วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

"ผู้ช่วยฯสุรเชษฐ์"ผงาดนั่งนายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ฯ ประกาศ 3 แนวทาง นำพาชาวใต้เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์!!

 



"ผู้ช่วยฯสุรเชษฐ์"ผงาดนั่งนายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ฯ ประกาศ 3 แนวทาง นำพาชาวใต้เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์!!




เมื่อวันนี้ 8 พ.ค.65 (เวลา 09.30 น.)ทางสมาคมชาวปักษ์ใต้ได้จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565 ที่สมาคมชาวปักษ์ใต้ในพระบรมราชูปถัมภ์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร มี พล.ต.อ.สุนทร ซ้ายขวัญ นายกสมาคมชาวปักษ์ใต้เป็นประธาน เพื่อสรุปแนวทางการทำงานตลอดหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งไม่สามารถจัดประชุมได้เนื่องจากติดสถานการณ์ โควิด-19




นอกจากการจัดประชุมตามข้อบังคับว่าด้วยการประชุมใหญ่ ตามมาตรา 29 ในวันนี้ยังจัดให้มีการเลือกตั้งนายกสมาคมคนใหม่เนื่องจากครบวาระ โดยคณะกรรมการมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. ดำรงตำแหน่งเป็นนายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ คนใหม่ เพื่อขับเคลื่อนสมาคมไปสู่ความเข้มแข็ง และความสามัคคีในกลุ่มชาวปักษ์ใต้ซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศ



พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล นายกสมาคมชาวปักษ์ใต้คนใหม่ กล่าวว่า  จะเดินหน้านำพาชาวปักษ์ใต้ เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นที่ตั้งผ่านโครงการจิตอาสาเราทำความดีด้วยหัวใจใน 14 จังหวัดภาคใต้ เพื่อให้ชาวปักษ์ใต้รู้รักสามัคคี 



นอกจากนี้จะจัดทำกิจกรรมทางศาสนาระหว่างไทยพุทธ-มุสลิม เพื่อสร้างความสมานฉันท์และความรัก ในฐานะประชาชนคนไทย ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ขณะเดียวกันก็จะส่งเสริมสวัสดิการให้แก่สมาชิกชาวปักษ์ใต้โดยเฉพาะการให้ทุนการศึกษาแก่บุตรธิดา ที่เข้ามาศึกษาในกรุงเทพมหานครหรือหลายจังหวัดทั่วประเทศ ให้เยาวชนซึ่งเป็นลูกหลานของชาวปักษ์ใต้ได้มีความรู้ความสามารถและนำพาความรู้ความสามารถเหล่านี้กลับไปพัฒนาท้องถิ่นและพัฒนาประเทศต่อไป




สำหรับสมาคมชาวปักษ์ใต้ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ก่อตั้งมาตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2475  ถึงวันนี้รวมกว่า 89 ปี โดยมีพันตรีหลวงอภิบาลภูวนาถ เป็นนายกสมาคมคนแรก ผ่านนายกสมาคมมาถึง 25 คน 





ล่าสุดคือ พล.ต.อ.สุนทร ซ้ายขวัญ อดีตรักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติซึ่งดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2544 จนถึงปัจจุบันและส่งมอบตำแหน่งให้แก่พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร.เป็นนายกสมาคมคนใหม่ โดยมีตัวแทนสมาชิกสมาคมชาวปักษ์ใต้ ร่วมประชุม เพื่อวางแผนการขับเคลื่อนสมาคมกับนายกสมาคมคนใหม่

ตี๋สมเด็จ/รายงาน

  



บิ๊กหมอก

นายศรพงศ์ศักดิ์  สุวรรณปรุง

ที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการฯสํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีและที่ปรึกษาบอร์ดบริหารUNPKFCได้ลงพื้นที่เกาะช้างจังหวัดตราดเพื่อไปมอบขวัญและกำลังใจให้กับนักกีฬาเล่นใบทีมชาติไทยและคณะผู้ฝึกสอนจำนวน 30 นายโดยมีรายละเอียดดังนี้เรือใบประเภท

LASER 4.7จำนวน 8 คน

470. จำนวน 6 คน

Fx.  จำนวน 4 คน

49.  จำนวน 4 คน

Nacra17 จำนวน 2 คน

โค๊ช  จำนวน 6 คน 

โดยมีนาวาเอกยุทธนา อักษรศรี ได้นำนักกีฬาแล่นใบทีมชาติไทยเก็บตัวฝึกซ้อมเพื่อคัดตัวนักกีฬาเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งในรายการเอเชียนเกมส์ที่ประเทศจีนในเดือนกันยายนพศ 2565โดยมีนาวาโทพงกาญจน์ กฤตนันท์หัวหน้าศูนย์รักษาความปลอดภัยทางทะเลกองทัพเรือเกาะช้างให้การสนับสนุนสถานที่ในการเก็บตัวฝึกซ้อมช่วงที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 13-15 เมษายน 2565

ช่วงที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 26 เมษายนถึง 8 พฤษภาคม 2565โดยในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการฯสํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีได้มอบเครื่องดื่มบำรุงกำลังพร้อมน้ำดื่มจำนวนหนึ่งให้กับทางนักกีฬาทุกคนและโค้ชในครั้งนี้ยังได้ชมการฝึกซ้อมเรือใบในทุกรุ่นที่เข้าแข่งขันทั้งโค้ชและผู้ฝึกสอนยังได้อธิบายและวิธีการเข้าแข่งขันในเรือใบรุ่นต่างๆให้แก่ท่านที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการทราบในรายละเอียดการแข่งขันซึ่งมีทั้งเดี่ยวชายเดี่ยวหญิงและคู่ผสมชายหญิงซึ่งทางประเทศไทยเราส่งเกือบทุกรุ่นณศูนย์รักษาความปลอดภัยทางทะเลกองทัพเรือเกาะช้างจังหวัดตราด











วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

สมาคมกีฬาว่ายน้ำฯ-ไทยออยล์ สานต่อความร่วมมือโครงการ “ช่วยชีวิต ลดวิกฤตการจมน้ำ” ปีที่ 3 ประจำปี 2565

สมาคมกีฬาว่ายน้ำฯ-ไทยออยล์ สานต่อความร่วมมือโครงการ “ช่วยชีวิต ลดวิกฤตการจมน้ำ” ปีที่ 3 ประจำปี 2565 หวังส่งเสริมเด็กแหลมฉบังกลุ่มเป้าหมาย 400 คนว่ายน้ำเป็น ลดความสูญเสียจากการจมน้ำ

 


พลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล อุปนายกสมาคมกีฬาว่ายน้ำแห่งประเทศไทย พล.อ.เจริญ นพสุวรรณ เลขาธิการสมาคมกีฬาว่ายน้ำแห่งประเทศไทย ดร.ถิรยุทธ ลิมานนท์ ผู้จัดการฝ่ายกิจการสัมพันธ์บริษัทไทยออยล์ จํากัด (มหาชน)​ และ นายสันติ  ศิริตันหยง รองนายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง ร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ

"ช่วยชีวิต ลดวิกฤตการจมน้ำ" ประจำปี 2565 ซึ่งเป็นโครงการที่ทางสมาคมกีฬาว่ายน้ําแห่งประเทศไทยร่วมมือกับบริษัทไทยออยล์ จํากัด(มหาชน)​ทำโครงการดังกล่าวขึ้น เป็นปีที่ 3 โดยมุ่งหวังส่งเสริมให้เด็กแหลมฉบังในกลุ่มเป้าหมาย 400 คนว่ายน้ำเป็น.เพื่อลดความสูญเสียจากการจมน้ำ หลังจากมีการสำรวจการจมน้ำเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของเด็กไทยอายุต่ำกว่า 15 ปี แม้ว่าประเทศไทยจะมีการสอนว่ายน้ำ แต่โรงเรียนที่สอนก็มีน้อยมาก และไม่ได้เป็นทักษะบังคับที่บรรจุในหลักสูตรขั้นพื้นฐานทำให้เด็กด้อยโอกาสและเด็กที่มีทุนทรัพย์น้อยว่ายน้ำไม่เป็น 



พล.อ. ศิริชัย กล่าวว่า สมาคมกีฬาว่ายน้ำแห่งประเทศไทยเล็งเห็นความสำคัญ ในการส่งเสริมทักษะการว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอดให้กับเยาวชนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ จึงร่วมมือกับ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาสังคมควบคู่กับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรมาตลอด ทำโครงการ “ช่วยชีวิต ลดวิกฤตการจมน้ำ” ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ที่มีอายุ 6 – 15 ปี จำนวน 400 คน ได้มีโอกาสฝึกฝนเรียนรู้ทักษะการว่ายน้ำกับครูสอนว่ายน้ำ ที่เป็นบุคลากรของสมาคมกีฬาว่ายน้ำแห่งประเทศไทย



ขณะที่ ดร.ถิรยุทธ ลิมานนท์ ผู้จัดการฝ่ายกิจการสัมพันธ์บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัท ดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของการดูแลสังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อมในทุกมิติ รวมถึงส่งเสริมทักษะกีฬาว่ายน้ำให้กับเยาวชนไทยเพื่อลดความเสี่ยงการเสียชีวิต จึงเป็นเรื่องน่ายินดีที่บริษัท ร่วมกับสมาคมกีฬาว่ายน้ำแห่งประเทศไทย.ทำโครงการดังกล่าวขึ้นในพื้นที่เทศบาลนครแหลมฉบัง โดยสนับสนุนงบประมาณ ส่งเสริมให้ลูกหลานชาวแหลมฉบัง ได้มีโอกาสฝึกฝนเรียนรู้ทักษะการว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด

 


นายสันติ ศิริตันหยัง รองนายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง กล่าวว่า โครงการ "ช่วยชีวิต ลดวิกฤตการจมน้ำ" ในพื้นที่เทศบาลนครแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี เป็นโครงการที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากประชาชนในพื้นที่ นับตั้งแต่เริ่มต้โครงการเป็นต้นมา โดยนำนิสิตจาก มหาวิทยาลัยบูรพาเป็นครูสอนว่ายน้ำ ให้เด็กด้อยโอกาส และเด็กที่มีทุนทรัพย์น้อยในพื้นที่เป้าหมาย กว่า 400 คนได้ฝึกฝนทักษะการว่ายน้ำ ลดความสูญเสียชีวิต และจะขยายโครงการให้ครอบคลุมทุกชุมชนของเทศบาล






โครงการ “ช่วยชีวิต ลดวิกฤตการจมน้ำ” มีระยะเวลาดำเนินการทั้งสิ้น 10 เดือน ตั้งแต่ ธันวาคม 2564 ถึง กันยายน 2565 จัดการสอนว่ายน้ำโดยแบ่งการสอนเป็น 5 คอร์ส ๆ ละ 10 ชั่วโมง ซึ่งคาดหวังให้นักกีฬากลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการมีทักษะการว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด ตามเกณฑ์ชี้วัดของหลักสูตรที่กำหนดจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70

ตี๋สมเด็จ/รายงาน

 

 

วันอังคารที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

 วัดสมานรัตนารามจัดพิธีบำเพ็ญกุศลอายุวัฒนมงคล 4 รอบ 48 ปี สมโภชพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราชแต่งตั้ง"พระประชาธรรมนาค"(ไพรัตน์ ปญญาธโร) เจ้าอาวาสวัดสมานรัตนาราม ให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา (ธรรมยุต)และยกฉัตรพระประธานอุโบสถ (หลังเก่า)

วันที่ 3 พฤษภาคม 2565 วัดสมานรัตนาราม ตำบลบางแก้ว อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา นายพินิจ จารุสมบัติ ประธานสภาวัฒนธรรมไทยจีนและส่งเสริมความสัมพันธ์  เป็นประธานประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลอายุวัฒนมงคล 4 รอบ 48 ปี สมโภชพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช แต่งตั้ง"พระประชาธรรมนาค"(ไพรัตน์ ปัญญาธโร นักธรรมเอก, ปร.ด.กิตติมศักดิ์)เจ้าอาวาสวัดสมานรัตนาราม ให้ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา(ธรรมยุต)โดยมีพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 49 รูป เจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล ในการนี้ นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา อ่านพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช แต่งตั้ง เจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา(ธรรมยุต) มีอำนาจหน้าที่ปกครองคณะสงฆ์ในเขตจังหวัดของตน ตามกฏมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 23 (พ.ศ.2541) ว่าด้วยระเบียบการปกครองคณะสงฆ์ ตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป โดยมีข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พ่อค้า แหละพุทธศาสนิกชน เข้าถวายมุทิตาจิตสักการะ ภายใต้มาตรการป้องกันโรคโควิ 19 เคร่งครัด

นอกจากนี้วัดสมานฯได้จัดพิธีถวายผ้าป่าจัดซื้อเครื่องฟอกไต เนื่องด้วยขนาดนี้โรงพยาบาลวัดสมานรัตนาราม(พุทธโสธร 2)มีความต้องการเครื่องฟอกไต จำนวน 10 เครื่อง (เครื่องละ 500,000 บาท)จึงขอเชิญชวน ผู้มีจิตศรัทธาร่วมเป็นเจ้าภาพ หรือร่วมสมทบทุนบริจาคตามกำลังศรัทธา โดยบริจาคโอนเข้าบัญชีธนาคารกรุงเทพ เลขบัญชี 2834620011 ชื่อบัญชีวัดสมานรัตนาราม ยอดบริจาค 10,000 บาท จารึกนามผู้บริจาคที่โรงพยาบาลวัดสมานรัตนาราม (พุทธโสธร 2 )  

โอกาสเดียวกันนี้ นายพินิจ จารุสมบัติ ประธานสภาวัฒนธรรมไทยจีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ พร้อมผู้ว่าราชการจังหวัด และพุทธศาสนิกชนร่วมประกอบพิธี ยกสักพระประธานในอุโบสถวัดสมานรัตนาราม (หลังเก่า)