วันพฤหัสบดีที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

ประชาสัมพันธ์งานวิ่ง “เมฆามินิมาราธอน ครั้งที่ 2” คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารตำรวจ (กต.ตร.) สน.ทุ่งมหาเมฆ ร่วมกับสถานีตำรวจนครบาลทุ่งมหาเมฆ ผนึกกำลังกับสมาพันธ์ชมรมเดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพไทย จัดกิจกรรมเดิน-วิ่ง “เมฆามินิมาราธอน ครั้งที่ 2” ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ (เทคนิคกรุงเทพ) ตั้งเป้ามีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 2,000 คน

 ประชาสัมพันธ์งานวิ่ง “เมฆามินิมาราธอน ครั้งที่ 2”

คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารตำรวจ (กต.ตร.) สน.ทุ่งมหาเมฆ ร่วมกับสถานีตำรวจนครบาลทุ่งมหาเมฆ ผนึกกำลังกับสมาพันธ์ชมรมเดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพไทย จัดกิจกรรมเดิน-วิ่ง “เมฆามินิมาราธอน ครั้งที่ 2” ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ (เทคนิคกรุงเทพ) ตั้งเป้ามีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 2,000 คน




เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 กรกฎาคม 2568 เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุมคณะศิลปศาสตร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ คุณไพรัช กิตติเดชานุภาพ ประธาน กต.ตร.สน.ทุ่งมหาเมฆ กล่าวว่า คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารตำรวจ สถานีตำรวจนครบาลทุ่งมหาเมฆ มีหน้าที่ตรวจสอบ ติดตาม และให้การสนับสนุนกิจการของสถานีตำรวจนครบาลทุ่งมหาเมฆ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับ พิทักษ์สันติราษฎร์เข้ากับประชาชนทั่วไป ดังนั้นจึงมีการจัดกิจกรรมเดิน-วิ่ง เมฆามินิมาราธอน ครั้งที่ 2 






• กิจกรรมครั้งนี้ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใส่ใจสุขภาพ นอกจากจะช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังสามารถป้องกันโรค NCDs ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นการรณรงค์ให้ประชาชนทั่วไปสนใจการออกกำลังกายด้วยการเดินหรือวิ่ง มีการขยับร่างกายไม่เนือยนิ่ง และยังเป็นการจัดหาทุนเพื่อช่วยเหลือข้าราชการตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่และส่งเสริมกิจกรรมกีฬาต้านยาเสพติดในชุมชมต่างๆ ช่องทางการรับสมัครผ่านระบบออนไลน์ เว็บไซด์ www.thaijogging.org , www.fanaticrun.com และสามารถสมัคร Walk in ได้ที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ และเจ้าหน้าที่บน สน.ทุ่งมหาเมฆ ได้ตลอดเวลา ตั้งแต่บัดนี้ จนถึง 26 ก.ค.2568 นอกจากนี้มีเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์รับสมัครมอบเสื้อพร้อมBIB ที่บริเวณสนามกีฬา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ในวันพุธที่ 9 , 16 , 23 ก.ค.2568 และวันสุดท้าย วันเสาร์ที่ 26 ก.ค.2568 ระหว่างเวลา 17.00 ถึง 19.00 น. โดยอัตราค่าสมัครทั่วไป 500 บาท ทั้ง 3 ระยะ และVIP ค่าสมัคร 5000 บาท ซึ่งสามารถร่วมการแข่งขันได้ทุกระยะ








•  มินิมาราธอน ระยะทาง 10 กม.

• ฟันรัน ระยะทาง 5 กม.

• เดินเพื่อสุขภาพ ระยะทาง 2 กม.

 ผู้สมัครเข้าร่วมในทุกประเภทจะได้รับเสื้อ, เหรียญ, อาหาร, น้ำดื่ม , สุ่มอาหารไม่น้อยกว่า 30 สุ่ม และหลังจบการแข่งขันยังมีการมอบสิทธิพิเศษให้กับผู้เข้าร่วมแข่งขันเข้าเส้นชัย Top 100 ใน ระยะ 10 กม. ชาย 25 คน หญิง 25 คน และระยะ 5 กม. ชาย 25 คน หญิง 25 คน มีการมอบสิทธิพิเศษจากผู้สนับสนุน สุ่มจากหมายเลขBIB การมอบสิทธิพิเศษ บัตรรับประทานอาหารโรงแรม ย่านสีลม , สาทร , พระราม4  ผู้เข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด ได้แก่ระยะ 10 กม. , 5 กม. , 2 กม. , แฟซี, สื่อมวลชน 

พ.ต.อ.พนม เชื้อทอง ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลทุ่งมหาเมฆ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมเดิน-วิ่ง “เมฆามินิมาราธอน” ที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก มีนักวิ่งและประชาชนทั่วไปสมัครเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมากตามเป้าหมาย โดยกิจกรรมในครั้งนี้จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 27 กรกฎาคม 2568 ซึ่งคาดว่าจะมีนักวิ่งและประชาชนเข้าร่วมไม่น้อยกว่า 2,000 คน

สำหรับประเภทการแข่งขัน แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่







• มินิมาราธอน ระยะทาง 10 กม.

• ฟันรัน ระยะทาง 5 กม.

• เดินเพื่อสุขภาพ ระยะทาง 2 กม. 

 สน.ทุ่งมหาเมฆ ได้มีแผนรองรับในการรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกการจราจรตลอดเส้นทางวิ่ง ตั้งแต่ออกจากจุดเริ่มต้นถึงเส้นชัย โดยใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร และตำรวจในเครื่องแบบ จำนวน 120 นาย และมีกำลังจากอาสากู้ภัยหน่วยต่างๆมาร่วมปฏิบัติ เพื่อให้ผู้เข้ากิจกรรมมีความปลอดภัย



























#เมฆามินิมาราธอนครั้งที่2

#วิ่งเพื่อสุขภาพ

#วิ่งการกุศล

#กิจกรรมเดินวิ่ง

#สมาพันธ์ชมรมเดินวิ่งเพื่อสุขภาพไทย

#สถานีตำรวจนครบาลทุ่งมหาเมฆ

ตี๋สมเด็จ/รายงาน

วันพุธที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จับมือ ปภ. จัดอบรมหลักสูตร "การค้นหาและกู้ภัยในเขตเมือง (Urban Search And Rescue)" แก่ทีมบรรเทาสาธารณภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เสริมศักยภาพ เพิ่มขีดความสามารถ พร้อมรับมือภัยพิบัติ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในระดับมาตรฐานสากล ณ ศูนย์ฝึกอบรมอาสาสมัครป้องกันฝ่ายพลเรือน จังหวัดชัยนาท

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จับมือ ปภ. จัดอบรมหลักสูตร "การค้นหาและกู้ภัยในเขตเมือง (Urban Search And Rescue)" แก่ทีมบรรเทาสาธารณภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เสริมศักยภาพ เพิ่มขีดความสามารถ พร้อมรับมือภัยพิบัติ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในระดับมาตรฐานสากล ณ ศูนย์ฝึกอบรมอาสาสมัครป้องกันฝ่ายพลเรือน จังหวัดชัยนาท

.



วันนี้ (วันพุธที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2568) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ พร้อมด้วย  นายสุรพงศ์ เสรฐภักดี กรรมการและรองเหรัญญิก 

เป็นประธานมอบใบวุฒิบัตรให้แก่ทีมบรรเทาสาธารณภัย ที่สำเร็จการฝึกอบรมหลักสูตร "การค้นหาและกู้ภัยในเขตเมือง (Urban Search And Rescue) หรือ “USAR" เป็นโครงการฝึกอบรมที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 มิถุนายน  - 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 เพื่อฝึกทักษะ เพิ่มพูนความรู้ความสามารถ และทบทวนการปฏิบัติภารกิจการค้นหาและกู้ภัยฯ ตามหลักมาตรฐานสากล  พร้อมทบทวนข้อมูลและเรียนรู้เกี่ยวกับการตรวจสอบโครงสร้างต่างๆ การพิจารณาสาเหตุรอยร้าว การตรวจสอบอาคารวิบัติ การเข้าแก้ไขเบื้องต้น ฯลฯ โดยแบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติเรียนรู้วิธีลดการพังทลายของโครงสร้างอาคาร การกำหนดสัญลักษณ์การค้นหา ฯลฯ รวมถึงเรียนรู้เกี่ยวกับภารกิจของสุนัขกู้ภัย (K9) โดยมี นายเกริกเสกข์สัณห์ วาสะสิริ ผู้อำนวยการส่วนปฏิบัติการพิเศษค้นหาและกู้ภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผศ.ดร.ธเนศ วีระศิริ นายกสภาวิศวกร พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญฯ ร่วมเป็นวิทยากรในการฝึกอบรม พร้อมด้วยนายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นางสาวณัฐกานต์ ขำคม ผู้จัดการฝ่ายบุคคลและฝึกอบรม และนางสาวพิมพ์ณภัท สุนทรฐิติวงษ์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร ร่วมสังเกตการณ์ ณ ศูนย์ฝึกอบรมอาสาสมัครป้องกันฝ่ายพลเรือน จังหวัดชัยนาท

.




สำหรับการพัฒนาบุคลากรด้านบรรเทาสาธารณภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาศักยภาพในระดับมาตรฐานสากล จึงได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ [MOU] ว่าด้วยความร่วมมือในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผนึกกำลังทั้งทางด้านวิชาการ และการปฏิบัติการ เพื่อการบูรณาการการจัดการเพื่อเสริมสร้างศักยภาพ ขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่และ/หรืออาสาสมัครมูลนิธิฯ และเตรียมความพร้อมรับมือสาธารณภัยให้สามารถบริหารจัดการและปฏิบัติตอบโต้เหตุฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งมูลนิธิฯ ได้จัดทีมบรรเทาเข้าโครงการอบรมหลักสูตร "การค้นหาและกู้ภัยในเขตเมือง (Urban Search And Rescue)" มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ในรุ่นแรกเมื่อปี พ.ศ. 2566  และได้นำองค์ความรู้ดังกล่าวช่วยเหลือประชาชนได้อย่างมีประสิทธิผล โดยเฉพาะเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา

.




ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาบุคลากรควบคู่กับพัฒนาโครงการ เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

.




ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

.






## ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ## 

#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

ตี๋สมเด็จ/รายงาน

วันพุธที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2568

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดงบกว่า 5 แสนบาท ขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียม แก่ชาวขอนแก่นต่อเนื่อง

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดงบกว่า 5 แสนบาท ขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียม แก่ชาวขอนแก่นต่อเนื่อง

มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพ แก่สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ มอบวีลแชร์แก่ผู้พิการ มอบจักรยานให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ชนบท และมอบหุ่นจำลองช่วยฟื้นคืนชีพผู้ใหญ่และเครื่องช่วยสาธิตกระตุกไฟฟ้าหัวใจ พร้อมนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการฟรี 

.


วานนี้ (วันอังคารที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ พร้อมด้วย นางจินดา บุญลาภทวีโชค กรรมการตรวจสอบ  นางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ และนางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่นอีกครั้ง โดยมอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพ แก่ สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ที่มีความรู้และความสามารถ ฐานะยากจน ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ จำนวน 20 ราย  คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 397,610 บาท เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม สร้างความสุขสู่ชุมชน สังคม และประเทศชาติอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังจัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสาฯ เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ ทีมบรรเทาสาธารณภัย (กู้ชีพ) และอาสาสมัครออกหน่วยให้บริการประชาชนในพื้นที่ฟรี ประกอบด้วย บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จ่ายยา ทันตกรรม คัดกรองเบาหวาน กิจกรรมนันทนาการ ตรวจวัดสายตาพร้อมแจกแว่น บริการตัดผม ฯลฯ พร้อมกันนี้ มูลนิธิฯ ยังได้มอบหุ่นจำลองช่วยฟื้นคืนชีพผู้ใหญ่และเครื่องช่วยสาธิตกระตุกไฟฟ้าหัวใจ จำนวน 2 ชุด (4 ชิ้น) ในโครงการ “สนับสนุนเครื่องมือทางการแพทย์” ให้แก่ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวรัตนาภา เพื่อใช้ในหลักสูตรฝึกอบรมทักษะอาชีพดูแลผู้สูงอายุ รวมทั้ง มอบรถเข็นวีลแชร์แก่ผู้พิการ จำนวน 10 ราย และมอบรถจักรยานแก่โรงเรียนชนบทที่ขาดแคลน จำนวน 2 โรงเรียน รวม 20 คัน เพื่อให้นักเรียนที่ประสบปัญหาในการเดินทางได้ยืมเรียน รวมถึงเป็นการแบ่งเบาภาระค่าพาหนะแก่ผู้ปกครองได้อีกทางหนึ่ง อีกทั้งยังเสริมสร้างให้นักเรียนได้ออกกำลังกาย เรียนรู้กฎจราจร เรียนรู้การแบ่งปัน และดูแลรักษาสาธารณสมบัติร่วมกัน รวมมูลค่าการดำเนินการช่วยเหลือชาวขอนแก่นในครั้งนี้ทั้งสิ้น 596,362 บาท (ห้าแสนเก้าหมื่นหกพันสามร้อยหกสิบสองบาทถ้วน) โดยมี ผศ.ดร.พนธ์พันธ์ เลิศจันทรางกูร ที่ปรึกษาอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว พร้อมด้วย นายสงวน สุธรรม ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 5  นางสาวศุภวรรณ ขูดแก้ว ผู้อำนวยการกองคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ และอาสาสมัครเฉพาะกิจมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมในพิธี ณ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวรัตนาภา จังหวัดขอนแก่น

.


นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ เปิดเผยว่า โครงการ ส่งเสริมอาชีพเพื่อสตรีและครอบครัว มีวัตถุประสงค์เพื่อมอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพ แก่ สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว ผู้ด้อยโอกาสทางสังคม หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ที่มีความรู้และความสามารถ ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ ในการประกอบอาชีพ โดยได้รับความร่วมมือจากศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวและสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ จำนวน 12 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ชลบุรี  สงขลา สุราษฎร์ธานี นครราชสีมา ศรีสะเกษ ขอนแก่น ลำพูน ลำปาง เชียงราย และพิษณุโลก ในการคัดกรองผู้ที่ผ่านการฝึกอบรม เสริมทักษะอาชีพ โดยมูลนิธิฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการดำเนินการโครงการดังกล่าวนี้ จะมีส่วนสนับสนุน ช่วยสร้างอาชีพ สร้างรายได้ เลี้ยงตนเองและครอบครัว ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม สร้างความสุขสู่ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติอย่างยั่งยืนต่อไป

.



ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

.




ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

.




## ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ## 

#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

ตี๋สมเด็จ/รายงาน