วันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

 นนทบุรี สุดแสบอดีตลูกจ้างร้านอาหารตามสั่ง ยืมรถจยย.เจ้าของร้านอ้างไปกดเงินหนีหาย




    จากกรณีผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อ “แจ้ สำรวจ จิต” โพสต์ภาพพร้อมระบุข้อความไว้ว่า ขออนุญาติ เตือนภัยครับ เหตุการณ์เกิดถนนส่วนบุคคล หลังโลตัสบางใหญ่(พลัสมอล์) โดยผู้หญิง รูปร่างท้วมชุดสีดำ เคยรู้จักกับเจ้าของร้านอาหาร ได้มาขอยืมรถจักรยานยนต์ ทะเบียน 7ขฐ 1869  กรุงเทพมหานคร ยี่ ฮอนด้าเวฟ สีนำเงิน  ขับหายไปโดยอ้างว่าขอยืมรถไปกดตังในห้างโลตัส จนเวลาล่วงเลย ไปเป็นชั่วโมงจึงพยามติดต่อ ปรากฎว่าถูกบล็อกการติดต่อทุกช่องทาง ทั้งไลน์ เฟสบุ๊ค และเบอร์โทร จึงทราบว่าโดนขโมยรถ เวลาเกิดเหตุ ประมาณ 9โมงเช้า วันนี้ (25-2-68) สร้างความเดือดร้อนแกเจ้าของรถมาก  เพราะเป็นรถใช้ทำงาน ส่งอาหาร จึงขอใคร่ครวญ ท่านไดมีเบาะแส หรือพบเห็นบุคคลรูปพรรณสัญฐาน ชุดที่ใส่กับรถ แนะนำเบาะแสคนร้ายจะขอบคุณมากครับ ทุกเบาะแสต่างๆ ทีได้รับ เราสัญญาว่าจะเก็บไว้เป็นความลับ และใช้เพียงเป็นเบาะแสคนร้ายให้เจ้าหน้าที่ติดตามครับ






    ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 ก.พ.68 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่จุดเกิดเหตุบริเวณร้านอาหารตามสั่ง หน้าหอพักกลิ่งมณี ต.บางคูเวียง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี พบ น.ส.สุมารี ขจรกลาง อายุ 39 ปี เจ้าของร้านอาหารตามสั่ง ถูกคนรู้จักเป็นผู้หญิงเข้ามายืมรถจยย.ของพี่สาวและขี่หนีหายไปพร้อมรถ ไม่สามารถติดต่อได้ ทางผู้เสียหายจึงพาพี่สาวเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.ปลายบาง 






    ภาพจากกล้องวงจรปิดจับพภาพวันที่ 25ก.พ.68 เวลาประมาณ 09.00น. จับภาพพี่สาวของ น.ส.สุมารีเป็นเจ้าของรถจยย.สวมเสื้อสีเขียว ขี่รถจยย.วนเข้ามาจอที่บริเวณหน้าร้านอาหารตามสั่งหลังจากนั้นได้เดินไปยื่นกุญแจให้กับหญิงรายดังกล่าวที่นั่งรออยู่ ลักษณะรูปร่างท้วมสวมเสื้อยืดสีเทา ใส่กางเกงขายาวสีดำ หญิงรายนี้ได้เดินไปที่รถจยย.ขึ้นคร่อมแล้วขี่ออกไปปกติ








   จากการสอบถาม น.ส.สุมารี เล่าว่า น้องที่เอารถไปเป็นลูกจ้างเก่าที่ร้านตนเอง เขามาหาที่ร้านนั่งแท๊กซี่มาลงที่ร้านตนและบอกว่าไม่มีตัง และจะขอยืมรถจยย.ของพี่สาวไปกดเงินที่ตู้ พี่สาวตนก็ให้ยืมไป แต่หลังจากที่ยืมไปเขาหายไปนาน ตนพยายามตืดต่อทางเฟส ทางไลน์ และเบอร์โทรศัพท์แต่เขาก็ไม่รับ ตอนนี้ไม่รู้จะทำอย่างไร จึงให้พี่สาวโทรหาสามีและเข้าไปแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งน้องคนก่อเหตุเป็นคนสนิท กินนอนด้วยกัน ไม่คิดว่าจะทำแบบนี้ ตอนนี้ตนรู้สึกสงสารพี่สาวเพราะทำงานไม่ได้ไม่มีรถ ไม่มีรถไปส่งข้าวทำอะไรไม่ได้เลย แต่ตอนเกิดเหตุตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ซึ่งพื้นที่ตรงนี้เคยมีรถหายประมาณ 1-2 คันแล้ว ตอนนี้อยากให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเพราะสงสารพี่สาวต้องทำมาหากิน และตอนนี้พี่สาวตนยังติดผ่อนอยู่กับไฟแนนซ์ ที่ให้รถไปเพราะไว้ใจไม่คิดว่าเขาจะเป็นขโมยได้ ไม่คิดว่าเขาจะทำกันลง ซึ่งพี่สาวตรเป็นคนจิตใจดี อยากให้แกได้รถคืน เพราะน้องที่เอาไปแกเลี้ยงเป็นลูกสาวคนนึงแต่ก็มาทำแบบนี้ ตนก็ไม่เข้าใจว่าน้องเดือดร้อนเรื่องอะไรถึงตัดสินใจขโมยของแบบนี้ อยากให้เขาเอารถมาคืนเพราะสงสารป้าจริงๆ 

 นนทบุรี วงจรปิด หนุ่มงง! สาวขี่รถจยย.มาหาที่บ้านขอซื้อบุหรี่ไฟฟ้า หลังเพิ่งเช่าบ้านเพียง 2 อาทิตย์




     จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์คลิปวงจรปิดในกลุ่ม “ข่าวสาร-คนปากเกร็ด” พร้อมระบุข้อความว่า “แปลกดี ทำไมมีคนมาขอซื้อบุหรี่ไฟฟ้าที่บ้านผม ทั้งที่ไม่ได้ขายของหรือหน้าบ้านลักษณะเหมือนขายของผิดกฎหมาย ประตูกระจก ติดฟิล์มคนเลยคิดว่าขายบุหรี่ไฟฟ้า หรือจริงๆแล้ว บุหรี่ไฟฟ้า มันสามารถหาซื้อได้ทั่วไป คนเลยแวะถามได้ตามข้างทาง หรือมีใครตั้งใจให้เข้าใจผิดหรือเปล่าว่าที่นี่มีขาย”





     ภาพจากกล้องวงจรปิด วันที่ 24 ก.พ. 68 เวลา 12.58 น. จับภาพหญิง 1 ราย อายุประมาณ 20-25 ปี สวมเสื้อยืดแขนสั้น ใส่กางเกงขาสั้น ผมยาว ขับขี่รถจยย. ยี่ห้อเวสป้า สีขาว (ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน) มาจอดหน้าบ้าน เดินเข้ามาทำท่าจะเปิดประตูบ้าน แม่ของเจ้าของบ้านซึ่งยืนอยู่ที่ร้านขายของชำข้างบ้าน จึงตะโกนถามว่า “มาหาใคร” ผู้หญิงคนดังกล่าวจึงถามกลับว่า “ใช่ร้านขายของมั้ย” แม่ของเจ้าของบ้านจึงถามว่า “จะซื้ออะไรคะ“ ผู้หญิงคนดังกล่าวจึงตอบว่า “มาซื้อบุหรี่ไฟฟ้า” ก่อนจะขับขี่รถจยย.ออกไป





     เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 68 ทีมข่าวลงพื้นที่บริเวณชุมชนสุขาประชาสรรค์ 2 ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เพื่อสอบถามนายหนุ่ม อายุ 49 ปี เจ้าของบ้าน (ผู้โพสต์) กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนนั่งทำงานอยู่ แม่เดินเข้ามาบอกว่ามีคนมาขอซื้อบุหรี่ไฟฟ้า หลังจากนั้นตนเดินจึงออกมาดูไม่ทัน มาย้อนกล้องวงจรปิดดูพบว่าเป็นผู้หญิงขับขี่รถจยย.มาจอดหน้าบ้าน และเดินมุ่งหน้าเข้ามาถามหาซื้อบุหรี่ไฟฟ้า แม่ตนจึงตอบไปว่าที่นี่ไม่มีขาย เข้ามาได้อย่างไร ซึ่งตนสงสัยว่าทำไมถึงคิดว่าบ้านของตนขายบุหรี่ไฟฟ้า แล้วตนเพิ่งจะย้ายเข้ามาอยู่เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ไม่คุ้นหน้าผู้หญิงคนดังกล่าวเลยว่าเป็นใคร มีจุดประสงค์อะไร ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนนี้รู้สึกห่วงความไม่ปลอดภัย กังวลว่าทำไมถึงมาถามหาซื้อบุหรี่ไฟฟ้าที่บ้านตน และมันหาซื้อกันได้ง่ายอย่างนี้ ซึ่งวันที่ผู้หญิงคนดังกล่าวเข้ามา ตนเพิ่งติดฟิล์มกระจกได้เพียง 2 วันเท่านั้น ไม่รู้ว่าลักษณะบ้านของตนเป็นเหมือนลักษณะทั่วไปของร้านที่ขายของผิดกฎหมายหรือไม่ อย่างไร ตนไม่ได้แจ้งความหรือลงบันทึกประจำวัน เพียงแค่แจ้งข่าวสารลงกลุ่ม “ข่าวสาร-คนปากเกร็ด“ เพื่อกระจายข่าวสารให้ระมัดระวัง อยากฝากเตือนพ่อแม่ผู้ปกครองให้ช่วยกันดูแลกลุ่มวัยรุ่นเรื่องการซื้อ-ขาย บุหรี่ไฟฟ้า ให้เข้มงวดมากกว่านี้ เนื่องด้วยคนซื้อรู้ว่ามีขายตรงไหนบ้าง แต่เจ้าหน้าที่หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องไม่รู้ ไม่ว่าจะใครก็เป็นอันตรายทั้งนั้น ทั้งสุขภาพและเรื่องของกฎหมายด้วย




หมายเหตุ : รบกวนเบลอหน้าผู้หญิงเสื้อสีแดงเลือดหมูในวงจรปิด ส่วนผู้โพสต์ไม่จำเป็นต้องเบลอหน้า ให้เบลอชื่อที่ต้นโพสต์เฟซบุ๊ก และสะดวกให้แค่ชื่อเล่นเท่านั้น

 นนทบุรี วงจรปิด ตร.รวบโจรหน้าหล่อ อดีตนร.ช่าง ตระเวณลักทรัพย์อ้างตกงาน ตรวจเจอคดีเก่ายาวเป็นหางว่าว




     เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 68 ที่ สภ.บางศรีเมือง พ.ต.อ.สมชาย แจ้งธรรมมา ผกก.สภ.บางศรีเมือง , พ.ต.ท.เศรษฐหาญ เศรษฐภากรณ์ รอง ผกก.สส.สภ.บางศรีเมือง , พ.ต.ท.พงค์นเรศ ศิริเสถียร สว.สส.สภ.บางศรีเมือง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายอณุภา หรือเอิร์ท จงประสบโชค อายุ 27 ปี ผู้ก่อเหตุ ที่อยู่ 134/4 หมู่ที่ 1 ต.บางศรีเมือง อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี จับกุมตัวได้ที่ ริมทางสาธารณะชุมชนท่าน้ำบางศรีเมือง หมู่3 ต.บางศรีเมือง อ.เมืองนนทบุรี จ.นนบุรี สืบเนื่องจากวันที่ 2 ก.พ.68 นายอณุภา หรือเอิร์ธฯ เข้าไปขโมยกล่องพัสดุสินค้า(หมูหยอง) ราคา 390 บาท ที่วางไว้อยู่ที่โต๊ะวางพัสดุใต้คอนโดบ้านเฉลิมพระเกียรติ และนายอณุภาฯ ได้เดินอ้อมตึกเข้าไปขโมยกระปุกออมสิน ที่มีเงินอยู่ภายในจำนวน 3,000 บาท หลังจากนั้นนายอณุภาฯ ได้เดินย้อนกลับไปที่ลานจอดรถใต้ตึกและขโมยรถจักรยานก่อนถีบหนีออกไป ซึ่งหลังจากที่จับกุมตัวนายอณุภาฯได้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการขยายผล พบว่านายอณุภาฯ ได้เข้าไปก่อเหตุขโมยเครื่องเลื่อยไฟฟ้าและเครื่องเชื่อมไฟฟ้า ในวันที่ 10 ก.พ.68 ที่บริเวณซอยวัดเฉลิมพระเกียรติ 7 หมู่ 3 ต.บางศรีเมือง อ.เมืองนนทบุรีจ.นนทบุรี และนำของไปจำนำในเวลาต่อมา ซึ่งนายอณุภาฯ รับสารภาพที่ทำไปเพราะตกงาน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหาคือ ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน 





    ภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพ วันที่ 2 ก.พ.68 ช่วงเวลากลางคืน(กล้องวงจรปิดเวลาไม่ตรง) จับภาพนายอณุภา หรือเอิร์ธ ยืนอยู่ที่บริเวณหน้าเซเว่น พร้อมกับตะกร้า 1 ใบ หลังจากนั้นนายเอิร์ธได้เดินตรงเข้ามาที่บริเวณใต้ตึกดังกล่าว ก่อนที่จะเดินเข้ามาที่โต๊ะวางพัสดุและค้นหาสิ่งของ และหยิบกล่องพัสดุไปจำนวน 1 กล่อง และนายเอิร์ธได้เดินอ้อมหลังตึกเข้าไปหยิบกระปุกออมสิน ก่อนจะเดินออกมาไปลานจอดรถ และขโมยจักรยานถีบออกไปอย่างรวดเร็ว (ส่วนเหตุการณ์วันที่ 10 ก.พ.68 ไม่มีกล้องวงจรปิด)



 

    จากการสอบถามนายอณุภา หรือ เอิร์ธ กล่าวว่า ตนตกงานไม่มีงานทำ และไม่มีเงินใช้ จึงตัดสินใจเดินขโมยของไปเรื่อยๆ ที่ตนเข้าไปขโมยของภายในตึกได้แค่กล่องพัสดุและกระปุกออมสิน ส่วนก่อเหตุครั้งที่สองคนละที่ ตนเข้าไปขโมยเครื่องเชื่อมเหล็ก ที่ตน ก่อเหตุไปเพราะว่าหาเงินไม่ได้ ตกงาน และยังหางานใหม่ไม่ได้ ตนพยายามทุกทางแล้ว เพราะตนยังมีคดีเก่า ทำให้ไม่สามารถสมัครงานใหม่ได้ไม่มีใครรับเข้าทำงาน ซึ่งคดีเก่าของตนเคยก่อเหตุร่วมกันกับเพื่อนที่เป็นเด็กช่างเก่าเป็นคู่อริกันและเข้าไปตบทรัพย์เขา ที่ตนทำไปเพราะความจำเป็น ตอนนี้พ่อแม่รู้เรื่องแล้ว แต่ตนไม่ได้อยู่อาศัยกับพ่อแม่ เพราะแยกตัวออกมาอยู่ห้องเช่าคนเดียว 




 

    ส่วนทางด้าน พ.ต.ต. พงค์นเรศ กล่าวว่า จากการจับกุมผู้ต้องหารายดังกล่าวพฤติกรรมคือเข้าไปขโมยของที่ใต้ตึกของคอนโดแห่งหนึ่ง ก่อเหตุโดยการเดินเข้ามาคนเดียวและเข้ามาหยิบกล่องพัสดุไป และมีการดูราดราวก่อนก่อเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีและตรวจสอบพบว่า ผู้ก่อเหตุมีประวัติคดีเก่าจำนวน 6 คดี คือครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาติ 1 คดี , ร่วมกันปล้นทรัพย์ 3 คดี , ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน 2 คดี และเสพยาเสพติด 1 คดี แต่ล่าสุดที่จับกุมตัวผู้ต้องหามาตรวจปัสสาวะไม่พบสารเสพติด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตั้งข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน

 นนทบุรี ผู้การนนท์ฯ กวาดล้างขบวนการรถสวมทะเบียน ยึดรถหรู 8 คัน ส่งคืนเจ้าของ




วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568 ที่สถานีตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี พล.ต.ต.กิตติ์ธเนศ ธนนันท์ทวีสิน ผบก.ภ.จว.นนทบุรี  พร้อมด้วยพ.ต.อ.ภูมิธัช โฆษิตวนิชพงศ์ รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี แถลงผลการปฏิบัติการกวาดล้างขบวนการใช้รถยนต์สวมทะเบียน ตามนโยบายของ พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ซึ่งสามารถตรวจยึดรถยนต์สวมทะเบียนในพื้นที่นนทบุรีได้รวม 8 คัน การดำเนินการในครั้งนี้นำโดย พ.ต.อ.คมกฤษณ์ คำบุศย์ ผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี พร้อมด้วย พ.ต.ท.ศุภชัย ศรีศักดิ์ รองผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี  และ พ.ต.ท.วรพจน์ จดน้อม สว.สส.ภ.จว.นนทบุรี  ซึ่งได้สืบสวนและขยายผลจนสามารถตรวจยึดรถที่มีการปลอมแปลงทะเบียนในพื้นที่นนทบุรี ได้แก่ โตโยต้า แคมรี่ สีดำ, ฮอนด้า บีอาร์วี สีขาว, เบนซ์ ซีแอลเอส 250 สีดำ, โตโยต้า พรีอุส สีเทา, มินิ คูเปอร์ สีขาว, ฟอร์ด เฟียสต้า สีเทา, เบนซ์ ซี 200 สีดำ และบีเอ็มดับเบิลยู เอ็กซ์ 3 สีดำ






พล.ต.ต.กิตติ์ธเนศ เปิดเผยว่าการดำเนินการครั้งนี้เป็นมาตรการเชิงรุกเพื่อสกัดกั้นการใช้รถผิดกฎหมาย พร้อมขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อตัดตอนเครือข่ายและลดการนำรถสวมทะเบียนมาใช้ก่อเหตุทั้งในและนอกพื้นที่จังหวัดนนทบุรี เนื่องจากพบว่ามีการก่อเหตุอาชญากรรม อาทิ ลักทรัพย์และโจรกรรม โดยใช้รถยนต์ที่มีการสวมทะเบียน ซึ่งจากการสืบสวนพบว่ามีการลักลอบนำรถเหล่านี้มาใช้ก่อเหตุอยู่บ่อยครั้ง จึงมีการเร่งรัดปราบปรามเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำซาก








ทั้งนี้ พล.ต.ต.กิตติ์ธเนศ ได้ฝากเตือนประชาชนที่ต้องการซื้อรถยนต์มือสองในราคาถูกกว่าท้องตลาด โดยเฉพาะจากเพจเฟซบุ๊กหรือแพลตฟอร์มออนไลน์ ควรตรวจสอบเอกสารประจำรถที่ออกโดยกรมการขนส่งทางบก รวมถึงหมายเลขตัวถังรถ หากพบความผิดปกติอาจเป็นรถที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมาย เช่น รถโจรกรรม, รถสวมทะเบียน หรือรถลักลอบหนีศุลกากร ซึ่งหากถูกจับกุมจะเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มีโทษทั้งจำคุกและปรับ นอกจากนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสรถต้องสงสัยได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ หรือแจ้งผ่านสายด่วนตำรวจ 191 เพื่อร่วมกันป้องกันอาชญากรรมในพื้นที่








ด้าน นายพิสิษฐ์ ศรีสุวรรณ อายุ 32 ปี อาชีพขายหมู ซึ่งเป็นเจ้าของรถยนต์โตโยต้า แคมรี่ สีดำ หนึ่งในรถที่ถูกยึดคืน เล่าว่าตนมีอาชีพขายส่งหมูอยู่ที่จังหวัดนครปฐม โดยใช้รถคันนี้ขับไปทำงานทุกวัน เมื่อสองเดือนก่อน รุ่นน้องของตน ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกันและทำงานอยู่ด้วยกัน ได้ขอยืมรถไปใช้ เนื่องจากเศรษฐกิจแย่ ตนจึงให้ยืมโดยไม่คิดเงินและไม่คาดคิดว่ารุ่นน้องจะนำรถขับหายไป ติดต่อไม่ได้ จนกระทั่งวันนี้ได้รับโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมว่าพบรถของตนจอดอยู่ที่ห้างพลัสมอลล์ บางใหญ่ จึงรู้สึกดีใจและรีบเดินทางจากนครปฐมมายังนนทบุรีเพื่อนำรถคืน เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่ารถไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด ตอนแรกตนคิดว่าตำรวจที่โทรมาเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพราะสามารถระบุชื่อตนได้ ซึ่งช่วงนี้ก็หวาดระแวงอยู่แล้ว แต่สุดท้ายเมื่อตรวจสอบพบว่าเป็นตำรวจจริง ตนจึงขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรีที่สามารถนำรถมาคืนได้อย่างรวดเร็ว โดยที่ตนยังไม่ทันได้แจ้งความ เพราะเห็นว่าเป็นรุ่นน้องที่สนิทกัน หลังจากนี้คงเป็นอุทาหรณ์เกี่ยวกับเรื่องความไว้ใจ ตนยืนยันว่าจะไม่ให้ใครยืมรถอีกแล้ว


ภายหลังการแถลงข่าว นายพิสิษฐ์ เจ้าของรถยนต์โตโยต้า แคมรี่ สีดำ ได้มอบกระเช้าขอบคุณ พล.ต.ต.กิตติ์ธเนศ ธนนันท์ทวีสิน ผบก.ภ.จว.นนทบุรี เพื่อแสดงความขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมที่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ