วันพฤหัสบดีที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2568

สถิตย์ ศรีบุตร อดีตสมาชิกผู้สื่อข่าวฯ ที่ได้เสียชีวิตลงด้วยอาการป่วย ณ เมรุป่าช้าบ้านกล้วย ต.ศรีสุข อ.ศรีณรงค์ จ.สุรินทร์ จึงขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้วายชนม์

 




สุรินทร์-  วันที่ 30 ม.ค.2568 นายพจน์  จันทร์เสนา บก.นสพ.ประชาเสรี  ผอ.ศูนย์สมาคมผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชนเพื่อสังคมประเทศไทย สาขาสุรินทร์ ได้รับมอบหมายจาก ดร.ชยันต์พิสิฐ  สมานสวน นายกสมาคมผู้สื่อข่าวฯ  นำทีมงานฝ่ายบริหารฯ กรรมการฯ สมาชิกผู้สื่อข่าว  ร่วมงานฌาปนกิจศพ นายสถิตย์  ศรีบุตร อดีตสมาชิกผู้สื่อข่าวฯ ที่ได้เสียชีวิตลงด้วยอาการป่วย ณ เมรุป่าช้าบ้านกล้วย ต.ศรีสุข อ.ศรีณรงค์ จ.สุรินทร์  จึงขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้วายชนม์ มา ฯ ที่นี้..

/ทีมข่าวสมาคมผู้สื่อและสื่อมวลชนเพื่อสังคมประเทศไทย สาขาสุรินทร์....รายงาน










พิธีเปิดโครงการส่งเสริมงานประเพณีวันตรุษจีน ประจำปี 2568

 




วันพุธที่ 29 มกราคม 2568 เวลา 17.45น.

 นายอารี ไกรนรา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะที่ปรึกษาสมาคมชาวปักษ์ใต้ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับเกียรติจากนายกเทศมนตรีเมืองปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการส่งเสริมงานประเพณีวันตรุษจีน ประจำปี 2568 ณ เชิงสะพานบางวำ ถนนพานิชสัมพันธ์ อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช 










วันพุธที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2568

 นนทบุรี วงจรปิด เจ้าของอู่ถูกชายอ้างเป็นตร.บุกทวงรถคืนถึงบ้าน หลังนำมาซ่อมไม่จ่ายเงิน




     เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 68 ทีมข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายตยุสฐ์ชนา วณิชเศรษฐี หรือพี่ช้าง อายุ 48 ปี เจ้าของอู่ซ่อมรถแห่งหนึ่งย่านตลิ่งชัน หลังถูกลูกค้าที่นำรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นยาริส สีแดง หมายเลขทะเบียน 3 ขฒ 9607 กทม. มาซ่อมที่อู่ ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนพ.ย. 67 โดยได้มีการขอเบิกค่าซ่อมบางส่วนล่วงหน้า แต่ลูกค้ากลับบ่ายเบี่ยง ทั้งที่รถยนต์คันดังกล่าวได้มีการตกลงซ่อม ถอดรื้อ และเปลี่ยนอะไหล่บางชิ้นส่วนแล้ว จากนั้นได้มีการพูดจาข่มขู่ จะมาเอารถคืนในยามวิกาล พาชายซึ่งอ้างตัวเป็นตำรวจบุกมาหาถึงบ้านลูกสาว รื้อค้นเอกสารในตู้จดหมาย ก่อนจะหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลไป 1 ซอง ซึ่งรู้สึกถูกคุมคาม และหวั่นไม่ได้รับความปลอดภัย เหตุเกิดบริเวณหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.ละหาร อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 24 ม.ค. ที่ผ่านมา แจ้งความไว้ที่สภ.บางบัวทอง





     ภาพจากกล้องวงจรปิดวันที่ 24 ม.ค. 68 เวลา 14.04 น. จับภาพที่หน้าบ้านของลูกสาวผู้เสียหาย พบรถยนต์อเนกประสงค์ ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นปาเจโร่ สีดำ (ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน) ขับเข้ามาชะลออยู่ที่หน้าบ้านของผู้เสียหาย ก่อนจะขับเลยออกไป จากนั้นมีชายรูปร่างท้วม ผิวคล้ำ สวมเสื้อคอปกสีกรมท่า ใส่กางเกงขายาวสีขาว สะพายกระเป๋า เดินตรงไปที่หน้าบ้าน และรื้อค้นเอกสารในตู้จดหมาย ก่อนจะหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลไป 1 ซอง ซึ่งระหว่างนั้นมีชายรูปร่างผอมสูง เดินตามมายืนอยู่ฝั่งตรงข้ามของหน้าบ้าน ชายทั้ง 2 คนได้ยืนพูดคุยกันซักพัก และชี้ไปที่บ้านของผู้เสียหาย ก่อนจะกลับออกไป





     นายตยุสฐ์ชนา หรือพี่ช้าง ผู้เสียหาย กล่าวว่า ก่อนปีใหม่ประมาณ 2 เดือน ลูกค้าโทรตามลูกเขยของตนให้นำรถไปซ่อม ตรวจเช็คระบบเกียร์ ตรวจสอบเบื้องต้นเป็นที่เฟืองเกียร์ ได้แจ้งลูกค้ากลับไปว่ามีค่าซ่อมเกียร์ประมาณ 10,000 บาท จากนั้นได้แจ้งยืนยันเจ้าของรถ ทางเจ้าของรถบอกว่าจะโอนเงินให้แต่กลับให้ลูกน้องวิ่งไปเอาเงิน 2-3 ครั้ง เสียเวลางานไปแล้วไม่ได้เงินกลับมา ระหว่างที่ลูกน้องเดินทางไปหาก็จะฝากซื้อก๋วยเตี๋ยวให้ พอถึงที่แทนที่เอาเงินให้ทางเจ้าของรถกลับคุยเรื่องเก่าในอดีตที่เคยรู้จักกัน ซึ่งเด็กก็เสียเวลา เสียงาน ตนเลยตำหนิเด็กว่าไม่ต้องไปสนใจลูกค้าแบบนี้ให้รีบกลับมาทำงาน ผ่านมาจนปีใหม่มาทราบเรื่องตอนหลังว่าเขาบุกมาที่บ้านลูกสาวตน มากับผู้ชายอ้างตัวเป็นตำรวจ มารื้อค้นเอกสารในตู้จดหมายหน้าบ้าน กล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้ ตนมองว่ามันเกินไปและไม่ปลอดภัยกับลูกสาวของตน อยากจะร้องสื่อให้ช่วยเหลือที่เขาแอบอ้างว่ามากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งไม่รู้ว่าใช่ตำรวจจริงหรือเปล่า หรือเป็นการแอบอ้าง ตนมองว่าถึงเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีสิทธิ์มาค้นของในตู้จดหมายหน้าบ้านลูกสาวของตน ถ้ามีเอกสารสำคัญหายไปใครจะรับผิดชอบ ก่อนหน้านี้มีคนอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจโทรเข้ามาหาตนให้คืนรถ ตนบอกว่ายินดีคืนรถให้ แต่ยามวิกาลตนไม่สามารถคืนรถให้ได้ ถ้าให้ดีให้เตรียมเอกสารมาด้วยแล้วไปคืนรถกันที่โรงพักไหนก็ได้ จู่ๆจะมาขนรถออกจากอู่ตอน 2 ทุ่ม ตนไม่อนุญาต มองว่าทำเกินไป เลยเป็นเรื่องเป็นราวถึงวันนี้ ตอนนี้รู้สึกไม่สบายใจและไม่ปลอดภัย หลังจากนี้จะเดินทางไปแจ้งความที่สภ.บางบัวทอง กลัวลูกสาวจะไม่ปลอดภัยและกลัวว่าคนที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะย้อนกลับมาอีกครั้ง





     นายตยุสฐ์ชนา หรือพี่ช้าง ผู้เสียหาย กล่าวต่ออีกว่า หากทางคู่กรณีจะมาเอารถคืนตนยินดีคืนรถให้ ส่วนค่าใช้จ่ายในการซ่อมรถตนมีการพูดคุยกันทางโทรศัพท์ ว่าไม่คิดค่าใช้จ่ายก็ได้ แต่ขอให้มารับรถที่โรงพักหรือมารับรถที่เป็นเวลาทำงานไม่ใช่จะมารับรถตอน 2 ทุ่ม ตนว่ามันไม่เหมาะสม อยากให้ทำให้ถูกต้องและเซ็นรับรถไว้เป็นหลักฐาน ตอนนี้ตนเป็นห่วงความปลอดภัยของลูกสาวมากเพราะมาก่อกวนที่บ้าน ถ้าอยากติดต่อมารับรถตนไม่ขัดข้อง แต่ต้องไปรับรถที่โรงพักแล้วลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเรื่องจะได้จบ


     น.ส.นุช (นามสมมุติ) อายุ 52 ปี เพื่อนบ้าน กล่าวว่า วันเกิดเหตุมีผู้ชาย 2 คน เดินไปเดินมาหน้าบ้านของน้องเบียร์ แล้วตะโกนเรียก ตนได้ยินเสียงจึงเดินออกมาปิดประตูเนื่องจากประตูหน้าบ้านเปิดอยู่ จากนั้นมีผู้ชายคนนึงเดินเข้ามาถามตนว่ารู้จักคนชื่อเบียร์ไหม และถามว่าอยู่บ้านหรือเปล่า ซึ่งตนบอกว่ารู้จัก ตอนแรกอยู่บ้านแต่ตอนนี้ไปทำงานแล้ว ไม่รู้ว่ากลับตอนไหน และได้ถามว่าตนเห็นรถบ้างหรือไม่ เขาบอกมาตามหารถ อ้างตัวว่าเป็นตำรวจ บอกว่าตนไม่ต้องกลัวเขาโทรหาเบียร์แล้วแต่ไม่รับสาย อยากให้เบียร์รับโทรศัพท์ และไม่อยากให้เสียอนาคต ค่ารถเป็นเงินแค่หลักแสนแต่ถ้าเบียร์ติดต่อไม่ได้ต้องทำตามหน้าที่ ซึ่งตนไม่เคยเห็นหน้าชายคนที่อ้างเป็นตำรวจมาก่อน หลังจากนั้นเขาก็กลับไป


หมายเหตุ : แชทไลน์คือการสนทนาระหว่างนายเบียร์ (ลูกเขย) กับนายป๊อบ (เจ้าของรถยาริส)

 นนทบุรี วงจรปิด อุกอาจ! โจ๋วัยรุ่นหัวร้อนเรียกพวกถือไม้เบสบอลรุมตีหนุ่มไรเดอร์เจ็บสาหัสจมูกหัก-หัวแตก  สาเหตุขับรถปาดหน้า



เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 27 ม.ค.68  ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือ "ดร.แก้ว" ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาอัยการ จังหวัดนนทบุรี และผู้ก่อตั้งเพจ "ดร.แก้วช่วยได้" ได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายภานุวัฒน์ สุมูลเวช อายุ 38 ปี หนุ่มไรเดอร์ส่งอาหาร ได้ถูก 2 คนร้ายขี่จยย.ยี่ห้อ ฮอนด้าเวฟ สีดำแดง ทะเบียน 3ขฬ6561 กทม. ก่อเหตุรุมทำร้ายร่างกายโดยใช้ไม้เบสบอลกระหน่ำตีศรีษะได้รับบาดเจ็บสาหัสจมูกหัก ศรีษะแตก ที่เกิดเหตุ บริเวณกลางถนนรัตนาธิเบศร์ ใกล้เคียงปากซอยรัตนาธิเบศร์9 ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี 




ทีมข่าวได้ภาพจากกล้องวงจรปิดตัวที่ 1 (เป็นภาพนิ่ง) จับภาพวันที่ 25 ม.ค.68 เวลา 09.22น. จับภาพผู้ก่อเหตุสวมเสื้อสีแดงใส่กางเกงสีครีม ขี่รถจยย.ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน ขับผ่านบริเวณปากซอยเรวดี 14 




ภาพจากกล้องวงจรปิดตัวที่ 2 บันทึกภาพเหตุการณ์เวลา 09.45น. บริเวณปากซอยเรวดี 22 พบผู้ก่อเหตุ 2 ราย ขับขี่รถจยย.ยี่ห้อ ฮอนด้าเวฟ สีแดง ไล่ตามตามหลังรถผู้เสียหาย(สวมเสื้อโรบินฮูดสีเหลือง) เพื่อจะหวังทำร้ายร่างกาย 




ต่อมาภาพจากกล้องวงจรปิดอีกมุมบริเวณหน้าปากซอยรัตนาธิเบศร์ 9 บันทึกภาพเวลาประมาณ 10.00 น. ได้มีชายผู้ก่อเหตุที่เป็นคนซ้อนรถจยย. สวมหมวกกันน็อคเต็มใบสีขาว ใส่เสื้อฮู้ดสีน้ำเงิน ในมือถือไม้เบสบอล 1 ด้าม ได้วิ่งไล่ตีผู้เสียหาย ทำให้ผู้เสียหายกระโดดลงจากรถจยย.และวิ่งหนีตายไปเกาะกลางถนนรัตนาธิเบศร์  โดยมีผู้ก่อเหตุวิ่งตามพร้อมถือไม้เบสบอลไล่ตี จนกระทั่งผู้เสียหายเสียหลักล้มลงไปนอนกองกับพท้นกลางถนน หน้ารถกระบะที่ขับมาปกติ  จากนั้น เพื่อนของผู้ก่อเหตุได้ขี่จยย.ตามมาแล้วเข้าไปรัวหมัดรุมทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย จนเกือบสลบคาถนน ก่อนจะมีพลเมืองดีรีบเข้าช่วยเหลือ จากนั้นก่อเหตุทั้งสองคนจึงรีบเดินออกมาพร้อมกับหยิบไม้เบสบอลขึ้นรถขี่รถจยย. ย้อนศรหนีออกไป


ภานุวัฒน์ ผู้เสียหาย กล่าวว่า วันเกิดเหตุตนขับรถจยย.ทำงานเป็นไรเดอร์ส่งอาหารอยู่ในซอยเรวดี 14 ระหว่างทางได้ถูกวัยรุ่นเป็นชาย 1 ราย ขับรถจยย.ปาดหน้า ตนเลยตะโกนบอกว่า “หนุ่มขับรถแบบนี้ไม่ได้นะ “ ทางคู่กรณีบอกกับว่า "ผมขอโทษพี่แล้วไง" แล้วลงมาจากรถทำท่าทางเกรี้ยวกราดจะเข้ามาทำร้ายตนจังหวะเพื่อนของตนขับรถจยย.ผ่านมาพอดี จึงได้แยกย้ายกันผ่านไป  ต่อมาผ่านไปประมาณ 30 นาที วัยรุ่นคนดังกล่าวขับรถจยย.มาดักรอบริเวณ ซอยเรวดี22 โดยคนร้ายใส่ไอ้โม่งมาเปลี่ยนรถจยย.คันใหม่ จากสีน้ำเงินเป็นสีแดง แล้วซ้อนท้ายจยย.พวกของเขามา จากนั้นทางผู้ก่อเหตุก็ได้ขับรถไล่ตนมาจนกระมั่งถึงบริเวณปากซอยรัตนาธิเบศร์9 ก่อนด้านผู้ก่อเหตุ คนที่ซ้อนท้ายที่เจอกันมาตั้งแต่แรกวิ่งถือไม้เบสบอลไล่ตี ทำให้ตนวิ่งหนีตายออกหน้าถนนเกือบโดนรถชน แต่เขาไม่ยอมหยุดวิ่งไล่ตามมาตี ตนเลยต้องสู้แต่สู้ไม่ไหวโดนรุม 2 ต่อ 1 พอตนล้มลงเพื่อนที่มาด้วยมากันกับวัยรุ่นคู่กรณี เดินมาปลดหมวกกันน็อคตนออกแล้วให้คู่กรณีเอาไม้เบสบอลตีที่ศีรษะตนแล้วชกต่อยที่ใบหน้าตนหลายครั้งเกือบโดนรถกระบะที่ชาวบ้านขับผ่านมาชนดีที่เขาเบรคทัน ตอนนี้มีบาดแผลดั้งจมูกหัก หูฉีก หัวแตก ตาเขียว ยืนยันว่าตนไม่รู้จักคู่กรณีมาก่อนและไม่เคยมีเรื่องกับใครตนทำมาหากิน สุจริต ขับรถส่งของอยู่ภายในซอยนี้ทุกวัน ทำอาชีพไรเดอร์ ไม่อยากสู้รบตบมือกับใคร ตนคิดว่าคู่กรณีน่าจะอยู่ซอยเรวดี น่าจะรู้จักกับวัยรุ่นแถวนี้ วันนี้ตนรู้สึกเครียดผ่านมา 4 วันแล้ว ยังจับคนร้ายไม่ได้เห็นหน้าชัดมากอยากให้ตำรวจจับตัวผู้ก่อเหตุได้ ตนทำงานในที่เปิดไม่รู้ว่าจะโดนดักทำร้ายวันไหนกลัวจะไม่ปลอดภัย อยากให้ดร.แก้วช่วยประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งจับตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้ไวๆ


ด้านดร.ปรเมศร์ หรือดร.แก้ว กล่าวว่า วันนี้ตนได้รับเรื่องห้องเรียนมาจากผู้เสียหายแล้วได้ดูคลิปพยานหลักฐานกล้องวงจรปิดในเบื้องต้น พบว่าการกระทำของผู้ก่อเหตุโหดร้ายมาก รุมทำร้ายร่างกายจนทำให้ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บสาหัสกระดูกหัก แล้วหัวแตก รวมถึงรอยฟกช้ำตามใบหน้า  หลังจากได้รับการร้องเรียนตนได้โทรประสานทางพนักงานสอบสวนสภ.รัตนาธิเบศร์ เพื่อติดตามคดี  เบื้องต้นวันนี้เวลา 23.00 น. ทางพนักงานสอบสวนได้เรียกผู้เสียหายไปสอบปากคำ ในวันพรุ่งนี้ตนจะพาผู้เสียหายเข้าพบผู้ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์เพื่อให้เร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี  ตอนนี้ด้านผู้เสียหายกลัวเรื่องความปลอดภัยเนื่องจากได้ขับรถทำงานอยู่ในซอยเรวดีที่พบเจอคนร้าย เกรงจะถูกทำร้ายต่อหากยังจับกุมตัวผู้ต้องหาไม่ได้  เรื่องนี้ตนมองว่าการกระทำแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นกับใคร ไม่มีความเกรงกลัวกฏหมายก่อเหตุกลางถนนกล่งวันแสกๆ  โดยพฤติกรรมของ 2 คนร้ายรายนี้ได้พุ่งเป้าใช้ไม้เบสบอลตีแต่หัวผู้เสียหาย ตนมองว่าอาจเข้าข่าย “พยายามฆ่า“ เรื่องนี้เชื่อว่าตำรวจใช้เวลาไม่เกิน 1 อาทิตย์จะสามารถจับตัวคนร้ายได้ เพราะทะเบียนรถผู้ต้องหาชัดเจน

 นนทบุรี คลิป ตร.จับกุมพ่อค้ายาบ้า ซุกยา800,000เม็ด ขับรถหนีไม่คิดชีวิต ไล่ล่ากว่า10 กิโล ก่อนชนตำรวจบาดเจ็บ




วันที่ 28 ม.ค.68 เวลา 09.00 น.ที่ สภ.ไทรน้อย ต.ไทรน้อย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี จากกรณี

เมื่อเวลาประมาณ 03.16 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ไทรน้อย รับแจ้งเหตุว่ามีเหตุกลุ่มบุคคลเข้าไปในบ้านพักแห่งหนึ่ง ต.ขุนศรี อ.ไทรน้อยเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ พบเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนนครบาล นำทีมโดย พ.ต.ท.ประทีป กาวิน รองผกก.นครบาล 9 พร้อมชุดปฏิบัติการจากการตรวจสอบพบ นาย กฤษณะ มัควัลย์ นอนอยู่ภายในรถและได้รับบาดเจ็บบริเวณต้นขาซ้ายตรวจสอบรวมกับชุดสืบสวนนครบาล 9 ด้านหลังเบาะผู้โดยสารพบยาเสพติด(ยาบ้า) จำนวน 800,000เม็ด ถูกซุกซ่อนอยู่ภายในถุงขยะสีดำใบใหญ่ ประมาณ 4-5 ใบ 









ด้าน พ.ต.อ.ธิติพงษ์ สียา ผกก.สส.บก.น.9 ได้ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน บก.น.9ได้ติดตามพฤติกรรมคนร้ายมาซักระยะแล้ว รวมกับขยายผลมาจากการจับกุมยาเสพติดก่อนหน้านี้ โดยขณะทำการจับกุมผู้ต้องหาคงกลัวมากจนขับรถหนีไม่คิดชีวิต ขับไล่ล่ากันบนถนนกว่า 10 ก.ม. จนไปชนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 1 นาย ตอนนี้ยังรักษาตัวอยู่ ส่วนตัวผู้ต้องหานั้นภายหลังเจ้าหย้าที่ตำรวจสามารถสกัดและหยุดรถได้ ส่วนตัวผู้ต้องได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลที่ขาเป็นรู 1รู ที่ขาด้านซ้าย ยังไม่ทราบว่าเกิดจากอะไร  เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่ากำลังนำยาไปส่ง แต่ยังไม่ได้มีการสอบปากคำว่านำยามาจากไหนและไปส่งให้ใครและได้รับค่าจ้างเท่าไร เนื่องจากผู้ต้องหาได้รับบาดเจ็บจะต้องให้สิทธิ์การรักษาก่อน หลังจากนี้จึงจะนำตัวมาสอบสวนขยายผลอีกที





 นนทบุรี คืบหน้า รวบแล้ว 2 โจ๋ นั่งคอตก หลังรุมทำร้ายไรเดอร์กลางถนน สาเหตุขับรถปาดหน้า อ้างถูกชักมีดขู่จึงชิงลงมือก่อนเพราะป้องกันตัว




วันที่ 28 ม.ค.68  ที่สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี พ.ต.อ.พิสุทธิ์ จันทรสุวรรณ ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ ได้ทำการสืบสวนก่อนเชิญตัวนายเติ๊ก อายุ 23 ปี (สวมแว่น) และนายวันชัย หรือนายวิด เอี่ยมอาด อายุ 23 ปี มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ปากคำเบื้องต้น





นายเติ๊ก กล่าวชี้แจงว่า ย้อนไปเมื่อวันที่ 23 ม.ค.68 ที่ผ่านมา ตนได้ขับรถเป็นไรเดอร์ส่งอาหารตามปกติ  ปรากฏว่าขณะเลี้ยวเข้าซอยเรวดี 22  ตนยอมรับว่าได้ขับรถปาดหน้ารถของผู้เสียหาย ทำให้เขาเกือบเสียหลัก  ทางคู่กรณีจึงตะโกนมาว่า ”ขับรถแบบนี้ไม่ไม่ได้นะ“  ตนจึงยกมือไหว้และขอโทษโดยบอกว่า “ขอโทษครับพี่” โดยคู่กรณีก็เหมือนไม่รับคำขอโทษทำท่าทีไม่พอใจ 







หลังจากนั้นก็มีไรเดอร์คนนึงคาดว่าเป็นพวกของเขาขับเข้ามาเหมือนให้ตนแยกย้ายกันไป ต่อมาวันที่ 25 ม.ค.68 ตนได้เจอกรณีอีกครั้งบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้า เอสพลานาดได้บังเอิญเจอ ซึ่งรอบนี้ทางคู่กรณีพูดกับตนว่า “เห้ยไม่ชนเลยละ” จากนั้นตนจอดรถ แล้วทางคู่กรณีไปเอามีดมาเพื่อจะแทงตน ตนใจดีสู้เสือเดินเข้าไปหาเพื่อจะลองพูดคุย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร แล้วก็แยกย้ายกันไป  ตนจึงเดินทางกลับแล้วไปรับเพื่อนคือนายวิทย์ออกมาเพื่อที่จะไปกินข้าวกัน แต่ปรากฏว่าขณะขับรถผ่านซอยเรวดี 22 ได้เจอคู่กรณีจอดรถอยู่แถวดังกล่าว พอดี ซึ่งตนจำได้คือคนที่มีปากเสียงกันมาก่อน จึงขับรถจยย.ตามไปเนื่องจากอยากคุยและถามสาเหตุที่มีปากเสียงกันที่ผ่านมา ปรากฏว่าทางคู่กรณีเหทือนจะชักอาวุธมีดมาทำร้ายตนจึงนำไม้เบสบอลที่พกอยู่ประจำไปฟาดผู้เสียหายก่อน แล้วเหตุการณ์ก็เป็นไปตามคลิป ยืนยันไม่มีเจตนาทำร้ายถึงชีวิต หรือวางแผนแต่อย่างใด เพียงเจอตัวแล้วตนจำหน้าได้เท่านั้น รวมถึงตนก็รู้สึกตัวเพราะคูากรณีมีมีด แต่ยืนยันว่าไม่รู๋จักกันมาก่อน ส่วนไม้เบสบอลตนซื้อเก็บไว้นานแล้ว ไม่เคยไปก่อเหตุกับใครนอกจากครั้งนี้ ซึ่งตอนนี้ตนก็ได้ยอมรับแล้วว่าเป็นคนทำร้ายร่างกาย แต่อยากให้ผู้บาดเจ็บนั้นออกมาพูดความจริงบ้าง 





นายวิทย์ กล่าวว่า ตอนเกิดเหตุเพื่อนโทรมาหาตนว่ามีเรื่องให้ตนมารับกลับบ้าน ตนจึงขี่รถไปรับและกำลังหาข้าวกินก่อนเข้าบ้าน แต่ว่ามาเจอนายเบียร์ จึงเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ซึ่งเพื่อนตนมาเล่าให้ฟังว่าจะถูกนายเบียร์เข้ามาแทง ตนจึงตัดสินใจออกไปรับ ซึ่งตนยอมรับว่าไม่ได้ขับไล่หาตัวเขาแต่บังเอิญเจอ ก่อนที่จะเข้าไปทำร้ายนายเบียร์เขาทำท่าทีเหมือนอาการชักอาวุธมีดู หยุดรถและต่อว่าพวกตนก่อน ตนจึงจอดรถและเพื่อนได้ลงจากรถไปวิ่งเข้าไปใส่นายเบียร์ทันที





นางสาวรสุคนธ์ เสน่หา อายุ 42 ปี แม่ของวิทย์ เสื้อสีขาว เล่าว่า ลูกชายมาบอกตนว่ากลัว เพราะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดนอกเครื่องแบบโทรมาหาตนว่าให้พาลูกชายเข้ามามอบตัวเพราะว่าเขาตามสืบจากทะเบียนรถรถเป็นชื่อของตน ตนจึงเข้ามาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังจากนั้นจึงตามลูกชายและเพื่อนเข้ามาทีหลัง ซึ่งทั้งสองคนไม่คิดที่จะหนี ยอมรับผิดและจะหาเงินชดใช้ค่าเสียหาย ซึ่งตอนเกิดเหตุลูกชายมาเล่าให้ฟังว่าเพื่อนมีปัญหากับนายเบียร์ และมีเหตุการณ์ขี่รถปาดหน้ากัน แต่ทางเพื่อนของลูกชายได้ขอโทษไปแล้วทางด้านนายเบียร์ไม่ยอมจบเรื่อง ลูกชายเล่าให้ฟังเท่านี้ และหลังจากเกิดเหตุลูกชายกลัวว่าถ้าออกไปข้างนอกจะโดนนายเบียร์ทำร้าย ตนจึงแนะนำลูกว่าให้รอเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกก่อนอย่าพึ่งออกไปไหน พอตำรวจเรียกตนจึงเรียกลูกออกมาในวันนี้ ซึ่งน้องบอกว่าจะหาเงินชดใช้ค่าเสียหายรวมเงินกันเพราะน้องไม่ค่อยมีเงินขับหลายเด้อเหมือนกันทั้งสองคน ถ้าเค้าเรียกมาเยอะอาจจะมีไม่พอจะต้องรับสภาพโดนดำเนินคดีตามกฎหมาย ถ้าเรียกมาเกิน ที่จะชดใช้อาจจะไม่มี ซึ่งปกติลูกของตนไม่เคยมีเรื่องกับใครมาก่อนไม่เคยมีประวัติทะเลาะกับใคร มีแต่ตอนเรียนเป็นเด็กช่างอาจจะมีทะเลาะกับคนอื่นเล็กน้อยตามประสาเด็ก แต่เมื่อโตขึ้นไม่เคยมีเรื่องกับใครอีกเลย และเขากังวลกลัวว่าตนเองจะติดคุกหลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ซึ่งตัวต้นเหตุเป็นเพื่อนของลูกชายเพิ่งมาหาลูกชายตนไม่นานประมาณสามถึงสี่ครั้ง แล้วแล้วก็มีปัญหานี้เกิดขึ้น และต้นเพิ่งเจอเพื่อนของลูกชายไม่นานทำให้ไม่รู้นิสัยใจคอ และวันนี้ตนได้เห็นกล้องวงจรปิดที่เกิดเหตุแล้วมองว่าเป็นเหตุที่รุนแรงเหมือนกัน จึงอยากจะคุยกับทางผู้เสียหาย ว่าทางผู้เสียหายจะเอาอย่างไร ตนอยากจะคุยกับทางผู้เสียหายด้วยว่าจะต้องชดใช้อย่างไรได้บ้างเพราะเหตุการณ์ตั้งแต่เริ่มตนไม่ทราบ




พ.ต.อ.พิสุทธิ์ เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้สอบปากคำทั้งสองฝ่ายและอยู่ระหว่างรอผลตรวจร่างกายของผู้บาดเจ็บเพื่อตั้งข้อกล่าวหา ซึ่งเบื้องต้นคือข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น และจะประสานผู้เสียหายเพื่อพูดคุยเรื่องการชดใช้ค่าเสียหายต่อไป