วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ตอกย้ำภารกิจ “ส่งเสริมการศึกษา” เปิดโครงการต้นแบบช่วยเหลือเยาวชนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ครั้งที่ 1

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ตอกย้ำภารกิจ “ส่งเสริมการศึกษา” เปิดโครงการต้นแบบช่วยเหลือเยาวชนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ครั้งที่ 1 





วันนี้ (วันที่ 10 พฤศจิกายน 63) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง   โดยนายวุฒิชัย อภิวัฒนกุลชัย ผู้จัดการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมทีมงานสังคมสงเคราะห์ มอบทุนการศึกษาระดับมัธยมศึกษาสำหรับเยาวชนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ประจำปี 2563  ณ โรงเรียนอุ้มผางวิทยาคม โรงเรียนอุ้มผางวิทยาคม สาขาแม่กลองคี   และโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา บ้านหม่องกั๊วะ อำเภออุ้มผาง โดยวานนี้ มูลนิธิฯ ได้มอบทุนการศึกษาแก่เยาวชนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 55 อำเภอเมือง รวมมอบทุนการศึกษาสำหรับเยาวชนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ครั้งที่ 1 ประจำปี 2563  จำนวน 4 โรงเรียน 45 ทุน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 300,000 บาท (สามแสนบาทถ้วน) โดยได้รับความร่วมมือจากคณะทำงานโครงการพระเมตตาสมเด็จย่า ในการประสานพร้อมร่วมเดินทางไปยังโรงเรียนดังกล่าว

.




ตลอดระยะเวลากว่า 110 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา   เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลาย ๆ ทาง รวมถึงการพัฒนาด้านการศึกษา เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป

.

## ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##

#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

ตี๋สมเด็จ/รายงาน

วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

TSPCA ยื่นจดหมายถึงรองนายกรัฐมนตรีเพื่อแก้ปัญหาเรื่องการจัดสวัสดิภาพลิงเก็บมะพร้าว

 TSPCA  ยื่นจดหมายถึงรองนายกรัฐมนตรีเพื่อแก้ปัญหาเรื่องการจัดสวัสดิภาพลิงเก็บมะพร้าว



ดร.สาธิต ปรัชญาอริยะกุล เลขาธิการสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย (TSPCA) เปิดเผยว่า หลังจากที่มีสื่อต่างชาติได้เผยแพร่ข้อมูลขององค์กรพัฒนาเอกชนแห่งหนึ่ง  เกี่ยวกับการใช้แรงงานลิง   เก็บมะพร้าว โดยมีการให้ข้อมูลว่าเป็นการพรากสัตว์ออกจากป่า มีการฝึกสอนลิงโดยการลงโทษ ทำร้าย กักขัง การใช้โซ่  ล่ามคอ การใช้แรงงานลิงอย่างไม่เหมาะสม และมีการอ้างอิงถึงข้อมูลว่ามาจากการศึกษาและการลงพื้นที่ของนักวิจัย    ส่งผลให้มีการเรียกร้อง ให้ผู้บริโภคในประเทศอังกฤษและสหรัฐอเมริกา หยุดซื้อผลิตภัณฑ์สินค้ามะพร้าวของไทย โดยเฉพาะกะทิสำเร็จรูปและสินค้าอื่น ๆ ที่ทำมาจากกะทิของไทย

ที่ผ่านมา สมาคมฯ ได้ติดตามเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิด ซึ่งก็เห็นถึงความตั้งใจจริงของภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง ในการหามาตรการและแนวทางการดำเนินงานแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง ซึ่งขณะนี้ทราบว่ายังมีการเผยแพร่คลิปและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการใช้ลิงเก็บมะพร้าวของไทย 



สมาคมฯ จึงได้ทำหนังสือ  ถึง นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อเป็นการเสนอแนวทางการดำเนินการเรื่องดังกล่าว เช่น เสนอให้มีการแต่งตั้งคณะทำงานศึกษาข้อมูลและข้อเท็จจริง เกี่ยวกับการดำเนินงานการใช้ลิงกังเก็บมะพร้าวของไทย   ซึ่งคณะทำงานดังกล่าวจะต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ อันเป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชน ด้านการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ และควรจัดทำโครงการศึกษาแนวทางการจัดสวัสดิภาพสัตว์ลิงกังเก็บมะพร้าวของประเทศไทย เพื่อให้มีแนวทางการศึกษาข้อมูลพื้นฐานอย่างถูกต้องเหมาะสม เป็นระบบครบวงจร โดยใช้กระบวนการทางวิชาการ ตามหลักมาตรฐานสากลและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง มาร่วมแก้ปัญหาเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและยั่งยืน เกิดการมีส่วนร่วมและการยอมรับจากทุกภาคส่วน

ในอดีตประเทศไทยก็เคยถูกมองจากนานาอารยประเทศว่าเป็นประเทศที่มีการทารุณกรรมสัตว์ ไม่ว่าจะเป็น สัตว์เลี้ยง สัตว์ป่า สัตว์เศรษฐกิจ หรือสัตว์เพื่อการทดลอง ซึ่งมักจะพบเห็นข่าวจากสื่อมวลชนทั่วไป เช่น การบริโภคดีงู อุ้งตีนหมี หรือแม้แต่เนื้อสุนัขมาปรุงเป็นอาหาร ซึ่งมีการร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศอยู่เสมอ ข่าวเหล่านี้ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ไปทั่วโลกถึงสถานการณ์การทารุณกรรมสัตว์ในประเทศไทย จนทำให้นานาอารยประเทศถือเป็นข้ออ้างในการกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศ จากเหตุผลดังกล่าวทำให้มีกลุ่มบุคคลที่มีความรักและเมตตาต่อสัตว์ เกิดความตั้งใจจริง ในอันที่จะหามาตรการยับยั้งป้องกันการทารุณกรรมสัตว์เหล่านั้น จึงได้ร่วมกันก่อตั้งสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย หรือ TSPCA (Thai Society for the Prevention of Cruelty to Animals) ขึ้น ซึ่งต่อมาสมาคมฯได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมเป็นภาคีสมาชิกกับราชสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศอังกฤษ มีภาคีสมาชิกทั่วโลก เป็นองค์กรด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ อีกทั้งเป็นผู้นำภาคประชาชนในการผลักดันพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 จนสำเร็จอีกด้วย

ตี๋สมเด็จ/รายงาน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบของขวัญแก่ผู้พิการ ในงานวันคนพิการ ครั้งที่ 52 ประจำปี 2563 "คนพิการ ชีวิตวิถีใหม่ ใต้ร่มพระบารมี"

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบของขวัญแก่ผู้พิการ ในงานวันคนพิการ ครั้งที่ 52 ประจำปี 2563 "คนพิการ ชีวิตวิถีใหม่ ใต้ร่มพระบารมี"

-----

วันนี้ (วันที่  7 พฤศจิกายน 2563 ) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายอรัณย์ โตทวด รองผู้จัดการมูลนิธิฯ พร้อมด้วย นายพินัย ศรีพนาสณฑ์ ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ฯ ร่วมกับสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำผ้าห่มกันหนาว รวมจำนวน 3,000 ผืน คิดมูลค่าเป็นเงินทั้งสิ้น 300,000 บาท [สามแสนบาทถ้วน] มอบเป็นของขวัญเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับคนพิการเนื่องในงานวันคนพิการ ครั้งที่ 52 ประจำปี 2563 "คนพิการ ชีวิตวิถีใหม่ ใต้ร่มพระบารมี"






ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี (Hall 5)

.

นอกจากนี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ยังได้จัดบูธ "แอปพลิเคชัน ป่อเต็กตึ๊ง 1418" เพื่อประชาสัมพันธ์ช่องทางการแจ้งเหตุใหม่ของมูลนิธิฯ ที่ประชาชนทุกท่าน ทุกวัย สามารถใช้แจ้งเหตุ ส่งพิกัด และติดตามการช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที และให้ความรู้ด้านการกู้ชีพ [CPR] และการใช้เครื่อง AED โดยทีมบรรเทาสาธารณภัย ที่บูธมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง (ตรงข้ามเวทีใหญ่) โดยจัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ - 8  พฤศจิกายน 63









.

## ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##

#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

ตี๋สมเด็จ/รายงาน

วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบทุนการศึกษาระดับชั้นประถม และทุกระดับปีสุดท้าย (ทุนสัญจร) 8 จังหวัดภาคอีสาน

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบทุนการศึกษาระดับชั้นประถม และทุกระดับปีสุดท้าย (ทุนสัญจร) 8 จังหวัดภาคอีสาน 



วันนี้ (วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2563 เวลา 11.00 น.)   มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการฯ พร้อมด้วยนายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและรองเลขาธิการฯ กำหนดจัดพิธีมอบทุนการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาและทุกระดับปีสุดท้าย (ทุนสัญจร) แก่เยาวชนที่ประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ในพื้นที่ภาคอีสาน 8 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดอุดรธานี สกลนคร หนองบัวลำภู หนองคาย มหาสารคาม เลย กาฬสินธุ์ และ ขอนแก่น รวม 52 สถาบัน 260 ทุน เป็นจำนวนเงิน 2,180,000 บาท (สองล้านหนึ่งแสนแปดหมื่นบาทถ้วน) เพื่อสนับสนุนให้เยาวชนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมตามที่มุ่งหวัง เติบโตพร้อมมีวิชาความรู้  สร้างอนาคตของตนเองและครอบครัว เป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติ อีกทั้งยังเป็นการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19  โดยมี นายสยาม  ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย คณะมูลนิธิส่งเสริมธรรมแห่งอุดรธานี นายกสมาคมส่งเสริมพ่อค้าจีนอุดรธานี ร่วมในพิธี ณ โรงเรียนอุดรวิทยา อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี

.



นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เปิดเผยว่า การมอบทุนการศึกษาของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ดำเนินการมาเป็นเวลาช้านาน เพื่อให้เยาวชนมีโอกาสเท่าเทียมทางการศึกษา โดยมีการมอบทุนระดับชั้นประถมศึกษา ทุนต่อเนื่องในทุกระดับ และทุนทุกระดับปีสุดท้าย งบประมาณและทุนการศึกษาที่จะมอบในปี 2563 นี้ รวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 17,638,000 บาท (สิบเจ็ดล้านหกแสนสามหมื่นแปดพันบาทถ้วน)

.





ตลอดระยะเวลากว่า 110 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา   เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลาย ๆ ทาง รวมถึงการพัฒนาด้านการศึกษา เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป

.

ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

.

#ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##

ตี๋สมเด็จ/รายงาน

#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418

วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

บช.น. เริ่มทดลองตั้งจุดตรวจ เน้นความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีมาตรฐานในการปฏิบัติ

 บช.น. เริ่มทดลองตั้งจุดตรวจ เน้นความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีมาตรฐานในการปฏิบัติ








ทดลองการตั้งจุดตรวจ ตามแนวทางของ ผบ.ตร.เน้นความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีมาตรฐานในการปฏิบัติ” ตามที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ได้มอบนโยบายให้แก่ข้าราชการตำรวจระดับนายพลตำรวจทั่ว ประเทศ จำนวน 496 นาย เมื่อวันที่ 2 ต.ค.2563 ที่ผ่านมา โดยให้ระงับการตั้งจุดตรวจไว้ก่อน เพื่อปรับปรุงแนวทางการ ปฏิบัติให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีมาตรฐานสากลในการปฏิบัติ นั้น






วันนี้ (4 พ.ย.2563) เวลา 22.00 น. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.ภัคพงศ์พงษ์เภตรา ผบช.น., พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปะชัย รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. ได้เดินทาง มาตรวจการตั้งจุดตรวจทดลอง โดยมอบหมายให้กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 มี พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ ผบก.น.5 ควบคุมการปฏิบัติ โดยการตั้งจุดตรวจทดลองวันนี้จะเป็นการตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ของ สน.ทองหล่อ ทำการตั้งจุด ตรวจบริเวณหน้าสถานีตำรวจ ซึ่งมีแนวทางการปฏิบัติที่สำคัญ ดังนี้


1. หลักการและแนวทางในการตั้งจุดตรวจ


1.1 การตั้งจุดตรวจต้องได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชา ตั้งแต่ระดับ ผบก.ขึ้นไป


1.2 การตั้งจุดตรวจต้องมีแผนการปฏิบัติที่ขัดเจน


1.3 จุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ต้องมีป่ายแสดงถึงมาตรฐานการตรวจวัดแอลกอฮอล์ ตั้งไว้ตรงบริเวณใกล้โต๊ะตรวจวัดฯ ในลักษณะที่ผู้รับการตรวจวัดฯ มองเห็นได้ชัดเจน


1.4 การกำหนดสถานที่ตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ ต้องกำหนดมาจาก


(1) ข้อมูลผู้กระทำความผิดเมาแล้วขับในเขตพื้นที่


(2) สถิติการเกิดอุบัติเหตุ สาเหตุมาจากเมาแล้วขับ


(3) สภาพการจราจร ความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนและเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นสำคัญ


(4) ความสะดวก มีที่จอดยานพาหนะของผู้ขับขี่ มีไฟฟ้าสำหรับใช้ที่จุดตรวจฯ เช่น สำหรับกล้องวงจรปิด สัญญาณไฟวับวาบ และเครื่องพิมพ์ผลการตรวจ เป็นต้น


1.5 จุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ต้องมีแผงกั้นที่มีเครื่องหมายการจราจรว่า “หยุดตรวจ” โดยให้เป็นไปตามมาตรฐานที่จุดตรวจ และในเวลากลางคืนจะต้องมีแสงไฟส่องสว่างให้มองเห็นได้อย่างชัดเจนในระยะไม่น้อยกว่า 150 เมตรและก่อนถึงจุดตรวจให้มีแผ่นป้ายแสดงยศ ชื่อ นามสกุล และตำแหน่ง ของหัวหน้าต่านตรวจ หรือจุดตรวจดังกล่าว


1.6 การสื่อสารกับประชาชนในการบังคับใช้กฎหมาย ต้องมีการอธิบายข้อกฎหมายให้ผู้กระทำผิดเข้าใจ ข้อกล่าวหา โดยใช้กิริยาวาจาที่สุภาพ


1.7 การตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ให้ปฏิบัติตามมาตรการการปฏิบัติเกี่ยวกับการตั้งด่านตรวจ จุดตรวจและจุดสกัด ตามที่ ตร.ได้เคยสั่งการไว้อย่างเคร่งครัด


2. การนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้


2.1 บันทึกข้อมูลการตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ตามแผนการปฏิบัติ ลงในระบบการจัดทำแผนการตั้งจุดตรวจกวดขันวินัยจราจร (Police Traffic Checkpoint Control)


2.2 ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ทุกนาย บันทึกการปฏิบัติหน้าที่ด้วยกล้องบันทึกภาพเคลื่อนไหว เพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานในการปฏิบัติหน้าที่ และเพื่อยืนยันหลักความโปร่งใสการตรวจสอบได้


2.3 การตรวจวัดแอลกอฮอล์ ให้มีการตรวจเบื้องต้นและแบบยืนยันผล และต้องบันทึกการตรวจทั้งสองแบบด้วยกล้องบันทึกภาพเคลื่อนไหว แบบดิจิตอลชนิดใส่ซิมเน็ต เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาสามารถตรวจสอบได้แบบ real time


3. แนวทางการปฏิบัติเพื่อป้องกันการทุจริต


3.1 จัดโต๊ะสำหรับตรวจวัดแอลกอฮอล์แบบยืนยันผลให้มีแสงสว่างมากพอ เป็นสถานที่เปิดเผย ป้องกันความเคลือบแคลงสงสัยจากประชาชน


3.2 มีป้ายไว้ตรงบริเวณจุดตรวจวัดฯ มีข้อความว่า “จุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ สน./สภ… มีการ


บันทึกภาพเคลื่อนไหวแบบดิจิตอลไว้เป็นหลักฐาน เพื่อความโปร่งใส ตรวจสอบได้ เป็นมาตรฐานสากล”


3.3 เมื่อเสร็จสิ้นการปฏิบัติแล้ว ให้หัวหน้าจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ รายงานผลการปฏิบัติเป็นลาย


ลักษณ์อักษรเสนอผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น


3.4 ให้หัวหน้าสถานีตรวจสอบข้อมูลการตรวจที่พิมพ์จากเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ ตามข้อ 3.3 หาก


พบข้อมูลผิดปกติ ให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบต่อไป


3.5 ให้หัวหน้าสถานีตำรวจจัดทำระบบจัดเก็บไฟล์ภาพเคลื่อนไหวแบบดิจิตอลการตรวจวัดแอลกอฮอล์


เพื่อป้องกันการร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจวัดฯ ในภายหลัง


3.6 จัดให้มีแผ่นป้ายแสดงข้อความว่า “หากพบเจ้าหน้าที่ทุจริต หรือประพฤติมิชอบให้แจ้งผู้บังคับ


การ โทร.(ให้ใส่หมายเลขโทรศัพท์มือถือของ ผบก.ไว้) หรือ แจ้งร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ สายด่วน หมายเลข 1599″ ข้อความดังกล่าวข้างต้นให้มองเห็นได้อย่างชัดเจนในระยะไม่น้อยกว่า 15 เมตร






เมื่อคณะได้ทำการตรวจสอบการตั้งจุดตรวจทดลองในครั้งนี้แล้ว จะทำการพิจารณาเพื่อสรุปข้อมูลว่าการ


ตั้งจุดตรวจดังกล่าว เป็นไปตามแนวทางของ ผบ.ตร.ที่ได้มอบนโยบายไว้หรือไม่ ซึ่งหากเป็นไปตามแนวทาง จะได้นำเสนอ เพื่อกำหนดเป็นแนวทางในการตั้งจุดตรวจ เพื่อให้ทุกหน่วยในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติ

ตี๋สมเด็จ/รายงาน








วันพุธที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

“บิ๊กอู๊ด ผบช.สตม.” แถลงข่าวอาชญากรรมข้ามชาติ 4 คดี คดีที่น่าสนใจได้แก่ ตม.จว.ตาก ใช้ Biometrics รวบไอ้หนุ่มซินตึ้งคาสนามบิน และรวบสาวเวียดนามหลบหนีเข้าเมือง

 


“บิ๊กอู๊ด ผบช.สตม.” แถลงข่าวอาชญากรรมข้ามชาติ 4 คดี คดีที่น่าสนใจได้แก่ ตม.จว.ตาก ใช้ Biometrics รวบไอ้หนุ่มซินตึ้งคาสนามบิน และรวบสาวเวียดนามหลบหนีเข้าเมือง




วันพุธที่ 4 พ.ย.63 เวลา 10.30 น. ณ ห้องศูนย์ TIC ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู)


: พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สิทธิชัย โล่กันภัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม., พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล รอง ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.ศุภโชค หยงสตาร์ รอง ผบก.ตม.5, พ.ต.อ.ไพรัช พุกเจริญ รอง ผบก.ตม.6 และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุมอาชญากรรมข้ามชาติ คดีดังนี้







1.ตม.จว.ตาก ใช้ Biometrics รวบไอ้หนุ่มซินตึ้งคาสนามบิน สุดท้ายยอมรับหลบหนีเข้าเมืองและใช้พาสปอร์ตของเพื่อนเดินทาง เวลาเดียวกันรวบสาวเวียดนามหลบหนีเข้าเมืองเตรียมเดินทางไปเที่ยวบินเดียวกันได้อีกหนึ่งราย

2.เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.สส.บก.ตม., กก.สส.บก.ตม.5 และ ตม.จว.เชียงใหม่ รวบ 2 หนุ่มเมืองหมอผี ซุกไทยพัวพันแก๊งหลอกเหยื่อทำธุรกิจ “เทรดบิตคอย และเทรดฟอร์เร็กซ์)

3.สืบ ตม.6 จับกุมอินเดียเปลี่ยนพาสปอร์ตหลบ 2 แบล็คลิสต์กบดานที่ชุมพร

4.สืบ ตม.6 ตม.สงขลา ขยายผลจับกุมเครือข่าย romance scam


โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่าคดีที่น่าสนใจได้แก่ ตม.จว.ตาก ใช้ Biometrics รวบไอ้หนุ่มซินตึ้งคาสนามบิน สุดท้ายยอมรับหลบหนีเข้าเมือง และใช้พาสปอร์ตของเพื่อนเดินทาง เวลาเดียวกันรวบสาวเวียดนามหลบหนีเข้าเมืองเตรียมเดินทางไปเที่ยวบินเดียวกันได้อีกหนึ่งราย





ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาเพื่อท่องเที่ยวในประเทศไทย โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีหมายจับตำรวจสากล หรือพฤติกรรมที่ ไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตราย ต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน หรือเป็นลักษณะการกระทำผิดเข้าข่ายอาชญากรรม ข้ามชาติ ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ





สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สิทธิชัย โล่กันภัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.เดชา กัลยาวุฒิพงศ์ ผบก.ตม 5, พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.5 รรท.ผกก.ตม.จว.ตาก, พ.ต.อ.ศุภโชค หยงสตาร์ รอง ผบก.ตม.5 ร่วมแถลงข่าว ดังนี้


สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า (โควิด-19) ในประเทศเมียนมา เจ้าหน้าที่ ตม.จว.ตาก ได้ออกตรวจพื้นที่ตามแนวชายแดน และสถานที่สำคัญต่างๆ เพื่อป้องกันการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองและสกัดกั้นการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสดังกล่าว และสามารถจับกุมคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง ซึ่งหลบหนีมาจากเมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา เป็นคนสัญชาติจีน จำนวน 1 คน และสัญชาติเวียดนาม จำนวน 1 คน รายละเอียด มีดังนี้


1. เจ้าหน้าที่งานสืบสวน ตม.จว.ตาก ได้พบชายผู้ต้องสงสัยบริเวณภายในอาคารผู้โดยสารขาออก ท่าอากาศยานนานาชาติ แม่สอด เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตนเพื่อทำการตรวจสอบ ผู้ถูกจับได้แสดงเอกสารหนังสือเดินทางใช้ชื่อว่า MR.YU ถือหนังสือเดินทางประเทศจีน ต่อเจ้าหน้าที่ จากการตรวจสอบเบื้องต้น น่าเชื่อว่าไม่ใช่บุคคลคนเดียวกัน จึงได้เชิญตัวไปตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลโดยใช้เครื่องตรวจระบบ Biometrics พบว่ามีเปอร์เซ็นต์ความเหมือนกันต่ำ ผู้ถูกจับดังกล่าวมีใบหน้า หู ตา จมูก และปาก แตกต่างจากภาพที่เก็บไว้ในระบบ จึงได้ซักถามผู้ถูกจับและให้การยอมรับว่าตนไม่ใช่บุคคลคนเดียวกับบุคคลตามหนังสือเดินทาง ซึ่งหนังสือเดินทางเป็นของเพื่อนที่ตนนำมาใช้จองตั๋วและใช้ยื่นต่อเจ้าหน้าที่สายการบิน เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจสอบและทราบภายหลังว่าผู้ถูกจับคือ MR.KUN อายุ 34 ปี สัญชาติจีน ตรวจสอบข้อมูลการเดินทางพบว่า ผู้ถูกจับได้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 7 มี.ค.63 ณ จุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทย – เมียนมา แห่งที่ 2 ผู้ถูกจับให้การยอมรับว่าตนได้ลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักรทางช่องทางธรรมชาติ เจ้าหน้าที่งานสืบสวน ตม.จว.ตาก จึงได้จับกุมตัว MR.KUN โดยกล่าวหาว่า “ใช้หนังสือเดินทางของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” และ “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามา และอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”


2. เจ้าหน้าที่งานสืบสวน ตม.จว.ตาก ได้ตรวจสอบบริเวณภายในอาคารผู้โดยสารขาออก ท่าอากาศยานนานาชาติแม่สอดเพิ่มเติม พบผู้ถูกจับ ทราบชื่อภายหลังว่า MRS.NGUYEN OANH อายุ 24 ปี สัญชาติเวียดนาม ถือหนังสือเดินทางประเทศเวียดนาม ขณะรอตรวจสัมภาระอยู่ด้านหน้าอาคารผู้โดยสารขาออก สังเกตท่าทีมีพิรุธ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตนเพื่อทำการตรวจสอบ จากการตรวจสอบข้อมูลการเดินทางพบว่า ผู้ถูกจับได้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 17 มี.ค.63 ณ จุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทย – เมียนมา แห่งที่ 2 ผู้ถูกจับให้การยอมรับว่าตนได้ลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักรทางช่องทางธรรมชาติ เจ้าหน้าที่งานสืบสวน ตม.จว.ตาก จึงได้จับกุมตัว MRS.NGUYEN OANH โดยกล่าวหาว่า “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามา และอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”


เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงทำการจับกุมตัวและแจ้งข้อกล่าวหา พร้อมแจ้งสิทธิ์ให้ผู้ถูกจับผ่านล่ามภาษาจีน ทราบแล้วข้างต้น จากนั้นจึงนำตัวกลุ่มผู้ถูกจับ จำนวน 2 คน ส่ง พงส.สภ.แม่สอด จว.ตาก ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองขอเรียนให้ท่านทราบว่า เรามีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขันและจับกุมปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่าง ๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง @Tipp Yo


 …

 3 ชั่วโมง ago กองบรรณาธิการ .

ข่าวสังคม

บจ.เอ็กซอนโมบิล รับรางวัลองค์กรดีเด่น ในการประชุมใหญ่ สภท.ประจำปี 63…

 18 ชั่วโมง ago กองบรรณาธิการ .

ข่าวธุรกิจ

CPF ติดอันดับ ESG100 ย้ำจุดแข็งผู้ผลิตอาหารยั่งยืนสู่เวทีโลก ยึด 3 ประโยชน์ สร้างการเติบโตให้ ประเทศ ประชาชน บริษัท

 1 วัน ago กองบรรณาธิการ .

Copyright © All rights reserved. | .