วันพฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2567

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สร้างอาชีพ สร้างชีวิต มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่สตรี แม่เลี้ยงเดี่ยวหรือด้อยโอกาส ในพื้นที่จังหวัดลำพูน พร้อมนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการประชาชนฟรี

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สร้างอาชีพ สร้างชีวิต มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่สตรี แม่เลี้ยงเดี่ยวหรือด้อยโอกาส ในพื้นที่จังหวัดลำพูน พร้อมนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการประชาชนฟรี

.


วันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม 2567) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ พร้อมด้วย นางจินดา บุญลาภทวีโชค กรรมการตรวจสอบ นางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย หัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ และ นางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมลงพื้นที่จังหวัดลำพูน มอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่สตรีที่มีรายได้น้อยมีภาระหน้าที่ดูแลคนในครอบครัว เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว หรือด้อยโอกาสทางสังคม มีความรู้ความสามารถ แต่ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพ รวมกันทั้งหมด 3 แห่ง ประกอบด้วย  ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา บรมราชินีนาถ จังหวัดลำพูน  ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคเหนือ จังหวัดลำปาง และ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัว จังหวัดเชียงราย รวมจำนวน 25 ราย คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น จำนวน 493,074 บาท (สี่แสนเก้าหมื่นสามพันเจ็ดสิบสี่บาทถ้วน) พร้อมมอบรถเข็นวีลแชร์ จำนวน 10 คัน และไม้เท้าวอล์คเกอร์ 4 ขา จำนวน 5 อัน รวมมูลค่า 33,500 บาท  โดยมี นายสันติธร ยิ้มละมัย ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน พร้อมด้วย นางสาวแรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว นางรชยา ฮั่นตระกูล ผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้ฯ จังหวัดลำพูน  นายพงษ์ศักดิ์ ชูชื่นกลิ่น ผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้ฯ จังหวัดลำปาง และ นางสาวอัจฉพรรณ ทับทิมทอง ผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้ฯ จังหวัดเชียงราย ร่วมในพิธี พร้อมกันนี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้นำทีมหน่วยแพทย์ฯ ลงพื้นที่ให้บริการประชาชน ฟรี ประกอบด้วย บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จ่ายยา ตรวจวัดสายตาพร้อมแจกแว่น ฯลฯ โดยมีประชาชนเข้ารับบริการเป็นจำนวนมาก ณ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา บรมราชินีนาถ จังหวัดลำพูน

.





.

นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ เปิดเผยว่า โครงการส่งเสริมอาชีพเพื่อสตรี มีวัตถุประสงค์เพื่อมอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่สตรีที่มีรายได้น้อย มีภาระหน้าที่ดูแลคนในครอบครัว เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว หรือด้อยโอกาสทางสังคม มีความรู้ความสามารถ แต่ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพ โดยมูลนิธิฯ มุ่งหวังในการช่วยสร้างอาชีพ สร้างรายได้ สร้างชีวิต ให้กับสตรีได้นำวัสดุอุปกรณ์ไปประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม สร้างความสุขสู่ครอบครัว ชุมชน สังคมและประเทศชาติอย่างยั่งยืนต่อไป  โดยได้รับความร่วมมือจากศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวและสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ จำนวน 10 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี สงขลา สุราษฎร์ธานี ศรีสะเกษ ขอนแก่น ลำพูน ลำปาง เชียงราย และจังหวัดพิษณุโลก โดยในขณะนี้มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่สตรีแล้วทั้งสิ้น 10 แห่ง รวม 88 ราย คิดเป็นมูลค่ารวม 1,730,013 บาท (หนึ่งล้านเจ็ดแสนสามหมื่นสิบสามบาทถ้วน)

.







ตลอดระยะเวลากว่า 114 ปี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา  เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลาย ๆ ทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ดังปณิธาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ต่อไป 

.






ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง www.facebook.com/pohtecktungofficial

.





มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

ตี๋สมเด็จ/รายงาน

วันพุธที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2567

สมาคมชาวปักษ์ใต้ ในพระบรมราชูปถัมภ์ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันปิยมหาราช

 



สมาคมชาวปักษ์ใต้ ในพระบรมราชูปถัมภ์ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันปิยมหาราช 








      ในการนี้คณะกรรมการสมาคมและเจ้าหน้าที่สมาคมตลอดทั้งทนายความศูนย์ให้คำปรึกษาประชาชนทางกฎหมาย สมาคมชาวปักษ์ใต้ ได้เข้าร่วมกิจกรรมในพิธีวางพวงมาลาเนื่องในวันปิยมหาราช 23 ตุลาคม 2567     ณ พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ลานพระราชวังดุสิต (ลานพระบรมรูปทรงม้า) หน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต











       โดยการนำของทนายนิพลฐ์ สุขภิบาล ประธานชมรมทนายความชาวปักษ์ใต้ และในฐานะโฆษกและรองเลขาธิการสมาคมชาวปักษ์ใต้ ในพระบรมราชูปถัมภ์

วันจันทร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2567

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ห่วงใยผู้ประสบอุทกภัยชาวเชียงใหม่ ลำปาง และสุโขทัย จัดงบฯ กว่า 1.9 ล้านบาท ลงพื้นที่ฟื้นฟูหลังน้ำลด แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค มอบเงินช่วยเหลือกรณีบ้านพังทั้งหลัง และช่วยเหลือค่าฌาปนกิจแก่ญาติผู้เสียชีวิต

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ห่วงใยผู้ประสบอุทกภัยชาวเชียงใหม่ ลำปาง และสุโขทัย จัดงบฯ กว่า 1.9 ล้านบาท ลงพื้นที่ฟื้นฟูหลังน้ำลด แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค มอบเงินช่วยเหลือกรณีบ้านพังทั้งหลัง และช่วยเหลือค่าฌาปนกิจแก่ญาติผู้เสียชีวิต

.



ระหว่างวันที่ 16-20 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการฯ ห่วงใยผู้ประสบอุทัยภัย มอบหมายให้ นายวันชิด ศิรสีห์ รองผู้จัดการใหญ่ พร้อมด้วย นายชุมพล บุญภักดี ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกสาธารณภัย นำทีมสาธารณภัยลงพื้นที่แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบด้วย ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำมันพืช และน้ำปลา แก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และลำปาง รวมจำนวน 4,000 ชุด มอบเงินสงเคราะห์จำนวน 12,000 บาท กรณีบ้านพังเสียหายทั้งหลัง จำนวน 1 หลัง และ มอบเงินสงเคราะห์ค่าฌาปนกิจให้แก่ญาติผู้เสียชีวิต รายละ 20,000 บาท รวมจำนวน 5 ราย รวมงบประมาณการช่วยเหลือทั้งสิ้น 1,912,000 บาท (หนึ่งล้านเก้าแสนหนึ่งหมื่นสองพันบาทถ้วน) โดยมี ผู้แทนจากหน่วยงานรัฐเป็นประธานในพิธี พร้อมทั้ง คณะมูลนิธิเชียงใหม่สามัคคีการกุศล จังหวัดเชียงใหม่ และมูลนิธิลำปางสงเคราะห์ จังหวัดลำปาง เป็นผู้ประสานงานและร่วมให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ 

.





นอกจากนี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดสุโขทัย โดยมอบเงินสงเคราะห์จำนวน 12,000 บาท กรณีบ้านพังเสียหายทั้งหลัง จำนวน 4 หลัง และ มอบเงินสงเคราะห์ค่าฌาปนกิจให้แก่ญาติผู้เสียชีวิต รายละ 20,000 บาท รวมจำนวน 2 ราย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 88,000 บาท โดยมี มูลนิธิร่วมมิตรสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย เป็นผู้แทนมอบและร่วมให้ความช่วยเหลือ โดยมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยบ้านพังเสียหาย จำนวน 4 หลัง หลังละ 3,000 บาท เป็นเงิน 12,000 บาท พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 4 ชุด ชุดละ 1,320 บาท เป็นเงิน 5,280 บาท รวมงบประมาณการช่วยเหลือทั้ง 2 องค์กร เป็นเงินทั้งสิ้น 105,280 บาท (หนึ่งแสนห้าพันสองร้อยแปดสิบบาทถ้วน) 

.





นับตั้งแต่เกิดอุทกภัยใหญ่ในช่วงเดือนกรกฎาคม2567 เป็นต้นมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยภาคเหนือ - อีสาน ในโครงการฟื้นฟูหลังน้ำลดแล้วทั้งสิ้น 11 จังหวัด รวมงบประมาณการช่วยเหลือไม่ต่ำกว่า 11.5 ล้านบาท

.





เมื่อเกิดอุทกภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้จัดทีมบรรเทาสาธารณภัย พร้อมเรือท้องแบน และ โรงครัวเคลื่อนที่เพื่อประกอบอาหารกล่อง พร้อมถุงยังชีพ ชุดยาเวชภัณฑ์ และอาหารสุนัขและแมว นำแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัย เพื่อการบรรเทาทุกข์และช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่างๆ ในเบื้องต้น หลังจากนั้น ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ จะดำเนินการประสานหน่วยงานในพื้นที่เพื่อบรรเทาทุกข์ ฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยแจกเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น รวมถึงมอบเงินค่าฌาปนกิจศพแก่ญาติผู้เสียชีวิตจากอุทกภัย รายละ 20,000 บาท ทั้งนี้ หากมีผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัย ญาติของผู้เสียชีวิตสามารถขอรับเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจศพ จากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418 ต่อ ฝ่ายสังคมสงเคราะห์

.




ทั้งนี้ มูลนิธิฯ ยังคงอยู่ระหว่างดำเนินการภารกิจในพื้นที่ และเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินและเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้านต่าง ๆ ต่อไป




ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง www.facebook.com/pohtecktungofficial

.

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

ตี๋สมเด็จ/รายงาน

วันพฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2567

 เมื่อวันนี้​ 7​ ตุลาคม​ พ.ศ.2567​ ที่ผ่านมาตัวแทนสมัชชานักจัดรายการข่าววิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยยื่นหนังสือถึงผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรปราการ เพื่อยื่นหนังสือสอบถามกรณีจากการกระทำหรือแสดงพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจอันเป็นการหมิ่นและคุกคามสื่อ(สื่อมวลชน)​ถือว่าไม่เหมาะสมและไม่ถูกต้องต่อการเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ



    โดยทางผกก.ได้มอบหมายให้ทางผกก.สืบมาคุยกับท่านผอ.ฝ่ายข่าว​  น​.ส.พ.เรื่องจริงผ่านเลนส์  และ​ วันนี้ที่​ 17​ ต.ค.​ 2567​ เวลา13.00น.​ ทางผกก.สืบท่าน​ พ.ต.ท.สรยุทธ​ จิโรภาส​ รองผกก.สืบเมืองสมุทรปราการได้ทำความเข้าใจกับท่านผอ.ฝ่ายข่าวทำการปรับความเข้าใจ​ และ​ ขอโทษผอ.ฝ่ายข่าวรับทราบเป็นความเข้าใจกันทั้งสองฝ่ายจบกันด้วยดี

นักข่าวภาคสนาม/รายงาน