วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

 นนทบุรี สภ.รัตนาธิเบศร์ ขาดแคลนพนักงานสอบสวน ป่วยเป็นซึมเศร้าแล้ว 4 นาย ต้องกินยารักษา






เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก พ.ต.อ.พิสุทธิ์ จันทรสุวรรณ ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ ว่าอัตราพนักงานสอบสวนขาดแคลนไม่เพียงพอกับปริมาณงานที่มีอยู่ ทำให้พนักงานสอบสวนที่ปฏิบัติหน้าที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าแล้ว จำนวน 4 นาย ต้องกินยาในการรักษา





พ.ต.อ.พิสุทธิ์ จันทรสุวรรณ ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ กล่าวว่า อัตราของพนักงานสอบสวน ที่กำหนดไว้จำนวน 29 นาย ปัจจุบันมีกำลังที่เหลือเข้าเวรรับแจ้งความร้องทุกข์ 11 นาย มีการเชิญหมอมาตรวจสภาพจิต พบว่ามีป่วยเป็นโรคซึมเศร้า จำนวน 4 นาย ต้องกินยารักษาอยู่ อาจจะเกิดปัญหาในการปฎิบัติหน้าที่ของการแจ้งความร้องทุกข์ การเร่งรัด การทำคดีมีผลตามมา ส่วนคนป่วยเองเราก็พยายามที่จะดูแลแก้ปัญหากัน คงต้องช่วยกันปฎิบัติหน้าที่อยู่ เพราะถ้าคนที่ป่วยทั้งหมดพักคนที่เหลืออยู่ก็จะทำงานไม่ไหว ส่วนหนึ่งเราได้รายงานผู้บังคับบัญชาหน่วยเหนือ ถึงสภาพของปัญหา พนักงานสอบสวนขาดแคลน ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาการช่วยเหลือ เท่าที่พบตอนนี้มีผู้ป่วยซึมเศร้าทั้งหมด 4 นาย ส่วนเรื่องของการทำงาน ตั้งแต่ตนได้มาปฎิบัติหน้าที่อยู่ที่นี่เข้าปีที่ 2 มีพนักงานสอบสวนที่ขอลาออกไป เนื่องจากงานหนักและไม่ไหว จำนวน 3 นาย และย้ายออกไปอีก 4 นาย ซึ่งมีย้ายเข้ามาทดแทนเพียงคนเดียว






พ.ต.อ.พิสุทธิ์ จันทรสุวรรณ ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ กล่าวต่ออีกว่า โดยหลังจากที่มีแพทย์เข้ามาตรวจและพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เราได้มีการพูดคุย เรื่องของการทำงานและการบริหารงาน การเข้าเวร เราพยายามที่จะจัดสรรให้มีเวลาพัก มีเวลาไปพบแพทย์ และทำการรักษา พยายามที่จะแก้ไขปัญหาในเรื่องของตัวบุคคล แต่ก็อาจจะไปกระทบกับคนที่ไม่ป่วย เพิ่มภาระให้คนไม่ป่วย ก็จะหนักและป่วยตามกัน จะต้องมีจุดที่สามารถอยู่ร่วมกันได้ ผลกระทบต่อประชาชนก็อาจจะไม่ได้รับความสะดวกสบายเท่าที่ควร เพราะที่นี่ปริมาณงานเยอะอยู่แล้ว ตัวพนักงานสอบสวนเองถ้าอยู่ในสภาพที่ไม่พร้อมทำงาน ประสิทธิภาพในการทำงานก็อาจจะลดลง ตอนนี้ได้ทำการแก้ปัญหาโดยการเพิ่มพนักงานสอบสวน วันละ 3 นาย เข้าเวรแยกเป็นคดีอาญา 1 นาย คดีจราจร 1 นาย และคดีออนไลน์ 1 นาย ส่วนเสมียนประจำวันมี 2 นาย และมีเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ช่วยคัดแยก ผู้ที่มาแจ้งความร้องทุกข์ เพื่อที่จะร่นระยะเวลาของการให้บริการ และมีทนายความอาสาที่ความรู้ ช่วยไกล่เกลี่ยในเรื่องที่เป็นคดีแพ่ง หรือแนะนำข้อกฎหมาย ตอนนี้อยู่ในระหว่างที่แก้ปัญหาทั้งระบบ





ในระหว่างการให้สัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าวสังเกตว่า พ.ต.อ.พิสุทธิ์ เองก็ต้องรับภาระงานจำนวนมากเช่นกัน โดยขณะพูดคุยกับผู้สื่อข่าว ยังต้องเซ็นเอกสารราชการจำนวนมากที่วางเป็นปึกบนโต๊ะทำงาน สะท้อนถึงภาระของผู้บังคับบัญชาที่ต้องรับหน้าที่ทั้งบริหารและสนับสนุนงานสอบสวนในสถานการณ์ที่กำลังพลมีจำกัด







ทั้งนี้ สภ.รัตนาธิเบศร์ อยู่ระหว่างรายงานขอรับการสนับสนุนจากผู้บังคับบัญชาในระดับสูง เพื่อแก้ไขปัญหาในเชิงโครงสร้างอย่างยั่งยืน

 นนทบุรี นิติ-แม่บ้าน หิ้วแกลลอนน้ำมันแจ้งความ! ลูกบ้านคลั่งคล้ายจิตหลอน ป่วนหอพัก ขู่เผาหอ-ปาไข่ไก่ ห้องผู้สูงอายุ 





วันนี้ (30 เม.ย. 2568) เวลา 18.30 น. ที่สถานีตำรวจภูธรรัตนาธิเบศร์ จังหวัดนนทบุรี นางสาวพนมค์ เกลียวทอง อายุ 67 ปี แม่บ้านของหอพักแห่งหนึ่งย่านติวานนท์ พร้อมด้วยนายเดช (นามสมมุติ) นิติบุคคลของหอพัก ได้นำแกลลอนใส่น้ำมันเบนซินประมาณ 1.2 ลิตร เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน หลังเกิดเหตุชายคนหนึ่ง ซึ่งเป็นลูกบ้านในหอพัก มีพฤติกรรมก้าวร้าว สร้างความเดือดร้อนให้ผู้พักอาศัยอย่างต่อเนื่อง







โดยผู้ก่อเหตุคือชายวัยประมาณ 35-36 ปี ชื่อเล่นว่า “ตั๋ว” ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมคล้ายผู้มีปัญหาทางจิต มักแสดงพฤติกรรมแปลกประหลาดและน่าหวาดกลัว เช่น ขู่จะวางเพลิงและระเบิดหอพัก รวมถึงการกระทำอุกอาจอย่างเทน้ำมันพืชบริเวณบันได หวังให้ผู้พักอาศัยลื่นล้ม นอกจากนี้ยังปาไข่ใส่หน้าห้องของเพื่อนบ้านที่เป็นผู้สูงอายุ เทนมผงเด็กกอฃลงพื้น ตัดสายกล้องหลังรถยนต์  และเขียนข้อความก่อกวนบนกระดาษทิ้งไว้ในพื้นที่ส่วนกลาง 







ที่น่าตกใจคือ นายตั๋วยังได้นำแกลลอนน้ำมันเบนซินมาวางไว้บริเวณพื้นที่ส่วนกลางของหอพัก ทำให้ผู้พักอาศัยต่างพากันหวาดผวา เพราะเกรงว่าเจ้าตัวจะก่อเหตุจุดไฟเผาจริงตามที่เคยข่มขู่ไว้ สร้างความวิตกกังวลให้กับทุกคนที่อาศัยอยู่ในหอเป็นอย่างมาก







นางสาวพนมค์ หรือ “ป้าหนู” หนึ่งในผู้ได้รับความเดือดร้อน เปิดเผยว่า ทุกคนในหอพักอยู่กันอย่างหวาดระแวง เขาพูดเองว่าจะเผาหอพักให้เรียบ และวันนี้ยังเอาน้ำมันพืชไปราดตรงบันได หวังให้คนเดินลงมาลื่นล้ม แถมยังเอาไข่ไปปาใส่หน้าห้องของผู้สูงอายุที่อยู่ใกล้ๆ ตนอยู่ที่นี่มากว่า 10 ปี ไม่เคยเจอแบบนี้ เขาทำเหมือนสนุก เหมือนมีปัญหาทางจิต ตนและคนอื่นไม่กล้าเข้าไปยุ่งเนื่องจากกลัว และก็ไม่อยากให้เขามายุ่งกับพวกตน ซึ่งเขาอาศันอยู่กับเมียและลูกอีก 2 คน 


เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.รัตนาธิเบศร์ ได้รับเรื่องร้องเรียนไว้แล้ว และยืนยันว่าจะเฝ้าระวังพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมแนะนำให้ชาวบ้านโทรแจ้งทันทีหากเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ซ้ำอีก

 นนทบุรี เรียกประชุมด่วนทั้ง 11 สภ.กรณีสภ.รัตนาธิเบศร์ ขาดแคลนพนักงานสอบสวน ป่วยเป็นซึมเศร้าแล้ว 4 นาย ต้องกินยารักษา





เมื่อวันที่ 1 พ.ค.2568 ที่ห้องประชุมตำรวจภูธร จ.นนทบุรี   พล.ต.ท.สุรพล  เปรมบุตร ผบช.ภ.1    พล.ต.ต.กิตติ์ธเนศ  ธนนันท์ทวีสิน ผบก.ภ.จว.นนทบุรี เรียก ผกก.ทั้ง 11 สภ.ในพื้นที่รับผิดชอบในจังหวัดประชุมด่วนเนื่องจากอัตราพนักงานสอบสวนสภ.รัตนาธิเบศร์ขาดแคลนไม่เพียงพอกับปริมาณงานที่มีอยู่ ทำให้พนักงานสอบสวนที่ปฏิบัติหน้าที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าแล้ว จำนวน 4 นาย ต้องกินยาในการรักษา





พล.ต.ท.สุรพล  เปรมบุตร ผบช.ภ.1 กล่าวว่า ตอนนี้เพิ่งจะได้รับทราบปัญหา ก็ได้มีการพูดคุยกับผู้การจังหวัดนนทบุรี และรองผู้บัญชาการที่คุมงานสอบสวน เรื่องนี้เราก็ยอมรับตัวเลขบนพื้นฐานความจริงก่อนว่าตัวพนักงานสอบสวนที่มีการกำหนดตัวตำแหน่งไว้กับปริมาณงานที่เกิดขึ้นจริงในทุกที่ เชื่อว่าทุกโรงพักทั่วประเทศประสบปัญหาในเรื่องที่คล้ายๆกัน สรุปว่าตำแหน่งที่เราปริมาณงานที่เราคำนวณมาว่าปีนี้แต่ละโรงพักมีเรื่องเกิดขึ้นกี่เรื่อง เดือนละกี่เรื่องควรจะมีจำนวนพนักงานสอบสวนกี่คนมันถูกคำนวนเป็นอัตราตำแหน่งที่ควรจะมีไว้แต่ในความเป็นจริงในการแต่งตั้งโยกย้ายทุกที่เราจะจัดตามตำแหน่งที่มีอยู่ได้ไม่ครบ เพราะจำนวนของพนักงานสอบสวนที่มีอยู่ไม่เพียงพอต่อปริมาณงาน ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันอยู่แล้ว เราพยายามในการจัดแต่งตั้งในแต่ละครั้ง ก็พยายามจัดการกับปัญหานี้ให้ดีที่สุด โดยพยายามจะปรับเกลี่ยคนจากอีกโรงพักนึ่งไปอีกโรงพักหนึ่ง หรือบางครั้งก็เป็นพนักงานสอบสวนอีกพื้นที่นึ่ง หรือจังหวัดอื่นๆ ภาคอื่นๆ ทางเราเชื่อว่าทางสำนักงานตำรวตแห่งชาติที่ดูแลงานเรื่องนี้รับทราบปัญหาเรื่องนี้ดี และพยายามแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ สำหรับเคศที่เกิดขึ้นเฉพาะที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ วันนี้ก็ได้นัดท่านผู้บัญชาการและท่านรองผู้บัญหาการมานั่งหาลือกัน ว่าในเบื่องต้นเราจะช่วยแก้ปัญหาให้กับน้องๆพนักงานสอบสวนที่โรงพักรัตนาธิเบศร์ หรือโรงพักอื่นๆในจังหวัดนนทบุรีด้วย อาจจะใช้เวลาประชุมการลือ เกี่ยวกับตัวเลขสถิติการเกิดคดีต่างๆประกอบด้วย ก็ได้คิดไว้คร่าวๆแล้วว่าประเด็นแรก เราพยายามจะเกลี่ยตัวพนักงานสอบสวนของจังหวัดนนทบุรีก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งในจังหวัดนนทบุรีมีทั้งหมด 11 โรงพัก ซึ่งมีบางโรงพักที่มีปริมาณคดีสวนกับปริมานพนักงานสอบสวนมาก แต่ปริมานงานยังน้อยอยู่เมื่อเทียบกับคดีที่เกิดขึ้นจริง ทางเราอาจจะเริ่มจากจุดนี้ก่อนและปรับเกลี่ย อาจจะเอาน้องๆจากอีกโรงพักมาช่วยที่สภ.รัตนาธิเบศร์ ซึ่งเป็นแนวทางที่คิดไว้ และอาจจะปรับเอาผู้ที่มีหน้าที่คุมงานลงมาทำงานจริงเพื่อช่วยน้องๆเข้าไปด้วย เพราะแต่ก่อนคนที่มีตำแหน่งสารวัตรสอบสวน และรองสารวัตรสอบสวน ก็เป็นพนักงานสอบสวนที่เข้าเวรประจำวัดอยู่แล้ว แต่พอมีตำแหน่งเปิดที่จะต้องเป็นผู้ควบคุมงานเขาก็ไม่ได้ลงมาเข้าเวร ซึ่งยังมีพนักงานสอบสวนที่ยังทำงานได้ในระดับผู้กำกับสอบสวนอยู่ลงมาช่วยกำกับในเบื้องต้น โดยในตอนเช้าก่อนที่จะเดินทางมาที่นี้ก็ได้มีการพูดคุยกับทางท่าน ผบ.ตร.โดยตรงท่านก็ได้มีแนวคิดที่จะแก้ปัญหากับเรื่องนี้ไว้ในใจของท่านแล้ว ท่านกำลังจะดำเนินการในระยะยาว แต่ที่ตนได้มาวันนี้คือหาทางแก้ในระยะสั้น คือแก้ปัญหาวันนี้พรุ่งนี้ และวันต่อๆไปให้มันดีขึ้น เพื่อไม่ให้น้องๆต้องมาเสียสุขภาพจิต หรือเป็นโรคร้ายแรง เราจะเข้ามาช่วยให้เร็วที่สุด









 นนทบุรี “วันเดียวเที่ยวครบจบที่นนทบุรี” เปิดตัวกิจกรรม One Day Trip 2568 ส่งเสริมการท่องเที่ยวครบมิติในจังหวัดเดียว



วันนี้ (1 พ.ค. 68) เวลา 15.00 น. ที่ห้องประชุมกัมปะนี โรงแรมกาลนาน ริเวอร์ไซด์ รีสอร์ท อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นางสาวปาณิสรา กาญจนะจิตรา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เป็นประธานเปิดงานแถลงข่าวกิจกรรม One Day Trip นนทบุรี 2568 ภายใต้แนวคิด “วันเดียวเที่ยวครบจบที่นนทบุรี” ซึ่งจัดโดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนนทบุรี เพื่อส่งเสริมและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ พร้อมผลักดันการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน




ในการแถลงข่าวครั้งนี้มีบุคคลสำคัญร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง ได้แก่ นายชาญยุทธ เศวตสุวรรณ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สำนักงานกรุงเทพมหานคร), นายสุริยัน บุญยมโนนุกุล นายกสมาคมส่งเสริมท่องเที่ยวนนทบุรี, นางสาวยลดา รองหานาม ประธานหอการค้าจังหวัดนนทบุรี, นางสาวสลักมณี เริ่มคิดการ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนนทบุรี รวมถึงหัวหน้าส่วนราชการ ผู้ประกอบการ สื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติ



กิจกรรม One Day Trip นนทบุรี 2568 มุ่งเน้นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตท้องถิ่นใน 4 เส้นทางหลัก ดังนี้ ทริปที่ 1 เส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยา - ล่องเรือชมความงามของแม่น้ำเจ้าพระยา สักการะพระศรีอริยเมตไตรยและพระอินทร์แปลง ณ วัดเขมาภิรตารามราชวรวิหาร เยี่ยมชมวัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร และสัมผัสวิถีชีวิตมอญบนเกาะเกร็ด จัดขึ้นวันที่ 3-4 พฤษภาคม 2568 รับจำนวนจำกัดรอบละ 200 คน



ทริปที่ 2 เส้นทางจักรยาน บางใหญ่ - ไทรน้อย - เปิดเส้นทางใหม่สำหรับนักปั่นผ่านสถานที่สำคัญ เช่น วัดอ่วมอ่องประชานฤมิตร และวัดเสนียวงศ์ สัมผัสวิถีชีวิตชุมชนและแหล่งพลังงานทดแทน จัดขึ้นวันที่ 18 พฤษภาคม 2568 รับจำนวนจำกัด 200 คน


ทริปที่ 3 เส้นทางท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทางน้ำ - แบ่งเป็น 2 เส้นทาง จากวัดอัมพวัน นำชมชุมชน บ้านปลาทู บางใหญ่เก่า วัดพระนอน วัดพระเงิน รวมถึงวัดโบสถ์บน พร้อมกิจกรรมเก็บขยะและโยน EM Ball เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จัดในวันที่ 3 และ 7 พฤษภาคม 2568 รับจำนวนรอบละ 50 คน



ทริปที่ 4 เส้นทางคลองอ้อมนนท์ - สัมผัสชีวิตคนริมน้ำผ่านวัดและตลาดน้ำสำคัญ เช่น วัดราษฎร์ประคองธรรม วัดอุทยาน วัดพิกุลเงิน วัดโตนด และตลาดน้ำวัดตะเคียน พร้อมกิจกรรมชุมชน จัดในวันที่ 24-25 พฤษภาคม 2568 รอบละ 150 คน


นางสาวปาณิสรา กล่าวว่า กิจกรรม One Day Trip ที่จัดขึ้นครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการส่งเสริมรายได้ให้กับชุมชนและผู้ประกอบการในพื้นที่แล้ว ยังเป็นโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสเสน่ห์ของนนทบุรีในหลากหลายมิติ ทั้งวิถีชีวิต วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และธรรมชาติในแบบที่ไม่ต้องเดินทางไกล ก็สามารถเที่ยวได้ครบในวันเดียว ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่กับเส้นทางท่องเที่ยวคุณภาพที่เราคัดสรรไว้ให้ รับรองว่า “วันเดียวเที่ยวครบ” ได้จริงที่นนทบุรี


ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดและลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม “One Day Trip นนทบุรี 2568 - วันเดียวเที่ยวครบจบที่นนทบุรี” ได้ทาง Facebook : สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนนทบุรี ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป