วันเสาร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

นนทบุรี คุณปู่วัย 76 ปี ป่วยโรคไตระยะ 4 ร่ำไห้ แก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างเป็นหลานสาวยืมเงิน3หมื่นแจ้งตร.คดีไม่คืบ

 นนทบุรี คุณปู่วัย 76 ปี ป่วยโรคไตระยะ 4 ร่ำไห้ แก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างเป็นหลานสาวยืมเงิน3หมื่นแจ้งตร.คดีไม่คืบ




เมื่อวันที่ 8 พ.ย.67 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจากนายศรี หรือ ปู่ศรี เผือกเสริฐ อายุ 76 ปี อาชีพรับจ้างกวาดถนน หลังถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างเป็นหลานสาว ขอยืมเงินจำนวน 30,000 บาท โดยปู่ศรีหลงเชื่อ เนื่องจากมิจฉาชีพบอกชื่อและนามสกุลหลานสาวได้อย่างถูกต้อง ทำให้รีบหายืมเงิน กู้หนี้นอกระบบ และโอนเงินให้กลุ่มมิจฉาชีพ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 20 ก.ค.67 ที่ผ่านมา ผ่านไปกว่า 4 เดือน คดีกลับยังไม่คืบหน้า





นายศรี หรือ ปู่ศรี เล่าเหตุการณ์ว่า วันเกิดเหตุเวลาประมาณ 11.00 น. ขณะกำลังกวาดขยะอยู่ มีเบอร์มือถือหนึ่งโทรเข้ามา อ้างตัวว่าเป็นหลานสาวชื่อนางสาวเรณู เผือกเสริฐ อายุ 68 ปี ซึ่งชื่อและนามสกุลตรงกับข้อมูลจริง โดยมิจฉาชีพบอกว่า “น้าหาเงินให้หนูหน่อย 30,000 บาท เดี๋ยวประมาณ 15.00 น. หนูจะคืนให้” ด้วยความคิดว่าหลานเดือดร้อน ปู่ศรีจึงรีบไปขอยืมเงินจากเพื่อนบ้านและคนรู้จัก รวมทั้งนำของใช้ไปจำนำ นำเงินที่เก็บสะสมมาตลอดชีวิตจนรวมได้ครบ แล้วให้หลานชายที่บ้านโอนเงินเข้าบัญชีนางสาวพรชนก คำสุวรรณ ซึ่งเป็นของมิจฉาชีพที่โทรมาอ้างตัวเป็นหลานสาว หลังจากโอนเงินเสร็จสิ้น มิจฉาชีพโทรกลับมาอีกครั้งและขอเพิ่มอีก 20,000 บาท ทำให้ปู่ศรีเริ่มเอะใจและปรึกษาครอบครัว จึงให้คนที่บ้านโทรหา “นางสาวเรณู” ตัวจริง ปรากฏว่าไม่เคยโทรมาขอยืมเงินแต่อย่างใด ปู่ศรีจึงรู้ทันทีว่าถูกมิจฉาชีพหลอก จึงเดินทางไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน และพยายามโทรกลับไปยังเบอร์ของมิจฉาชีพแต่ไม่สามารถติดต่อได้ ตอนนี้เรื่องนี้ผ่านมาเกือบ 4 เดือนแล้ว คดีไม่มีความคืบหน้า





ปู่ศรี เล่าทั้งน้ำตาว่า หลังเกิดเหตุรู้สึกเครียดมาก กินไม่ได้นอนไม่หลับ เพราะไม่มีเงินใช้หนี้นอกระบบที่ได้ยืมไว้ บางคนก็ดีกับตน ไม่คิดดอกเบี้ย ซึ่งโดยปกติตนรับจ้างกวาดถนนได้วันละ 300ึ บาทเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีโรคประจำตัวหลายอย่าง ล่าสุดไปพบแพทย์พบว่าเป็นโรคไตระยะที่ 4 โรคเบาหวาน และต่อมลูกหมาก จึงอยากขอความช่วยเหลือจากสื่อมวลชนเพื่อเป็นกระบอกเสียงถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ช่วยติดตามเรื่องนี้เพื่อขอเงินคืนและนำไปใช้หนี้ที่ยืมมา สุดท้ายนี้ตนอยากฝากเตือนถึงผู้สูงอายุให้ระวังมิจฉาชีพที่อ้างตัวเป็นคนรู้จักในครอบครัวและขอยืมเงิน ควรโทรสอบถามหรือพบตัวจริงก่อนเพื่อป้องกันการถูกหลอกในลักษณะนี้





นนทบุรี วงจรปิด ไรเดอร์หนุ่มสุดช้ำ! ถูกแก๊งโจรแต่งตัวทรงเอขโมยมอเตอร์ไซค์หน้าห้องพักอย่างชำนาญ

 นนทบุรี วงจรปิด ไรเดอร์หนุ่มสุดช้ำ! ถูกแก๊งโจรแต่งตัวทรงเอขโมยมอเตอร์ไซค์หน้าห้องพักอย่างชำนาญ





วันนี้(8 พ.ย.67) ผู้สื่อข่าวรับเรื่องร้องเรียนจากนายบัญญวัต แสงทับทิม อายุ 20 ปี พนักงานพาร์ทไทม์ไรเดอร์ร้านสะดวกซื้อ หลังจากรถมอเตอร์ไซค์ ยี่ห้อ Honda Wave 125i สีดำด้าน หมายเลขทะเบียน 4ขช8039 กทม ถูกคนร้าย 2 รายก่อเหตุขโมยขณะจอดไว้ที่ลานจอดรถ อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ย่านบางกร่าง อ.เมือง จ.นนทบุรี แจ้งความไว้ที่สภ.บางศรีเมือง 





นายบัญญวัต ผู้เสียหาย  กล่าวว่า เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 31 ต.ค.67 ตนได้กลับมาจากทำงานตามปกติแล้วจอดไว้ที่ลานจอดรถตามปกติ จากนั้นก็ขึ้นห้องไปพักผ่อน ปรากฏว่าตื่นเช้ามาเวลาประมาณ 07.00 น. รถจยย.ได้หายไป จึงขอดูกล้องวงจรปิดกับเจ้าของหอพักพบว่า คืนวันที่ 1 พ.ย.67 เวลาประมาณ 03.30 น. พบคนร้ายเป็นชาย 2 ราย สวมหมวกกันน็อคเต็มใบใส่แมวก์ปกปิดใบหน้า  ทั้งสองรายมีลักษณะท่าทางชำนาญ ดูเหมือนจะเคยก่อเหตุลักษณะนี้มาก่อน โดยคนร้ายแต่งกายตามแบบ “ทรงเอ” ที่เป็นภาษาวัยรุ่น โดยคนร้ายตัวผอมเป็นผู้เลือกรถที่จะขโมย ส่วนคนร้ายตัวอ้วนเป็นผู้ดูต้นทาง คนร้ายตัวผอมพยายามถีบคอรถเพื่อปลดล็อกและใช้เท้าถีบแฮนด์รถอย่างแรง แต่ไม่สามารถสตาร์ทรถได้ จึงช่วยกันเข็นไป โดยมีคนร้ายตัวอ้วนคอยยันรถให้  ตนคาดว่าคนร้ายอาจเป็นคนในพื้นที่หรือคุ้นเคยกับหอพักนี้ เพราะรู้จังหวะที่บริเวณดังกล่าวเงียบ เขายังฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ที่พบเห็นลักษณะรถหรือคนร้าย ให้แจ้งเจ้าหน้าที่หรือติดต่อเบอร์ 095-492-3899 (น้องบาส เจ้าของรถ)








นายบัญญวัต กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนรู้สึกเครียดและเสียใจมาก เนื่องจากรถคันดังกล่าวเป็นของครอบครัวที่ให้มาใช้เพื่อทำงานและสร้างตัวกับแฟนสาวที่พักอยู่ด้วยกัน นอกจากนี้ ยังมีเอกสารสำคัญทั้งเล่มทะเบียนสีเขียวและเอกสาร พ.ร.บ. ครบถ้วนในรถด้วย ซึ่งทำให้รถสามารถขายทอดตลาดได้ทันที


นนทบุรี คลิป เปิดใจแม่ค้าขายเค้กจิ๋ว หลังลูกค้าโวยซื้อของไม่ตรงปก

 นนทบุรี คลิป เปิดใจแม่ค้าขายเค้กจิ๋ว หลังลูกค้าโวยซื้อของไม่ตรงปก



     จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กแห่งหนึ่ง โพสต์ภาพแชทข้อความการสนทนาระหว่างแม่ค้า กับลูกค้า พร้อมระบุข้อความว่า “ฉันผิดอะไร ปวดหัวมากนะ ขอความคิดเห็นหน่อยค่ะ ชื่อชัดเจน รูปส่งชัดเจน ทั้งว่าทั้งขู่ ผู้กำกับ โหนกระแส หนูจะดังแล้วใช่ไหมคะ รบกวนขอความเห็นหน่อยค่ะพี่ๆ ขายมาจนจะหมื่นชิ้นแล้วมั้งคะ”





     ซึ่งจากโพสต์ดังกล่าวได้กลายเป็นไวรัล และมียอดแชร์กว่า 1,200 ครั้ง คอมเมนต์ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับแม่ค้า และต่อว่าลูกค้าที่เป็นคนสั่งซื้อเค้กจิ๋ว มีคอมเมนต์คลิปวีดิโอวิจารณ์ถึงเค้กมีขนาดเล็ก และเพื่อนของลูกค้าที่เข้ามาคอมเมนต์ต่อว่า “ไม่ได้ดูถูกนะคะ ถ้าเห็นวางขาย 3 บาทก็ไม่ซื้อค่ะ”





     เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 8 พ.ย. 67 ทีมข่าวลงพื้นที่บริเวณชุมชนแห่งหนึ่ง ต.บ้านใหม่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พบน.ส.สุวัทจนีย์ แตงคำ หรือน้องพลอย อายุ 24 ปี อาชีพแม่ค้า ซึ่งเป็นตัวแทนขายเค้กจิ๋ว กล่าวว่า ตนเป็นตัวแทนจำหน่ายเค้กจิ๋ว ราคาชิ้นละ 10 บาท มีทั้งหมด 6 หน้า เช่น ทุเรียน ลอดช่อง สตอเบอรี่ บลูเบอรี่ องุ่น และผลไม้รวม เป็นต้น รับต่อมาในราคาชิ้นละ 8 บาท ซึ่งลูกค้าคนดังกล่าวทักมาสั่งซื้อผ่านเฟซบุ๊ก จำนวน 250 ชิ้น เพื่อนำไปแจกโรงทาน ตนเลยลดราคาให้เหลือชิ้นละ 9 บาท เท่ากับได้กำไรเพียงชิ้นละ 1 บาทเท่านั้น โดยตนได้นำเค้กจิ๋วไปส่งถึงบ้านลูกค้าฟรี ไม่คิดค่าจัดส่ง แต่พอตนนำเค้กไปส่งแล้วลูกค้าไม่พอใจ อ้างว่าชิ้นเล็กไปและไม่กล้านำไปแจก ตนได้ชี้แจงไปว่าได้ส่งรูปพร้อมรายละเอียดให้แล้วชัดเจน ซึ่งลูกค้าก็เข้ามาคอมเมนต์ต่อว่า และถ่ายคลิปมาคอมเมนต์ใต้โพสต์ของตน ตนรู้สึกท้อเพราะค้าขายมานาน พอมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ ตนและแม่ค้าที่ทำเค้กจิ๋วส่งก็ได้รับผลกระทบด้วย ลูกค้าส่วนใหญ่จะรู้ขนาดว่าเค้กชิ้นเท่ากับเค้กแบรนด์ดังที่ขายในห้าง ตนถูกลูกค้าที่สั่งซื้อเค้กจิ๋วคอมเมนต์ต่อว่า และข่มขู่ว่ารู้จักผู้กำกับ จะให้ไปออกโหนกระแส ตนก็พยายามที่จะตอบกลับคอมเมนต์ให้เบาที่สุดเพราะไม่ได้อยากมีปัญหาด้วย อยากบอกกับลูกค้าทุกคนว่าเค้กจิ๋วจะมีขนาดพอดีคำ ต้นทุนที่เป็นครีมสด ผลไม้สด ราคาค่อนข้างสูง ตนรับมาขายได้กำไรเพียงชิ้นละ 1 บาท ซึ่งรอบนี้ได้กำไรแค่ 250 บาท หลังจากเกิดดราม่าตนก็ยังยืนยันจะขายเค้กจิ๋วต่อไป เพราะมีลูกค้าจำนวนมากที่ยังเข้าใจ





     ต่อมาทีมข่าวได้เดินทางไปพบน.ส.เบญจกัลยาณี สังข์วรรณะ หรือน้องมะปราง อายุ 27 ปี อาชีพแม่ค้าขายส่งเค้กจิ๋วให้กับน้องพลอย กล่าวว่า ตนรู้สึกไม่โอเคกับคำพูดของลูกค้า บางประโยคค่อนข้างแรง เช่น 3 บาทก็ไม่ซื้อหรอก หรือว่าเราเอาเปรียบผู้บริโภค ซึ่งตนมั่นใจว่าใช้ของดี ตนมองว่าเรื่องนี้น้องพลอยที่เป็นตัวแทนขายเค้กจิ๋วให้ข้อมูลกับลูกค้าชัดเจน ขายชิ้นละ 9 บาท ได้กำไรชิ้นละ 1 บาท ตนอยากให้ลูกค้าออกมาขอโทษกับเรื่องที่เกิดขึ้น ตนรู้สึกว่าเขาดูถูกแม่ค้าที่ทำอาชีพขายส่งเบเกอรี่ ซึ่งโดยปกติแล้วเค้กจิ๋วมีขนาดและกล่องแบบเดียวกันกับแบรนด์ดังในห้าง (ขนาดด้านในกล่อง 6.2 ซม.*3 ซม.*4.2 ซม.) ฝั่งลูกค้ามีการถ่ายคลิปด่าทอ และตอบกลับคอมเมนต์เกือบทุกคน อยากให้ลูกค้าคิดก่อนพูด การขายของต้องได้กำไร ซึ่งตนไม่ได้ขายแพง เน้นขายส่งให้เด็กๆที่หารายได้เสริม ได้กำไรแค่ชิ้นละ 2-3 บาท เน้นขายส่ง ทำวันละ 2-3,000 ชิ้น ตนและตัวแทนทั้งหมดไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ ขายของด้วยกันมาไม่เคยมีปัญหาอะไร








หมายเหตุ : คนที่โวยวายในคลิปคือเพื่อนของลูกค้าที่สั่งซื้อเค้กจิ๋ว คนเดียวกับที่คอมเมนต์ว่า “ไม่ได้ดูถูกนะคะ ถ้าเห็นวางขาย 3 บาทก็ไม่ซื้อค่ะ” ส่วนลูกค้าคู่กรณีที่สั่งซื้อเค้กกับน้องพลอย เป็นคนที่ถ่ายคลิปดังกล่าวครับ (*** เบลอหน้าคนในคลิปด้วย)

วันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สร้างชีวิต อย่างยั่งยืน มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่ครัวเรือนยากจน มอบจักรยานให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ชนบท และมอบรถเข็นวีลแชร์แก่ผู้พิการ ในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สร้างชีวิต อย่างยั่งยืน มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่ครัวเรือนยากจน มอบจักรยานให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ชนบท และมอบรถเข็นวีลแชร์แก่ผู้พิการ ในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ  

.



วันนี้ (วันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ  เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายนิพนธ์ โชคภิรมย์วงศา กรรมการปฏิคม นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ และนางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย หัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ นำทีมลงพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ  (จังหวัดที่ 15 ของทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) จำนวน 23 ครัวเรือน พร้อมมอบจักรยานในโครงการ จักรยานเพื่อน้องสัญจร จำนวน 50 คัน ให้แก่โรงเรียนที่ขาดแคลน จำนวน 5 แห่ง เพื่อให้นักเรียนที่ประสบปัญหาในการเดินทางได้ยืมเรียน รวมถึงเป็นการแบ่งเบาภาระค่าพาหนะแก่ผู้ปกครองได้อีกทางหนึ่ง อีกทั้งยังเสริมสร้างให้นักเรียนได้ออกกำลังกาย เรียนรู้กฎจราจร เรียนรู้การแบ่งปัน และดูแลรักษาสาธารณสมบัติร่วมกัน นอกจากนี้มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ยังได้มอบรถเข็นวีลแชร์แก่คนพิการ จำนวน 10 คัน รวมมูลค่าการดำเนินการช่วยเหลือชาวบึงกาฬในครั้งนี้ทั้งสิ้น 647,630 บาท (หกแสนสี่หมื่นเจ็ดพันหกร้อยสามสิบบาทถ้วน) โดยมี นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ

ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ  พร้อมด้วย นางสาวนิภา ทองก้อน ผู้อำนวยการสำนักเสริมสร้างความเข้มแข็งชุมชน เป็นประธานร่วมในพิธี คณะมูลนิธิสว่างศรีวิไลธรรมสถาน จังหวัดบึงกาฬ เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี  รวมทั้ง ประชาชน เยาวชน และผู้แทนจากสถาบันการศึกษา เป็นผู้รับมอบ ณ บริเวณหอประชุมที่ว่าการอำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ

.






โครงการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้สนับสนุนอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ช่วยเหลือครัวเรือนยากจน ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือแก้ไขปัญหาความยากจน  ระหว่างกรมการพัฒนาชุมชนและมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ซึ่งมูลนิธิฯ ได้จัดงบประมาณดำเนินการเพื่อจัดหาวัสดุอุปกรณ์การประกอบอาชีพมอบให้แก่ครัวเรือนยากจน ให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว โดยในกลุ่มเป้าหมายแรกดำเนินการในพื้นที่ภาคกลาง 17 จังหวัด รวม 98 ครัวเรือน ต่อมา ได้ดำเนินการในพื้นที่จังหวัดทางภาคเหนือ 17 จังหวัด รวม 230 ครัวเรือน ซึ่งได้ดำเนินการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และในขณะได้พิจารณาพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวม 20 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ กาฬสินธุ์ ชัยภูมิ นครราชสีมา อุดรธานี มุกดาหาร หนองบัวลำภู บึงกาฬ ยโสธร ศรีสะเกษ มหาสารคาม ขอนแก่น อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ สกลนคร เลย หนองคาย และ นครพนม ซึ่งปัจจุบันทางมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ลงพื้นที่มอบอุปกรณ์ฯ ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือไปแล้วทั้งสิ้น 15 จังหวัด 360 ครัวเรือน รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 7,913,654 บาท (เจ็ดล้านเก้าแสนหนึ่งหมื่นสามพันหกร้อยห้าสิบสี่บาทถ้วน) 

.






ตลอดระยะเวลากว่า 114 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

.






ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่เว็บไซต์ www.pohtecktung.org ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ  www.facebook.com/pohtecktungofficial

.

“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

ตี๋สมเด็จ/รายงาน