วันอาทิตย์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

พระครู นนทกิจ โกศล ประธานคณะกรรมการสาธารณะสงเคราะห์นนทบุรีเจ้าคณะอำเภอไทรน้อยเจ้าอาวาสวัดอ่วมอ่องประชานฤมิต พร้อมคณะกรรมการและญาติโยมมอบสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19



พระครู นนทกิจ โกศล

ประธานคณะกรรมการสาธารณะสงเคราะห์นนทบุรีเจ้าคณะอำเภอไทรน้อยเจ้าอาวาสวัดอ่วมอ่องประชานฤมิต พร้อมคณะกรรมการและญาติโยมมอบสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19

วันที่ 16 กรกฎาคม 2564

ยามวิกฤติเกิดโรคระบาด ประชนเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า ผู้ป่วยหาเตียงนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลก็ไม่พอ โรงพยาบาลสนามจึงเกิดขึ้นมาตามสถานที่ต่างๆ  มากมาย เป็นการบรรเทาทุกข์ให้กับประชาชน และช่วยเหลือซึ่งกัน เราคนไทยผู้มีน้ำใจจึงไม่ทอดทิ้งกันในยามลำบาก ณ โรงพยาบาลสนามจังหวัดนนทบุรีมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นทุกวันข้าวของเครื่องใช้ย่อมไม่พอกับผู้ป่วยที่มีมากขึ้น พระครูนนทกิจ โกศล ประธานคณะกรรมการสาธารณะสงเคราะห์ คณะสงฆ์นนทบุรี เจ้าคณะอำเภอ ไทรน้อย เจ้าอาวาสวัดอ่วมอ่องประชานฤมิต พร้อมด้วยพระครู สุธรรมาภิวัฒน์ พระครูสังฆรักษ์เกิดวัฒนา พระครูใบฏีกาสมพงษ์ และญาติโยม ร่วมกันบริจาคพัดลม ผ้าห่ม และผ้าเช็ดตัว ให้กับสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี ไปใช้กับโรงพยาบาลสนามบางบัวทอง คุณรัชชดา ตัวแทนสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี เป็นผู้รับมอบในครั้งนี้ (ผู้ให้ย่อมเป็นที่รักของผู้รับเสมอ) พระครูนนทกิจ โกศล พระผู้มีแต่ให้ในยามประชาชนเดือดร้อน

เอคนข่าวรายงาน









เกาะติดสถานการณ์ล่าสุด คดี "มหากาพย์ไม้พยุง " มีการขยับไม้ในด่านศุลกากรลาดกระบัง !

 เกาะติดสถานการณ์ล่าสุด คดี "มหากาพย์ไม้พยุง " มีการขยับไม้ในด่านศุลกากรลาดกระบัง !


เมื่อเวลา 14:30 น.วันที่ 17 กรกฎาคม 2564 ณ บริเวณด่านศุลกากรลาดกระบังประตู 3 ถนน เจ้าคุณทหาร แขวง คลองสามประเวศ เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร นางสาวิตรี นันท์ภิวัฒน์ ผู้รับมอบอำนาจจากทาง นายสอนแก้ว สิดทิไช (กรรมการผู้มีอำนาจบริหารและลงนามใน Phongsavanh Wood Industry) ได้มอบหมายให้ นางสาวธนัทศิริ อุดมกานต์กิจ (คณะทำงานนางสาวิตรี) เข้ามาตรวจสอบดูการปฏิบัติงาน และสอบถามถึงการที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจป่าไม้ได้มีการเคลื่อนย้ายไม้พยุงออกมาจากที่เก็บ




   โดยก่อนหน้านี้ นางสาวธนัทศิริ อุดมกานต์กิจ ได้รับข้อมูลมาว่าจะมีการเคลื่อนย้ายและขนไม้พยุง ออกจากด่านศุลกากรลาดกระบัง หลังจากนั้นทาง นางสาวธนัทศิริฯ ได้เกิดความกังวลใจจึงได้ประสานมายังผู้สื่อข่าวจากหลายสำนัก เพื่อให้เข้าไปร่วมสังเกตุการณ์  ครั้นเมื่อทีมผู้สื่อข่าว และนางสาวธนัทศิริฯ ได้เดินทางไปถึงก็ปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานกำลังเคลื่อนย้ายกองไม้พยูง และไม่ทราบถึงวัตถุประสงค์ในการเคลื่อนย้าย ดังนั้นนางสาวธนัทศิริฯ จึงได้ประสานทางเจ้าหน้าที่ของทางด่านศุลกากร และขอเรียนเชิญทางผู้ใหญ่ที่ดูแลพื้นที่ และควบคุมการทำงาน เพื่อสอบถามถึงการเคลื่อนย้ายไม้พยุงในขณะนี้พร้อมกับได้แสดงเอกสารหลักฐาน ให้กับทางผู้ใหญ่ได้พิจารณาเอกสารหลักฐานต่างๆ เพื่อป้องกันถ้าหากจะมีบุคคลที่กล่าวอ้างว่าได้รับสิทธิ์ และจะนำไม้ออกจากด่านศุลกากร จากนั้นนางสาวธนัทศิริฯ ได้ส่งยื่นและมอบเอกสารให้กับทางผู้ใหญ่ที่ออกมาไขข้อสงสัย แต่ผู้ใหญ่ที่ออกมาเจรจาไม่รับเอกสาร และแนะนำให้ส่งเอกสารไปทางศุลกากร และทางศุลกากรจะส่งต่อมายังผู้ใหญ่ท่านนี้อีกที




   การตอบข้อซักถามจากผู้สื่อข่าว โดยผู้สื่อข่าวสอบถามทางผู้ใหญ่ท่านนี้ และขอให้ไขข้อสงสัยถึงการเคลื่อนย้ายไม้ในขณะนี้ว่าเคลื่อนย้ายเพราะมีวัตุประสงค์อะไร จากนั้นได้รับคำชี้แจงจากผู้ใหญ่ท่านนี้ว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้เข้ามาเพื่อทำการตรวจนับไม้ว่าครบตามจำนวนหรือไม่ เนื่องด้วยไม้พยุงได้วางอยู่ที่นี่เป็นเวลานานถึง 15 ปี และในการตรวจนับก็ต้องมีเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาร่วมในการตรวจนับไม้เป็นปกติ หลังจากนั้นทางผู้สื่อข่าวได้ถามต่อว่า ในการนับไม้หากเสร็จสิ้นแล้วจะมีการขนย้ายออกจากสถานที่นี้เลยหรือไม่ ทางด้านผู้ใหญ่ได้ตอบมาว่า จะไม่มีการขนย้ายไม้ออกจากสถานที่นี้เป็นอันขาด จากนั้นทางนางสาวธนัทศิริฯ ได้เห็นว่ามี 1 บุคคลที่ได้อ้างสิทธิ์อยู่ภายในบริเวณที่กำลังนับเคลื่อนย้ายไม้ จึงได้สอบถามทางผู้ใหญ่ท่านนี้ ว่าทำไมบุคคลนั้นถึงเข้ายังบริเวณภายในพื้นที่ซึ่งขณะเจ้าหน้าที่กำลังตรวจนับ โดยทางผู้ใหญ่ท่านนี้ได้กล่าวว่าจะเรียกเจ้าหน้าที่ภายในที่มีหน้าที่รับผิดชอบออกมาตอบข้อซักถามเอง หลังจากนั้นทางผู้ใหญ่ท่านนี้ก็ได้กล่าวบอกอีกว่าจะเข้าไปสั่งให้หยุดการตรวจนับในทันที จากนั้นผู้ใหญ่ท่านนี้ได้เข้าไปยังบริเวณกองไม้พยุงและเข้าพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ภายใน และต่อจากนั้นก็ไม่มีเจ้าหน้าที่ออกมาตอบข้อสงสัย และได้หยุดการทำงาน ส่วนเจ้าหน้าที่ภายในได้แยกย้ายกันออกจากบริเวณที่มีการเคลื่อนย้ายไม้พยุงออกมากองไว้ในทันที ซึ่งสร้างความคลางแคลงใจให้กับนางสาวธนัทศิริฯ และผู้สื่อข่าวที่ไปร่วมสังเกตุการณ์ในวันนี้






   หลังจากนั้นทีมผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสอบถามไปยัง นายชัยยุทธ คำคุณ รองอธิบดี รักษาการที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร ถึงประเด็นของไม้พยุงที่ยืดเยื้อมานานถึง 15 ปี และได้รับคำตอบมาว่า ทางศุลกากรไม่มีหน้าที่ตัดสินว่าจะคืนไม้ให้กับบุคคลใด เพียงแต่ทำตามหน้าที่ในการเก็บไม้พยุงไว้เท่านั้น ส่วนในเรื่องการคืนไม้พยุงก็จะเป็นหน้าที่ของทาง ปทส.ที่จะมีหน้าที่ในการตัดสินว่าจะคืนให้กับใคร จากนั้นทีมผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยัง พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม ผบก.ปทส.เพื่อสอบถามถึงประเด็นการคืนไม้พยุงว่าจะคืนให้กับบุคคลใด โดยได้รับคำตอบมาว่าคงต้องดำเนินการตามคำสั่งศาล ที่สั่งให้คืนไม้กับทางบริษัท พงสะหวัน อินดัสทรี จำกัด โดยมีนายคำไสว พมมะจัน เป็นผู้รับมอบอำนาจ ส่วนถ้าหากว่ามีผู้คัดค้านหรือมีผู้ร้องสิทธิ์ว่าเป็นผู้รับมอบอำนาจหรือเป็นเจ้าของก็ต้องไปฟ้องร้องต่อศาลต่อไป ผบก.ปทส.กล่าว

วันศุกร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมทำบุญใหญ่ “ประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2564 สู้ภัยโควิด-19” เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับ พร้อมมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์แก่ผู้ยากไร้ ในพื้นที่กรุงเทพฯ 50 เขต และปริมณฑล 5 จังหวัด

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมทำบุญใหญ่ “ประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2564 สู้ภัยโควิด-19” เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับ พร้อมมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์แก่ผู้ยากไร้ ในพื้นที่กรุงเทพฯ 50 เขต และปริมณฑล 5 จังหวัด

.


ระหว่างวันที่ 17 กรกฎาคม – 3 กันยายน 2564 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ ขอเชิญชวนประชาชนผู้มีจิตศรัทธา ทำบุญชุดข้าวสารให้ผู้ล่วงลับ เพื่อสมทบทุนข้าวสารและเครื่องอุปโภคบริโภคมอบให้กับประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวม 50 เขต และในพื้นที่ปริมณฑล 5 จังหวัด เพื่อบรรเทาทุกข์แก่ผู้ยากไร้ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (โควิด-19) เนื่องในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2564  

.

เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ในขณะนี้ เพื่อการป้องกันและลดความเสี่ยงในการติด-แพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ในปีนี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จึงจัดมาตรการและปรับรูปแบบการทำบุญทิ้งกระจาด เป็นการบริจาคทรัพย์เพื่อสมทบทุนในการจัดซื้อชุดข้าวสาร อาหารแห้ง พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆ โดยสามารถทำบุญได้ผ่าน 2 ช่องทาง ดังนี้ 

.

1. ทำบุญชุดข้าวสารออนไลน์: ผ่านบัญชีมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง 

2. ทำบุญชุดข้าวสาร ที่ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

ทั้งนี้มูลนิธิฯ ขอความร่วมมือในการงดรับข้าวสาร หรือสิ่งของอื่นๆ จากภายนอกเข้าทำบุญที่มูลนิธิฯ  

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung


.

ประเพณีทิ้งกระจาด ถือได้ว่า เป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่ที่ปฏิบัติสืบทอดมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล โดยมูลนิธิฯ ได้ปฏิบัติสืบเนื่องมาทุกปีเป็นเวลาช้านานกว่า 80 ปี และคาดว่าจะเป็นมูลนิธิแห่งแรก ที่จัดงานทิ้งกระจาดอย่างเป็นทางการและเป็นกิจจะลักษณะ เพราะถือว่าเป็นประเพณีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่เพื่อนมนุษย์ที่ล่วงลับไปแล้วทั้งที่เป็นญาติและไม่เป็นญาติพร้อมกับทำทานให้แก่ผู้ยากไร้ ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีผู้ใจบุญจะนำเครื่องเซ่นไหว้ เช่น ข้าวสารอาหารแห้ง และอื่น ๆ มากราบไหว้หลวงปู่ เพื่อทำบุญสะเดาะเคราะห์ ซึ่งมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจะรวบรวมไว้ไปสมทบกับสิ่งของที่จัดซื้อเพิ่มเติม เพื่อนำไปแจกจ่ายแก่ผู้ยากไร้ พร้อมนำมอบองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน

.

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือติดตามข่าวสารและกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ Facebook Fanpage atpohtecktung ทางโทรศัพท์ 02-225-0020 หรือสายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

.

#มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง110ปีความดีที่ยั่งยืน

#ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##

#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน...

ตี๋สมเด็จ/รายงาน

วันเสาร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

 


นายยุทธพงษ์ โคตรเงิน ( แทน เทเลคอม) ได้ร่วมกับคณะก้าวหน้า ทีมช่าง และวิศกรอาสาโครงการก้าวหน้ากู้วิกฤตกิ่งแก้ว วันที่ 10 กรกฎาคม 2564  นาย  ยุทธพงษ์ โคตรเงิน(แทนเทเลคอม)เข้าซ่อมแซมโรงเรียนวัดกิ่งแก้ว และบ้านเรือนชุมชนริมคลองวัดกิ่งแก้ว ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานหมิงตี้ เคมีคอล จำกัด โดยช่วยกัน ทำความสะอาดอาคารเรียน และซ่อมแซมพื้นที่บางส่วนที่สามารถซ่อมแซมได้ ส่วนมากเป็นงานฝ้าเพดาน ไฟ ประตู-หน้าต่างหลุด กระจกแตก








 ซึ่งคาดว่าจะสามารถซ่อมบ้านและอาคารเรียนได้เสร็จภายในไม่เกิน 5 วัน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องชุมชนริมคลองวัดกิ่งแก้ว ให้เร็วที่สุด และวันนี้ได้ดำเนินการเป็นวันที่ 2 ของการทำงานคณะก้าวหน้า พาทีมงานและช่างวิศวกรมาร่วมทำงานเพื่อให้ประชาชนที่เดือดร้อน และได้รับผลกระทบในครั้งนี้

เอคนข่าวรายงาน







วันศุกร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง “บรรเทาทุกข์” ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตเม็ดโฟมและพลาสติก ย่านกิ่งแก้ว จังหวัดสมุทรปราการ และมอบเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจศพแก่ญาติอาสาสมัครดับเพลิงที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติภารกิจ

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง “บรรเทาทุกข์” ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตเม็ดโฟมและพลาสติก ย่านกิ่งแก้ว จังหวัดสมุทรปราการ และมอบเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจศพแก่ญาติอาสาสมัครดับเพลิงที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติภารกิจ

.


วานนี้ (วันที่ 8 กรกฎาคม 64 เวลา 14.30 น.) นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจศพแก่ญาตินายกรสิทธิ์ ลาวพันธ์ (น้องพอส) วีรบุรุษอาสาสมัครดับเพลิงเสียชีวิตขณะปฏิบัติภารกิจเหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตเม็ดโฟมและพลาสติก ย่านกิ่งแก้ว จังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 20,000 บาท (สองหมื่นบาทถ้วน)  โดยมี ดร.ปภัสรา เตชะไพบูลย์  อาสาสมัครกิตติมศักดิ์  พร้อมด้วย นางสาวอัญชลี จงคดีกิจ (ปุ๊-อัญชลี) อาสาสมัครศิลปินมูลนิธิฯ และอาสาสมัครกู้ภัย ร่วมในพิธีมอบ ณ วัดทุ่งครุ กรุงเทพฯ

.





โดยเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 64 ภายหลังจากที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 64 ทีผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นางศิริพร กระจ่างหล้า หัวหน้าแผนกสังคมสงเคราะห์ นำทีมลงพื้นที่มอบกากอนามัย จำนวน 500 กล่อง ถุงมือยาง จำนวน 200 กล่อง และชุดป้องกันโควิด ประกอบด้วย หน้ากากอนามัย ปรอทวัดไข้ และเจลแอลกอฮอล์  จำนวน 1,000 ชุด รวม 3 รายการ รวมมูลค่า 68,500 บาท (หกหมื่นแปดพันห้าร้อยบาทถ้วน) โดยมีนางลาวัลย์ ปุณะศิริ รองปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่  พร้อม นางสาวจุฑามาศ  ไอยะ หัวหน้า ปภ.จังหวัดสมุทรปราการ เป็นผู้รับมอบ ณ ที่ทำการ องค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่  (หลังเก่า) อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

.





ติดต่อสอบถาม รวมถึงติดตามข่าวสารกิจกรรมการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ – ผู้ประสบภัยต่างๆ ของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

.

.

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอแสดงความอาลัยและเสียใจอย่างสุดซึ้งแก่การจากไป และขอส่งกำลังใจให้ผู้กล้าที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ในครั้งนี้

.

#ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##

#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

ตี๋สมเด็จ/รายงาน

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พาคณะก้าวหน้า และทีมงาน ซ่อมแซมโรงเรียนวัดกิ่งแก้วที่เสียหายจากเหตุการณ์ระเบิดไฟไหม้บริษัท หมิงตี้ เคมีคอล จำกัด และหมู่บ้านใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบ

 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พาคณะก้าวหน้า และทีมงาน ซ่อมแซมโรงเรียนวัดกิ่งแก้วที่เสียหายจากเหตุการณ์ระเบิดไฟไหม้บริษัท หมิงตี้ เคมีคอล จำกัด และหมู่บ้านใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบ




 วันที่ 9 กรกฎาคม 2564

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พาคณะก้าวหน้าและทีมงาน และพาช่างมาสำรวจดูความเสียหายและดำเนินการซ่อมแซมให้กับโรงเรียนวัดกิ่งแก้วแล้วก็บ้านชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนและเสียหาย จากเหตุการณ์ระเบิดไฟไหม้บริษัท หมิงตี้ เคมีคอล จำกัด ผู้ประสานงาน คุณถาวร แย้มทับ พาลงเดินดูพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย มีบ้านหลายหลังที่ได้รับผลกระทบและเสียหายหลายจุดในเหตุการณ์ครั้งนี้

เอคนข่าวรายงาน