วันจันทร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2568

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ต่อยอดโอกาส สร้างชีวิต ให้แก่เยาวชนที่ประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ มอบทุนการศึกษา ทุกระดับปีสุดท้าย และทุนฯ ต่อเนื่องทุกระดับชั้น ประจำปี 2568 รวมงบประมาณกว่า 12.5 ล้านบาท

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ต่อยอดโอกาส สร้างชีวิต ให้แก่เยาวชนที่ประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ มอบทุนการศึกษา ทุกระดับปีสุดท้าย และทุนฯ ต่อเนื่องทุกระดับชั้น ประจำปี 2568 รวมงบประมาณกว่า 12.5 ล้านบาท 





เวลา 10:00 น.วันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2568 ณ ชั้นสองอาคาร 2 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ  เป็นประธานในพิธีฯ พร้อมด้วย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการ  คณะกรรมการมูลนิธิฯ และผู้ช่วยกรรมการมูลนิธิฯ ร่วมในพิธีมอบทุนการศึกษาทุกระดับปีสุดท้าย และทุนการศึกษาต่อเนื่องทุกระดับชั้น ประจำปี 2568 ให้แก่นักเรียน นักศึกษาที่ประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในระดับชั้นมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา รวม 156 สถาบัน จำนวน 910 ทุน รวมเป็นจำนวนเงิน 12,615,000 บาท (สิบสองล้านหกแสนหนึ่งหมื่นห้าพันบาทถ้วน) โดยมี เยาวชน และผู้แทนจากสถาบันการศึกษา เป็นตัวแทนรับมอบ ณ ห้องประชุมชั้น 2  อาคาร 2 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ






     นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ เปิดเผยว่า การมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียน นิสิต และนักศึกษา เยาวชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ เป็นหนึ่งในนโยบายหลักในงานสังคมสงเคราะห์ของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ดำเนินการมาแล้วเป็นเวลากว่า 50 ปี สนับสนุนให้เยาวชนมีโอกาสเท่าเทียมทางการศึกษา สร้างเยาวชนให้เป็นคนดีของสังคม 









     โดยเมื่อเดือนมิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ได้ดำเนินการมอบทุนฯ แก่เยาวชนในระดับชั้นประถมศึกษาไปแล้ว 1,500 ทุน  และในวันพฤหัสบดีที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2568  มูลนิธิฯ กำหนดลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อมอบทุนการศึกษาในส่วนภูมิภาค (ทุนสัญจร) แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษาในภาคเหนือ 5 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง และ แม่ฮ่องสอน รวม 53 สถาบัน 265 ทุน เป็นลำดับต่อไป










     รวมงบประมาณการมอบทุนการศึกษาแก่เยาวชน นิสิต นักศึกษา ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ประจำปี 2568 เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 17,880,000 บาท (สิบเจ็ดล้านแปดแสนแปดหมื่นบาทถ้วน)








     ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung





     ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา   เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลาย ๆ ทาง รวมถึงการพัฒนาด้านการศึกษา เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลื¹อปร111ะชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ดังปณิธานมูลนิธิป่อเต็ก “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”


ขอขอบคุณ

คุณ เปิ้ล ฝ่ายสื่อสารองค์กรมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

สนับสนุนข้อมูลข่าวสาร

ตี๋สมเด็จ/รายงาน

วันเสาร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2568

เสวนา โมเดล “บ้านลิงกลางกรุง” บางขุนเทียน สู่การอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน คาดใช้เวลาไม่นาน

 เสวนา โมเดล “บ้านลิงกลางกรุง” บางขุนเทียน สู่การอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน คาดใช้เวลาไม่นาน



วันเสาร์ที่  27 กันยายน 2568 ณ หอประชุมวัดบัวผัน เขตบางขุนเทียน มูลนิธิคนรักลิงหัวใจแกร่ง พร้อมภาคีเครือข่ายจัดเสวนา โครงการสร้างบ้านให้ลิงแสมบางขุนเทียนบนเนื้อที่ 12 ไร่ครั้งที่ 1 เพื่อป่าเพื่อบ้านที่แท้จริงของลิง 




โดยนายสารัช ม่วงศิริ สมาชิกสภา กรุงเทพ มหานคร เขตบางขุนเทียน เป็นประธานเปิดการเสวนา พร้อมนางสาวกวิณภัสน์ มงคลเตชาพัฒน์ ประธานมูลนิธิคนรักลิงหัวใจแกร่ง, 

คุณสุทิน อ่อนฟุ้ง ประธานเครือข่ายอนุรักษ์และแก้ไขปัญหาลิงแสมบางขุนเทียน, นางสาวฉันทนา งามถิ่น หัวหน้าฝ่ายปกครอง สำนักงานเขตบางขุนเทียน, ผู้แทนจากเขตบางขุนเทียน ผู้แทนจากกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และตัวแทนชาวบ้านจากเทียนทะเล 22 และ เอื้ออาทรแสมดำ 17 ที่ได้รับผลกระทบ ร่วมเสวนากันอย่างพร้อมเพรียง









โดยผู้แทนชาวบ้านกล่าวถึงผลกระทบที่ได้รับจากฝูงลิงแสมบางขุนเทียน ที่มีอยู่มากกว่าร้อยตัว ขณะที่หน่วยงานภาครัฐไม่นิ่งนอนใจแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง แต่ติดขัดเรื่องงบประมาณที่ค่อนข้างสูง และมีการพิจารณาการทำ โมเดล “บ้านลิงกลางกรุง” บางขุนเทียน ในพื้นที่ 1 ไร่ ใกล้เคียงกับพื้นที่ 12 ไร่ สู่การอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน คาดใช้เวลาไม่นานโมเดลนี้จะเสร็จสมบูรณ์ 






นางสาวกวิณภัสน์ มงคลเตชาพัฒน์ ประธานมูลนิธิคนรักลิงหัวใจแกร่ง กล่าวว่า ”ปัญหาหลักๆที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อน คือลิงมีนิสัยดุร้าย ทำร้ายทรัพย์สินชาวบ้าน

บุกไปขโมยของในบ้านชาวบ้าน สาเหตุมาจากปัจจุบันนี้ ลิงไม่มีป่าไม่มีต้นไม้ให้อยู่ เพราะความเจริญเข้ามาในพื้นที่ ทำให้มีการก่อสร้างตึกและหมู่บ้านมากขึ้น จนป่าซึ่งเป็นพื้นที่ของลิงลดน้อยลง






นายสารัช ม่วงศิริ สมาชิกสภา กรุงเทพ มหานคร เขตบางขุนเทียน กล่าวว่า “การเสวนาวันนี้ หัวใจหลักคือ การทำอย่างไรให้ลิงกับชาวบ้านอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐ อาทิ สำนักงานเขตบางขุนเทียน และ กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช หารือและลงพื้นที่ร่วมกันแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง อาทิเรื่องงบประมาณค่าอาหารลิงที่ไม่เพียงพอ เพราะถ้าลิงกินอิ่ม มีความเป็นอยู่สุขสบายก็จะมีความสุขทั้งคนและลิง อีกทั้งการจัดระเบียบลิง แบ่งโซนที่อยู่ระหว่างคนกับลิงให้ชัดเจนเพื่อความปลอดภัยทั้งคนและลิง และหากติดขัดปัญหาอะไรตนก็พร้อมที่จะเป็นตัวแทนประสานงานให้






อย่างไรก็ตาม วันนี้มีการหารือร่วมกันเรื่อง การทำ โมเดล “บ้านลิงกลางกรุง” บางขุนเทียน โดยจะนำร่องในพื้นที่ 1 ไร่ ใกล้เคียงกับพื้นที่ 12 ไร่ ที่เป็นที่อยู่เดิมของลิง เพราะใช้งบประมาณไม่มาก โดยจะทำเป็น

กรงจำกัดขอบเขตพื้นที่ให้ลิงอยู่ ก่อนที่จะขยายพื้นที่ไปจนไดั 12 ไร่ ซึ่งคาดว่า ไม่น่าใช้เวลานานในการทำโมเดลนี้

ตี๋สมเด็จ/รายงาน