกัดพรรคการเมือง และ ร้อยละ 5.44 ระบุว่า ต้องไม่เป็นลูกน้องนายทุน เมื่อสอบถามว่า สว. ชุดใหม่สามารถเปลี่ยนแปลงประเทศได้หรือไม่ พบว่า ประชาชน ร้อยละ 44.54 ระบุว่า สว. ชุดใหม่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงประเทศได้ มากที่สุด รองลงมา ร้อยละ 32.22 ระบุว่า สามารถเปลี่ยนแปลงประเทศได้ในทิศทางที่แย่ลง และ ร้อยละ 21.04 ระบุว่า สามารถเปลี่ยนแปลงประเทศได้ในทิศทางที่ดีขึ้น 


ดร.ธนเสฎฐ์ อัคคัญญ์ภูดิส

อาจารย์ประจำสำนักวิจัยสยามเทคโนโพล

โทรศัพท์ มือถือ 089-474-9514


สำนักวิจัยสยามเทคโนโพล วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม โทรสาร02-878-5002

E-mail:siamtechno_poll@siamtechno.ac.th

สุรินทร์ - 28 มิ.ย.2567 คณะชมรม STRONG จิตพอเพียง ต้านทุจริต จังหวัดสุรินทร์ ภาคีเครือข่ายยกระดับเชิงรุก ป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น ร่วมกับสำนักงานปปช.ประจำจังหวัดสุรินทร์

 สุรินทร์ - 28 มิ.ย.2567  คณะชมรม STRONG จิตพอเพียง ต้านทุจริต จังหวัดสุรินทร์ ภาคีเครือข่ายยกระดับเชิงรุก ป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น ร่วมกับสำนักงานปปช.ประจำจังหวัดสุรินทร์




 นำโดย ดร.อัครเดช  สุพรรณฝ่าย ประธานชมรมฯ ได้นำคณะฯลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม โรงเรียนบ้านโพธิ์กอง ต.เชื้อเพลิง อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ โดยมีนายประกอบ  หาสุข ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโพธิ์กอง พร้อมครู ให้การต้อนรับรายงานผลการปฏิงาน โครงการตัวอย่างที่ดีของการดำเนินงานงบประมาณอาหารกลางวันนักเรียน ของโรงเรียนบ้านโพธิ์กอง ซึ่งมีนักเรียนกว่า 200 คน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษา สุรินทร์เขต 3 ทั้งนี้ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการชมรม STRONG จิตพอเพียง ป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น จังหวัดสุรินทร์ ตามภารกิจของชมรมฯต่อไป












/ ดลธนวัฒน์  ถึงดี ทีมข่าว ประชาเสรี สุรินทร์ ...รายงาน

วันพุธที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2567

สุรินทร์ :- ตำบลโคกยาง อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ เลือกตั้ง ผู้ใหญ่บ้านคนใหม่ แทนตำแหน่งเดิมที่ว่างลงจากการเกษียนอายุ 60 ปี

 สุรินทร์ :- ตำบลโคกยาง  อำเภอปราสาท  จังหวัดสุรินทร์  เลือกตั้ง ผู้ใหญ่บ้านคนใหม่  แทนตำแหน่งเดิมที่ว่างลงจากการเกษียนอายุ 60 ปี



   วันที่ 25 มิย. 2567 อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ได้มีการจัดเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านคนใหม่ขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่างลงจากการเกษียณอายุ 60 ปี ที่ หมู่ 5 บ้านจบก ตำบลโคกยาง ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้ ปรากฎว่า นางดวงดาว  สุดตลาวดี อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ผู้สมัครหมายเลข 1 เป็นผู้ได้คะแนนสูงสุด 192 คะแนน จากผู้สมัครทั้ง 4 ท่าน ซึ่งมีผู้มาใช้สิทธิในการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านครั้งนี้จำนวน 375 คน  นางดวงดาว สุดตลาวดี ได้กล่าวขอบคุณพ่อแม่พี่น้องทุกๆท่านที่ได้มอบความไว้วางใจตน และจะทำงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด ซึ่งนางดวงดาว สุดตลาวดี ที่ผ่านมาช่วยเหลือสังคมในชุมชนมาโดยตลอด  ในตำแหน่งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน  ทั้งนี้คู่สมรสนายสมาน สุดตลาวดี ซึ่งมีตำแหน่งสมาชิก อบต.โคกยาง ในพื้นที่ด้วย  จึงเข้าใจซึ่งกันและกันในการปฏิบัติหน้าที่ที่ต้องช่วยเหลือชุมชนตลอดมา







/  จ่าจิตร ข่าวประชาเสรี

วันเสาร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2567

ข้อดี – ข้อกังวลใจของประชาชนต่อโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท

 ข้อดี – ข้อกังวลใจของประชาชนต่อโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท



สำนักวิจัยสยามเทคโนโพล วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “ข้อดี – ข้อกังวลใจของประชาชนต่อโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท” พบว่า ประชาชน ร้อยละ 78.71 ระบุว่า ข้อดีของโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท คือ ประชาชนได้นำเงินจากโครงการมาลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน มากที่สุด รองลงมา ร้อยละ 10.63 ระบุว่า ร้านค้าชุมชน ร้านค้าท้องถิ่น มีรายได้เพิ่มขึ้น ร้อยละ 8.54 ระบุว่า กระตุ้นเศรษฐกิจ และ ร้อยละ 2.12 ระบุว่า อื่น ๆ ส่วนข้อกังวลของของประชาชนค่อโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท พบว่า ประชาชน ร้อยละ 31.14 ระบุว่า กังวลเรื่องความคุ้มค่าของจำนวนเงินที่ใช้ในโครงการ มากที่สุด รองลงมา ร้อยละ 22.62 ระบุว่า กังวลเรื่องการกระจุกตัวของผู้ได้รับปรโยชน์ ร้อยละ 21.32 ระบุว่า กังวลใจเรื่องดอกเบี้ยเนื่องจากเป็นเงินกู้ ร้อยละ 12.96 ระบุว่า กังวลเรื่องการกำหนดพื้นที่ใช้จ่ายตามรัศมีจากทะเบียนบ้าน ร้อยละ 6.75 ระบุว่า กังวลใจเรื่องวิธีการใช้ที่ยุ่งยาก และร้อยละ 2.21 ระบุว่า กังวลใจเรื่องอื่น ๆ และถ้าหากเปลี่ยนโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท เป็นโครงการอื่น พบว่า ประชาชน ร้อยละ 35.43 ระบุว่า รัฐบาลควรนำไปพัฒนาโรงเรียน มากที่สุด รองลงมา ร้อยละ 27.62 ระบุว่า รัฐบาลควรนำไปพัฒนาโรงพยาบาล ร้อยละ 14.76 ระบุว่า รัฐบาลควรนำไปพัฒนาเส้นทางคมนาคม ร้อยละ 11.22 ระบุว่า รัฐบาลควรนำไปแก้ปัญหาความเลี่ยมล้ำในสังคม ร้อยละ 7.53 ระบุว่า รัฐบาลควรนำไปพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และร้อยละ 3.44 ระบุว่า รัฐบาลควรนำไปพัฒนาอื่น ๆ


ดร.ธนเสฎฐ์ อัคคัญญ์ภูดิส

อาจารย์ประจำสำนักวิจัยสยามเทคโนโพล

โทรศัพท์ มือถือ 089-474-9514


สำนักวิจัยสยามเทคโนโพล วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม โทรสาร02-878-5002

E-mail:siamtechno_poll@siamtechno.ac.th

วันเสาร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2567

สนองนโยบาย 'เศรษฐา' ผบช.น.สั่งการตำรวจนครบาลจัดตลาดนัดแก้หนี้

 


สนองนโยบาย 'เศรษฐา' ผบช.น.สั่งการตำรวจนครบาลจัดตลาดนัดแก้หนี้



จากกรณีเมื่อวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุมตำรวจนครบาล นำโดย พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.และ ผบก.น.1-9 เข้าร่วมประชุมหารือแนวทาง การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ที่ตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ตำรวจนครบาลเร่งจัดโครงการมหกรรมตลาดนัดแก้หนี้ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมภายใน 2 สัปดาห์ โดยขอให้ตำรวจนครบาลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินหน้าปราบปรามนายทุน ผู้มีอิทธิพลและเจ้าหนี้ที่ปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยสูงเกินกฎหมายกำหนด รวมถึงจับกุมแก๊งหมวกกันน็อคทวงหนี้โหด ซึ่งนายเศรษฐา กล่าวว่า จะลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าด้วยตนเองตามที่เสนอเป็นข่าวไปแล้วนั้น









ความคืบหน้าเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 15 มิ.ย. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. สั่งการให้ตำรวจนครบาลจัดมหกรรมตลาดนัดแก้หนี้ พร้อมกัน 3 กองบังคับการ ประกอบด้วย พล.ต.ต.กัมปนาท อรุณคีรีโรจน์ ผบก.น.7 จัดตลาดนัดแก้หนี้ ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.น.8 จัดตลาดนัดแก้หนี้ ที่ โรงเรียนบางมดวิทยา และ พล.ต.ต.ประสงค์ อานมณี ผบก.น.9 จัดตลาดนัดแก้หนี้ ที่ ฮอลล์ ชั้น 4 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพระราม 2 โดยทั้ง 3 จุดมีประชาชนนับพันราย เดินทางมาติดต่อ ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ศาล เจ้าหน้าที่สำนักงานเขต และหน่วยงานธนาคารชั้นนำ อาทิ ธนาคารออมสิน กับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ช่วยไกล่เกลี่ยหนี้ รวมถึงแจ้งเบาะแส เกี่ยวกับนายทุน ผู้มีอิทธิพลและเจ้าหนี้ที่ปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยสูงเกินกฎหมายกำหนด รวมถึงแก๊งหมวกกันน็อคทวงหนี้โหดจำนวนมาก


















นายณรงค์ ตาปสนันทน์ ผู้อำนวยการเขตบางแค ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีประชากร เกิน 2 แสนราย และเป็นสำนักงานเขตที่มีประชากรมากที่สุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานเขตบางแคมีลูกหนี้ ที่เข้ามาขอรับความช่วยเหลือ มากกว่า 400 ราย ส่วนใหญ่ดำเนินการแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะกรณีที่เจ้าหนี้ ไปหักค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการชำระหนี้จากเงินเดือน ซึ่งส่วนนี้เจ้าหน้าที่เราได้ให้ความช่วยเหลือ ด้วยการยกเลิกแนวทางปฏิบัติดังกล่าวให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนมาตรการดูแลลูกหนี้ทั้งหลาย ที่ประสบปัญหาจากค่าครองชีพไม่เพียงพอ ทางกรุงเทพมหานครได้ร่วมกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดการเรียนการสอนอาชีพเพิ่มเติม เพื่อให้บรรดาลูกหนี้มีรายได้เพิ่มขึ้น






























ขณะที่ นางภัสรา นทีทอง ผู้อำนวยการเขตบางขุนเทียน กล่าวว่า ทุกหน่วยงานที่ร่วมกันจัดมหกรรมตลาดนัดแก้หนี้ ขึันมา จะมีหน้าที่ประสานคู่เจรจา ระหว่าง เจ้าหนี้กับลูกหนี้ มาพบปะกันเพื่อ หาแนวทางและทางออกที่ดีที่สุดเกี่ยวกับการชำระหนี้สินระหว่างกัน ในเบื้องต้นลูกหนี้ที่จะเข้ามาขอรับความช่วยเหลือ จะต้องผ่านการตรวจสอบยอดหนี้สินที่มีอยู่ เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้พิจารณาว่า ท่านประสบปัญหาหรือมีภาระใดๆ ให้ต้องช่วยเหลือบ้าง ดังนั้นหลังจากนี้ขอประชาสัมพันธ์ ให้เข้ามาหารือกันเพื่อช่วยกันบรรเทาปัญหาของแต่ละท่าน ขณะนี้ในส่วนของ สำนักงานเขตบางขุนเทียนมีลูกหนี้เข้ามาติดต่อแล้วจำนวน 394 ราย อยู่ระหว่างหามาตรการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อน.





ตี๋สมเด็จ/รายงาน


//////