วันเสาร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

วันที่ 2 ของการจัดงานมหกรรมภูมิปัญญาหมอพื้นบ้านไทย แพทย์แผนไทย ภาคใต้ บรรยากาศคึกคักไม่แพ้วันแรก ผู้ที่สนใจสมุนไพรและประชาชนทั่วไปทั้งคนในพื้นที่ภาคใต้ คนในพื้นที่อื่น เดินทางมาเที่ยวชมงานกันอย่างเนืองแน่นตั้งแต่เช้า

 วันที่ 2 ของการจัดงานมหกรรมภูมิปัญญาหมอพื้นบ้านไทย แพทย์แผนไทย ภาคใต้ บรรยากาศคึกคักไม่แพ้วันแรก ผู้ที่สนใจสมุนไพรและประชาชนทั่วไปทั้งคนในพื้นที่ภาคใต้ คนในพื้นที่อื่น เดินทางมาเที่ยวชมงานกันอย่างเนืองแน่นตั้งแต่เช้า 






โดยวันนี้นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก ให้เกียรติเป็นประธานเปิดบูธสมุนไพร บูธหมอพื้นบ้าน และบูธแพทย์แผนไทย ที่ทางกรม นำเจ้าหน้าที่ และแพทย์แผนไทยมาให้ความรู้เรื่อง ลองโควิด ซึ่งพบว่าผู้ที่หายจากภาวะโควิด-19 จำนวนไม่น้อยที่ประสบภาวะอาการ ลองโควิด ในหลากหลายอาการ อีกทั้งมีทีมแพทย์แผนไทยให้บริการนวดแผนโบราณ ผ่อนคลายความเครียด และบำบัดอาการเจ็บปวดตามร่างกายนอกจากนี้ยังให้เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์การขึ้นทะเบียน และขอบเขตของการเป็นหมอพื้นบ้านที่ช่วยชาวบ้าน คนในชุมชนอย่างถูกต้องด้วย





ขณะที่ พระมหาขวัญชัย เจ้าอาวาสวัดคีรีวงก์ กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้เป็นการปลุกจิตสำนึก กระตุ้น เชิดชูภูมิปัญญาของชาติ ให้ประชาชนเห็นความสำคัญของสมุนไพรในครัวเรือนที่ใช้บำบัดโรค 


ช่วงเย็นมีการจัดประกวด "ยุวทูตภูมิปัญญา หมอพร" จังหวัดชุมพร โดยมีนาย สันต์ ฉิมหาด นายก อบต.บางมะพร้าว เปิดการประกวดท่ามกบางบรรยายกาศสนุกสนาน จากเสียงกองเชียร์​ที่ซื้อดอกไม้ให้กำลังใจ แก่ผู้แข่งขัน ทั้งหมด 11 คน ที่รอบแรกเป็นการแนะนำตัวเอง 












และเพื่อผ่อนคลายความเคลียดทั้งของกองเชียร์​และผู้เข้าแข่งขัน น้องป่าน ปานชีวา ดาราศิลปินชื่อดังมาร้องเพลงสร้างสีสรรค์​บนเวที ซึ่งผู้เข้าประกวดทุกคนได้การอบรมเรื่องสมุนไพรจากเจ้าหน้าที่ ก่อนที่จะขึ้นมาพรีเซ็นสมุนไพรตามที่จับคำถามด้วยตัวเองในรอบที่สอง ก่อนตอบคำถามจากพระมหาขวัญชัยเพื่อเลือกผู้ชนะเพียงคนเดียว



ซึ่งผู้ชนะเลิศคือ น.ส.เพ็ญพิชา จันทร์ทองขาว เบอร10  อันดับ 2 น.ส.กวินธิดา แสงสุวรรณ เบอน์ 7 และอันดับ 3 คือ น.ส. ดลภา เจริญชัย  เบอร์ 3 

ทีมข่าวภาคสนาม/รายงาน

 




กำหนดการทำบุญอุปสมบท

นายโพธิ์ทอง ร่มเย็น

เพื่ออุทิศสวนกุศลให้แค่

คุณพ่อสุนทร ร่มเย็น

ณ พัทธสมาวัดดุมใหญ่

ตำบลดุมใหญ่ อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชรานี

วันที่ ๑๑ - ๑๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๕

วันพุธที่ ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ (ขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือน ๖)

เวลา ๑๗.๐๙ น. ตั้งกองบวช ณ บ้านเลขที่ ๑๘ หมู่ที่ ๖ บ้านดุมใหญ่

ตำบลดุมใหญ่ อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี

เวลา ๑๘.๐๙ น. พิธีปลงผมนาค

เวลา ๑๔.๐๙ น. พิธีบายศรีสู่ขวัญนาค

เวลา ๑๗.๐๐ น. พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์เย็น

วันพฤหัสบดีที่ ๑๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ (ขึ้น ๑๒ ค่ำ เดือน ๖)

เวลา ๑๔.๐๐ น. นำนาคเข้าพิธีอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดดุมใหญ่

เวลา ๑๗.๐๐ น.ถวายภัตตาหารเช้าแด่พระภิกษุสงฆ์

เวลา ๑๘.๐๐ น. ขอเชิญร่วมรับประทานอาหาร

เวลา ㆍ๙.๐๐ น. แห่กองบวช พระสงฆ์อนุโมทนา "เป็นเสร็จพิธี"

กรรมใดที่ผู้อุปสมบทเคยล่วงเกินท่านดัวยกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ได้โปรดอโหสิกรรมให้แก่ผู้อุปสมบทด้วย

รายนามเจ้าภาน

นางสุตา

พันโยธา

มารดา

นายตนุสรณ์

ร่มเย็น

พี่ชาย

น.ส.พิมพร

ร่มเย็น

พี่สาว

น.ส.เกสร

ร่มเย็น

พี่สาว

นางวิภวานี

วิระบรรณ์

พี่สะใภ้

นายณโกวิณ

ยางคำ

พี่เขย

นายพรชัย

ชุติพรรณทอง

พี่เขย

แม่นาง

แม่บุญธรรม

พร้อมด้วย บุตร ~ หลาน และญาติพี่น้องทุกคน ร่วมเป็นเจ้าภาพในบุญนี้

ตี๋สมเด็จ/รายงาน






















วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

วัดคีรีวงก์ อ. หลังสวน จ.ชุมพร จัดมหกรรมภูมิปัญญาหมอพื้นบ้านแพทย์แผนไทย ภาคใต้ ที่วัดคีรีวงก์ หวังขับเคลื่อนภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยและสมุนไพรไปสู่ระดับประเทศ

 

วัดคีรีวงก์ อ. หลังสวน จ.ชุมพร จัดมหกรรมภูมิปัญญาหมอพื้นบ้านแพทย์แผนไทย ภาคใต้ ที่วัดคีรีวงก์ หวังขับเคลื่อนภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยและสมุนไพรไปสู่ระดับประเทศ





เมื่อวันที่ 12 พ.ค  2565 ที่วัดคีรีวงก์ อ.หลังสวน จ.ชุมพร จัดมหกรรมภูมิปัญญาหมอพื้นบ้านแพทย์แผนไทยภาคใต้ โดยมีนายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางการพลิกโฉมพืชสมุนไพรด้วยการวิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา และพระมหาขวัญชัย เจ้าอาวาสวัดคีรีวงก์ ร่วมเปิดงานท่ามกลางเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานราชการ และประชาชนที่มาร่วมงานเป็นจำนวนมาก 





การจัดงานครั้งนี้ มีสมาคมแพทย์แผนไทย 14 จังหวัดภาคใต้ มาร่วมออกบูธนำยาสมุนไพรมาจำหน่าย เปิดคลินิกบริการนวดแผนไทย และนำอาหารที่ปรุงด้วยสมุนไพรให้ทานฟรี ทั้งนี้เพื่อขับเคลื่อนภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยของอาจราย์ที่สั่งสอนมาร่วม 3 สมัย โดยเฉพาะหมอพร ไปสู่ระดับประเทศ อีกทั้งปลุกจิตสำนึกและฟื้นฟูอนุรักษ์ ภูมิปัญาไทยให้ประชาชนใช้ยาสมุนไพรได้อย่างถูกต้องโดยเฉพาะช่วงโควิด-19​ อีกทั้งให้ลูกศิษย์และหมอพื้นบ้านที่มาเรียนและอบรมที่ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรหมอพื้นบ้านแห่งนี้ นำผลิตภัณฑ์​ที่ได้รับการรับรองมาจัดแสดง เพราะสมุนไพรไทยมีความสำคัญในช่วงนี้สถานกานณ์โควิด-19​เป็นอย่างมาก 







นอกจากนี้ผู้เชี่ยวชาญสมุนไพรจากสมาคมแพทย์แผนไทยทั้ง14จังหวัดภาคใต้ และ พ.อ. นพ. พงษ์ศักดิ์ ตั้งคณา บรรยายเรื่องสมุนไพรให้ผู้มาร่วมงานได้กลับนำไปใช้บำบัดโรคอย่างถูกต้อง รวมไปถึงมีการประกวดต้นกระท่อม สมุนไพร และประกวดร้องเพลงซึ่งทางวัดจัดขึ้นตั้งแต่ วันที่ 12-14 พ.ค.นี้


วันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

"สืบห้วยขวาง ร่วมกับสืบนครบาล 1 ตามจับคนร้ายบุกเดี่ยวงัดเซฟบ้านหนุ่มธนาคาร ได้ทรัพย์สินมูลค่า 10 ล้านบาท!!

 "สืบห้วยขวาง ร่วมกับสืบนครบาล 1 ตามจับคนร้ายบุกเดี่ยวงัดเซฟบ้านหนุ่มธนาคาร ได้ทรัพย์สินมูลค่า 10 ล้านบาท!!



ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล วันที่ 9 พ.ค. 2565 เวลา 11.30 น.พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น.,พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง. ผบช.น.,พล.ต.ต.จักรภพ สุคนธราช ผบก.น.1, พ.ต.อ.ภิรมย์ สวนทอง รอง.ผบก.น.1,พ.ต.อ.ยิ่งยศ สุวรรณโณ ผกก.สน.ห้วยขวาง เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.1 และเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ห้วยขวาง ร่วมแถลงผลการจับกุมนายบรรจง ลิ้นจี่ หรือบี อายุ 36 ปี ผู้ต้องหางัดเซฟบ้านหนุ่มธนาคาร พร้อมของเป็นทองรูปพรรณ ทองคำแท่ง นาฬิกาหรู  เครื่องประดับ รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ได้คืนมามูลค่า 5.9 ล้านบาท 




สืบเนื่องจากนายจุฑาศิษฐ์  เมฆวงศ์ตระการ หนุ่มธนาคาร ได้พาครอบครัวไปเที่ยวพักผ่อนช่วงสงกรานต์ ที่ผ่านมา หลังจากเดินทางกลับจากการเที่ยวพักผ่อนเมื่อถึงบ้านพักพบว่าประตูหลังบ้านถูกงัด จึงได้สำรวจทรัพย์สินภายในบ้านพบว่าตู้เซฟที่อยู่ภายในห้องนอนถูกงัดทรัพย์สินมีค่าหายไปหลายรายการ จึงได้เดินทางเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.รุ่งศักดิ์  นันตะเวช  รอง.สว.สอบสวน สน.ห้วยขวาง หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าตำรวจฝ่ายสืบสวน และสืบสวนนครบาล 1  ได้ดำเนินการสืบสวนติดตามคนร้ายจากกล้องวงจรปิด cctv  จนสามารถรวบรวมหลังฐานขออนุมัติหมายจับคนร้ายที่ก่อเหตุ ได้ที่อพาร์ตเมนต์ ย่านรัตนาธิเบศน์ จังหวัดนนทบุรี พร้อมหมายค้นของศาลจังหวัดนนทบุรี  ผลการตรวตค้นพบทรัพย์ของผู้เสียหายจำนวน 39 รายการ มูลค่าประมาณ 2.1 ล้านบาท และอาวุธปืนของคนร้าย จำนวน 1 กระบอก




ต่อจากนั้นนายบบรรจงฯ ได้พาตำรวจไปยึดทรัพย์สินบางส่วนที่นำไปขายตามร้านทองคืนมาได้ จำนวน  53 รายการ มูลค่า 3.8  ล้านบาท รวมได้ทรัพย์สินคืนมากว่า 5.900,000 บาท 





พล.ต.ท.สำราญ ผบช.น. กล่าวว่า จากการสอบประวัติ นายบรรจง คนร้ายรายนี้พบว่ามีความชำนาญในการก่อเหตุซึ่งก่อนเข้าลักทรัพย์จะมีการวางแผนเขียนแผนที่ และจะวางเครื่องมือโจรกรรมไว้ตามจุดเพื่อสะดวกในการลงมือก่อเหตุ ที่ผ่านพบว่าได้ก่อคดีในลักษณะนี้ในหลายท้องที่กว่า 7 คดี และยังมีคดีข่มขืนอีก จึงได้นำตัวผู้หาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง เพื่อดำเนินคดี

ตี๋สมเด็จ/รายงาน