วันพฤหัสบดีที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

"กลุ่มแอนตี้หมวกกันน็อคออนไลน์ พร้อมผู้เสียหายบุกร้อง ผบก.ภ.จ.ชลบุรี คดีไม่คืบหน้าหลังถูกกลุ่มมิจฉาชีพล่อลวง และปลอมแปลงเอกสารเปิดบัญชี จนได้รับความเสียหาย!!

 "กลุ่มแอนตี้หมวกกันน็อคออนไลน์ พร้อมผู้เสียหายบุกร้อง ผบก.ภ.จ.ชลบุรี คดีไม่คืบหน้าหลังถูกกลุ่มมิจฉาชีพล่อลวง และปลอมแปลงเอกสารเปิดบัญชี จนได้รับความเสียหาย!!





วันพฤหัสบดีที่ 4 พ.ย 2564 เวลา 10.30 น.ที่ สภ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี โดยกลุ่มแอนตี้หมวกกันน็อค ออนไลน์ นำโดย น.ส จุฑาทิพ จูพัฒนกุล ผู้ก่อตั้งกลุ่มฯ พร้อมด้วยผู้เสียหาย ได้เดินทางไปยื่นหนังสือร้องเรียนกับ พ.ต.อ.นิทัศน์ แหวนประดับ ผกก.สภ.เมืองชลบุรี เพื่อให้รับเรื่องร้องทุกข์ และเร่งดำเนินคดีกับกลุ่มแอพเงินกู้ เนื่องจากไม่ได้รับความเป็นธรรม และคดีไม่คืบหน้า โดยมี พ.ต.ท.วินัย ตระกูลไทย รอง ผกก. สอบสวน สภ.เมืองชลบุรี เป็นตัวแทนรับเรื่อง 





หลังจากนั้น เวลา 13.00 น.น.ส จุฑาทิพ จูพัฒนกุล ผู้ก่อตั้งกลุ่มแอนตี้หมวกกันน้อค ออนไลน์ พร้อมผู้เสียหาย ได้เดินทางเพื่อยื่นหนังสือต่อ พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ กิจจาหาญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี เพื่อยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม ในเรื่องของคดีที่ไม่คืบหน้า โดยมี พ.ต.อ.สัมฤทธิ์ เกตุแย้ม รอง ผบก.อต.เป็นตัวแทนรับเรื่องดังกล่าว 





เนื่องจากที่ผ่านมา ทางกลุ่มแอนตี้หมวกกันน็อค ออนไลน์ ได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหายหลายราย ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี หลายแห่ง ได้เพิกเฉย ไม่รับเรื่องลงบันทึกประจำวัน และรับแจ้งความ แม้ว่าผู้เสียหายจะรวบรวมหลักฐาน เอกสาร เพื่อยื่นต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ลงบันทึกประจำวัน หรือรับแจ้งความ ในเรื่องดังกล่าว ผู้เสียหายจึงได้ติดต่อแอดมินจากลุ่มแอนตี้หมวกกันน้อค ออนไลน์ ให้ช่วยโทรเจรจาตลอด 






ด้วยเหตุดังกล่าว จึงทำให้ผู้เสียหายไม่สามารถนำหลักฐานไปยืนยันกับบุคคลที่ 3 หรือแม้แต่หน่วยงานหรือสถานประกอบการที่ผู้เสียหายทำงานได้ จนกระทั่งมีผู้เสียหายบางรายถูกให้ออกหรือเลิกจ้างแบบไม่เป็นธรรม ดังนั้นผู้ก่อตั้งกลุ่มแอนตี้หมวกกันน็อค ออนไลน์ จึงได้พาผู้เสียหาย มายื่นหนังสือกับ ผบก.ภ.จ.ชลบุรี เพื่อสั่งการไปยัง หน่วยงานในสังกัดให้รับเรื่องร้องทุกข์จากผู้เสียหายและให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหายทุกคน 






น.ส จุฑาทิพ จูพัฒนกุล ผู้ก่อตั้งกลุ่มฯ เปิดเผยว่า "ที่มายื่นเรื่องในวันนี้ เนื่องจากมีผู้เสียหายถูกมิจฉาชีพล่อลวง และมีการปลอมแปลงเอกสารในการเปิดบัญชี นำไปสู่การหลอกลวงผู้อื่นจนเกิดความเสียหาย ซึ่งที่ผ่านมาทางผู้เสียหายได้มีการลงบันทึกประจำวันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สภ.เมืองชลบุรี ไว้แล้ว แต่ถูกเพิกเฉยและใช้คำพูดที่ทำให้ผู้เสียหายรู้สึกไม่ได้รับถึงความไม่เป็นธรรม ทางผู้เสียหาย ได้ติดต่อมายังกลุ่มแอนตี้หมวกกันน้อค ออนไลน์ ให้ช่วยประสานกับทางผู้บังคับบัญชาของ สภ.เมืองชลบุรี เพื่อสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในหน่วยงาน เร่งดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงและ ดำเนินคดีกับแอพเงินกู้โดยเร่งด่วน" น.ส จุฑาทิพ กล่าวทิ้งท้าย

“สำนักงาน กศน.เดินหน้าพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษารับปีงบประมาณ 2565”

 “สำนักงาน กศน.เดินหน้าพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษารับปีงบประมาณ 2565” 




วันที่ 4 พฤศจิกายน 2564  นายสุรศักดิ์ อินศรีไกร เลขาธิการ กศน. ได้มอบหมาย นายภูมิพัทธ เรืองแหล่ รองเลขาธิการ กศน. เป็นประธานเปิดการอบรม “หลักสูตรการพัฒนาการจัดการศึกษาตามมาตรฐานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย” ในรูปแบบออนไลน์ (Google meet) โดยมี นางรุ่งอรุณ  ไสยโสภณ  ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านส่งเสริมมาตรฐานการศึกษานอกโรงเรียน ร่วมเป็นวิทยากร และกลุ่มพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา โดยกลุ่มงานประกันคุณภาพการศึกษา เป็นหน่วยงานดำเนินการจัดการอบรมในครั้งนี้ 




นายภูมิพัทธ  เรืองแหล่ รองเลขาธิการ กศน. กล่าวตอนหนึ่งว่า “การจัดอบรมตามหลักสูตรการพัฒนาการจัดการศึกษาฯ ในครั้งนี้ สำนักงาน กศน.มีความมุ่งหวังที่จะพัฒนาศักยภาพข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สายการสอน ในสังกัด กศน. ให้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับที่มาและความสำคัญของการประกันคุณภาพการศึกษาและมาตรฐานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ตลอดจนสามารถกำหนดแนวทางหรือโครงการหรือกิจกรรมเพื่อพัฒนาผู้เรียนหรือผู้รับบริการและแนวทางการจัดทำรายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษาได้ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะเมื่อเรามีครูและบุคลากรที่มีศักยภาพ ก็จะสามารถสร้างสรรค์และพัฒนาการจัดการศึกษาให้มีมาตรฐาน มีความก้าวหน้า เป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง ชัดเจน เกิดคุณภาพการศึกษาที่เป็นรูปธรรมได้ นอกจากนี้ยังจะส่งผลที่ดีในด้านภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของประชาชนและผู้รับบริการที่มีต่อสำนักงาน กศน.และสถานศึกษาของเราด้วยเช่นกัน ดังนั้นขอให้ผู้เข้ารับการอบรมตั้งใจ และให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ตามกระบวนการจัดและเนื้อหาการจัดการเรียนรู้หรือการอบรมที่กำหนดไว้ในครั้งนี้อย่างครบถ้วน เพื่อจะได้มีความรู้ ความสามารถ และบรรลุตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตรที่กำหนดไว้ และให้นำความรู้ที่จะได้จากการอบรมในครั้งนี้ไปพัฒนาตนเอง และนำไปใช้หรือประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง หน่วยงาน ชุมชน สังคม และประเทศชาติต่อไป” 






นางเอื้อมพร สุเมธาวัฒนะ ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา กล่าวว่า “ กลุ่มเป้าหมายในการอบรมในระยะแรกนี้ เรามุ่งเน้นไปที่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่บรรจุใหม่ ตั้งแต่ปี 2561 ถึงปัจจุบัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการประกันคุณภาพการศึกษาและมาตรฐานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยเป็นสำคัญ ซึ่งเป็นที่น่ายินดีและขอบคุณข้าราชการครูและบุคลากรทุกท่านที่สนใจสมัครเข้ารับการอบรมเป็นจำนวนมาก กว่า 1,000 คน โดยในการอบรมครั้งนี้เราได้คัดเลือกให้ผู้มีสิทธิ์เข้ารับการอบรมระยะแรกทั้งสิ้น จำนวน 90 คน  และอาจจะมีการพิจารณาขยายผลการอบรมในปีงบประมาณนี้ต่อไป”สำหรับ “หลักสูตรการพัฒนาการจัดการศึกษาตามมาตรฐานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย” นั้นเป็นหลักสูตรหนึ่งที่สำนักงาน กศน.โดยกลุ่มพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา พัฒนาและจัดทำขึ้น เพื่อใช้เป็นหลักสูตรในการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สายการสอน สังกัดสำนักงาน กศน.ตามประกาศสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เรื่อง การรับรองหลักสูตรการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สายการสอน สังกัดสำนักงาน กศน. (เพิ่มเติม) ประกาศ ณ วันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2564 โดยการอบรม “หลักสูตรการพัฒนาการจัดการศึกษาตามมาตรฐานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย” ในครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 - 5 พฤศจิกายน 2564 ผ่านระบบออนไลน์ (Google meet) 


วันพุธที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

บริษัท SkyDragonTransport CO.,LTD & AL-Amin Frozen Fish CO.,LTD ร่วมบริจาคชุด PPE

 



เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2564 

ทางบริษัท SkyDragonTransport CO.,LTD &   AL-Amin Frozen Fish CO.,LTD 

ร่วมบริจาคชุด PPE จำนวนหนึ่ง เพื่อสนับสนุนการทำงานของบุคคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลภูมิพลอดุยเดช ตึกพิเศษ11/2 ในการตรวจรักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิค-19 โดย 

คุณ วันชัย คำภา 

Mr. Jalil Khan 

คุณ กัณฑ์อเนก จิรัฎฐ์ฐกูล

คุณ ปริณดา อธิบาย 

 

ผู้รับมอบในการรับบริจาค

นาวาอากาศโท หญิง รุ่งนภา คำภา (หัวหน้าตึกพิเศษ) 

มังกร/รายงาน





 





ผู้ก่อตั้งบริษัทท๊อปอัพทูริช ประธานเคน ศรวัสย์ ไพศาลศรวัส กับ คุณรุ้ง พัฒน์นรี ไพศาลศรวัส สร้างเงินล้านผ่านมือถือง่ายๆ โอกาสของคนไทยที่จะร่วมเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ITS แอพฯสร้างสินทรัพย์ดิจิตอล ช่วยให้ผู้ใช้โทรศัพท์ได้หาเงินบนอากาศ แถมพ่วงด้วยเน็ตไม่อั้น สปีดไม่ลด โทรฟรีทุกเครือข่าย เพียง 175 บาท ต่อเดือน

ศักดิ์ปากพนัง/รายงาน















ส่งอาหารดูแลบุคากรทางการแพทย์และผู้ป่วยที่ศูนย์ดูแลโควิดชุมชนวัดโคกมะตูพร้อมสมุนไพรและของใช้อื่นๆ

 


ส่งอาหารดูแลบุคากรทางการแพทย์และผู้ป่วยที่ศูนย์ดูแลโควิดชุมชนวัดโคกมะตูพร้อมสมุนไพรและของใช้อื่นๆ 

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2564 พระครูวิทิตรอรรถการได้นำข้าวกล่องส่งให้บุคลากรทางการแพทย์ได้รับประทานพร้อมสมุนไพรของใช้อื่นๆอาหารวันนี้ 100 ชุดต่อวัน ผู้ป่วยประมาณ 125 ชุดต่อวันแล้วแต่จำนวนผู้ป่วยและผู้ป่วยที่ศูนย์ดูแล โควิดชุมวัดโคกมะตูมทุกวันผู้มีจิตศรัทธาท่านใดอยากช่วยเหลือหรือบริจาคสิ่งของมาบริจาคได้ที่วัดโคกมะตูม ต.หนองไข่น้ำ อ.หนองแค จ.สระบุรี

เอคนข่าว/รายงาน











วันอังคารที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

"พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผบช.ภ.6 เป็นประธานแถลงผลการระดมกวาดล้างอาชญากรรม ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 6 !!

 "พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผบช.ภ.6 เป็นประธานแถลงผลการระดมกวาดล้างอาชญากรรม ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 6 !! 



วันนี้ (2 พ.ย. 64) เวลา 10.00 น.ณ ห้อง ศปก. ภ.6 (ห้อง 1) ชั้น 2 กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 โดย พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผบช. ภ.6 เป็นประธานฯ พร้อมด้วย พล.ต.ต.สิทธิชัย โล่กันภัย รองผบช.ภ.6, พล.ต.ต.พยูห์ ธนะศรีสืบวงศ์ รอง ผบช.ภ.6, พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวนรอง ผบช.ภ.6, พล.ต.ต.อิทธิพล สุวรรณวัฒนะรอง ผบช.ภ.6, พล.ต.ต.ระวีพรรษ อมรมุนีพงศ์ รอง ผบช.ภ.6, ผบก.ภ.จว.ในสังกัด ภ.6 หรือผู้แทน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวผลการระดมกวาดล้างอาชญากรรม ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 6 ระหว่าง วันที่ 20-31 ต.ค.64โดยมีเป้าหมายในการกวาดล้าง อาชญากรรมทั่วไปอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และหมายจับคดีค้างเก่า 



ตามที่รัฐบาลได้มีนโยบาย ผ่อนคลายมาตรการควบคุม การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 ลดระยะ เวลาการกักตัวเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดประเทศ รองรับนักท่องเที่ยว  ตลอดจนการผ่อนปรนการทำกิจกรรมการ ดำเนินชีวิตประจำวัน และธุรกิจกิจการของพี่น้องประชาชน มากยิ่งขึ้น เพื่อสนองตอบนโยบายดังกล่าว เป็นการสร้างความปลอดภัย และเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยว

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงกำหนดให้มีการระดมกวาดล้างอาชญากรรมขึ้นในระหว่างระหว่าง วันที่ 20-31 ต.ค.64 โดยมีเป้าหมายในการระดมกวาดล้างอาชญากรรมทั่วไปอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และหมายจับคดีค้างเก่า 



พลตำรวจโท อัคราเดช  พิมลศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 จึงได้สั่งการให้ตำรวจภูธรจังหวัดในสังกัด และ กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 6 ระดมกวาดล้างอาชญากรรม กลุ่มเป้าหมายสำคัญ ได้แก่ ความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติด ความผิดตาม พ.ร.บ. อาวุธปืน ความผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน ความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง ความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และหมายจับคดีค้างเก่า ให้มีผลเป็นรูปธรรม ระหว่างวันที่  20 – 31 ตุลาคม 2564 



ผลการปฏิบัติในการระดมกวาดล้างอาชญากรรม ของตำรวจภูธรภาค 6 สรุปได้ดังนี้ 


1.ความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรม

1.1ความผิดเกี่ยวกับการพนันรวม175 คดี ผู้ต้องหา รวม 377 คน

1.2 ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด รวม 3,862 คดี   ผู้ต้องหา รวม 3,758 คน 

1.3 ความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 รวม 537 คดี ผู้ต้องหา รวม 621 คน

1.4 ความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน รวม 352 คดี    ผู้ต้องหา รวม 344 คน 


2.ตรวจยึดของกลางที่สำคัญ ดังนี้

2.1 อาวุธปืน รวม 344 กระบอก

2.2 ยาบ้า รวม 170,454.5 เม็ด

2.3 ไอซ์ รวม 1,704.9 กรัม

2.4 กัญชาแห้ง รวม 8,555.2 กรัม

2.5 กัญชาสด รวม 916 ต้น

2.6 ฝิ่น รวม  - กิโลกรัม 


3.ตรวจยึดทรัพย์สิน

3.1 ทองคำแท่ง 1 กิโลกรัม จำนวน 18 แท่ง รวมน้ำหนัก 18 กิโลกรัม มูลค่า ประมาณ 33 ล้านบาท (ผู้ต้องหาพาไปตรวจยึดจาก บริษัทซื้อขายทองแห่งหนึ่ง ย่าน แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กทม.)

3.2 เงินสด ธนบัตรรัฐบาลไทยทั้งสิ้น ประมาณ 23 ล้านบาท

3.3 รถยนต์  จำนวน 2 คันได้แก่

3.3.1 รถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นแคมรี่ สีขาว หมายเลขทะเบียน 9กล 494 กทม.

3.3.2 รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ รุ่นแคมรี่ สีขาว หมายเลขทะเบียน 4กล 494 กทม. 


4.ความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

4.1 การหลอกลวงออนไลน์ทางด้านการเงิน

รวม 81 คดี ผู้ต้องหา รวม 59 คน  

4.2 การหลอกลวงจำหน่ายสินค้าออนไลน์และสินค้าผิดกฎหมาย รวม 52 คดี ผู้ต้องหา รวม  40 คน

4.3 การเผยแพร่ข่าวปลอมและคดีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ รวม 100 คดี ผู้ต้องหา รวม  77 คน

4.4 การล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็ก หรือ สตรีทางอินเตอร์เน็ต และ ค้ามนุษย์ รวม 10 คดี ผู้ต้องหา รวม 10 คน

4.5 การพนันออนไลน์ อาชญากรรมข้ามชาติ และอื่นๆ รวม 95 คดี ผู้ต้องหา รวม 96 คน 


5.ดำเนินการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับค้างเก่า รวมทั้งสิ้น 980 หมาย 

5.1 หมายจับในคดีอุกฉกรรจ์ จำนวน 14 หมาย 5.2 หมายจับคดี อาญาอื่นๆ จำนวน 966 หมาย




วันจันทร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

เสมา 3 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการเปิดเรียน (On Site) โรงเรียนเอกชนมุ่งสร้างความมั่นใจให้นักเรียน ผู้ปกครอง

 เสมา 3 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการเปิดเรียน (On Site) โรงเรียนเอกชนมุ่งสร้างความมั่นใจให้นักเรียน ผู้ปกครอง



วันนี้ (1 พฤศจิกายน 2564) เวลา 07.30 น. ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) เข้าตรวจเยี่ยมการเปิดเรียน (On Site) ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ณ โรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรี เขตทวีวัฒนา พร้อมด้วย ดร.กมล รอดคล้าย ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นางสาวสุชาดา แทนทรัพย์ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายประพัทธ์ รัตนอรุณ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (รองเลขาธิการ กช.) โดยมีคณะผู้บริหาร ครู และบุคลากรโรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรี ให้การต้อนรับ





ดร.กนกวรรณ กล่าวว่า ขอชื่นชมโรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรีในการเตรียมความพร้อมการเปิดเทอมของโรงเรียน อาทิ มีการตรวจ Antigen test kit (ATK) แบบน้ำลายก่อนการเข้าตรวจเยี่ยมโรงเรียน การตรวจวัดอุณหภูมิ รวมถึงการให้บริการแอลกอฮอล์ทุกจุดภายในโรงเรียน ซึ่งการตรวจเยี่ยมการเปิดเรียน (On site) ภาคเรียนที่ 2/2564 ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในช่วงนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้มีผู้แทนออกตรวจเยี่ยมการเปิดเทอมของโรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยกระจายไปตามจังหวัดต่าง ๆ อาทิ จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดอุดรธานี จังหวัดนราธิวาส จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดหนองบัวลำภู และจังหวัดสิงห์บุรี เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้เห็นถึงการเตรียมความพร้อมในการเปิดเทอมและรับฟังปัญหาของแต่ละโรงเรียนแต่ละพื้นที่เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงและแก้ไขต่อไป





และวันนี้ตนก็ได้มาตรวจเยี่ยมโรงเรียนเอกชนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) โดยกระทรวงศึกษา และ สช. ได้ให้ความสำคัญในเรื่องของความปลอดภัยจากการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งขณะนี้ ทาง กทม. เองก็ได้มีมาตรการคลายล็อกดาวน์ โดยอนุญาตให้โรงเรียนทุกสังกัดใน กทม. สามารถเปิดภาคเรียนได้ ตนจึงอยากให้เห็นถึงความตั้งใจของกระทรวงศึกษาธิการ สช. และหน่วยงานของภาครัฐต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และขอให้พวกเราในทุกฝ่ายทั้งโรงเรียน นักเรียน ผู้ปกครอง และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันผลักดันก่อให้เกิดสิ่งที่มีประโยชน์ในการจัดการศึกษาของไทยเราต่อไป




ด้าน ดร.กมล รอดคล้าย ที่ปรึกษา รมช.ศธ. ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางคณะรัฐมนตรีมีความต้องการให้สังคมมีความมั่นใจในการเปิดเรียน Onsite ในทั่วประเทศ ซึ่งได้มีการกำชับทั้งเรื่องความปลอดภัยควบคู่ไปกับการให้ความรู้แก่เด็กนักเรียน โดยการตรวจเยี่ยมโรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรี จะสามารถเป็นตัวอย่างให้แก่โรงเรียนในพื้นที่อื่นได้ ซึ่งการตรวจเยี่ยมโรงเรียนในครั้งนี้จะสามารถสร้างความมั่นใจให้แก่สังคม ว่าโรงเรียนทุกแห่งสามารถเปิดเรียนไปด้วย และทำการตรวจเชื้อไวรัสโควิด – 19 ผ่าน ATK ได้ ซึ่งในกรณีที่หากเกิดปัญหาในอนาคต ก็จะมีการแก้ไขตามแผนเผชิญเหตุฉุกเฉินตามที่ทางโรงเรียน และกระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดแนวทางเอาไว้ ทั้งนี้ตนขอชื่นชมโรงเรียนที่มีการเรียนการสอนแบบไฮบริด ควบคู่กันไปกับนักเรียนที่มาเรียนแบบ On site และ Online ได้อย่างพร้อมเพรียงกันได้





ทั้งนี้ นายประพัทธ์ รัตนอรุณ รองเลขาธิการ กช. ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า สช. ในฐานะที่ดูแลโรงเรียนเอกชน ก็ได้รับมอบหมายจาก ดร.กนกวรรณ ให้ดูแลโรงเรียนในช่วงเกิดการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด – 19 โดยเฉพาะช่วงก่อนการเปิดภาคเรียนที่ผ่านมา นายพีรศักดิ์ รัตนะ เลขาธิการ กช. และตนได้เข้าร่วมการประชุมหารือกับกองควบคุมโรคติดต่อ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร เพื่อหาแนวทางการดำเนินการเปิดเรียน และให้สามารถเปิดเรียนได้อย่างปลอดภัย ซึ่งขณะนี้จากการสำรวจโรงเรียนเอกชน 3,648 แห่ง ทั่วประเทศพบว่า มีการเปิดการเรียนการสอนแบบ On site จำนวน 980 โรงเรียน แบบผสมผสาน (Onsite และ Online) จำนวน 724 โรงเรียน แบบ Online อื่น ๆ จำนวน 1,440 โรงเรียน และรูปแบบอื่น ๆ จำนวน 409 โรงเรียน 


ตนขอชื่นชนโรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรี ที่ถือได้ว่าเป็นตัวอย่างให้แก่โรงเรียนอื่นในด้านการนำเสนอแผนและข้อมูลในการดำเนินการสำหรับการเปิดเทอมในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้เป็นอย่างดี นายประพัทธ์ กล่าวทิ้งท้าย


สำหรับโรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรี ตั้งอยู่ในเขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นก่อนประถมศึกษา ระดับชั้นประถมศึกษาตอนต้นถึงตอนปลาย และระดับมัธยมศึกษาตอนต้นถึงตอนปลาย ในหลักสูตรภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน มีนักเรียนจำนวนทั้งสิ้น 411 คน ครูและบุคลากรจำนวนทั้งสิ้น 70 คน 


ทั้งนี้โรงเรียนได้ผ่านการประเมินความพร้อมผ่านระบบ Thai Stop Covid – 19 (TSC) และคณะผู้บริหาร ครูและบุคลากรได้รับการฉีดวัคซีนครบโดส (2 เข็ม) ตั้งแต่ร้อยละ 85 ขึ้นไป รวมถึงนักเรียนที่มีอายุ 12 – 18 ปี จำนวนทั้งหมด 92 คน และนักเรียนที่ได้รับวัคซีน จำนวนทั้งหมด 77 คน คิดเป็นร้อยละ 83.70 และทางโรงเรียนได้มีการจัดให้มีพื้นที่หรือบริเวณให้เป็นจุดคัดกรอง (Screening Zone) ที่เหมาะสม โดยที่นักเรียน ครู บุคลากร ทุกคนต้องตรวจคัดกรอง ATK ในวันแรกของการเปิดเรียนของสถานศึกษา และเป็นประจำทุกสัปดาห์ก่อนเข้าเรียน มีการจัดกิจกรรมร่วมกันในรูปแบบ Small Bubble  มีการจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมให้ได้ตามแนวปฏิบัติด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมเพื่อป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 ในสถานศึกษา จัดให้มีสถานที่แยกกักตัวในโรงเรียน (School Isolation) และมีการเตรียมความพร้อมรับมือกับแผนเผชิญเหตุฉุกเฉินอีกด้วย


ขวัญข้าว แสนบ่อ : ภาพ/ข่าว

กรรณิกา พันธ์คลอง : เรียบเรียง

ประชาสัมพันธ์ สช.