วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

ผบก.น.8 รวบหนุ่มมดงานพร้อมของกลางยาเค ร่วม 2 กิโล-ไอซ์ 185.2 กรัม อ้างได้ค่าจ้างขนยาครั้งละ 3,000 บาท

 



ผบก.น.8 รวบหนุ่มมดงานพร้อมของกลางยาเค ร่วม 2 กิโล-ไอซ์ 185.2 กรัม อ้างได้ค่าจ้างขนยาครั้งละ 3,000 บาท




เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 22 ก.พ.ที่ศูนย์ปฏิบัติการ (ศปก.) สน.สมเด็จเจ้าพระยา พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.น.8 พ.ต.อ.บุญส่งวิทย์ ห้องแซง รอง ผบก.น.8 และ พ.ต.อ.พิสิษฐ์ มีวิริยะกุล ผกก.สน.สมเด็จเจ้าพระยา พ.ต.ท.ณัฐวุฒิ สุขวัต รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ภัทรพงษ์ เสยกระโทก รอง ผกก.ป. นำกำลัง เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนและฝ่ายป้องกันปราบปราม สน.สมเด็จเจ้าพระยา จับกุมนายอภิสิทธิ หรือก็อด บุญมงคลเลิศ อายุ 28 ปี พร้อมด้วยของกลาง ยาเสพติดเคตามีน นำหนักรวม  1854.1 กรัม และ ยาไอซ์  น้ำหนักรวม 185.2 กรัม โดยจับกุมได้ที่ บ้านเลขที่ 2 ซอยสมเด็จเจ้าพระยา 16 แขวงและเขตคลองสาน กทม.




พล.ต.ต.ภานพ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เนื่องจาก เมื่อวานนี้ 21 ก.พ.เวลา 16.20 น.ตำรวจ สน.สมเด็จเจ้าพระยา รับแจ้งว่ามีเหตุวัยรุ่นมั่วสุมภายในซอยสมเด็จเจ้าพระยา 16 จึงไปตรวจสอบพบตัวนายอภิสิทธิ ผู้ต้องหาทำทีมีพิรุธ คล้ายคนเสพยาเสพติด จึงทำการขอตรวจค้นแต่ไม่พบของกลาง จากนั้นจึงทำการตรวจหาสารเสพติดพบว่ามีสารเคตามีนในปัสสาวะ จากการสอบถามผู้ต้องหารับว่าเสพยาเสพติดมาก่อนถูกจับ ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงร่วมกันไปตรวจค้นหาของกลางที่บ้านพัก เป็นบ้านเช่า เลขที่ 2 ซอยสมเด็จเจ้าพระยา 16 ผลการตรวจค้นพบของกลางดังกล่าว ซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าสะพายสีแดง-สีดำ วางอยู่บนชั้น 2 ของบ้านพัก 





พล.ต.ต.ภานพ กล่าวอีกว่า สอบสวนนายอภิสิทธิ ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ยาเสพติดของกลางเป็นของตน โดยรับยาเสพติดมาจากเพื่อนชื่อนายบอส (ไม่ทราบชื่อจริง) อายุประมาณ 30 ปี โดยนายบอสจะส่งข้อความติดต่อข้อความผ่านทางเมสเซ็นเจอร์ เฟสบุ๊คและไลน์ เพื่อให้ไปรับยาที่พุทธมณฑล สาย 4 โดยครั้งนี้ไปรับมาเมื่อวันที่ 4 ก.พ.67 เวลา 22.00 น. โดยนายอภิสิทธิ ได้รับค่าจ้างในการไปรับยาครั้งละ 3,000 บาท จากนั้นจะนำยามาแบ่งเป็นซอง ๆ ใน ราคา กรัมละ 400 บาท มีนายเมฆ (ไม่ทราบชื่อจริง) มารับไปจำหน่ายให้กับลูกค้าในพื้นที่ใกล้เคียง





เบื้องต้นจึงนำตัวนายอภิสิทธิ  แจ้งข้อกล่าวหา จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์หรือเมทเอมเฟตามีน) โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย และจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 (เคตามีนหรือยาเค) โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย และจะทำการขยายผลหาผู้ร่วมกระบวนการ นำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.สมเด็จเจ้าพระยาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ตี๋สมเด็จ/รายงาน

วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งความสุข และกำลังใจ มอบอั่งเปา ชุดของขวัญ และจัดเลี้ยงอาหารแก่ผู้สูงวัย ในสถานสงเคราะห์คนชรา และสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง รวม 8 แห่ง เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2567

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งความสุข และกำลังใจ มอบอั่งเปา ชุดของขวัญ และจัดเลี้ยงอาหารแก่ผู้สูงวัย ในสถานสงเคราะห์คนชรา และสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง รวม 8 แห่ง เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2567

.


วันนี้ (วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย พร้อมด้วยนางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ นำทีมฝ่ายสังคมสงเคราะห์ฯ นำโดย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ และนางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย หัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ ลงพื้นที่มอบเงินอั่งเปาคนละ 1,000 บาท  พร้อมชุดของขวัญ และจัดเลี้ยงอาหาร ให้กับผู้สูงวัยในสถานสงเคราะห์คนชราปากน้ำ (มูลนิธิวัยวัฒนานิวาส) สถานสงเคราะห์คนชราบางเขน (มูลนิธิธารนุเคราะห์) และสถานสงเคราะห์คนชราปทุมธานี (มูลนิธิมิตรภาพสงเคราะห์) เพื่อเป็นการเยี่ยมเยียนและเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้สูงวัย เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2567  โดยมีมูลนิธิจีน 4 แห่ง ประกอบด้วย มูลนิธิสามัคคีการกุศลสงเคราะห์ มูลนิธิส่งเสริมวัฒนธรรม มูลนิธิส่งเสริมศีลธรรมสงเคราะห์ และ มูลนิธิศรัทธาสงเคราะห์ ร่วมดำเนินการ พร้อมด้วย นางชญาน์นันท์ สรพลจิโรจเดชา หัวหน้าแผนกสื่อสารองค์กร(จีน)  พร้อมทีมงาน และนางสาวอัญชลี จงคดีกิจ (ปุ๊-อัญชลี) ร่วมลงพื้นที่มอบสิ่งของ โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่น 

.




และในวันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดลงพื้นที่ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบางละมุง จ.ชลบุรี สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งนนทบุรี จ.นนทบุรี ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุปทุมธานี จ.ปทุมธานี สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งหญิงธัญบุรี จ.ปทุมธานี และ สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งชายธัญบุรี จ.ปทุมธานี เพื่อมอบเงินอั่งเปาคนละ 1,000 บาท  พร้อมชุดของขวัญ และจัดเลี้ยงอาหาร  เพื่อเป็นการเยี่ยมเยียนและเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้สูงวัย เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2567






โครงการป่อเต็กตึ๊ง จัดเลี้ยงอาหารคนชรา เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มูลนิธิได้ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นเวลา 57 ปี โดยในปี 2567 นี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และมูลนิธิอีก 4 แห่ง  สถานสงเคราะห์คนชรา ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการ และสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง  รวม 8 แห่ง  รวมงบประมาณดำเนินการทั้งสิ้น 755,000 บาท (เจ็ดแสนห้าหมื่นห้าพันบาทถ้วน)

.

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

.

#มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##

#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

ตี๋สมเด็จ/รายงาน

วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์ เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2567

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์ เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2567





เพื่อตั้งจิตอธิษฐานระลึกถึงเทพยดาฟ้าดิน และหลวงปู่ไต้ฮง ให้ตนเอง และครอบครัว 

รวมถึงประเทศชาติ อยู่เย็นเป็นสุข ปราศจากโรคภัย เฮงๆ ตลอดปีมังกรทอง (มะโรง)

.




วันนี้ (วันเสาร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 23.00 น.) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย  นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ / นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก พร้อมด้วย คณะกรรมการ  คณะผู้ช่วยกรรมการ คณะผู้บริหาร อาสาสมัคร รวมทั้งศิษยานุศิษย์ และสาธุชนจำนวนมาก ร่วมในพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์ เพื่อตั้งจิตอธิษฐานเทพยดาฟ้าดิน (เจ้าแห่งสวรรค์) และหลวงปู่ไต้ฮง ช่วยดลบันดาลให้ประสบโชคดีตลอดปีใหม่ พร้อมกับสรรเสริญและขอพรจากเทพเจ้า ให้ตนเอง และครอบครัว รวมถึงประเทศชาติ อยู่เย็นเป็นสุข ปราศจากโรคภัย เฮงๆ ตลอดปีมังกรทอง (มะโรง) ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย

.





“พิธีเวียนธูป” เนื่องในเทศกาลตรุษจีนนั้น เป็นพิธีที่สำคัญพิธีหนึ่ง จัดขึ้นในวันประสูติของเทพยดาฟ้าดิน (ทีกงแซ) 

เจ้าแห่งสวรรค์อันเป็นที่เคารพกันทั่วบ้านทั่วเมือง สำหรับชาวจีนแล้ว   ท่านเป็นเทพเจ้าที่ต้องให้ความเคารพอย่างสูงเหมือนกันหมด และเพื่อเป็นสัญญาณว่าได้สิ้นสุดงานเทศกาลตรุษจีนแล้ว โดยทำพิธีเวียนธูปรอบศาลเจ้า 3 รอบ ตั้งจิตอธิษฐาน ระลึกพระคุณเทพยดาฟ้าดิน ขออำนาจฟ้าดินเป็นที่พึ่ง ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนนับถือ เช่น หลวงปู่ไต้ฮง ช่วยดลบันดาลให้ประสบโชคดีตลอดปีใหม่ พร้อมกับสรรเสริญและขอพรจากเทพเจ้า เพื่อทำให้จิตใจเบิกบาน ผ่องแผ้ว  และเริ่มต้นวันปีใหม่ของคนไทยเชื้อสายจีนอย่างมีความสุข และเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว

.





เทศกาลตรุษจีน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยจัดให้มีทั้งการสักการะหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ร่วมลงชื่อทำบุญ “พะเก่ง”  คือการลงชื่อสวดชัยมงคลคาถา โดยพระสงฆ์อนัมนิกาย  เพื่อ สะเดาะเคราะห์  เสริมโชคลาภ เสริมดวงชะตา  รับประทาน “สาคูสิริมงคล” รวมทั้งรับ “ฮู้แดง” ประทับยันต์หลวงปู่ ให้แคล้วคลาดปลอดภัย เพื่อความเป็นสิริมงคล เฮง ๆ ตลอดปีใหม่จีน

.






ซินเจียยู่อี่   ซินนี้ฮวดไช้ ...  มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอขอบคุณ ผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน ที่ร่วมทำบุญในเทศกาลตรุษจีน ขอให้ท่านและครอบครัวประสบแต่ความสุข ความเจริญ สุขภาพพลานามัยสมบูรณ์ตลอดปี ตลอดไป

.

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก 

แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung


.

## มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##

ตี๋สมเด็จ/รายงาน

วันศุกร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

คณะทำงานศึกษาข้อร้องเรียนและผลกระทบจากการประกอบกิจการโรงงาน พร้อม สส.พรรคก้าวไกล ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อร้องเรียน และผลกระทบจากการประกอบกิจการโรงงาน

 คณะทำงานศึกษาข้อร้องเรียนและผลกระทบจากการประกอบกิจการโรงงานพร้อม สส.พรรคก้าวไกล ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อร้องเรียน และผลกระทบจากการประกอบกิจการโรงงาน





นายอาธิศักดิ์ กังสวร คณะทำงานศึกษาข้อร้องเรียนและผลกระทบจากการประกอบกิจการโรงงานพร้อมคณะและ สส.ภูริวรรธก์ ใจสำราญ (สส.โบ้)

เขตบางเขน ลงพื้นที่ย่านสุขาภิบาล 5 พูดคุยกับชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน จากฝุ่นละออง โรงงานผลิตคอนกรีตผสมเสร็จ 6 บริษัท 





นางสาว ลิษา อัฐนิกุล ตัวแทนชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบบอกว่าปัญหานี้เกิดขึ้นนานร่วม 10 ปีชาวบ้านรวมตัวกันร้องเรียน หลายหน่วยงาน ซึ่งกรมโรงงานอุตสาหกรรมตรวจสอบ พบว่า บางบริษัทไม่มีใบอนุญาตให้ประกอบกิจการบางบริษัทมีใบอนุญาต แต่ใบอนุญาตสิ้นอายุตั้งแต่ปี 2566 และบางบริษัทไม่มีข้อมูลโรงงานในระบบฐานข้อมูลของกรมโรงงานอุตสาหกรรม จนมีคำสั่งให้ผู้ประกอบกิจการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด 2 หน่วยงานและมีคำสั่งให้ระงับการกระทำที่ฝ่าฝืนและดำเนินคดี 3 หน่วยงาน แต่ผู้ประกอบการบางบริษัทไม่ปฏิบัติตามทำให้ชาวบ้านยังคงได้รับความเดือดร้อน หลายครอบครัวป่วยเป็นโรคระบบทางเดินหายใจ ครอบครัวที่พอจะมีฐานะก็ตัดสินใจย้ายออกนอกพื้นที่ อยากจะ ให้ผู้มีอำนาจสั่งปิดอย่างถาวรเพราะได้รับความเดือดร้อนจริงๆโดยเฉพาะเรื่องของสุขภาพ








การลงพื้นที่วันนี้นอกจากการพูดคุยกับชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนแล้วยังเดินสำรวจพื้นที่รอบนอกของโรงงานซึ่งยังคงมีรถบรรทุกปูนทรายเข้าออกตลอดเวลาแม้บางบริษัท จะนำตาข่ายมาล้อมไว้ แต่ทุกคนที่ลงพื้นที่สัมผัสฝุ่นละอองได้


นายอาธิศักดิ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่มาพูดคุยหาข้อเท็จจริง รับทราบข้อมูลที่ได้รับความเดือดร้อน นำไปรายงานให้คณะกรรมาธิการ ชุดใหญ่รับทราบ แล้วหามาตรการแก้ไข

โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง ส่วนอำนาจการสั่งปิด ต้องหารือร่วมกับเขต และกรมโรงงานอุตสาหกรรม 


ที่ลงมาพื้นที่ก็เห็นเดือดร้อนจริงๆ มองเห็นฝุ่นละอองที่ได้รับความเดือดร้อน ยืนยันพยายามรีบแก้ไขโดยเร็วที่สุด 









ขณะที่นาย ภูริวรรธก์ กล่าวว่า ปัญหานี้ต้องดูที่ต้นเหตุของการเกิด ว่าการขออนุญาตถูกต้อง มีการทำประชาพิจารณ์หรือไม่ ทุกเขตมีปัญหาเหมือนกัน หากเป็นการกระทำ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ต้องลงโทษทันที และควรมีการเพิ่มโทษด้วย 


ตอนนี้ไม่ใช่เพียงแค่สั่งปิดเท่านั้น เพราะ 10 ปี ของการได้รับผลกระทบ ชาวบ้านต้องได้รับการเยียวยา จากสุขภาพที่ย่ำแย่ โดยเฉพาะภาวะปอดติดเชื้อ ทุกวันนี้ทำได้แต่เพียงอดทน อย่าวไรก็ตามในฐานะผู้แทน เห็นว่าหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ต้องรีบดำเนินการ เพราะมีหลักฐานที่เอาผิดได้อย่างชัดเจน

ทีมข่าวภาคสนาม/รายงาน