วันเสาร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

ป่อเต็กตึ๊งเร่งช่วยเหลือประชาชนสู้วิกฤตโควิด-19 มอบวิกผมสังเคราะห์(สำเร็จรูป) เพื่อป่วยมะเร็ง.. และเร่งมอบเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ชาวหินกอง สู้ภัยโควิด-19

 ป่อเต็กตึ๊งเร่งช่วยเหลือประชาชนสู้วิกฤตโควิด-19

มอบวิกผมสังเคราะห์(สำเร็จรูป)  เพื่อป่วยมะเร็ง.. และเร่งมอบเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ชาวหินกอง สู้ภัยโควิด-19

.


วานนี้ (วันที่ 23 กรกฎาคม 2564 เวลา 10.00 น.)  มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ พร้อมด้วย นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก นำทีมสังคมสงเคราะห์มอบวิกผมสังเคราะห์ (สำเร็จรูป) ให้แก่ผู้ป่วยมะเร็ง ในโครงการ “ป่อเต็กตึ๊ง สร้างความมั่นใจ ใส่ใจสุภาพสตรี” (นำร่อง) จำนวน 300 ชิ้น (สามร้อยชิ้น) แบ่งออกเป็นวิกผมของผู้หญิง   250  ชิ้น แล วิกผมของผู้ชาย   50  ชิ้น รวมมูลค่าทั้งสิ้น 66,000 บาท (หกหมื่นหกพันบาทถ้วน) โดยมี นางอนันทิยา พุ่มเพ็ชร  หัวหน้ากลุ่มงานผู้ป่วยนอก นางบุปผาชาติ  ขุนอินทร์  หัวหน้ากลุ่มงานผู้ป่วยใน นางพรจันทร์  สัยละมัย หัวหน้ากลุ่มงานวิชาการพยาบาล และนางอรวรรณ  เมืองสำราญ หัวหน้างานพยาบาลส่งเสริมคุณภาพชีวิต เป็นผู้รับมอบ ณ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ

.



และในเวลา 10.30 น. ของวันเดียวกันนี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางศิริพร กระจ่างหล้า หัวหน้าแผนกสังคมสงเคราะห์ นำทีมสังคมสงเคราะห์ลงพื้นที่มอบเครื่องอุปโภคบริโภค ในโครงการ “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งต่อน้ำใจไทย สู้ภัยโควิด-19” เพื่อบรรเทาทุกข์ ประชาชนในพื้นที่ตำบลหินกอง อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี ประกอบด้วย หน้ากากอนามัย จำนวน 5,000 ชิ้น ข้าวสาร 1,000 กิโลกรัม  บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 1,800 ซอง ปลากระป๋อง 500 กระป๋อง ผักกาดดอง 240 ซอง    น้ำมันพืช จำนวน 60 ขวด และน้ำปลา จำนวน 60 ขวด  คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น  41,461 บาท (สี่หมื่นหนึ่งพันสี่ร้อยหกสิบเอ็ดบาทถ้วน)  โดยมี นายวชิระ ทั่งสวัสดิ์ ปลัดเทศบาลตำบลหินกอง และนายธีรไชยเดช วงศ์ด้วง รองนายกเทศมนตรีตำบลหินกอง เป็นผู้รับมอบ ณ เทศบาลตำบลหินกอง อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี

.



นับตั้งแต่เกิดวิกฤตแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (โควิด-19) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ปรับแผนการดำเนินงานการช่วยเหลือประชาชนทั้งด้านบรรเทาสาธารณภัย สังคมสงเคราะห์ และหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน พร้อมประสานงานเพื่อให้ความช่วยเหลือเชิงรุกทั้งในส่วนของประชาชน ชุมชน และบุคลากรทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง รวมถึงจัดตั้งโรงครัวที่มูลนิธิฯ ประกอบอาหารปรุงสุกเพื่อบรรเทาทุกข์ผู้ได้รับผลกระทบ รวมงบประมาณดำเนินการออกช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นับตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบันเป็นเงินไม่ต่ำกว่า 35 ล้านบาท.

.




.

ติดต่อสอบถาม รวมถึงติดตามข่าวสารกิจกรรมการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ – ผู้ประสบภัยต่างๆ ของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

.

#ป่อเต็กตึ๊ง ยึดมั่นอุดมการณ์ อยู่เคียงข้างทุกวิกฤต

“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

.

#มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง110ปีความดีที่ยั่งยืน

#ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##

#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน...

ตี๋สมเด็จ/รายงาน

ผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี และนายกเหล่ากาชาด ร่วมมอบอุปกรณ์การแพทย์พร้อมด้วยผู้แทนสนง.บรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ฯ เพื่อสนับสนุนให้กับ บุคลากรทางการแพทย์และผู้ติดเชื้อโควิด-19

 ผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี และนายกเหล่ากาชาด ร่วมมอบอุปกรณ์การแพทย์พร้อมด้วยผู้แทนสนง.บรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ฯ เพื่อสนับสนุนให้กับ บุคลากรทางการแพทย์และผู้ติดเชื้อโควิด-19



เมื่อวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔ นายวรพันธุ์ สุวัณณุสส์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมด้วยนางมัทนา สุวัณณุสส์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดปราจีนบุรี ร่วมมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย บริจาคอุปกรณ์การแพทย์ ที่จำเป็นสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุขของอำเภอนาดี  (โรงพยาบาลนาดี )




นายวรพันธุ์ สุวัณณุสส์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ในจังหวัดปราจีนบุรีและแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้มีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่และผู้ป่วยสะสมเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากในยามนี้เราต้องช่วยกัน รวมถึงพี่น้องประชาชนในจังหวัดปราจีนบุรี ที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 ในโอกาสนี้ ขอขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุขที่เสียสละ แรงกาย แรงใจ พร้อมให้การช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19




ด้านนายโชคชัย สาครพานิช  นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรี ได้กล่าวไว้เสมอว่า “การแพร่ระบาดโควิด-19 ส่งผล กระทบกับทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงพยาบาล และบุคลากรทางด้านสาธารณสุขที่ถือเป็นด่านหน้า ที่ต้องทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจอย่างหนักในการดูแลรักษาผู้ป่วย และในฐานะที่เราทุกคนต่างเป็นหนึ่งสมาชิกของสังคม จึงมีหน้าที่ร่วมมือกันในการดูแลและหาทางออกของปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี”

ตี๋สมเด็จ/รายงาน

วันพุธที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

(มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งขอชี้แจง) จากข่าวกรณีเคสผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 แถววัดบวรฯ และถนนราชดำเนิน

 (มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งขอชี้แจง)

จากข่าวกรณีเคสผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 แถววัดบวรฯ และถนนราชดำเนิน


เริ่มต้น เมื่อเวลาประมาณ 17.27 น. เมื่อวานนี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุกรุงเทพฯ ให้เข้าดำเนินการเก็บศพผู้เสียชีวิตบริเวณตรงข้ามวัดบวรฯ   



หลังได้รับแจ้งเจ้าหน้าที่ น.เขต กู้ภัย (เก็บศพปกติ) ได้เข้าพื้นที่เพื่อตรวจสอบ แพทย์ชันสูตรเสร็จสิ้นเวลา 18.20 น. ว่าเป็นเคสเสี่ยง 100% จึงติดแจ้งให้ทีมเก็บศพชุดพิเศษที่ทำหน้าที่เก็บศพผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 โดยเฉพาะ (ทีมสก๊อต) เข้าดำเนินการ  

รับแจ้งว่า ทีมกำลังดำเนินการเก็บศพอยู่ที่พื้นที่ สน.คันนายาว จึงต้องดำเนินการเก็บศพ ณ จุดนั้นให้แล้วเสร็จก่อน ซึ่งการเก็บศพโควิดต้องใช้เวลาและมีความรอบคอบเพื่อให้มีความปลอดภัยทั้งเจ้าหน้าที่และต้องเคลียร์พื้นที่ จึงต้องใช้เวลานาน เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จจึงไปดำเนินการเก็บศพ ที่วัดบวรฯต่อทันที




ทีมสก๊อตเก็บศพโควิด-19 ของมูลนิธิฯ เข้าเก็บศพ 2 ศพต่อเนื่อง (วัดบวร และหน้าศึกษาภัณฑ์) โดยดำเนินการเสร็จสิ้นเมื่อเวลาประมาณ 22.20 น.  


ในแต่ละวันมูลนิธิฯ ดำเนินการเก็บศพโควิดเป็นจำนวนหลายศพ โดยปกติมูลนิธิฯ จะดำเนินการเก็บศพตามที่ได้รับแจ้ง และให้ความสำคัญกับศพไร้บ้าน หรือศพที่นอนตายอยู่ในที่สาธารณะเป็นอันดับแรกอยู่แล้ว แต่เนื่องจากมีศพผู้ตายให้ดำเนินการอยู่ในหลากหลายพื้นที่  ดังนั้น จึงมีเรื่องของเวลาในการเดินทางเข้ามาเป็นตัวแปรในการทำงานด้วย 

ตี๋สมเด็จ/รายงาน

วันอาทิตย์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

พระครู นนทกิจ โกศล ประธานคณะกรรมการสาธารณะสงเคราะห์นนทบุรีเจ้าคณะอำเภอไทรน้อยเจ้าอาวาสวัดอ่วมอ่องประชานฤมิต พร้อมคณะกรรมการและญาติโยมมอบสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19



พระครู นนทกิจ โกศล

ประธานคณะกรรมการสาธารณะสงเคราะห์นนทบุรีเจ้าคณะอำเภอไทรน้อยเจ้าอาวาสวัดอ่วมอ่องประชานฤมิต พร้อมคณะกรรมการและญาติโยมมอบสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19

วันที่ 16 กรกฎาคม 2564

ยามวิกฤติเกิดโรคระบาด ประชนเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า ผู้ป่วยหาเตียงนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลก็ไม่พอ โรงพยาบาลสนามจึงเกิดขึ้นมาตามสถานที่ต่างๆ  มากมาย เป็นการบรรเทาทุกข์ให้กับประชาชน และช่วยเหลือซึ่งกัน เราคนไทยผู้มีน้ำใจจึงไม่ทอดทิ้งกันในยามลำบาก ณ โรงพยาบาลสนามจังหวัดนนทบุรีมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นทุกวันข้าวของเครื่องใช้ย่อมไม่พอกับผู้ป่วยที่มีมากขึ้น พระครูนนทกิจ โกศล ประธานคณะกรรมการสาธารณะสงเคราะห์ คณะสงฆ์นนทบุรี เจ้าคณะอำเภอ ไทรน้อย เจ้าอาวาสวัดอ่วมอ่องประชานฤมิต พร้อมด้วยพระครู สุธรรมาภิวัฒน์ พระครูสังฆรักษ์เกิดวัฒนา พระครูใบฏีกาสมพงษ์ และญาติโยม ร่วมกันบริจาคพัดลม ผ้าห่ม และผ้าเช็ดตัว ให้กับสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี ไปใช้กับโรงพยาบาลสนามบางบัวทอง คุณรัชชดา ตัวแทนสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี เป็นผู้รับมอบในครั้งนี้ (ผู้ให้ย่อมเป็นที่รักของผู้รับเสมอ) พระครูนนทกิจ โกศล พระผู้มีแต่ให้ในยามประชาชนเดือดร้อน

เอคนข่าวรายงาน









เกาะติดสถานการณ์ล่าสุด คดี "มหากาพย์ไม้พยุง " มีการขยับไม้ในด่านศุลกากรลาดกระบัง !

 เกาะติดสถานการณ์ล่าสุด คดี "มหากาพย์ไม้พยุง " มีการขยับไม้ในด่านศุลกากรลาดกระบัง !


เมื่อเวลา 14:30 น.วันที่ 17 กรกฎาคม 2564 ณ บริเวณด่านศุลกากรลาดกระบังประตู 3 ถนน เจ้าคุณทหาร แขวง คลองสามประเวศ เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร นางสาวิตรี นันท์ภิวัฒน์ ผู้รับมอบอำนาจจากทาง นายสอนแก้ว สิดทิไช (กรรมการผู้มีอำนาจบริหารและลงนามใน Phongsavanh Wood Industry) ได้มอบหมายให้ นางสาวธนัทศิริ อุดมกานต์กิจ (คณะทำงานนางสาวิตรี) เข้ามาตรวจสอบดูการปฏิบัติงาน และสอบถามถึงการที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจป่าไม้ได้มีการเคลื่อนย้ายไม้พยุงออกมาจากที่เก็บ




   โดยก่อนหน้านี้ นางสาวธนัทศิริ อุดมกานต์กิจ ได้รับข้อมูลมาว่าจะมีการเคลื่อนย้ายและขนไม้พยุง ออกจากด่านศุลกากรลาดกระบัง หลังจากนั้นทาง นางสาวธนัทศิริฯ ได้เกิดความกังวลใจจึงได้ประสานมายังผู้สื่อข่าวจากหลายสำนัก เพื่อให้เข้าไปร่วมสังเกตุการณ์  ครั้นเมื่อทีมผู้สื่อข่าว และนางสาวธนัทศิริฯ ได้เดินทางไปถึงก็ปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานกำลังเคลื่อนย้ายกองไม้พยูง และไม่ทราบถึงวัตถุประสงค์ในการเคลื่อนย้าย ดังนั้นนางสาวธนัทศิริฯ จึงได้ประสานทางเจ้าหน้าที่ของทางด่านศุลกากร และขอเรียนเชิญทางผู้ใหญ่ที่ดูแลพื้นที่ และควบคุมการทำงาน เพื่อสอบถามถึงการเคลื่อนย้ายไม้พยุงในขณะนี้พร้อมกับได้แสดงเอกสารหลักฐาน ให้กับทางผู้ใหญ่ได้พิจารณาเอกสารหลักฐานต่างๆ เพื่อป้องกันถ้าหากจะมีบุคคลที่กล่าวอ้างว่าได้รับสิทธิ์ และจะนำไม้ออกจากด่านศุลกากร จากนั้นนางสาวธนัทศิริฯ ได้ส่งยื่นและมอบเอกสารให้กับทางผู้ใหญ่ที่ออกมาไขข้อสงสัย แต่ผู้ใหญ่ที่ออกมาเจรจาไม่รับเอกสาร และแนะนำให้ส่งเอกสารไปทางศุลกากร และทางศุลกากรจะส่งต่อมายังผู้ใหญ่ท่านนี้อีกที




   การตอบข้อซักถามจากผู้สื่อข่าว โดยผู้สื่อข่าวสอบถามทางผู้ใหญ่ท่านนี้ และขอให้ไขข้อสงสัยถึงการเคลื่อนย้ายไม้ในขณะนี้ว่าเคลื่อนย้ายเพราะมีวัตุประสงค์อะไร จากนั้นได้รับคำชี้แจงจากผู้ใหญ่ท่านนี้ว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้เข้ามาเพื่อทำการตรวจนับไม้ว่าครบตามจำนวนหรือไม่ เนื่องด้วยไม้พยุงได้วางอยู่ที่นี่เป็นเวลานานถึง 15 ปี และในการตรวจนับก็ต้องมีเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาร่วมในการตรวจนับไม้เป็นปกติ หลังจากนั้นทางผู้สื่อข่าวได้ถามต่อว่า ในการนับไม้หากเสร็จสิ้นแล้วจะมีการขนย้ายออกจากสถานที่นี้เลยหรือไม่ ทางด้านผู้ใหญ่ได้ตอบมาว่า จะไม่มีการขนย้ายไม้ออกจากสถานที่นี้เป็นอันขาด จากนั้นทางนางสาวธนัทศิริฯ ได้เห็นว่ามี 1 บุคคลที่ได้อ้างสิทธิ์อยู่ภายในบริเวณที่กำลังนับเคลื่อนย้ายไม้ จึงได้สอบถามทางผู้ใหญ่ท่านนี้ ว่าทำไมบุคคลนั้นถึงเข้ายังบริเวณภายในพื้นที่ซึ่งขณะเจ้าหน้าที่กำลังตรวจนับ โดยทางผู้ใหญ่ท่านนี้ได้กล่าวว่าจะเรียกเจ้าหน้าที่ภายในที่มีหน้าที่รับผิดชอบออกมาตอบข้อซักถามเอง หลังจากนั้นทางผู้ใหญ่ท่านนี้ก็ได้กล่าวบอกอีกว่าจะเข้าไปสั่งให้หยุดการตรวจนับในทันที จากนั้นผู้ใหญ่ท่านนี้ได้เข้าไปยังบริเวณกองไม้พยุงและเข้าพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ภายใน และต่อจากนั้นก็ไม่มีเจ้าหน้าที่ออกมาตอบข้อสงสัย และได้หยุดการทำงาน ส่วนเจ้าหน้าที่ภายในได้แยกย้ายกันออกจากบริเวณที่มีการเคลื่อนย้ายไม้พยุงออกมากองไว้ในทันที ซึ่งสร้างความคลางแคลงใจให้กับนางสาวธนัทศิริฯ และผู้สื่อข่าวที่ไปร่วมสังเกตุการณ์ในวันนี้






   หลังจากนั้นทีมผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสอบถามไปยัง นายชัยยุทธ คำคุณ รองอธิบดี รักษาการที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร ถึงประเด็นของไม้พยุงที่ยืดเยื้อมานานถึง 15 ปี และได้รับคำตอบมาว่า ทางศุลกากรไม่มีหน้าที่ตัดสินว่าจะคืนไม้ให้กับบุคคลใด เพียงแต่ทำตามหน้าที่ในการเก็บไม้พยุงไว้เท่านั้น ส่วนในเรื่องการคืนไม้พยุงก็จะเป็นหน้าที่ของทาง ปทส.ที่จะมีหน้าที่ในการตัดสินว่าจะคืนให้กับใคร จากนั้นทีมผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยัง พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม ผบก.ปทส.เพื่อสอบถามถึงประเด็นการคืนไม้พยุงว่าจะคืนให้กับบุคคลใด โดยได้รับคำตอบมาว่าคงต้องดำเนินการตามคำสั่งศาล ที่สั่งให้คืนไม้กับทางบริษัท พงสะหวัน อินดัสทรี จำกัด โดยมีนายคำไสว พมมะจัน เป็นผู้รับมอบอำนาจ ส่วนถ้าหากว่ามีผู้คัดค้านหรือมีผู้ร้องสิทธิ์ว่าเป็นผู้รับมอบอำนาจหรือเป็นเจ้าของก็ต้องไปฟ้องร้องต่อศาลต่อไป ผบก.ปทส.กล่าว

วันศุกร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมทำบุญใหญ่ “ประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2564 สู้ภัยโควิด-19” เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับ พร้อมมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์แก่ผู้ยากไร้ ในพื้นที่กรุงเทพฯ 50 เขต และปริมณฑล 5 จังหวัด

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมทำบุญใหญ่ “ประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2564 สู้ภัยโควิด-19” เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับ พร้อมมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์แก่ผู้ยากไร้ ในพื้นที่กรุงเทพฯ 50 เขต และปริมณฑล 5 จังหวัด

.


ระหว่างวันที่ 17 กรกฎาคม – 3 กันยายน 2564 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ ขอเชิญชวนประชาชนผู้มีจิตศรัทธา ทำบุญชุดข้าวสารให้ผู้ล่วงลับ เพื่อสมทบทุนข้าวสารและเครื่องอุปโภคบริโภคมอบให้กับประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวม 50 เขต และในพื้นที่ปริมณฑล 5 จังหวัด เพื่อบรรเทาทุกข์แก่ผู้ยากไร้ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (โควิด-19) เนื่องในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2564  

.

เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ในขณะนี้ เพื่อการป้องกันและลดความเสี่ยงในการติด-แพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ในปีนี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จึงจัดมาตรการและปรับรูปแบบการทำบุญทิ้งกระจาด เป็นการบริจาคทรัพย์เพื่อสมทบทุนในการจัดซื้อชุดข้าวสาร อาหารแห้ง พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆ โดยสามารถทำบุญได้ผ่าน 2 ช่องทาง ดังนี้ 

.

1. ทำบุญชุดข้าวสารออนไลน์: ผ่านบัญชีมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง 

2. ทำบุญชุดข้าวสาร ที่ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

ทั้งนี้มูลนิธิฯ ขอความร่วมมือในการงดรับข้าวสาร หรือสิ่งของอื่นๆ จากภายนอกเข้าทำบุญที่มูลนิธิฯ  

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung


.

ประเพณีทิ้งกระจาด ถือได้ว่า เป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่ที่ปฏิบัติสืบทอดมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล โดยมูลนิธิฯ ได้ปฏิบัติสืบเนื่องมาทุกปีเป็นเวลาช้านานกว่า 80 ปี และคาดว่าจะเป็นมูลนิธิแห่งแรก ที่จัดงานทิ้งกระจาดอย่างเป็นทางการและเป็นกิจจะลักษณะ เพราะถือว่าเป็นประเพณีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่เพื่อนมนุษย์ที่ล่วงลับไปแล้วทั้งที่เป็นญาติและไม่เป็นญาติพร้อมกับทำทานให้แก่ผู้ยากไร้ ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีผู้ใจบุญจะนำเครื่องเซ่นไหว้ เช่น ข้าวสารอาหารแห้ง และอื่น ๆ มากราบไหว้หลวงปู่ เพื่อทำบุญสะเดาะเคราะห์ ซึ่งมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจะรวบรวมไว้ไปสมทบกับสิ่งของที่จัดซื้อเพิ่มเติม เพื่อนำไปแจกจ่ายแก่ผู้ยากไร้ พร้อมนำมอบองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน

.

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือติดตามข่าวสารและกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ Facebook Fanpage atpohtecktung ทางโทรศัพท์ 02-225-0020 หรือสายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

.

#มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง110ปีความดีที่ยั่งยืน

#ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##

#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน...

ตี๋สมเด็จ/รายงาน

วันเสาร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

 


นายยุทธพงษ์ โคตรเงิน ( แทน เทเลคอม) ได้ร่วมกับคณะก้าวหน้า ทีมช่าง และวิศกรอาสาโครงการก้าวหน้ากู้วิกฤตกิ่งแก้ว วันที่ 10 กรกฎาคม 2564  นาย  ยุทธพงษ์ โคตรเงิน(แทนเทเลคอม)เข้าซ่อมแซมโรงเรียนวัดกิ่งแก้ว และบ้านเรือนชุมชนริมคลองวัดกิ่งแก้ว ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานหมิงตี้ เคมีคอล จำกัด โดยช่วยกัน ทำความสะอาดอาคารเรียน และซ่อมแซมพื้นที่บางส่วนที่สามารถซ่อมแซมได้ ส่วนมากเป็นงานฝ้าเพดาน ไฟ ประตู-หน้าต่างหลุด กระจกแตก








 ซึ่งคาดว่าจะสามารถซ่อมบ้านและอาคารเรียนได้เสร็จภายในไม่เกิน 5 วัน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องชุมชนริมคลองวัดกิ่งแก้ว ให้เร็วที่สุด และวันนี้ได้ดำเนินการเป็นวันที่ 2 ของการทำงานคณะก้าวหน้า พาทีมงานและช่างวิศวกรมาร่วมทำงานเพื่อให้ประชาชนที่เดือดร้อน และได้รับผลกระทบในครั้งนี้

เอคนข่าวรายงาน