วันเสาร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2565

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ห่วงใยผู้ประสบภัยหนาวในถิ่นทุรกันดาร ทุ่มงบกว่า 29 ล้านบาท มอบไออุ่นพร้อมถุงยังชีพแก่ผู้ประสบภัยหนาวรวม 4 ภาค

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ห่วงใยผู้ประสบภัยหนาวในถิ่นทุรกันดาร ทุ่มงบกว่า 29 ล้านบาท มอบไออุ่นพร้อมถุงยังชีพแก่ผู้ประสบภัยหนาวรวม 4 ภาค

.


ระหว่างวันที่ 14 พฤศจิกายน – 25 ธันวาคม 2565 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิฯ ห่วงใยผู้ประสบภัยหนาวในถิ่นทุรกันดาร มอบหมายให้ นายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่มูลนิธิฯ จัดทีมสังคมสงเคราะห์ นำโดย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ ลงพื้นที่แจกจ่ายผ้าห่มพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบ “ภัยหนาว” ในถิ่นทุรกันดาร ครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคใต้ ประกอบด้วย จังหวัดอุทัยธานี กำแพงเพชร สุโขทัย ตาก แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พิจิตร พิษณุโลก อุตรดิตถ์ แพร่  น่าน  พะเยา เชียงราย   นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ มุกดาหาร นครพนม บึงกาฬ สกลนคร ลพบุรี เพชรบูรณ์ เลย หนองบัวลำภู หนองคาย อุดรธานี กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร  ขอนแก่น ชัยภูมิ กาญจนบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร รวม 40 จังหวัด รวมผ้าห่มพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 47,000 ชุด คิดเป็นมูลค่ากว่า 29 ล้านบาท โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานรัฐเป็นประธานในพิธี  พร้อมด้วยมูลนิธิฯ / สมาคมจีนประจำจังหวัดต่างๆ เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี

.





โดยในวันที่ 9-10  ธันวาคม 65 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  นำโดย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ พร้อมด้วย นางจินดา บุญลาภทวีโชค กรรมการตรวจสอบ และนายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ รักษาการหัวหน้าแผนกสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นำทีมลงพื้นที่อำเภอเวียงป่าเป้า อำเภอแม่สรวย อำเภอแม่ลาว อำเภอเมือง และอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย  มอบผ้าห่มกันหนาว พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค อาทิ ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำมันพืช น้ำปลา ฯลฯ บรรจุลงกระเป๋าผ้า รวม 2,000 ชุด โดยมี ผู้แทนหน่วยงานรัฐ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย มูลนิธิสาธารณกุศลสงเคราะห์เชียงราย และมูลนิธิสาธารณกุศลสงเคราะห์แม่จัน เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี และ อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางศิริวรรณ โอภาสวงศ์ และนางศิริพร โอภาสวงศ์ อาสาสมัครกิตติมศักดิ์ ร่วมลงพื้นที่แจกจ่ายสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคในพื้นที่

.





ในโอกาสเดียวกันนี้ ที่จังหวัดนครสวรรค์ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ทำพิธี มอบศาลาที่พักผู้โดยสารเพื่อเป็นสาธารณประโยชน์แก่ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน เพื่อหลบแดดหลบฝน ณ บริเวณหน้าแขวงการทางนครสวรรค์ที่ 1 อำเภอเมือง รวมทั้ง จัดทีมหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลงพื้นที่ให้บริการประชาชนฟรี ประกอบด้วย บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จ่ายยา ตรวจวัดสายตาพร้อมแจกแว่น ฯลฯ ณ บริเวณมูลนิธิการกุศลตาคลี อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ โดยมีประชาชนเข้ารับบริการเป็นจำนวนมาก

.





โครงการสงเคราะห์ผู้ประสบภัยหนาว เป็นโครงการที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งดำเนินการต่อเนื่องมาไม่ต่ำกว่า 60 ปี รวมถึงโครงการอื่นๆ ที่มูลนิธิฯ ได้ดำเนินการเพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างครบวงจรชีวิต ภายใต้ปณิธาน “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”  ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

.

#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

ตี๋สมเด็จ/รายงาน

กรมศุลกากรร่วมกับหน่วย SITF ปิดกั้นเส้นทางลักลอบลำเลียงยาเสพติด “ยึดเฮโรอีน 45 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 1,350 ล้านบาท ณ ท่าเรือกรุงเทพฯ ส่งออสเตรเลีย”

 กรมศุลกากรร่วมกับหน่วย SITF ปิดกั้นเส้นทางลักลอบลำเลียงยาเสพติด  

“ยึดเฮโรอีน 45 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 1,350 ล้านบาท ณ ท่าเรือกรุงเทพฯ ส่งออสเตรเลีย”



   วันนี้ (10 ธันวาคม 2565) เวลา 13.00 น. นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมศุลกากร พร้อมด้วย

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ รองอธิบดี รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี นายพงศ์เทพ บัวทรัพย์ รองอธิบดี รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร พ.ต.อ.ณรัชต์พล เลิศรัชตะปภัสร์ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ 




นายถวัลย์ รอดจิตต์ ผู้อำนวยการกองสืบสวนและปราบปราม และหน่วย SITF โดย พ.ต.อ. จตุรภัทร์ ภิรมย์แก้ว รอง ผบก. ปส.1 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด และเรือโทภูมิ แสงคำ  ผู้อำนวยการท่าเรือกรุงเทพ ร่วมแถลงข่าวการตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 45 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 1,350 ล้านบาท (ประเทศปลายทาง) ณ ศูนย์เอกซเรย์และเทคโนโลยีศุลกากร สำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ กรมศุลกากร




   นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่าจากปัญหาการลักลอบส่งออกยาเสพติดที่ปรากฎในปัจจุบัน กรมศุลกากรในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้า-ส่งออกยาเสพติดอีกทั้งคำสั่งศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ ที่ 11/2564 แต่งตั้งอธิบดีกรมศุลกากรเป็นประธานอนุกรรมการ กรมศุลกากรจึงเร่งรัดดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อสกัดกั้นการลักลอบเคลื่อนย้ายยาเสพติดข้ามชาติให้ได้ผลอย่างเป็นรูปธรรม 




   เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2565 สำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ ร่วมกับกองสืบสวนและปราบปราม 

กรมศุลกากร พบสินค้าต้องสงสัยที่มีความเสี่ยงสูงในการลักลอบลำเลียงยาเสพติดไปยังต่างประเทศ โดยสำแดงชนิดสินค้าเป็นเครื่องผสมแป้งโด (DOUGH MIXER MACHINE WITH ELECTRIC) ส่งออกทางท่าเรือกรุงเทพ ประเทศไทย ปลายทางบริสเบน (BRISBANE) ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งตรงกับเงื่อนไขความเสี่ยง (Local Profile) เบื้องต้นจากผลการวิเคราะห์ภาพเอกซเรย์พบความผิดปกติภายในสินค้า จึงได้ดำเนินการตรวจสอบทางกายภาพโดยละเอียด พบยาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (เฮโรอีน) ในลักษณะซุกซ่อนภายในเครื่องผสมแป้งโด น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 45 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 135 ล้านบาท หากส่งออกไปยังประเทศออสเตรเลีย จะมีมูลค่าในราคาขายสูงถึง 1,350 ล้านบาท จึงได้ร่วมกันกับหน่วย SITF โดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม

ยาเสพติด (ป.ป.ส.) และกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ตรวจยึดพร้อมทั้งขยายผลหาผู้เกี่ยวข้องต่อไป



   อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวต่ออีกว่า สำหรับสถิติจับกุมยาเสพติด ตั้งแต่ 1 มกราคม – 10 ธันวาคม 2565 จับกุมได้ 154 ราย มูลค่า 3,950 ล้านบาท 4 อันดับแรก ได้แก่

1.ไอซ์ น้ำหนักรวมประมาณ 1,600,000 กรัม = 1,600 กิโลกรัม

2.โคคาอีน น้ำหนักรวมประมาณ     90,000 กรัม =     90 กิโลกรัม

3. ยาบ้า น้ำหนักรวมประมาณ 2,400,000 เม็ด

4. เฮโรอีนิน้ำหนักรวมประมาณ   100,000 กรัม =   100 กิโลกรัม

อย่างไรก็ตามกรมศุลกากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมมือกันสกัดกั้นเครือข่ายลักลอบลำเลียงยาเสพติดข้ามชาติอย่างเข้มงวด เพื่อปกป้องสังคมและประเทศชาติให้พ้นภัยจากยาเสพติดทุกประเภท

ตี๋สมเด็จ/รายงาน

ตม.จว.ฉะเชิงเทรา จับกุมคนลาว Overstay 1,072 วัน และ 977 วัน

 ตม.จว.ฉะเชิงเทรา จับกุมคนลาว Overstay 1,072 วัน และ 977 วัน



 วันที่ 8 ธันวาคม 2565 เวลา 12.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จว.ฉะเชิงเทรา ได้ออกตรวจบริเวณริม ถ.มหาจักรพรรดิ์ ต.ในเมือง อ.เมืองฉะเชิงเทรา จ.ฉะเชิงเทรา พบคนต่างด้าวสัญชาติลาว 2 คน เข้าตรวจสอบพบ

1.MR.YA อายุ 23 ปี สัญชาติลาว อยู่ในราชอาณาจักรเกินกว่าที่ได้รับอนุญาต จำนวน 1,072 วัน

2.MR.NAKHONE BOUTALTH อายุ  27 ปี สัญชาติลาว อยู่ในราชอาณาจักรเกินกว่าที่ได้รับอนุญาต 977 วัน

จึงได้จับกุมตัวดพเนินคดีข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay)”

นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองฯ จว.ฉะเชิงเทรา

เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



ตม.จว.ฉะเชิงเทรา รับนโยบายระดมกวาดล้างต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรผิดกฎหมาย

 ตม.จว.ฉะเชิงเทรา รับนโยบายระดมกวาดล้างต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรผิดกฎหมาย วันที่ 8 ธันวาคม 2565 เวลา 19.30 น.  เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ตม.จว.ฉะเชิงเทรา ออกตรวจบริเวณตลาดฉิน ริม ถ.สุวินทวงศ์ ต.คลองหลวงแพ่ง อ.เมืองฉะเชิงเทรา จ.ฉะเชิงเทรา พบคนต่างด้าว นายวันนา ทุน (MR.WANNA TUN) อายุ 36 ปี สัญชาติ เมียนมาร์ ตรวจสอบหนังสือเดินทางพบอยู่ในราชอาณาจักรเกินกว่าที่ได้รับอนุญาต จำนวน 982 วัน จึงได้จับกุมตัวดำเนินคดีข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay)”








      นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

วันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2565

หัวหน้าพรรคไทยสมาร์ท เดินหน้า ส่งผู้สมัคร ส.ส. ทั้ง 400 เขตเลือกตั้ง ตั้งเป้าได้ ส.ส. ไม่ต่ำกว่า 100 คน

 หัวหน้าพรรคไทยสมาร์ท เดินหน้า ส่งผู้สมัคร ส.ส. ทั้ง 400 เขตเลือกตั้ง ตั้งเป้าได้ ส.ส. ไม่ต่ำกว่า 100  คน



นายเกียรติภูมิ สิริพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสมาร์ท กล่าวว่า การเลือกตั้งที่จะมีขึ้น พรรคเดินหน้าส่งผู้สมัครทั้ง 400 เขต ตั้งเป้าได้ ส.ส. ไม่ต่ำกว่า 100 คน โดยจะชูนโยบายเด็ด เน้นเรื่องพลังงานสะอาด 


นายเกียรติภูมิ กล่าวอีกว่า เดิมอยู่พรรคเศษฐกิจใหม่ เลือกตั้งได้ ส.ส. 6 ที่นั่ง จากบัญชีรายชื่อทั้งหมด แต่ครั้งนี้พรรคไทยสมาร์ทเราไม่ได้หวังแค่นั้น เพราะเราลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พบปัญหา อย่างภาคอีสานที่จังหวัดสกลนคร ชาวบ้านไม่มีไฟฟ้าใช้ ภาคใต้ที่จังหวัดกระบี่ มีหมู่บ้านที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ และเจอปัญหาภูเขาขยะ ซึ่งทางพรรคต้องพยายามแก้ปัญหา ซึ่งตนมั่นใจว่าทำได้แน่นอน

ขอบคุณภาพจากข่าวข้นคนข่าวด้วยครับผม

วันพุธที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2565

บิ๊กหมอก นายศรพงศ์ศักดิ์ สุวรรณปรุง ที่ปรึกษาประจำสำนักเลขาธิการนายกฯรัฐมนตรี(นายสมหมาย เอี่ยมสะอาด) ลงตรวจเยี่ยมศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุดรธานี

 บิ๊กหมอก

นายศรพงศ์ศักดิ์ สุวรรณปรุง ที่ปรึกษาประจำสำนักเลขาธิการนายกฯรัฐมนตรี(นายสมหมาย เอี่ยมสะอาด) ลงตรวจเยี่ยมศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุดรธานี



นายศรพงศ์ศักดิ์ สุวรรณปรุง(บิ๊กหมอก)พร้อมคณะบิ๊กไบค์ชมรมคนรักอุดร ได้ลงพื้นที่ อำเภอเมืองจังหวัดอุดรธานี เพื่อตรวจเยี่ยมศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดอุดรธานี โดยมี นายเจนเจตน์ เจนนาวิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัด อุดรธานีพร้อมนายณัฐพงศ์ คำวงศ์ปิน หัวหน้าสำนักงานจังหวัดอุดรธานีและนายเจษฎา พานะทึก ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุดรธานี ร่วมให้การต้อนรับและร่วม พูดคุยปรึกษา ถึงแนวนโยบายการรับเรื่อง การแก้ปัญหาที่ได้รับการร้องเรียน จึงทำให้ทราบ ว่าปัญหาของแต่ละพื้นที่แต่ละบริบทมีแตกต่างกันไป ส่วนปัญหาในจังหวัดอุดรธานี ที่เจอบ่อยจะเป็นปัญหาที่ดินทำกิน ปัญหาความขัดแย้งภายในชุมชน ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนปัญหายาเสพติด และปัญหาเศรษฐกิจ เป็นต้น การแก้ไข เน้นพูดคุยไกล่เกลี่ย ถอยคนละก้าว จบแบบวิน วิน จากนั้นนายศรพงศ์ศักดิ์ พร้อมคณะได้ร่วมงานประเพณีประจำจังหวัด อุดรธานี“ งานทุ่งศรีเมือง” ได้จัดขึ้นระหว่าง วันที่1-12 ธันวาคม 2565 คณะได้เดินเยี่ยมชม ร้านค้าต่างๆที่มีมากมายทั้งร้านจากหน่วยงานราชการและร้านค้า ของชาวบ้านในพื้นที่ ยังมีการแสดง การแห่ ให้ชมตลอดงาน ก่อนกลับนายศรพงศ์ศักดิ์ สุวรรณปรุงและคณะชมรมคนรักอุดรยังได้มอบของที่ระลึกให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี  รองผู้ว่า ราชการจังหวัด ผอ.ศูนย์ดำรงธรรมและคณะอีกด้วย













วันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2565

 



เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2565 เวลาประมาณ 21.30 น. ได้มีคนร้ายชาวเมียนมาใช้อาวุธมีดทำร้ายร่างกาย Mr.NAN SHWE จนถึงแก่ความตาย ที่หอพักกำนันเจือ ม.6 ต.ท่าข้าม อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา และหลบหนีไป

ต่อมา จนท.ตำรวจ สภ.บางปะกง และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ร่วมกับสืบสวนติดตามตัวจนสามารถจับกุมตัว MR.THAN ZAW สัญชาติเมียนมา คนร้ายไดที่กำลังหลบหนีได้บริเวณตลาดนัด ม.6 ต.ท่าข้าม อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมตรวจยึดมีดของกลาง ส่ง พงส.สภ.บางปะกง ดำเนินคดีตามกฎหมาย