วันจันทร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2568

 นนทบุรี หนุ่ม 19 ยางแตกหลับคารถ ตร.ปลุกเจอเซอร์ไพรส์! พบปืน 4 กระบอก กระสุน-ระเบิด-ยาเพียบ อ้างชอบสะสม



วันนี้(31 มี.ค.68) เวลา 10.50 น. พ.ต.อ.สิรภพ อนุศิริ ผกก.สภ.บางใหญ่ พ.ต.ท.ราเชนทร์ ถนัดพจนามาตย์ รอง ผกก.ป.สภ.บางใหญ่ พ.ต.ต.ยงยุทธ เหล่ารัดเดชา สวป.สภ.บางใหญ่ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจสภ.บางใหญ่ ได้ร่วมกันขับกุมตัวนายธีรวัฒน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี ชาวจังหวัดสุรินทร์ ขณะหลับอยู่บนรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ โตโยต้า ยาริส สีเทา ทะเบียน 9กร 1299 กทม. โดยจอดอยู่ ลานจอดรถร้านจำหน่ายสินค้าเบ็ดเตล็ด MR.DIY ซอยกันตนา หมู่ 9 อ.บางม่วง จ.นนทบุรี พร้อมของกลาง คือ 1.ยาบ้า 141 เม็ด 2.ลูกโม่แบลงกันส์ 1 กระบอก 3. กึ่งออโตเมติก(ชนิดแบลงกันส์แปลง) 1 กระบอก 4. ปืนไทยประดิษฐ์ 2 กระบอก (ปืนปากกา) 5. วัตถุระเบิดคล้ายระเบิดชนิดขว้าง 1 ลูก 6. เครื่องกระสุนปืน 9มม.จำนวน 46 นัด  7. กระสุนขนาด .380 จำนวน 47 นัด 8. กระสุนแบลงกันส์ขนาด 35 จำนวน นัด 9. กระสุนขนาด .38 จำนวน 4 นัด 10. อาวุธมีดพกสั้น 1 เล่ม 





สืบเนื่องจากวันนี้ (31 มี.ค.68) เวลาประมาณ 10.50 น. ตำรวจได้รับแจ้งเหตุ ขอความช่วยเหลือจากศูนย์วิทยุ สภ.บางใหญ่ เมื่อตำรวจชุดจับกุมเดินทางไปถึงสถานที่เกิดเหตุพบรถเก๋งดังกล่าวสภาพรถล้อหน้าขวายางแตกซึ่งมีช่างอยู่ระหว่างสับเปลี่ยนยางรถอยู่แต่นายธีรวัฒน์ เจ้าของรถนอนหลับอยู่ภายในรถโดยไม่รู้สึกตัวจึงได้เรียกเจ้าของรถซึ่งมีลักษณะซึมพูดจาวกวนลักษณะคล้ายคนเมายาเสพติด เป็นเหตุต้องสงสัยอาจมีสิ่งของผิดกฎหมายอยู่ในรถเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตรวจสอบจึงพบอาวุธปืน 1 กระบอก วางอยู่ที่นั่งด้านหน้าข้างคนขับมีซองกระสุนพร้อมกระสุน 5 นัดบรรจุอยู่ในตัวปืนจึงได้เรียกนาย ธีรวัฒน์ ให้ตื่นและแจ้งข้อกล่าวหาพร้อมสิทธิให้ทราบ จากการสอบถามนายธีรวัฒน์ฯ รับว่าของกลางดังกล่าวเป็นของตนจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอตรวจค้นตัว พบยาบ้าอยู่ในกระเป๋าเสื้อหน้าอกฝั่งขวาบรรจุในถุงซิบอีก 2 ถุง และกระสุนแบลงกันที่กระเป๋ากางเกงยีนส์ขายาวสีดำฝั่งด้านหน้าข้างขวา 30 นัด 






จากนั้นได้ตรวจค้นภายในรถยนต์พบกระสุนปืนขนาด . 380 ในกระเป๋าคาดอกใบสีเทาซึ่งวางไว้ที่นั่งด้านหน้าข้างคนขับ และพบปืนปากกาอีก 2 กระบอกในกล่องพลาสติกสีดำซึ่งวางไว้ที่นั่งด้านหน้าข้างคนขับ และพบวัตถุคล้ายระเบิดมืออยู่ในถุงสีแดงห้อยอยู่ที่ก้านไฟเลี้ยวจำนวน 1 ลูก อาวุธมีดพกสั้น 1 เล่ม วางอยู่เบาะหลัง และได้สอบถามนายธีรวัฒน์ฯ. ของกลางทั้งหมดเป็นของตน ซึ่งตนชื่นชอบจึงสะสม ตำรวจชุดจับกุมจึงนำตัวนายธีรวัฒน์ มาที่ สภ.บางใหญ่เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหานายธีรวัฒน์ 4 ข้อหา 1.พาอาวุธปืนเข้าไปในเมือง หมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควรหรือจำเป็นเร่งด่วน 2.มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต(ไทยประดิษฐ์) 3.มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า)ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย 4.มีวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

 เช้านี้ 31-3-68

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ทีมบรรเทาสาธารณภัย

 พร้อมทีมค้นหาและกู้ภัยในเขตเมือง(USARTEAM) ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประเมินสถานการณ์ เพื่อเตรียมการช่วยเหลือค้นหาผู้ติดอยู่ภายใน

เหตุอาคารถล่มตึก สตง.จตุจักร กรุงเทพฯ

ตี๋สมเด็จ/รายงาน


















วันอาทิตย์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2568

 นนทบุรี ต่อข่าว พบแล้ว ด.ญ.บีดา อายุ 14 ปี ชาวเมียนมาร์หนีออกจากบ้านขณะบ้านพักเด็กรับตัวไปดูแล




     จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ภาพพร้อมระบุข้อความว่า “ขออนุญาติเเชร์ประกาศตามหาน้องค่ะ น้องชื่อบีด้า สัญชาติเมียนมาร์ (พม่า) ชื่อจริงน้องชื่อ ”บีด้า บ้านเก่ง“ เพศหญิง อายุประมาณ 14 ปี สวมชุดเเดง กางเกงน้ำเงินฟ้า หายตัวไปตั้งเเต่วันศุกร์ที่ 21 มี.ค. 68 เวลาประมาณ 6 โมงเช้า ท่านไหนพบเห็นช่วยเเจ้งเบาะเเสพาน้องกลับบ้านทีนะคะ พ่อเเม่น้องเป็นห่วงเเทบจะขาดใจ วอนอยากให้คนพบเจอน้องช่วยพาน้องกลับบ้าน น้องอาศัยอยู่ตึกบ้านพักตลาดท่าอิฐ จ.นนทบุรี ตอนนี้พ่อเเม่น้องได้เเจ้งความเด็กหายเเล้ว ท่านใดพบเห็นติดต่อมาที่เบอร์ 099-104-9995 หรือเบอร์พ่อเเม่น้อง 080-465-0305 วอนผู้พบเห็นช่วยเหลือด้วยนะคะ ฝากเเชร์โพสต์นี้ด้วยนะ เผื่อมีคนพบเจอน้องบีด้าค่ะ วอนพาน้องกลับติดต่อมาได้เฟสนี้ได้เลย ขอขอบคุณทุกๆท่านค่ะ”

    





     ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 68 ที่สภ.บางศรีเมือง จ.นนทบุรี พ.ต.อ.สมชาย แจ้งธรรมมา ผกก.สภ.บางศรีเมือง พร้อมด้วยนางวาริน วีระสุนทร หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนนทบุรี ได้เชิญตัวพ่อกับแม่ ด.ญ.บีดา อายุ 14 ปี มาพบ หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับตัวด.ญ.บีดา มาจากสน.ดอนเมือง กทม. เนื่องจากโชเฟอร์แท็กซี่ ได้พบตัว ด.ญ.บีดา ไปของานทำและได้พาไปทำงานรับจ้างรีดผ้าซักผ้าที่บ้าน โดยให้ค่าจ้างวันละ 200 บาท หลังจากได้เห็นภาพข่าวจึงได้พาตัวด.ญ.บีดา ไปส่งไว้ที่สภ.ดอนเมือง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจสภ.บางศรีเมือง จึงได้ไปรับตัวกลับมาและประสานพ่อกับแม่ เพื่อให้มารับ แต่ด.ญ.บีดา ยืนยันว่าจะไม่กลับไปอยู่กับพ่อแม่และขอไปอยู่ที่บ้านพักเด็กปากเกร็ด เบื้องต้นได้ประสานเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนนทบุรี ให้เข้ามาเพื่อ พูดคุยกับด.ญ.บีดา และพ่อแม่ เพื่อหาข้อสรุป





    จากการสอบถาม น้องฟ้า (เสื้อแดง) อายุ 34 ปี กล่าวว่า วันที่โพสต์เพราะเป็นห่วงน้อง รู้จักน้องมาหลายปีแล้ว น้องมาเล่าให้ฟังหลายเรื่อง เรื่องของการน้อยใจพ่อแม่ ตอนนี้เจอน้องแบบปลอดภัยก็ดีใจมากแล้ว และดีใจที่น้องไปอยู่กับพม. จะได้มีที่เรียนและสภาพจิตใจน่าจะดีขึ้น ถ้าพร้อมเมื่อไหร่ค่อยกลับมาบ้าน 





    นางวาริน วีระสุนทร หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า เคสนี้ไม่มีอะไรมากตามประสาเด็กวัยรุ่น ที่รู้สึกน้อยใจครอบครัว อยากจะหาเงินทำงานเองเพื่อซื้อโทรศัพท์ แต่ว่าอายุยังน้อยยังไม่มีใครจ้าง ตอนที่น้องออกไป น้องไปเจอพลเมืองดีที่ให้งาน และให้เขากลับมาส่ง ส่วนตัวเด็กเองยังไม่พร้อมที่จะกลับไปอยู่กับครอบครัว จะประสงค์ไปอยู่ที่บ้านพักเด็ก จากการสอบถามเด็กน้อยใจพ่อแม่ และคิดมากที่เรื่องของพ่อที่พูดว่าจะไปอยู่ที่ไหนก็ไป เด็กเลยตัดสินใจหนีออกจากบ้าน ส่วนตัวร่างกายน้องไม่ได้โดนทำร้ายร่างกาย ตอนนี้จะต้องดูเรื่องของสภาพของจิตใจเด็กว่าเป็นยังไงต่อ ตอนนี้ทำความเข้าใจพ่อกับแม่แล้วในเรื่องของกฎหมายและการดูแลเลี้ยงดู





 นนทบุรี เปิดใจแม่และน้องชายนายสิงห์ มือแทงเด็ก 17ปี ดับคาปั๊มพร้อมพาเข้ามอบตัว 



     จากกรณีที่เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 26 มีนาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บางบัวทอง ได้รับแจ้งเหตุชายถูกอาวุธมีดแทงเสียชีวิต 1 ราย

ที่เกิดเหตุบริเวณหน้าปั๊มน้ำมันพีที พบศพชายนอนหงายจมกองเลือด ทราบชื่อต่อมาคือนายอนุชิต ศรีเพียงจันทร์ หรือนายไอซ์ อายุ 17 ปี สวมเสื้อแขนยาวสีน้ำเงิน ใส่กางเกงยีนส์ขายาว สภาพศพถูกอาวุธมีด บริเวณหน้าอกจำนวน 5 แผล ใกล้กันพบรถจยย.ของผู้ตาย ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีแดง หมายเลขทะเบียน 1 กญ 4010 ปทุมธานี และรถจยย.ของเพื่อนผู้ตาย ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นจีออโน่ สีฟ้า (ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน)




    ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 มี.ค.68 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณชุมชนฝั่งเหนือบางรักพัฒนา ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พบ นายพันธุ์ยศ ชูตระกูล รองประธานสภาเทศเมืองพิมลราช หรือรองป้อม เป็นผู้ติดต่อนำตัวผู้ต้องหามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และได้เดินทางไปหา นางน้ำค้าง ตาลทราย แม่ของนายสิงห์ แสงทอง อายุ 21 ปีมือแทง ที่ยังหลบหนีอยู่ ซึ่งรองป้อมเป็นผู้เลี้ยงดูนายสิงห์ และแม่ของนายสิงห์มาตั้งแต่เล็กๆ 



    จากการสอบถาม นางน้ำค้าง เล่าว่า วันเกิดเหตุน้องสิงห์ขับรถเข้ามาหาที่บ้านบอกว่ามีเรื่อง เป็นคู่อริเก่าไปเจอกันที่งาน แถวสมบัติบุรี ซึ่งน้องสิงห์เข้ามาบอกกับตนว่าจำหน้าคู่อริได้ทั้งสองคน ได้มีการบอกกับ สห.ภายในงานแล้ว ว่าไม่อยากมีเรื่อง แต่ทางคู่อริกลับเดินมาท้าทายน้องสิงห์ บอกว่าจบงานไปเจอกันข้างนอก น้องจึงรอและเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น ซึ่งน้องสิงห์เพิ่งจะออกจากคุกมา เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาโดนคดีเก่าเรื่องทะเลาะวิวาท และมาก่อเหตุใหม่ เขาเข้ามาบอกลาตน บอกว่าไปลงมือก่อเหตุแทงคู่อริมา และขับรถจยย. ของตนหนีออกไปในวันนั้น ซึ่งตนพยายามห้ามลูกหลายครั้งแล้ว ถ้าตนว่างลูกออกไปไหนก็จะไปตามกลับบ้านตลอดแต่หลังๆ มานี้ต้นทำงานหนัก และไม่มีเวลาทำให้ไม่สามารถตามตัวน้องสิงห์ได้ ครั้งที่แล้วที่น้องโดนจับตนบอกกับน้องเสมอว่ากว่าจะจบคดีกว่าจะรอดออกมาได้ เป็น 1 ในล้าน แต่น้องก็กลับไปก่อเหตุเหมือนเดิมเพราะน้องติดยา B5 ทำให้ประสาทหลอนซึ่งตนไม่เคยเข้าข้างลูกตัวเองและเข้าใจครอบครัวผู้สูญเสียและอยากจะฝากขอโทษว่าไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นถ้าลูกชายติดต่อกลับมาจะให้เข้ามาหาเตี่ยหรือรองป้อม ให้พาน้องสิงห์เข้าไปมอบตัวที่สภ. บางบัวทอง เพราะหนียังไงก็ไม่รอด ให้เข้ามามอบตัวโทษหนักจะได้กลายเป็นเบา 




   นายเบียร์อายุ 20ปี น้องชายนายสิงห์มือมีด กล่าวว่า นายสิงห์เล่าให้ตนฟังว่ากำลังไปเที่ยวกันที่สมบัติบุรี ไปเจอกับกลุ่มผู้ตายที่งาน จึงเดินไปบอกทางการ์ดในงานว่าฝั่งผู้ตายจะเล่นพวกตัวเอง การ์ดจึงรวบไป 3 คน ผู้ตายไม่พอใจจึงกวักมือบอกให้ออกไปเจอข้างนอก ถ้าคนเก่งจะไม่ฟ้องตำรวจ ตนไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริงและไม่ได้เข้าข้างใคร ซึ่งรุ่นน้องที่ไปกับสิงห์ก็มาเล่าให้แม่ฟัง แม่จึงบอกว่าฝั่งเขาตายก็ต้องพูดดีอยู่แล้ว จะพูดอะไรก็ได้ เรื่องนี้ถ้าฝั่งผู้ตายไม่ท้าทายคงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ โดยฝั่งผู้ตายมีประมาณ 10 กว่าคน รวมทั้งผู้หญิง มีการขับขี่รถจยย.ออกไปเติมน้ำมันและรอหน้าปั๊ม ฝั่งผู้ตายมีการพูดท้าทาย และรุมต่อยสิงห์ประมาณ 2-3 คน รุ่นน้องสิงห์เลยวนรถกลับไปช่วย ส่วนมีดน่าจะเป็นของรุ่นน้องสิงห์เพราะว่าสิงห์ไปแต่ตัวและตั้งใจจะพาแฟนไปหาของกินในงานเท่านั้น หลังเกิดเรื่องรุ่นน้องยังเสียใจที่เอามีดไปให้ ไม่งั้นคงแค่ชกค่อยกันธรรมดา


     นายเบียร์ กล่าวต่อว่าก่อนหน้านี้สิงห์มีคดีติดตัว แต่เคลียร์จบเรียบร้อยแล้ว ซึ่งสิงห์เคยไปติดคุกอยู่พักนึง ปกติสิงห์เป็นคนอารมณ์ร้อน ถ้าคืนนั้นตนไปด้วยก็คงช่วยสิงห์เหมือนกัน โดยเมื่อวานสิงห์โทรมาหาแม่เพื่อขอโทษยาย ตอนนี้คงคิดได้ว่าไม่น่าทำไปแบบนั้น คิดว่าแค่ป้องกันตัว ฝั่งผู้ตายพูดได้แต่ฝั่งตนไม่มีโอกาสได้พูด ฝากบอกสังคมขอความเป็นธรรมให้รู้เหตุการณ์ให้ลึกก่อน ค่อยวิจารณ์ เพราะฝั่งตนก็โตแล้ว คิดได้เหมือนกัน ทั้งหมดทั้งมวลแล้วที่รู้ๆมาคนตายก็ไม่ใช่ย่อย น่าจะแก๊งเดียวกับ “อ็อฟลาย” ที่เคยมีข่าวก่อนหน้านี้ ซึ่งคิดว่าต่างคนต่างรุนแรง นอกจากนี้สิงห์มีการกินยาบีไฟว์ เพื่อรักษาอาการ ปกติสิงห์เป็นคนเงียบๆ มีโลกส่วนตัว ไม่ชอบให้ใครไปยุ่งเกี่ยว


   ส่วนทางด้าน นายพันธุ์ยศ กล่าวว่า วันเกิดเหตุตนไม่ทราบเรื่องแต่ทราบเรื่องเมื่อวานนี้ มีพ่อของผู้ก่อเหตุที่โดนจับไปในวันนี้ติดต่อเข้ามาบอกว่าลูกชายชื่อนาจาอายุ 15 ปีกำลังถูกจับไปที่สภ. บางบัวทองคดีที่แทงเด็ก 17 ปี ตายคาปั๊ม พ่อน้องนาจาเป็นลูกน้องของตน บอกว่าลูกชายไม่ได้เป็นคนแทงแต่เข้าไปต่อยหนึ่งหมัด จึงติดต่อตนให้พาลูกชายเข้าไปมอบตัวที่สภ. บางบัวทอง ตนจึงมาตรวจสอบภายหลังพบว่ามือแทงคือน้องสิงห์ อายุ21ปี ที่ตนเลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็ก และไม่รู้ว่าน้องสิงห์ออกจากคุกมาแล้ว เพราะน้องโดนคดีเก่าไปเมื่อปีที่แล้ว ตนคิดว่าน้องติดคุกอยู่ ตนจึงเดินทางไปที่บ้านของแม่น้องสิงห์ปรากฏว่าแม่น้องสิงห์บอกว่าน้องสิงห์ออกมาเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา และไปก่อเหตุจริง ตนจึงพยายามบอกแม่น้องสิงห์ว่าถ้าน้องสิงห์ติดต่อมาให้มาบอกกับตน ตนจะพาเข้าไปมอบตัวตัวเองที่สภ. บางบัวทอง ซึ่งตนเตือนอยู่ตลอดเวลาว่าให้ปรับปรุงตัวใหม่ เคยพูดกับน้องสิงห์ไว้ว่าถ้าออกจากคุกมาจะพามาสมัครงานให้เป็นคนขับรถให้ตน แต่ออกมาไม่กี่วันน้องสิงห์ก็ไปก่อเหตุซ้ำ ทำให้ตอนนี้ตกใจมากเพราะเลี้ยงดูน้องมาตั้งแต่เด็ก และอยากฝากบอกน้องสิงห์ผ่านสื่อว่าให้เข้ามาหาเตี่ย เตี่ยจะเป็นคนพาเข้ามอบตัวเอง อย่าได้หลบหนี โทษหนักจะได้กลายเป็นเบา


     

 นนทบุรี คลิป จอดไม่แคร์ใคร! ชาวบ้านถ่ายคลิปแฉ เก๋งวอลโว่ยึดที่จอดคนพิการทุกวัน ทั้งที่ไม่ได้พิการ บางวันทิ้งรถยาว 9 ชม.





จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กนิรนามโพสต์คลิปเหตุการณ์รถเก๋งยี่ห้อวอลโว่ สีบรอนซ์เงิน ซึ่งมีพฤติกรรมเห็นแก่ตัว โดยมักขับมาจอดในที่จอดรถสำหรับผู้พิการเป็นประจำ บริเวณใต้สะพานพระราม 4 ท่าน้ำปากเกร็ด ต.ปากเกร็ด อ.เมือง จ.นนทบุรี หากที่จอดเต็มก็มักจะเปิดไฟฉุกเฉินและจอดรออยู่จนกว่ารถที่จอดในช่องผู้พิการจะออก โดยไม่สนใจรถที่สัญจรผ่านไปมา สร้างความเดือดร้อนและความไม่พอใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งเผยว่าผู้ขับขี่รถคันดังกล่าวไม่ใช่ผู้พิการแต่อย่างใด จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ





ล่าสุด วันนี้ (27 มี.ค. 2568) เวลา 18.30 น. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณใต้สะพานพระราม 4 ท่าน้ำปากเกร็ด ฝั่งตรงข้ามตลาดพิชัย อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พบรถเก๋งวอลโว่ ทะเบียน พต 3339 กทม. ซึ่งเป็นคันที่ถูกชาวบ้านร้องเรียน จอดอยู่ในที่จอดรถสำหรับผู้พิการ ซึ่งเป็นพื้นที่จอดฟรี





นายวิภาษ แก่นชัยภูมิ อายุ 35 ปี อาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง ซึ่งเป็นชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า ตนเห็นรถคันนี้มาจอดเป็นประจำ โดยมักจะเปิดไฟฉุกเฉินขอทางบริเวณเลนขวาหน้าตลาดในช่วงสาย หากที่จอดผู้พิการเต็มก็จะจอดรอจนกว่ารถที่จอดอยู่เดิมจะขับออกไป แม้ว่าจะมีรถติดสะสม หรือมีคนบีบแตรไล่ ก็ไม่ยอมขยับออกไป หากถูกกดดันมาก ๆ ก็เพียงแค่ขับวนแล้วกลับมาจอดที่เดิม





นายวิภาษกล่าวอีกว่า ผู้ขับขี่รถคันดังกล่าวไม่ได้เป็นผู้พิการ โดยมีผู้ขับสลับกันอยู่สองคน คือ ชายสูงวัยอายุประมาณ 60 ปี และหญิงใส่แว่นอีกหนึ่งคน ซึ่งคาดว่าเป็นลูกสาวของชายคนดังกล่าว หลังจากจอดรถแล้ว ทั้งสองมักจะเดินไปทางท่าน้ำปากเกร็ด แต่ไม่ทราบว่าไปที่ใดต่อ


ตนมองว่าเจ้าของรถคันนี้เห็นแก่ตัวมาก ไม่สนใจใคร สนใจแต่ความสะดวกของตัวเอง ทั้งที่ไม่ใช่ผู้พิการ บางครั้งตนเห็นผู้พิการจริง ๆ ต้องไปจอดในที่เสียเงิน แต่รถคันนี้กลับจอดตั้งแต่เช้า บางวันจอดยาวจนถึงเย็นยังไม่ขยับไปไหนเลย 


นายวิภาษ กล่าวต่อว่า ตนอยากฝากถึงเจ้าของรถว่า ควรมีจิตสำนึกและคำนึงถึงสิทธิของผู้พิการที่จำเป็นต้องใช้พื้นที่จอดรถดังกล่าว โดยบางครั้งรถคันนี้จอดทิ้งไว้นานถึง 9 ชั่วโมง ทำให้ผู้ที่จำเป็นต้องใช้ช่องจอดนี้ได้รับความเดือดร้อน