วันอังคารที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2562

พรรคชาติพัฒนาเปิดศูนย์รับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยพายุ "ปาบึก" ณ ห้องประชุมประชารัฐบ้านวังรัก ม.5 ต.ไชยมนตรี อ.เมืองจ.นครศรีธรรมราช วันที่ 8 มกราคม พศ. 2562 เวลา 10:00 น ณ หอประชุมประชารัฐบ้านวังรัก



พรรคชาติพัฒนาเปิดศูนย์รับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยพายุ "ปาบึก"
ณ ห้องประชุมประชารัฐบ้านวังรัก
ม.5 ต.ไชยมนตรี อ.เมืองจ.นครศรีธรรมราช

วันที่ 8 มกราคม พศ. 2562
เวลา 10:00 น
ณ หอประชุมประชารัฐบ้านวังรัก

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ
หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา และคณะกรรมการบริหารพรรค
ได้เดินทางมาเปิดศูนย์ของพรรคที่ จ.นครศรีธรรมราช และเยี่ยมพี่น้องผู้ประสบภัยจากผลกระทบพายุ "ปาบึก"




นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา
ได้กล่าวให้กำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานจิตอาสาสมาชิกพรรคชาติพัฒนาและประชาชนผู้ประสบภัย หลังจากนั้นออกเยี่ยม พี่น้อง,ประชาชน ผู้ประสบภัย ที่ได้รับความเสียหายจากพายุ "ปาบึก"ในเขตเมือนครศรีธรรมราช และ อ.ปากพนัง
หลังจากนั้นได้มอบหมายภารกิจให้คณะกรรมการศูนย์โดยให้ดำเนินการอย่างโปร่งใสรวดเร็วและต่อเนื่องไปจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ ให้พี่น้องชาว จ.นครศรีธรรมราชและภาคใต้ มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา ได้กล่าวทิ้งท้าย
หลังจากนั้นหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา จึงเดินทางกลับ










พลทหารจับสุนัขทารุณสัตว์หรือไม่
โดย ดร.สาธิต ปรัชญาอริยะกุล
เลขาธิการและผู้อำนวยการสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย (TSPCA)
ตามที่มีข่าวปรากฏเกี่ยวกับพลทหารได้จับสุนัขจำนวน 2 ตัว ไปมัดและให้นอนตากแดด จนเป็นที่น่าสะเทือนใจแก่ผู้รักสัตว์เป็นอย่างยิ่ง จนภายหลังจะมีการออกมาตอบโต้กันถึงข้อเท็จจริง (ซึ่งยังไม่ยุติ)  ไม่ว่าผู้ที่กล่าวหา ปศุสัตว์ในพื้นที่และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องก็ให้ความคิดเห็นที่หลากหลาย ซึ่งขณะนี้ทราบว่าได้มีการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม คือมีการลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว เรื่องดังกล่าวจึงมีแง่มุมที่น่าสนใจ คือ
1.พลทหารมีลักษณะของการกระทำ คือ คิด ตกลงใจ ตระเตรียม และได้มีการกระทำลงไป เพื่อให้สุนัขทั้งสองนั้นได้รับความทุกข์ทรมาน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 มาตรา 3 ที่นิยามว่า การทารุณกรรมสัตว์ หมายถึง “การกระทำหรืองดเว้นการกระทำใด ๆ ที่ทำให้สัตว์ได้รับความทุกข์ทรมานไม่ว่าทางด้านร่างกายหรือจิตใจ ได้รับความเจ็บปวด ความเจ็บป่วย ทุพพลภาพ หรืออาจมีผลทำให้สัตว์นั้นตาย และให้หมายรวมถึงการใช้สัตว์พิการ สัตว์เจ็บป่วย สัตว์ชราหรือสัตว์ที่กำลังตั้งท้องเพื่อแสวงหาประโยชน์ ใช้สัตว์ทำงานจนเกินสมควรหรือใช้ให้ทำงานอันไม่สมควรเพราะเหตุที่สัตว์นั้นเจ็บป่วย ชราหรืออ่อนอายุ” หรือไม่อย่างไร
2.การกระทำของพลทหารนั้นครบองค์ประกอบภายในของการกระทำความผิด คือเป็นการกระทำด้วย “เจตนา” ที่ต้องการจับสุนัขไปมัดเพื่อไปตากแดด รอการไปปล่อยขั้นตอนดังกล่าวทำให้เกิดความทุกข์ทรมานโดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือไม่ หรือเป็นการกระทำโดยประมาท ปราศจากความระมัดระวังซึ่ง ซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้นจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์และผู้กระทำอาจจะใช้ความระมัดระวังเช่นนั้นได้ แต่หาใช้ได้เพียงพอไม่ ก็ต้องพิจารณามูลเหตุจูงใจ
3.ผลการกระทำที่พลทหารกระทำนั้นสัมพันธ์กับการกระทำความผิดในการทารุณสุนัขหรือไม่ คือถ้าไม่มีการกระทำผลจะไม่เกิด คือถ้าไม่มีการจับสุนัข สุนัขก็จะไม่ได้รับการทารุณจนทำให้ได้รับความทุกข์ทรมานไม่ว่าทางด้านร่างกายหรือจิตใจ ได้รับความเจ็บปวด ความเจ็บป่วย ทุพพลภาพ หรืออาจมีผลทำให้สุนัขนั้นตายได้ เรื่องดังกล่าวก็ต้องฟังผลจากพิสูจน์จากหลายฝ่าย เช่น สัตวแพทย์ หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย หรือใช้ผลทางนิติวิทยาศาสตร์มายืนยันถึงสภาพของสุนัขทั้งสองตัวว่าได้รับอันตรายหรือไม่อย่างไร
4.ความชั่ว เป็นเรื่องของ “ความรู้ผิดชอบ” คือพลทหารมีสติครบถ้วนบริบูรณ์หรือไม่ เช่น กระทำได้เองไม่ได้เกิดจากการที่ควบคุมตนเองไม่ได้
5.มีเหตุแห่งการยกเว้นอื่น ๆ ที่ไม่ถือว่าเป็นการทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือไม่ เช่น พลทหารได้กระทำไปและได้รับการยกเว้น มาตรา 21 มีการกระทำ ที่ถือว่าไม่เป็นการทารุณกรรมสัตว์ 11 ข้อ เช่น (1) การฆ่าสัตว์เพื่อใช้เป็นอาหาร ทั้งนี้ เฉพาะสัตว์เลี้ยงเพื่อใช้เป็นอาหาร (3) การฆ่าสัตว์เพื่อควบคุมโรคระบาดตามกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์ (6) การฆ่าสัตว์ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อป้องกันอันตรายแก่ชีวิตหรือร่างกายของมนุษย์หรือสัตว์อื่น หรือป้องกันความเสียหายที่เกิดแก่ทรัพย์สิน เป็นต้น
ดังนั้น พลทหารจับสุนัขแล้วให้นอนตากแดด และนำไปปล่อยนั้น ก็ต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าได้ดำเนินการไปเพื่ออะไร มีเหตุสมควรหรือไม่ หรือกระทำไปด้วยความประมาท ปราศจากความระมัดระวังหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือต้องทำตามนายสั่ง ซึ่งถ้าพิสูจน์ได้ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดเป็นการทารุณกรรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควรจริง ผู้สั่งการที่ก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดไม่ว่าด้วยการใช้ บังคับ ขู่เข็ญ จ้างวานหรือยุยงส่งเสริม หรือด้วยวิธีอื่นใด ผู้นั้นเป็นผู้ใช้ให้กระทำความผิด ถ้าผู้ถูกใช้ได้กระทำความผิดนั้น ผู้ใช้ต้องรับโทษเสมือนเป็นตัวการ ถ้าความผิดไม่ได้กระทำลง ไม่ว่าจะเป็นเพราะผู้ถูกใช้ไม่ยอมกระทำ ยังไม่ได้กระทำหรือเหตุอื่นใด ผู้ใช้ต้องระวางโทษหนึ่งในสามของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น  เรื่องของกฎหมายจึงเป็นเรื่องของหลักการ ที่ผู้ใช้จะต้องใช้ในการอำนวยความยุติธรรม ให้เกิดความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน โดยจะใช้ความรู้สึกและอารมณ์มาตัดสินไม่ได้  แต่มนุษย์ก็ควรมีความเมตตาต่อสัตว์ เพราะ “สัตว์” แม้จะพูดเองไม่ได้ เรียกร้องสิทธิให้ตัวเองไม่ได้เฉกเช่นเดียวกับมนุษย์ แต่ก็มีชีวิต จิตใจ มีความรู้สึก รับรู้ได้ถึงความทุกข์ทรมานเจ็บปวด จากการกระทำของมนุษย์  มนุษย์จึงควรปฏิบัติต่อสัตว์ อย่างมีมนุษยธรรมมากขึ้น



วันจันทร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2562

ค่ายรถยนต์ MG สุพรรณบุรี เปิดโชว์รูมและศูนย์บริการยิ่งใหญ่ครบวงจรแล้ว ที่ จ.สุพรรณบุรี


ค่ายรถยนต์ MG สุพรรณบุรี เปิดโชว์รูมและศูนย์บริการยิ่งใหญ่ครบวงจรแล้ว  ที่ จ.สุพรรณบุรี


โดยได้รับเกียรติ จากนายนิมิต วันไชยธนวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดโชว์รูม และศูนย์บริการรถ MG สาขาสุพรรณบุรี
โดยมี นางจุฬารัตน์ วันไชยธนวงศ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุพรรณบุรี ,นายบุญชู จันทร์สุวรรณ นายก อบจ.สุพรรณบุรี, นายสุจินต์ วาจากิจ นายอำเภอเมืองสุพรรณบุร,ี นายสมชาย สุจิตต์ คหบดีเมืองสุพรรณบุรี, นายณรงค์ชัย โภควรรวิทย์ นายกเทศมนตรีตำบลสามชุก
และลูกค้าของเอ็มจี ร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง มีนายวิศิษฐ์ โภคานันท์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เอ็น.วี.เอ็ม.มอเตอร์เซลส์ จำกัด พร้อมคณะผู้บริหารให้การต้อนรับ ทั้งนี้ Mr. Zhang Haibo ประธานบริษัท เอ็มจี ไทยแลนด์ ได้เดินทางมาร่วมพิธีเปิดและร่วมกับนายวิศิษฐ์ โภคานันท์ 
อีกด้วย





และยังได้บอกว่า บริษัท เอ็นวีเอ็ม มอเตอร์เซลส์ จำกัด ได้มีนโยบายการส่งเสริมให้สังคมที่กำลังเจริญเติบโตได้รับความสะดวกสบาย ปลอดภัย
เป็นยานพาหนะที่มีคุณภาพ ควบคู่กับชีวิตประจำวัน โดยทางบริษัทเห็นว่ารถยนต์ MG เป็นรถที่สามารถตอบสนองเป้าประสงค์ดังกล่าวได้ จึงเปิดโชว์รูม และศูนย์บริการ MG ขึ้นใน จ.สุพรรณบุรี ขึ้นเพื่อให้บริการลูกค้าแบบครบวงจรอย่างยิ่งใหญ่และมาตรฐาน ในนามบริษัททั้งฝ่ายบริหาร และฝ่ายบริการ ได้ตั้งปณิธานพร้อมทั้งให้คำมั่นสัญญาที่จะดูแลลูกค้าด้วยความซื่อตรงดั่งเครือญาติเพื่อให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจเมื่อนำรถมาใช้บริการ




วันศุกร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2562

ผบ.ตร. และ ผบช.สตม. ร่วมลงนามความร่วมมือด้านการปราบปรามอาชญากรรมและ การตรวจคนเข้าเมือง ไทย-มาเลย์














ผบช.สตม. ลงนามบันทึกการหารือ ความร่วมมือด้านการปราบปรามอาชญากรรม และการตรวจคนเข้าเมืองไทย-มาเลย
์เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2562 เวลา 13.00 น. , พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาต ิพลตำรวจเอกรุ่งโรจน์แสงคร้ามรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจโท พรหมธร ภาคอัต ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจโทณัฐธร เพราะสุนทร ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พลตำรวจโท ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกการหารือ ระหว่างสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองแห่งราชอาณาจักรไทย โดยพลตำรวจโท สุรเชษฐ ์หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติแห่งสหพันธรัฐมาเลเซียและ กรมตำรวจตรวจคนเข้าเมืองแห่งสหพันธรัฐมาเลเซีย โดย ตัน ศรี โต๊ะ ศรี โมฮัมหมัด ฟูซี บินฮารูน (Tan Sri Cato , Sri Mohammad Fuzi bin bar in )  ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย สำนักงานตำรวจแห่งชาติแห่งสหพันธรัฐมาเลเซีย และ ดาโต๊ะ โมฮัมหมัด ซุลฟีการ์ บิน อาหรับ ( dato , mohd zulfikar bin Ahmad ) ผู้อำนวยการฝ่ายความมั่นคงและหนังสือเดินทาง กรมตรวจคนเข้าเมืองแห่งสหพันธรัฐมาเลเซีย เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ ส่งเสริมความร่วมมือด้านการปราบปรามอาชญากรรมและภัยคุกคามทุกรูปแบบ รวมไปถึงด้านการตรวจคนเข้าเมืองที่ส่งผลต่อราชอาณาจักรไทยและสหพันธรัฐมาเลเซีย ณ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทลแบงค็อก ลักซ์ซูร ี่คอลเลคชั่น โฮเต็ล ถนนวิทยุกรุงเทพฯ
โดยการประชุมระหว่างสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแห่งราชอาณาจักรไทยกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติแห่งสหพันธรัฐมาเลเซีย และกรมตรวจคนเข้าเมืองแห่งสหพันธรัฐมาเลเซีย ประกอบด้วยการหารือความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ ความร่วมมือในการปฏิบัติเพื่อป้องกันและสกัดกั้นผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวกับการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองความร่วมมือในการเปลี่ยนแปลงบุคลากรและการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรและส่งเสริมสร้างความเป็นมืออาชีพ ประชุมในการสัมมนา ในหัวข้อที่มีความสนใจร่วมกันรวมไปถึงความร่วมมือในหัวข้ออื่นๆซึ่งมีการตกลงร่วมกันโดยพหุภาคี
ีการลงนามบันทึก การหารือ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการปราบปรามอาชญากรรม และการตรวจคนเข้าเมืองในครั้งนี้ม ีพลตำรวจโท สุรเชษฐ ์หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตัน ศรี โต๊ะ ศรี โมฮัมหมัด ฟูซี บินฮารูน (Tan Sri Cato , Sri Mohammad Fuzi bin bar in )  ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย สำนักงานตำรวจแห่งชาติแห่งสหพันธรัฐมาเลเซีย และ ดาโต๊ะ โมฮัมหมัด ซุลฟีการ์ บิน อาหรับ ( dato , mohd zulfikar bin Ahmad ) ผู้อำนวยการฝ่ายความมั่นคงและหนังสือเดินทาง กรมตรวจคนเข้าเมืองแห่งสหพันธรัฐมาเลเซียเป็นผู้แทนของทั้งสองประเทศ
พลตำรวจโท สุรเชษฐ์ หักพาล กล่าวว่านับเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของประเทศไทยกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติแห่งสหพันธรัฐมาเลเซีย และกรมตำรวจตรวจคนเข้าเมืองแห่งสหพันธรัฐมาเลเซีย ได้มาหารือและร่วมลงนาม เพื่อให้ทราบถึงความสำคัญของการข้ามพรมแดนของบุคคลทั้งสองประเอย่างถูกกฎหมาย ขั้นตอนตรวจคนเข้า - ออกเมือง ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกในการเชื่อมโยงระหว่างกันของประชาคมโลกเข้าด้วยกันพร้อมทั้งให้ความสำคัญต่อการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองแรงงานผิดกฎหมายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและผลกระทบจากการกระทำดังกล่าวที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ สังคม และ ความผาสุกของประชาชนทั้งสองประเทศโดยได้มีการเน้นย้ำถึงการใช้มาตรการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและภัยคุกคามที่สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษย์ชนและ หลักนิติธรรมและเชื่อว่า ในอนาคตข้างหน้าทั้งไทยและ มาเลเซียจะทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกันได้เป็นอย่างดีและ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการทำงานร่วมกันภายใต้แนวทาง "วันทีมวันเวิลด์" คือตำรวจทั้งโลกเป็นทีมเดียวกันในการแสวงหาความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมรวมทั้งการผ่านแดน การตรวจคัดกรอง การจัดเก็บข้อมูลบุคคลยานพาหนะเพื่อให้การสัญจรไปมาระหว่างสองประเทศสะดวกมากขึ้นภายใต้ความร่วมมือด้านความมั่นคงของทั้งสองประเทศ

พ.ต.ต.หญิงพัชรี ศรีเผือก สว.ฝอ.5 บก.อก.สตม.

วันอังคารที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2562

วัดอรุณ ลั่นฆ้องชัยต้อนรับปีใหม่วิถีไทย 9 ครั้ง ในพิธีสวดมนต์ข้ามปี ถวายพระราชกุศลเสริมสิริมงคลทั่วโลก ปลัดวัฒนธรรม นำประชาชนชาวไทยกล่าวคำราชสดุดีถวายพระพรชัยมงคล แด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9









วธ.-วัดอรุณฯ ลั่นฆ้องชัยต้อนรับปีใหม่วิถีไทย 9 ครั้ง ในพิธีสวดมนต์ข้ามปี : ถวายพระราชกุศล เสริมสิริมงคลทั่วโลก ฯ ปลัดวธ.นำประชาชนชาวไทยกล่าวคำราชสดุดีถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9



เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2561 เวลา 23.20 น. ณ วัดอรุณราชวราราม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร พระเทพเมธี เจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม  ประธานฝ่ายสงฆ์ นายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะผู้แทนกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ประกอบพิธีทางศาสนาในพิธีสวดมนต์ข้ามปี : ถวายพระราชกุศล เสริมสิริมงคลทั่วโลก ส่งท้ายปีเก่าวิถีไทย ต้อนรับปีใหม่วิถีธรรม วันที่ 31 ธันวาคม 2561 – วันที่ 1 มกราคม 2562 มีคณะสงฆ์ ผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ข้าราชการ ประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย ชาวต่างประเทศเข้าร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก  โดยปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ถวายสักการะแด่ประธานสงฆ์ เจ้าหน้าที่อาราธนาศีล อาราธนาพระปริตร พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์  ประธานสงฆ์กล่าวอำนวยพรแก่ผู้ร่วมพิธี







จากนั้นเวลา 00.00 น. ประธานลั่นฆ้องชัยต้อนรับปีใหม่วิถีไทย 9 ครั้ง พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ประธานในพิธีเปิดกรวยดอกไม้บนธูปเทียนแพ ถวายราชสักการะ ณ เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9  จากนั้นกล่าวคำราชสดุดีถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9  จากนั้นถวายจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ ประธานสงฆ์อนุโมทนา พุทธศาสนิกชนกรวดน้ำ รับพร และประธานสงฆ์ประพรมน้ำพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล เป็นอันเสร็จพิธี



นายกฤษศญพงษ์ กล่าวว่า รัฐบาล โดย วธ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 20 หน่วยงาน จัดสวดมนต์ข้ามปี พิธีสวดมนต์ข้ามปี : ถวายพระราชกุศล เสริมสิริมงคลทั่วโลก ส่งท้ายปีเก่าวิถีไทย ต้อนรับปีใหม่วิถีธรรม และในปีนี้มีประมุขสงฆ์ ประธานสงฆ์และรัฐมนตรีที่กำกับดูแลด้านศาสนาและวัฒนธรรมของต่างประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาเข้าร่วมกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีเป็นครั้งแรก โดยเป็นที่น่ายินดีว่ามีพุทธศาสนิกชน เด็ก เยาวชนทั้งชาวไทย ต่างประเทศเข้าร่วมชมและสักการะพระบรมสารีริกธาตุและพระพุทธรูปสำคัญจาก 13 ประเทศ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง  กิจกรรมไหว้พระ 10 วัด สืบสิริสวัสดิ์ 10 รัชกาล ณ วัดสำคัญที่มีความเกี่ยวเนื่องกับพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีในกรุงเทพมหานครเป็นจำนวนมาก ส่วนต่างจังหวัดได้รับรายงานจากจังหวัดและสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด (สวจ.) ว่าทุกชุมชนร่วมกันจัดกิจกรรมในวันนี้เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงขับเคลื่อนด้วยพลังบวรกว่า 22,000 ชุมชนทั่วประเทศรวมใจจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี กิจกรรมแสดงความจงรักภักดี กิจกรรมจิตอาสา สร้างความสมานฉันท์ก่อเกิดประโยชน์ต่อชุมชนด้วย