วันพฤหัสบดีที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2565

จังหวัดลพบุรี จัดกิจกรรมเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ภายใต้โครงการเฝ้าระวังฟื้นฟูธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของเครือข่าย ทสม. และกิจกรรมเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก

 จังหวัดลพบุรี จัดกิจกรรมเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

ภายใต้โครงการเฝ้าระวังฟื้นฟูธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของเครือข่าย ทสม. และกิจกรรมเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก 




วันพฤหัสบดีที่ 2 มิถุนายน 2565 ที่บริเวณลานวัฒนธรรมวัดญาณเสน ต.โก่งธนู อ.เมือง จ.ลพบุรี


นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร

ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธาน กล่าวเปิดงาน พร้อมนำกล่าวคำปฏิญาณตนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

เนื่องในการดำเนินงานกิจกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ภายใต้โครงการเฝ้าระวังฟื้นฟูธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของเครือข่าย ทสม. และกิจกรรมเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก

โดยมีพระครูสันติญานประยุต เจ้าอาวาสวัดญาณเสน เจ้าคณะตำบลโก่งธนู, นายกฤติน หลิมตระกูล ผอ.สำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลพบุรี กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ พร้อมด้วยว่าที่ รต.ทรงพล 

แป้นแก้ว นายอำเภอเมืองลพบุรี, นายบรรหาร เนาวรัตน์





นายก อบต.โก่งธนู, นายดิเรก พูลเพิ่ม





ประทานเครือข่าย ทสม.จังหวัดลพบุรี, พร้อมสมาชิก อบต.โก่งธนู, ผู้นำชุมชน, เครือข่าย ทสม. และนักเรียน นับร้อยคน พร้อมใจร่วมปั่นจักรยานเพื่อรณรงค์ การใช้พลังงานและลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร 

โดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี และคณะยังได้ร่วมกิจกรรมปลูกผักสวนครัว หลากหลายชนิดภายใต้โครงการ "บ้านนี้มีรักปลูกผักกินเอง" ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวนี้จัดขึ้นเพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้กลับมาอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ต่อไป...///






#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย

มูลนิธิกฤษณา ไกรสินธุ์ ร่วมกับ กฟผ. และเครือข่าย รุกผลิตยาสมุนไพรต้านโรคคุณภาพสูง เพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย

 มูลนิธิกฤษณา ไกรสินธุ์ ร่วมกับ กฟผ. และเครือข่าย 

รุกผลิตยาสมุนไพรต้านโรคคุณภาพสูง เพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย



มูลนิธิกฤษณา ไกรสินธุ์ ร่วมกับ กฟผ. และพันธมิตร เดินหน้าผลิตยาสมุนไพรคุณภาพสูงเพื่อคนไทย ภายใต้ลังกาสุกะโมเดล ส่งเสริมการแปรรูปสมุนไพรแบบเคลื่อนที่ต่อเนื่อง ล่าสุดมอบรถแปรรูปสมุนไพรและรถตรวจสอบคุณภาพเคลื่อนที่ 4 คัน ให้โรงพยาบาลจะแนะ จ.นราธิวาส ใช้ผลิตและตรวจคุณภาพสมุนไพรถึงพื้นที่เกษตร ช่วยลดค่าใช้จ่าย เสริมรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมเตรียมนำโมเดลต่อยอดในพื้นที่อื่นทั่วประเทศ






วันนี้ (2 มิถุนายน 2565) ดร.จิราพร ศิริคำ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นประธานในพิธีมอบรถแปรรูปสมุนไพรและรถตรวจสอบคุณภาพเคลื่อนที่ โดยมี ศ.ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ ประธานมูลนิธิกฤษณา ไกรสินธุ์ รศ.ดร.อิ่มจิต เลิศพงษ์สมบัติ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) วิทยาเขตปัตตานี นางอนุรัตน์ เทียมทัน ประธานกรรมการ บริษัท ทิปโก้ไบโอเท็ค จำกัด และนางธารทิพย์ ศิรินุพงศ์ ผู้อำนวยการโครงการพัฒนาชุมชน บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย เครือข่ายผู้สนับสนุน ได้แก่ บริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) และกลุ่มชุมชนปลูกสมุนไพร (บันนังสาเรง ดอนยาง ยะหริ่ง ยะหา และเทพา) ร่วมส่งมอบรถแปรรูปสมุนไพรและรถตรวจสอบคุณภาพเคลื่อนที่ แก่นายแพทย์ อหมัดมูซูลัม เปาะจิ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะแนะ ณ อาคารผลิตยา โรงพยาบาลจะแนะ จ.นราธิวาส


ศ.ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ ประธานมูลนิธิฯ เปิดเผยว่า ความร่วมมือระหว่างมูลนิธิฯ และพันธมิตร ได้แก่ กฟผ. ม.อ. บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) บริษัท ทิปโก้ไบโอเท็ค จำกัด บริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) โรงพยาบาลจะแนะ และกลุ่มชุมชนปลูกสมุนไพร (บันนังสาเรง ดอนยาง ยะหริ่ง ยะหา และเทพา) เกิดขึ้นเพื่อสร้างความเข้มแข็งทางด้านสาธารณสุขและด้านเศรษฐกิจให้ประชาชนในพื้นที่ โดยให้ประชาชนเข้าถึงยาสมุนไพรที่มีคุณภาพ รวมถึงส่งเสริมอาชีพของชาวบ้านในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จ.ปัตตานี จ.ยะลา และ จ.นราธิวาส ให้อยู่ดี มีสุข พึ่งพาตนเองได้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของลังกาสุกะโมเดลในการแปรรูปสมุนไพรในพื้นที่ผลิตเป็นยาสมุนไพรคุณภาพสูง ผนวกกับพืชสมุนไพรที่ปลูกในพื้นที่เหล่านี้พบสารสำคัญทางยาที่มีฤทธิ์สูงกว่าพืชสมุนไพรชนิดเดียวกันที่ปลูกในพื้นที่อื่นเนื่องจากดินและน้ำที่นี่ส่วนใหญ่ปลอดจากสารเคมี ยาฆ่าแมลงและโลหะหนัก ดินมีคุณภาพดีมาก มีแร่ธาตุสูง โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการแปรรูปสมุนไพรเพื่อทำยารักษาโรค คือ การรักษาคุณภาพและความสดใหม่ของสมุนไพร ซึ่งรถแปรรูปสมุนไพรและรถตรวจสอบคุณภาพเคลื่อนที่ ทั้ง 4 คัน ช่วยผลิตและส่งต่อยาสมุนไพรที่มีคุณภาพสูงสู่มือของชาวบ้านและประชาชนทั่วประเทศให้บริโภคได้อย่างมั่นใจ การันตีคุณภาพยาสมุนไพรโดยได้รับมาตรฐาน GMP: Good Manufacturing Practice จากกระทรวงสาธารณสุข และมาตรฐานฮาลาล ในขณะเดียวกัน มูลนิธิฯ ยังได้ร่วมกับ กฟผ. ส่งเสริมการปลูกสมุนไพรเกษตรอินทรีย์ ในพื้นที่ชุมชนทั้งภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคอีสาน และพื้นที่อื่นๆ ที่จะขยายต่อไปในอนาคต เพื่อเป็นวัตถุดิบต้นน้ำในการผลิตยาสมุนไพรที่มีคุณภาพ และให้ชุมชนสามารถสร้างรายได้ จากการปลูกและจำหน่ายสมุนไพรอินทรีย์ และให้คนไทยเข้าถึงยาสมุนไพรคุณภาพดีได้ง่าย เพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย




สำหรับรถที่ส่งมอบแก่โรงพยาบาลจะแนะจำนวน 4 คัน ประกอบด้วย รถแปรรูปขมิ้นชัน รถตรวจสอบคุณภาพเคลื่อนที่ รถแปรรูปฟ้าทะลายโจร และรถลากจูง สามารถรักษาคุณภาพและความสดใหม่ของสมุนไพร เข้าถึงพื้นที่ของเกษตรกรชาวใต้ที่มีความหลากหลาย ลดข้อจำกัดและลดต้นทุนในการขนส่งระยะไกล รวมถึงสามารถเป็นแหล่งเรียนรู้แก่ผู้ที่สนใจการพัฒนาสมุนไพรไทยได้




ด้าน ดร.จิราพร ศิริคำ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ กฟผ. กล่าวว่า ลังกาสุกะโมเดล โดยมูลนิธิกฤษณา ไกรสินธุ์ ถือเป็นโครงการต้นแบบที่ดีในการแปรรูปสมุนไพรท้องถิ่น ให้ชาวบ้านเข้าถึงบริการสาธารณสุขและยาที่มีคุณภาพ รวมถึงช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพแก่ชาวบ้านอย่างเป็นรูปธรรม โดยใช้กระบวนการทำงานแบบมีส่วนร่วม ส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือของเครือข่าย สร้างความเข้มแข็งในชุมชนอย่างแท้จริง สอดรับกับแนวทางของ กฟผ. ในการดูแลสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม กฟผ. และพันธมิตรจึงได้ร่วมทำงานกับมูลนิธิฯ ในทุกกระบวนการ ตั้งแต่ต้นน้ำ จนถึงปลายน้ำ ทั้งงบประมาณ และการพัฒนารถยนต์สำหรับดัดแปลงเป็นรถควบคุมคุณภาพสมุนไพร เพื่อใช้เป็นห้องวิจัยสมุนไพรเคลื่อนที่คันแรกของโลก และรถลากจูง สำหรับใช้ลากจูงรถแปรรูปฟ้าทะลายโจร ตลอดจนการส่งเสริมและร่วมปลูกสมุนไพรอินทรีย์ ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พื้นที่ใกล้เคียง ชุมชนใต้แนวสายส่ง และพื้นที่ชุมชนที่ กฟผ. ให้การสนับสนุน โดยเฉพาะสมุนไพรฟ้าทะลายโจร ที่มีสรรพคุณในการบรรเทาอาการของผู้ป่วยโควิด-19 เพื่อให้ท้องถิ่นได้มียารักษาโรคขั้นพื้นฐาน หรือสามารถหายจากโรคได้ด้วยตัวเองในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน โดยในอนาคตอาจพัฒนาไปเป็นสินค้า Premium Product และนำไปสู่ธุรกิจเพื่อสังคม หรือ Social Enterprise (SE) ในการร่วมแก้ปัญหาปากท้อง สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนต่อไป

----------------------------------------



#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย

"เกียรติภูมิ สิริพันธุ์" หน.พรรคไทยสมาร์ท นำทีมลงพื้นที่รับฟังปัญหาชาวบ้าน จ.ร้อยเอ็ด พร้อมมอบสิ่งของช่วยเหลือ

 หน.พรรคไทยสมาร์ท นำทีมลงพื้นที่รับฟังปัญหาชาวบ้าน จ.ร้อยเอ็ด


"เกียรติภูมิ สิริพันธุ์" หน.พรรคไทยสมาร์ท นำทีมลงพื้นที่รับฟังปัญหาชาวบ้าน จ.ร้อยเอ็ด พร้อมมอบสิ่งของช่วยเหลือ




วันนี้ (2 มิ.ย.) เมื่อเวลา 13.00 น. นายเกียรติภูมิ สิริพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสมาร์ท พร้อมด้วย นายกาญจน์กฤดิ คันธชัย เลขาธิการพรรคฯ นายสุรสิทธิ์ เปล่งสมบัติ รองหัวหน้าพรรคฯ นายทรงศักดิ์ ภูขามคม รองหัวหน้าพรรคฯ และทีมงาน นำข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม มามอบให้กับชาวบ้านชุมชนบ้านสำราญ หมู่4 ต.อาจสามารถ อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด โดยมีชาวบ้านกว่า 200 หลังคาเรือนมารอรับ จากนั้นจึงเดินทางไปเยี่ยมชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งเป็นผู้สูงอายุและเป็นผู้ป่วยติดเตียงพร้อมมอบสิ่งของช่วยเหลือ



นายเกียรติภูมิ กล่าวว่า การเดินทางมาในครั้งนี้เพื่อรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชนในพื้นที่แล้วนำปัญหาที่ได้รับฟังมาไปหาทางแก้ไขให้กับพี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วน ซึ่งนโยบายของพรรคไทยสมาร์ท คือ “ปลดหนี้ มีรายได้ หายจน คนไทยสมาร์ท” ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายคือเกษตรกร คนรากหญ้า เพื่อยกระดับรากฐาน ถ้าประชาชนไม่มีหนี้สินแต่มีรายได้มั่นคงต่อเนื่อง ปัญหาภายในครอบครัวและปัญหาในสังคมก็จะหมดไป เปรียบเสมือนโลโก้ของพรรคที่มีตัวอักษรเป็นสีเขียวซึ่งหมายถึงความอุดมสมบูรณ์เตรียมเข้าสู่ความสมาร์ททั่วประเทศ ภายใต้สโลแกน “ไทยแลนด์ 5.5 นำพาไทย ไปสู่สังคม อุลตร้าสมาร์ท” ซึ่งเป็นการนำเอาพลังงานสะอาด และเทคโนโลยีที่ทันสมัย มาสร้างความสมาร์ทให้แก่คนไทย ยกระดับเศรษฐกิจ และชุมชน เพื่อให้ประเทศชาติก้าวหน้า นอกจากนี้ยังมีแผนนโยบายด้านอื่นๆ อีกหลายนโยบาย เช่น การส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ,ส่งเสริมการแปรรูปยางพารา ,แก้ไขปัญหาหนี้สินครู ,คลอดฟรีมีโบนัส ,โครงการอุ่นใจใกล้หมอ ,จัดตั้งรัฐวิสาหกิจโรงกลั่นน้ำมันภาคประชาชน ,หวยบนดินคัมแบ็คหรือหวยบนดินรีเทิร์นนายเกียรติภูมิ กล่าวต่ออีกว่า พรรคไทยสมาร์ทจะยืนเคียงข้างประชาชน พร้อมช่วยเหลือ หากพี่น้องประชาชนทุกท่านให้โอกาสพรรคจะทำทุกนโยบายให้สำเร็จเพื่อให้พี่น้องประชาชนสร้างความสมาร์ท ยืนอยู่ได้ด้วยตัวเองอย่างมีความสุข







ขอบคุณแหล่งข่าว สาโรจน์ สว่างศรี


“ซื้อที่ดินถวายวัดกันเถิด” ..คนละไร่คนละงานประสานจิต ซื้ออุทิศรวมญาติพระศาสนา ๑๖ไร่๓งานผ่านเวลา

 “ซื้อที่ดินถวายวัดกันเถิด”

..คนละไร่คนละงานประสานจิต

ซื้ออุทิศรวมญาติพระศาสนา

๑๖ไร่๓งานผ่านเวลา



เชิญศรัทธาสืบสานสะพานบุญ

มีทรัพย์น้อยคนละวาคนละเมตร

ย่อมสำเร็จไม่ช้าพาอบอุ่น

เป็นสมบัติของสงฆ์ตรงพระคุณ

ต่อเป็นทุนภพหน้าบารมี


โมทนาด้วยใจใสพิสุทธิ์

คุณพระพุทธช่วยนำล้ำราศี

คุณพระธรรมช่วยแต่งแจ้งวาที

พระสงฆ์ชี้ทางออกบอกทางเดิน






วัดโพธิมรรคาริยาราม

น้อมนำตามแน่ชัดมิขัดเขิน

ตามรอยบาทพุทธองค์ทรงดำเนิน

ขอชวนเชิญซื้อที่ดินถิ่นพระธรรม.


๑มิ.ย.๖๕

เวลา๑๓.๒๖น. 

ดร.ร้อยแก้ว  สายยิ้ม







🐲 #ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาทุกๆท่านร่วมกันเป็นเจ้าภาพ ซื้อที่ดินถวายวัดเป็นธรณีสงฆ์ ฝากไว้ในบวรพระพุทธศาสนาสืบไป 

 🙏  ✅ทางวัดโพธิมรรคาริยาราม  ได้จัดงานปฏิบัติธรรม เป็นประจำทุกปี เป็นเวลายาวนาน ถึง 13 ปี  ด้วยพื้นที่ไม่เพียงพอให้พระคุณเจ้าปักกรด จึงต้องขอใช้พื้นที่ของญาติโยม บริเวณทิศตะวันออกของอุโบสถวัด ซึ่งมีบริเวณติดต่อคลองละแม เพื่อให้พระคุณเจ้าได้ปักกรด อยู่รุกขมูล ปฏิบัติบำเพ็ญเพียร ภาวนา เป็นประจำทุกปี  พระครูปลัดศีลวัฒน์ (สุวัฒน์ โชติโก)  จึงมีความประสงค์ที่จะจัดซื้อที่ดิน บริเวณดังกล่าว ซึ่งมีเนื้อที่ 16 ไร่ 3 งาน ในราคา 5,000,000 บาท

🔶️ #แปลงข้างวัด)🙏 ที่ดิน 16ไร่ 3 งาน

กองบุญละ 9 บาท

กองบุญ 99 บาท

ตารางวา ละ 789 บาท

งาน ละ 74,499 บาท

ไร่ ละ 312,499 บาท

  



✨#ร่วมทำบุญเป็นเจ้าภาพซื้อที่ดินตามกำลังศรัทธา ♥️

💰 #ธนาคาร : ธ.ก.ส.

🏧 #ชื่อบัญชี : "เพื่อจัดซื้อที่ดิน วัดโพธิมรรคาริยาราม”

💳 #เลขที่บัญชี 020207781992🧧💵

-----------------------🙏🙏🙏-----------------------------

**หากโอนเเล้ว ส่งสลิป แจ้งได้  ที่ 👇https://web.facebook.com/pothimak/?_rdc=1&_rdr สาธุๆขออนุโมทนาบุญ🙏 

*************************************

☺️ #ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่

เฟสบุ๊ก : วัดโพธิมรรคาริยาราม

📲 โทร 086-266 3816 (อ.พั้ง)

************************************

#ฝากกดไลค์กดแชร์ต่อเพื่อเป็นสะพานบุญด้วยครับ

#คนละเล็กละน้อยสะสมบุญ

วันพุธที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2565

บริษัทอีสเทิร์นเฮิร์บจำกัดและเวชกรโอสถ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์คุณภาพ “ยาเคอร่า” ทำบุญขึ้นสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ ณ. อาคารเวชกรโอสถ

 บริษัทอีสเทิร์นเฮิร์บจำกัดและเวชกรโอสถ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์คุณภาพ “ยาเคอร่า” ทำบุญขึ้นสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ ณ. อาคารเวชกรโอสถ 




วันที่ 1 มิถุนายน 2565 พ.ต.ท.ดร.ภัทร์ หนังสือ ประธานกรรมการบริษัทอีสเทิร์นเฮิร์บจำกัด และเวชกรโอสถ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์คุณภาพ “ยาเคอร่า” จัดพิธีทำบุญขึ้นสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ ณ อาคารเวชกรโอสถ ย่านเมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โดยมี สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) สมเด็จพระราชาคณะฝ่ายมหานิกาย เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการมหาเถรสมาคม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ เจริญน้ำพระพุทธมนต์และ พล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบูรณ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เป็นประธานฝ่ายฆารวาส ตัดริบบิ้นเปิดสำนักงานใหญ่แห่งใหม่นี้ 





ดร.ภัทร์ กล่าวว่า อาคารเวชกรซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของบริษัท อีสเทิร์นเฮิร์บ จำกัด เป็นอาคารสูง 3  ชั้น ติดริมทางด่วนสายแจ้งวัฒนะ เมืองทองธานี ใกล้กับศูนย์แสดงสินค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี ในอาคารประกอบไปด้วยสำนักงานของบริษัทฯ พิพิธภัณฑ์เครื่องยาไทย ซึ่งจัดแสดงเครื่องยาไทย ตำรับยาผง ตำรับยาหม้อชนิดต่าง ๆ ที่สำคัญ คัมภีร์ยาโบราณที่เป็นสมุดข่อย สมุดไท  ตำรายา สมุนไพรไทย และจีน กว่า 1,000 ชนิด ซึ่งล้วนแล้วเป็นสมุนไพรที่หายาก อาทิ เห็ดกะทินพิมาน มีคุณสมบัติฆ่าเซลมะเร็ง กระตุ้นภูมิคุ้มกันร่างกาย อุปกรณ์การผลิตยาสมัยโบราณ อาทิหินบดยาโบราณ รางบดยา หม้อต้มยาโบราณ 






นอกจากนี้นี้ยังมีนิทรรศการประวัติการแพทย์แผนไทย รวมทั้งจัดแสดงตำรับยาต้ม 9 หม้อ ที่เคยใช้ในโรงศิริราชพยาบาล (หรือโรงพยาบาลศิริราชในปัจจุบัน) สำหรับการบำบัดความป่วยไข้ต่าง ๆ ของประชาชนอย่างครอบคลุมตั้งแต่เมื่อเริ่มก่อตั้งในปีพ.ศ. 2431 แต่ภายหลังนั้นตำรับยาได้สาบสูญไป มีสวนสมุนไพรกว่า 300 ชนิด สำหรับเป็นศูนย์การศึกษาและเรียนรู้ทางด้านแพทย์แผนไทยและยาไทยสำหรับประชาชนเพื่อการศึกษาและการพึ่งพาตนเอง   รวมทั้งเป็นที่ตั้งของสหคลินิคศูนย์การแพทย์แผนไทยพัฒนา รับตรวจรักษาโรคทั่วไปโดยแพทย์แผนปัจจุบัน และแพทย์แผนไทย เน้นการจ่ายยาสมุนไพรตามทฤษฎีแพทย์แผนไทยเป็นหลัก และสถาบันแพทย์แผนไทยพัฒนา ซึ่งเป็นสถาบันที่ทำหน้าที่ในการพัฒนาองค์ความรู้ทางด้านการแพทย์แผนไทยรวมทั้งการวิจัยพัฒนายาไทยเพื่อได้รับการวิจัยทดลองทางวิทยาศาสตร์ เพื่อสร้างความยอมรับและถูกนำมาใช้ในวงกว้างในการรักษาโรคและส่งเสริมสุขภาพของคนไทยและผู้คนทั่วโลก 






สำหรับบุคคทั่วไปสามารถติดต่อสอบถามผลิตภัณฑ์หรือเข้าชมพิพิธภัณฑ์และนิทรรศการได้ในวันจันทร์-เสาร์ เวลา 09.00-17.00 น.โดยสามารถนัดหมายเข้าชมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 099-245-8080 

ตี๋สมเด็จ/รายงาน