วันพฤหัสบดีที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2564

 



บิ๊กหมอก

นายศรพงศ์ศักดิ์  สุวรรณปรุง

ที่ปรึกษาบอร์ดบริหาร UNPKFC

นายสุรัช  สุวรรณศรี  นายจิรภัทร ใจสิริ  นายณัฐธนนท์ โกวิทเจริญวัฒน์ ผู้ช่วยที่ปรึกษาพร้อมคณะ

 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสำนักงานเขตพญาไท พร้อมมอบหน้ากากอนามัย n95 หน้ากากอนามัยทางการแพทย์หน้ากากเฟสชิว(Face Shield)ชุด ppe อย่างดี เจลแอลกอฮอล์แบบกดและแอลกอฮอล์แบบฉีดพ่นให้แก่เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตพญาไท เพื่อป้องกันและลดการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัส โควิด 19 และได้ร่วมพูดคุยเรื่องแนวทางพัฒนาพื้นที่สู่การพัฒนากรุงเทพมหานครเป็น"เมืองอัจฉริยะ(SmartCity)"

เขตพญาไท โดยเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพลเมืองที่เป็นผู้สูงอายุ(Smart People) โดยมี นางเบญญา อินทรวงศ์โชติ ผู้อำนวยการเขตพญาไท นายชัยชวัชร์ เกตุธิติวิรัชต์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตพญาไท นางสาวศศิธร เจริญสุข ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตพญาไท นางสาวอรอุมา แม้นอินทร์ หัวหน้าฝ่ายปกครอง นายพิเศษ ยิ้มแย้ม หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ ให้การต้อนรับและร่วมรับมอบอุปกรณ์ป้องกันฯเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 สุดท้ายนี้นายศรพงศ์ศักดิ์ สุวรรณปรุงและคณะยังได้เดินเยี่ยมชม หอเกียรติยศ จิตอาสาพระราชทาน ณ.สำนักงานเขตพญาไท














วันพุธที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2564

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ห่วงใยผู้สูงอายุในสถานสงเคราะห์และบ้านพักผู้สูงอายุ จัดโครงการเสริมสร้างความปลอดภัย ใส่ใจผู้สูงอายุ (นำร่อง) มอบวอคเกอร์และไม้เท้ารวม 10 แห่ง

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ห่วงใยผู้สูงอายุในสถานสงเคราะห์และบ้านพักผู้สูงอายุ จัดโครงการเสริมสร้างความปลอดภัย ใส่ใจผู้สูงอายุ (นำร่อง) มอบวอคเกอร์และไม้เท้ารวม 10 แห่ง



ระหว่างวันที่ 3 และ 7 ธันวาคม 64 ที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ ห่วงใยผู้สูงอายุในสถานสงเคราะห์และบ้านพักผู้สูงอายุ นำทีมแผนกสังคมสงเคราะห์ นำโดย นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกสังคมสงเคราะห์ ลงพื้นที่มอบวอคเกอร์และไม้เท้า ให้กับผู้สูงอายุในสถานสงเคราะห์ และบ้านพักผู้สูงอายุ ในโครงการ “ป่อเต็กตึ๊ง เสริมสร้างความปลอดภัย ใส่ใจผู้สูงอายุ (นำร่อง) รวม 10 แห่ง  ประกอบด้วย ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางละมุง จ.ชลบุรี  สถานสงเคราะห์คนพิการและทุพพลภาพพระประแดง จ.สมุทรปราการ  สถานสงเคราะห์เฉลิมราชกุมารี (หลวงพ่อลำใยอุปถัมภ์) จ.กาญจนบุรี สถานสงเคราะห์คนชรานครปฐม จ.นครปฐม สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งนนทบุรี จ.นนทบุรี สถานสงเคราะห์คนชราปทุมธานี สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งชายธัญบุรี จ.ปทุมธานี สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งหญิงธัญบุรี จ.ปทุมธานี สถานสงเคราะห์คนชราบ้านเขาบ่อแก้ว จ.นครสวรรค์ และ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุวาสนะเวศม์ จ.พระนครศรีอยุธยา รวมวอคเกอร์จำนวน 335 อัน และไม้เท้า 4 ขา จำนวน 195 อัน  คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 281,300 บาท (สองแสนแปดหมื่นหนึ่งพันสามร้อยบาทถ้วน) โดยมี นางศิริพร โอภาสวงศ์ อาสาสมัครกิตติมศักดิ์ ร่วมในพิธี พร้อมด้วย  ผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ แต่ละแห่งเป็นผู้รับมอบ

.





สำหรับผู้สูงอายุ นอกเหนือจากโครงการนำร่องดังกล่าวแล้ว ในทุกๆ ปี มูลนิธิฯ ยังมีการมอบสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น ในโครงการ “ป่อเต็กตึ๊ง สร้างสุข ใส่ใจ ผู้สูงวัย” เนื่องในวันผู้สูงอายุแห่งชาติ การเข้าเยี่ยมเยียนผู้สูงอายุในสถานสงเคราะห์เนื่องในเทศกาลตรุษจีน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้สูงอายุ และโครงการอื่นๆ อีกมากมาย ติดต่อสอบถามหรือติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  www.facebook.com/atpohtecktung








## ถึ ง จ ะ ต้ อ ง อ ยู่ ห่ า ง ...แต่เราพร้อมเคียงข้างคุณเสมอ ##

#มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง110ปีความดีที่ยั่งยืน

#ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##

#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

ตี๋สมเด็จ/รายงาน

วันที่ 7 ธันวาคม 2564 ที่สำนักพระราชวังศาลาลูกขุน(วัดพระแก้ว)ตัวแทน กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบกรณีอุทยานแห่งชาติเขาแหลมประกาศทับพื้นที่นิคมสหกรณ์อำเภอทองผาภูมิและสังขละบุรี จำนวน 20 คน ที่ได้รับผลกระทบในกรณีอุทยานแห่งชาติเขาแหลมประกาศแนวเขตทับที่นิคมสหกรณ์สังขละบุรี

 




วันที่ 7 ธันวาคม 2564 ที่สำนักพระราชวังศาลาลูกขุน(วัดพระแก้ว)ตัวแทน กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบกรณีอุทยานแห่งชาติเขาแหลมประกาศทับพื้นที่นิคมสหกรณ์อำเภอทองผาภูมิและสังขละบุรี  จำนวน 20 คน  ที่ได้รับผลกระทบในกรณีอุทยานแห่งชาติเขาแหลมประกาศแนวเขตทับที่นิคมสหกรณ์สังขละบุรีและทองผาภูมิตั้งแต่ปี พศ 2534  กว่า 2แสน ไร่ มีประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 4,700 ราย นำโดย นายสุรินทร์  สุรินก้อน  พากลุ่มชาวบ้านเข้ายื่นหนังสือ ยื่นหนังสือถวายฎีกาพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี องค์ประธานที่ปรึกษา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการ มูลนิธิภูบดินทร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อขอความช่วยเหลือแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่อยู่ในอำเภอทองผาภูมิและสังขละบุรีที่ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมบังคับใช้กฎหมายและจับกุมชาวบ้านเป็นเวลาช้านานกว่า 30 ปี  โดยรายละเอียดฎีกาของกลุ่มชาวบ้านมีข้อความสำคัญดังต่อไปนี่ 



 

             ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า นายสุวรรณ บัวโรย ในนามตัวแทนกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบกรณีอุทยานแห่งชาติเขาแหลมประกาศทับที่ทำกิน ของพี่น้องประชาชนชาวอำเภอทองผาภูมิ และสังขละบุรี ในจังหวัดกาญจนบุรี



    

             ข้าพระพุทธเจ้าขอทูลเกล้าถวายฎีกา ถึง พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี องค์ประธานที่ปรึกษา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการ มูลนิธิภูบดินทร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวอำเภอทองผาภูมิและอำเภอสังขละบุรี ในจังหวัดกาญจนบุรี  ที่ได้รับความเดือดร้อยจากกรณีอุทยานแห่งชาติเขาแหลมประกาศแนวเขตอุทยานทับพื้นที่นิคมสหกรณ์อำเภอทองผาภูมิและอำเภอสังขละบุรีจังหวัดกาญจนบุรี กว่า ๒ แสนไร่





                 เนื่องด้วยกลุ่มประชาชนชาวอำเภอทองผาภูมิ อำเภอสังขละบุรี ที่อาศัยอยู่ภายใต้ พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งนิคมสหกรณ์ในท้องที่อำเภอทองผาภูมิและอำเภอสังขละบุรี พ.ศ.๒๕๑๘   ได้รับความเดือดร้อนตั้งแต่ ปี พ.ศ.๒๕๓๔ หลังจากอุทยานแห่งชาติเขาแหลมประกาศแนวเขตอุทยานทับพื้นที่ พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งนิคมสหกรณ์ในท้องที่ อำเภอทองผาภูมิและสังขละบุรี พ.ศ.๒๕๑๘ กว่า ๒ แสนไร่ ส่งผลให้ประชานกว่า ๔,๗๐๐ ราย ได้รับผลกระทบ  บางส่วนถูกเจ้าหน้าที่อุทยานเขาแหลมบังคับใช้กฎหมายอุทยานจับกุมชาวบ้านในข้อหาบุกรุกพื้นที่อุทยานฯ  กลุ่มประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนได้ยื่นหนังสือร้องขอหน่อยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนมาโดยตลอดกว่า ๓๐ ปี  แต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหากรณีพื้นที่พิพาทนี้ได้  ทั้งยังทราบข่าวมาว่านิคมสหกรณ์สังขละบุรีและทองผาภูมิ จะประกาศสิ้นสภาพในเร็วๆนี้ หากเป็นเช่นนั้น ชาวบ้านอาจถูกจับกุมมากขึ้น เพราะพื้นที่ ที่ชาวบ้านเคยอยู่จะตกเป็นของอุทยานทั้งหมด โดยที่ชาวบ้านไม่มีกฎหมายอื่นคุ้มครอง อันจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างมากขึ้น ทั้งด้านเศษฐกิจ สังคม และด้านการพัฒนาของประเทศ ทำให้ชาวบ้านจะต้องมีคดีติดตัว ในฐานบุกรุกอุทยานฯ ทั้งที่ความจริงแล้ว อุทยานแห่งชาติเขาแหลมเป็นผู้มาประกาศทับ แนวเขตของพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งนิคมสหกรณ์ในท้องที่อำเภอทองผาภูมิและอำเภอสังขละบุรี พ.ศ.๒๕๑๘ 

                  นับว่าเป็นข่าวดีสำหรับพี่น้องชาวอำเภอทองผาภูมิและอำเภอสังขละบุรี และเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่งที่หาที่สุดมิได้  ที่ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี องค์ประธานที่ปรึกษา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการ มูลนิธิภูบดินทร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์  ทรงเปิดมูลนิธิภูบดินทร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ขึ้นมา เพื่อช่วยเหลือประชาชนตามวัถุประสงค์ของมูลนิธิฯ กลุ่มประชาชนชาวสังขละบุรี และทองผาภูมิ มีความปิติยินดีเป็นอย่างยิ่งหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ทรงทราบถึงปัญหาความเดือดร้อนของพสกนิกรชาวไทย และได้ทรงจัดตั้ง มูลนิธิภูบดินทร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่ที่ทำกิน ของพสกนิกรชาวไทยทั้วประเทศ ที่ได้รับความเดือดร้อนเรื่องที่ดินที่ทำกิน   ข้าพระพุทธเจ้าและประชาชนกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบกรณีอุทยานแห่งชาติเขาแหลมประกาศทับที่ทำกิน ขอโปรดกล้าโปรดกระหม่อม พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี องค์ประธานที่ปรึกษา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการ มูลนิธิภูบดินทร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์  ทรงได้โปรดพระการุณาประทานให้ นิคมสหกรณ์ทองผาภูมิและสังขละบุรีได้ทำหน้าที่ในการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินให้แก่ชาวบ้าน ตามกฎหมายของพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งนิคมสหกรณ์ในท้องที่อำเภอทองผาภูมิและอำเภอสังขละบุรี พ.ศ.๒๕๑๘ ให้แล้วเสร็จตามหน้าที่ เพื่อความสงบสุขจะได้เกิดขึ้นในพื้นที่ทั้ง ๒ อำเภอที่มีปัญหายาวนานมากว่า ๓๐ ปี เพื่อความเป็นอยู่ที่ มั่นคง มั่งคั่ง และยั้งยืนของประชาชนและประเทศชาติสื่บต่อไป  ขอพระองค์ท่านทรงโปรดให้อุทยานแห่งชาติเขาแหลมยกเลิกเพิกถอนการประกาศแนวเขตทับที่ดินของพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งนิคมสหกรณ์ในท้องที่อำเภอทองผาภูมิและอำเภอสังขละบุรี พ.ศ.๒๕๑๘  และขอพระองค์ท่านทรงโปรดประทานอภัยโทษให้กับประชาชนที่ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมบังคับใช้กฎหมายจับกุมในเขตพื้นที่ทับซ้อนดังกล่าว ให้พ้นความผิด เพื่อประชาชนกลุ่มนั้นจะได้มาดูและครอบครัว และทำคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติและแผ่นดินสื่บต่อไป

 หลังจากยื่นถวายฎีกาเสร็จกลุ่มชาวบ้านได้เดินทางไปที่ศาลปกครองสูงสุด เวลา15.00น เพื่อร้องศาลปกครองให้สั่งให้นิคมสหกรณ์ออกมาทำงานตามหน้าที่เพื่อออกเอกสารสิทธิ์ให้แก่ชาวบ้านตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งนิคมสหกรณ์ทองผาภูมิสังขละบุรี พ.ศ 2518และฟ้องร้องไห้กับอุทยานแห่งชาติเขาแหลมได้ยกเลิกเพิกถอนกฤษฎีกาที่มีการประทับนิคมสหกรณ์สังขละบุรีและทองผาภูมิและให้หยุดระงับการกระทำจับกุมชาวบ้านในพื้นที่กรณีพิพาทระหว่างหน่วยงาน จนกว่าจะมีการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในนาม มูลนิธิภูบดินทร์ มาแก้ไขปัญหาเรื่องดังกล่าว 


วันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2564

ศักดิ์ปากพนังได้ไปร่วมแสดงความยินดีกับ​ท่านผกก.​ พ.ต.อ.เสรีฐกาญจน์​ จันทร์ด้วง​ ผกก.กระทุ่มแบน

 



เมื่อวันที่​ 3​ ธันวาคม​ พศ.2564​เวลา​ 15.19น. ศักดิ์ปากพนังได้ไปร่วมแสดงความยินดีกับ​ท่านผกก.​ พ.ต.อ.เสรีฐกาญจน์​ จันทร์ด้วง​ ผกก.กระทุ่มแบน​ เดินทางไปรับตำแหน่งผกก.สภ.กระทุ่มแบนขอแสดงความดีใจด้วยครับ​ ซึ่งท่านเป็นหลานนายศักดิ์ชัย​ ชำนาญแทน(ศักดิ์ปากพนัง)​ผู้สื่อข่าวคนดังเพราะเป็นลุง​ พ.ต.อ.เสรีฐกาญจน์​ จันทร์ด้วง​ นามสกุลชำนาญแทนเหมือนกันสักเป็นลุงครับ​ ระดับผู้กำกับการสถานี สภ.อ.ในจังหวัดสมุทรสาครพร้อมนายตำรวจพ่อค้าประชาชนหน่วยราชการองค์กรต่างๆดังเดิมก็เป็นสารวัตรที่สภ.อ.กระทุ่มแบนต่อจากนั้นไปเป็นรอง​ จ.สมุทรสาครจนได้เป็นผกก.สภ.อ.กระทุ่มแบบท่านเป็นคนดีพยายามจนสอบได้เป็นผกก.ถึงว่าเป็นนายตำรวจน้ำดีคนหนึ่ง

ทีมข่าวภาคสนาม/ศักดิ์ปากพนังรายงาน









วันเสาร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2564

กรมศุลกากร จับไอซ์ส่งออกไต้หวัน 897 กิโลกรัมมูลค่าประมาณ 538 ล้านบาท

 กรมศุลกากร จับไอซ์ส่งออกไต้หวัน 897 กิโลกรัมมูลค่าประมาณ 538 ล้านบาท




วันนี้ (4 ธันวาคม 2564) นายพชร  อนันตศิลป์ อธิบดีกรมศุลกากร ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 

ศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย และการท่าเรือแห่งประเทศไทย แถลงข่าว จับยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 897 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 538 ล้านบาท ณ ศูนย์เอกซเรย์และเทคโนโลยีศุลกากร สำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ








นายพชร  อนันตศิลป์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (3 ธันวาคม 2564) กรมศุลกากร โดยกองสืบสวนและปราบปราม ได้ประมวลความเสี่ยงการลักลอบยาเสพติดออกนอกราชอาณาจักร และได้ทำการตรวจค้นพบใบขนสินค้ามีลักษณะตรงตามข้อมูลความเสี่ยงตรงตามที่สืบค้นในการกระทำผิดด้านยาเสพติด จึงทำการอายัด และแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด และศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย (ชุดปฏิบัติการ Seaport Interdiction Task Force: SITF) ร่วมกันตรวจสอบสินค้าต้องสงสัยดังกล่าว ณ ศูนย์เอกซเรย์และเทคโนโลยีศุลกากร สำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ จากการเปิดตรวจพบลังกระดาษสีน้ำตาลจำนวน 24 ลัง เมื่อเปิดแต่ละลังออกพบแผ่นซิลิโคนปูพื้นขนาด 40 x 40 เซนติเมตร 2 ชนิด คือ แผ่นซิลิโคน น้ำหนัก 4.5 กิโลกรัม จำนวน 46 แผ่น และ แผ่นซิลิโคนน้ำหนัก 6 กิโลกรัม จำนวน 115 แผ่น รวม 161 แผ่น จากการตรวจสอบพบว่าแต่ละชิ้นมีน้ำหนักและขนาดที่ไม่เท่ากัน และได้ตรวจสอบอย่างละเอียด พบวัตถุต้องสงสัยลักษณะเป็นเกล็ดสีขาวขุ่นอยู่ภายในแผ่นซิลิโคน จึงได้นำตัวอย่างวัตถุต้องสงสัยมาทดสอบเบื้องต้นด้วยน้ำยาเคมี ONCB 051 MARQUIS REAGENT พบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 897 กิโลกรัม มูลค่า 538,200,000 บาท หากส่งออกสำเร็จจะมีมูลค่าที่ประเทศปลายทาง ประมาณ 3,000 ล้านบาท











อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวต่ออีกว่า การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามมาตรา 244 มาตรา 166 และมาตรา 252 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ประกอบพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 สำหรับสถิติตรวจยึดยาเสพติดของกรมศุลกากรปีงบประมาณ 2565 (ตุลาคม - ปัจจุบัน) รวม 18 คดี มูลค่า 1,173,335,840 บาท

ตี๋สมเด็จ/รายงาน