วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้.. ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดงานเทศกาลตรุษจีนสุดยิ่งใหญ่ สักการะหลวงปู่ไต้ฮง (องค์ไต้ฮงกง) ลงชื่อสวดชัยมงคลคาถา (พะเก่ง) หนึ่งปีมีครั้งเดียว! เฮง เฮง เฮง ตลอดปีม้าทอง

 ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้.. ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดงานเทศกาลตรุษจีนสุดยิ่งใหญ่ 

สักการะหลวงปู่ไต้ฮง (องค์ไต้ฮงกง) ลงชื่อสวดชัยมงคลคาถา (พะเก่ง) หนึ่งปีมีครั้งเดียว! เฮง เฮง เฮง ตลอดปีม้าทอง 

.



ระหว่างวันที่ 16 – 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ ขอเชิญศิษยานุศิษย์ และสาธุชนทุกท่าน ร่วม “สักการะหลวงปู่ไต้ฮง” ขอพรเนื่องในเทศกาลตรุษจีน ลงชื่อ สวดชัยมงคลคาถา หรือ “พะเก่ง” เพื่อความเป็นสิริมงคลตลอดปี เป็นพิธีมหามงคลใหญ่ 1 ปีมีเพียงครั้งเดียว ที่เปิดให้ทุกท่านได้เลือกทำบุญพะเก่งๆ ละ 20 บาทตามแต่ประสงค์ ประกอบด้วย ขอให้ครอบครัวมีสุข (แกหมึ่งเก่ง) , สะเดาะเคราะห์ (ปออุ่งเก่ง) , เสริมโชคลาภ (คิ่วไฉ่เก่ง) , เสริมดวงชะตา (ส่วยกุงเก่ง) , เสริมความมั่นคงสถาพร (กึงกีเก่ง) รวมถึงทำบุญสะเดาะเคราะห์และเสริมความเป็นสิริมงคลกับรูปปั้นนักษัตรปีมะเมีย  รับประทาน “สาคูสิริมงคล”  เพื่อความกลมเกลียวและอยู่เย็นเป็นสุข   อัญเชิญ “ฮู้แดง” (ยันต์) ของหลวงปู่ไต้ฮง เพื่อนำไปประทับหน้าบ้าน เคหะสถาน หรือพกติดตัวเพื่อคุ้มครอง  “เคาะระฆังทอง” ให้ก้องกังวานเพื่อให้ชีวิตสดใส การงานรุ่งเรืองระบือไกล และ ร่วม “พิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์” เพื่อขอพรเทพยดาฟ้าดินเนื่องในวันประสูติ (ทีกงแซ) ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ขออำนาจฟ้าดินเป็นที่พึ่ง ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนนับถือ เช่น หลวงปู่ไต้ฮง ช่วยดลบันดาลให้ประสบโชคดีตลอดปีใหม่ (โดยในวันที่ 16 และ 24 กุมภาพันธ์ 2569 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เปิดบริการโต้รุ่ง)

.






พิธีสวดชัยมงคลคาถา [พะเก่ง] มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เริ่มเปิดให้สาธุชน ลงชื่อสวดชัยมงคลคาถา ตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569  ทั้ง 2 ช่องทาง ได้แก่ 1. ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย  และ 2.พะเก่งออนไลน์ (ผ่านทางเว็บไซต์ www.pttfny.net/cnny ) โดยท่านสามารถติดตามรายละเอียด รวมถึงรับชมพิธีรวมถึงไลฟ์พิธีสำคัญต่างๆ ตลอดช่วงเทศกาลได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  www.facebook.com/atpohtecktung  ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418 

.







ทั้งนี้ เนื่องจากมีผู้มีจิตศรัทธามาร่วมทำบุญบริจาคเป็นจำนวนมาก  อาจส่งผลให้ผู้ที่ใช้เส้นทางใกล้เคียงมูลนิธิฯ ได้แก่ ถนนพลับพลาไชย  ถนนเจ้าคำรพ  ถนนมังกร  ถนนหลวง  ถนนเสือป่า ไม่ได้รับความสะดวกในการสัญจร มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจึงขออภัย

ในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้ 

.

** ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ ตรุษจีนปีนี้ ขอให้มั่ง มี ศรี สุข **

ตี๋สมเด็จ/รายงาน

วันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

โค้งสุดท้าย! “พรรคโอกาสใหม่” ปราศรัยเดือดส่งท้าย ชูธง “การเมืองสีขาว” ไร้คอร์รัปชัน แคนดิเดตนายกฯ ประสานเสียง มั่นใจนโยบายทำได้จริง พร้อมเปลี่ยนกทม. ให้ปลอดภัยและน่าอยู่กว่าเดิม!

 พรรคโอกาสใหม่ ปราศรัยเดือด ปิดเวทีใหญ่ก่อนวันชี้ชะตาเลือกตั้ง “น้าตุ๋ม จตุพร” ชวนประชาชนเลือกเบอร์ 44 ให้แลนด์สไลด์ เพื่อร่วมเปลี่ยนการเมืองให้สร้างสรรค์ ไร้ทุจริตคอร์รัปชัน พร้อมย้ำโอกาสใหม่ “ไม่ใช่ทางเลือก แต่คือทางรอดประเทศ”



พรรคโอกาสใหม่เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ เวทีสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้ง ณ โดมสนามกีฬาห้วยขวาง เขตดินแดง กทม. ภายใต้ธีม “พรรคโอกาสใหม่ โอกาสสำหรับคนไทยทุกคน” โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก แกนนำของพรรค พร้อมด้วยผู้สมัคร สส. กทม. และผู้สมัครสส.แบบบัญชีรายชื่อ มาร่วมในเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งนี้กันอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งก่อนเริ่มเวทีปราศรัยอย่างเป็นทางการ ได้มีการแนะนำตัวผู้สมัคร สส. กทม.ทั้ง 33 เขต เพื่อเป็นการย้ำเบอร์ของผู้สมัครแต่ละเขตให้ประชาชนรับทราบ อาทิ นายแทนคุณ จิตต์อิสระ เขต 1 เบอร์ 12 , นายกรณิศ บัวจันทร์ เขต 2 เบอร์ 6 , นางสาวอรพินทร์ เพชรทัต เขต 6 เบอร์ 11, นายณพวุฒิ จุลไสย เขต 7 เบอร์ 12 และนางกนกนุช กลิ่นสังข์  เขต 10 เบอร์ 9



นายประภัสร์ จงสงวน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีลำดับที่ 3 ขึ้นเวทีปราศรัยขอคะแนนจากประชาชน โดยยืนยันว่า สิ่งที่พรรคโอกาสใหม่นำเสนอ สามารถทำได้จริง เพราะยึดหลักการบริหารนำการเมือง และเป็นพรรคการเมืองที่ยึดเรื่องความโปร่งใสเป็นสำคัญ


นายประภัสร์ ยังกล่าวถึงพื้นที่กรุงเทพมหานครว่า เป็นเมืองใหญ่แต่ไม่ค่อยมีความปลอดภัย และหลายครั้งที่เกิดอุบัติเหตุ ก็มักจะไม่ได้รับการชี้แจงจากเจ้าหน้าที่ผู้ที่เกี่ยวข้อง และไม่ค่อยมีหน่วยงานไหนออกมารับผิดชอบกับความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งในสมัยที่ตนเองเป็นผู้บริหารหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ก็เข้มงวดกับเรื่องแบบนี้มาก เพราะต้องการให้คนไทยทุกคนมีความปลอดภัย ดังนั้น เรื่องความปลอดภัยนี้ จะเป็นเรื่องหลักที่พรรคจะเข้ามาแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง



นายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีลำดับที่ 2 ปราศรัยย้ำว่า พรรคโอกาสใหม่ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาด้านสังคมและการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกช่วงวัย เพื่อให้มีสวัสดิการดี การศึกษาดี สุขภาพดี สังคมมีสุข โดยปัจจุบันประเทศไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว ดังนั้นการดูแลผู้สูงอายุจึงเป็นเรื่องสำคัญ 


ดังนั้น พรรคจะเดินหน้าผลักดันให้ผู้สูงอายุได้รับเบี้ยยังชีพที่สูงขึ้น เพราะแต่ละเดือนที่ได้รับเงิน 600 , 700 หรือ 800 บาทนั้น ไม่เพียงพอต่อการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โดยเบื้องต้นเบี้ยผู้สูงอายุจะปรับเป็น 1,200 บาทต่อเดือน และจะมีการปรับเพิ่มขึ้นทุกปี ไปจนถึง 2,000 บาท และหากพรรคโอกาสใหม่ได้เป็นรัฐบาลครบ 4 ปี จะผลักดันให้ได้ 3,000 บาทต่อเดือน 

  


ดร.อนุสรี ทับสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ในฐานะแม่ทัพกทม. ระบุว่า แม้ว่าพรรคโอกาสใหม่จะเป็นพรรคเล็กๆ แต่ก็เป็นการรวมตัวกันของคนทุกรุ่นทุกวัยที่มากด้วยประสบการณ์ และมีนักบริหารมืออาชีพจากหลากหลายสาขาอาชีพเข้าร่วมในทีม ซึ่งทุกคนล้วนเป็นคนที่มีคุณภาพและเสียสละ พร้อมย้ำว่า พรรคโอกาสใหม่ ไม่ใช่ทางเลือกใหม่ในตอนนี้ แต่เป็นทางรอดของประเทศ เพราะหากผู้มีสิทธิเลือกตั้งยังเลือกพรรคการเมืองเดิมๆ อยู่ ก็จะเจอกับปัญหาเดิมๆ ที่ไม่ได้รับการแก้ไข




ไฮไลต์การปราศรัยในครั้งนี้ อยู่ที่การนำเสนอนโยบายของนายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคลำดับที่ 1 ที่ขึ้นเวทีนำเสนอนโยบายอย่างเข้มข้น ครบทุกมิติ และส่งสัญญาณถึงประชาชน เพื่อขอให้เลือกพรรคโอกาสใหม่เข้าไปบริหารประเทศ พร้อมเล่าว่า ตนเองเป็นหัวหน้าพรรคตั้งแต่เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 และในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ก็จะครบ 88 วันในการทำหน้าที่หัวหน้าพรรค ซึ่งหากเอาเลข 88 มาหาร 2 ก็คือเบอร์ 44 ของพรรคโอกาสใหม่ ที่พร้อมจะเข้าไปทำงานบริหารประเทศอย่างมืออาชีพ 




นายจตุพร ระบุว่า จากการลงพื้นที่พบปะกับประชาชนทั่วประเทศ พบว่า ประชาชนต้องการเห็นผู้สมัครของพรรคโอกาสใหม่ ได้มีโอกาสเข้าไปทำงานในสภาฯ เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน อย่างกรณีการลงพื้นที่ในเขตดินแดง ห้วยขวาง พบว่าประชาชนพูดถึงและให้การยอมรับนางสาวอรพินทร์ เพชรทัต ผู้สมัครสส. ของพรรคอย่างมาก และเปรียบนางสาวอรพินทร์เหมือนสายด่วนแห่งความหวัง เพราะหมายเลขผู้สมัครคือเบอร์ 11 ส่วนพรรคเบอร์ 44 กลายเป็น 1144 สายด่วนแห่งความหวัง  



ช่วงท้ายของการปราศรัย นายจตุพร ย้ำว่า พรรคโอกาสใหม่คือพรรคที่ทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ สร้างการเมืองสีขาว ไม่มีเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน และเป็นพรรคทางรอดของประเทศ ดังนั้นหากจะเปลี่ยนแปลงประเทศได้ ก็ต้องได้รับเสียงสวรรค์จากประชาชนที่มากพอ จึงอยากขอคะแนนเสียงจากประชาชนเลือกพรรคโอกาสใหม่ให้แลนด์สไลด์ 



สำหรับบรรยากาศก่อนปิดเวทีปราศรัย แกนนำพรรค และผู้สมัครสส. ของพรรคได้ถ่ายรูปหมู่ร่วมกับประชาชนที่ให้การสนับสนุน พร้อมชูนิ้วหมายเลข 44 ร่วมกัน เชิญชวนประชาชนไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ 



ผลิตโดยพรรคโอกาสใหม่

เลขที่ 411 ชั้น 2 - 3 ถนนศรีนครินทร์

แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง 

กรุงเทพมหานคร 10250 

จำนวน 1 ชิ้น ตามวันและเวลาที่ปรากฎ


#พรรคโอกาสใหม่

#จตุพรบุรุษพัฒน์

#โอกาสใหม่44

#เลือกตั้ง2569

วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

สกู๊ปพิเศษ​"อย่าปล่อยให้ใครเปลี่ยนรัฐสภาเป็นสีเทา!" ภปกชนก ทับเที่ยง ทุบโต๊ะเตือนสติโค้งสุดท้าย แฉกลไกรัฐบิดเบือนเลือกตั้ง พรรคไทยพิทักษ์ธรรมลั่น 'ถึงเวลาล้างบางการเมืองสกปรก' หยุดวงจรค้าสงครามเพื่อคนไทย!

 



โค้งสุดท้ายไฟลุก! นายภปกชนก ทับเที่ยง ผู้นำพรรคไทยพิทักษ์ธรรม ผนึกกำลังขุนพลยุทธศาสตร์ เปิดหน้าชี้ชะตาประเทศ ย้ำเลือกตั้งภายใต้กฎอัยการศึกและอิทธิพลสื่อรัฐ คือกับดักที่อาจนำไปสู่สงครามกลางเมืองและวิกฤตเศรษฐกิจระดับล่มสลาย ฉะยับการเมืองเก่า "ยุบสภาหนีอภิปราย" คือรอยด่างพร้อยที่ประชาชนต้องพิพากษาในคูหา

​เหลือเวลาอีกเพียง 2 วันเท่านั้นก่อนที่ประชาชนคนไทยจะก้าวเข้าสู่คูหาเลือกตั้งท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดที่สุดในประวัติศาสตร์ ล่าสุด นายภปกชนก ทับเที่ยง หัวหน้าพรรคไทยพิทักษ์ธรรม พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารพรรค และฝ่ายยุทธศาสตร์ ได้ออกมาส่งสัญญาณอันตรายถึงพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ โดยแสดงความวิตกกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ปัจจุบันที่สุ่มเสี่ยงจะทำให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ภาวะ "รัฐล้มเหลว" (Failed State)

​3 สัญญาณอันตราย: การเลือกตั้งที่ไม่โปร่งใสและวิกฤตความมั่นคง

​นายภปกชนก ระบุว่า พรรคไทยพิทักษ์ธรรมไม่อาจนิ่งเฉยต่อความผิดปกติที่เกิดขึ้น โดยสรุปประเด็นวิกฤตออกเป็น 3 ด้านหลัก:

​ความวุ่นวายใต้เงากระบอกปืน: ปัจจุบันประเทศเผชิญข้อพิพาทกับเพื่อนบ้านจนขยายวงสู่ความขัดแย้งทางอาวุธ มีการประกาศใช้ "กฎอัยการศึก" ในหลายพื้นที่ ซึ่งกระทบต่อสิทธิเสรีภาพในการหาเสียงและการไปใช้สิทธิของประชาชนอย่างรุนแรง ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ขาดความโปร่งใสและเปิดช่องให้เกิดการซื้อสิทธิขายเสียงที่ยากจะควบคุม

​สนามแข่งขันที่เอียงกระเท่โม่: รัฐบาลรักษาการถูกวิจารณ์ว่าใช้สื่อมวลชนของรัฐเป็นเครื่องมือ ทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อให้คุณให้โทษทางการเมือง ทำลายคู่แข่ง และสร้างความสับสนให้ประชาชน จนทำให้การตัดสินใจในคูหาอาจถูกบิดเบือนไปจากความเป็นจริง

​วิกฤตศรัทธาสู่รัฐล้มเหลว: หากการเลือกตั้งขาดความเชื่อถือ ผลที่ตามมาจะไม่ใช่แค่ความขัดแย้งทางการเมือง แต่จะลุกลามไปถึงวิกฤตเศรษฐกิจและความมั่นคง จนนานาชาติขาดความเชื่อมั่น ส่งผลให้ประเทศไทยเข้าลักษณะรัฐที่ล้มเหลวในที่สุด

​"เรากำลังเดินหน้าสู่จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุด ถ้าเราปล่อยให้การเลือกตั้งครั้งนี้ถูกฉ้อฉล ชาติไทยจะถอยหลังไปสู่จุดที่เยียวยาไม่ได้" นายภปกชนก กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง

​"พัฒนชัย" ซัดหมัดตรง! การเมืองสีเทาต้องจบที่รุ่นเรา

​ทางด้าน นายพัฒนชัย รัตนบุรี รองหัวหน้าพรรคฝ่ายการเมือง ได้ออกมาตอกย้ำให้ประชาชนจดจำพฤติกรรมของนักการเมืองแบบเก่าที่สร้างรอยด่างไว้กับระบอบประชาธิปไตย โดยชี้ให้เห็นว่าการยุบสภาครั้งที่ผ่านมา ไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน แต่เป็นเพียงการ "หนีตรวจสอบ" จากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ



​"ประชาชนต้องไม่หลงลืมว่า เขาหนีสภาเพื่อรักษาอำนาจ นี่คือตัวอย่างของการเมืองแบบเก่าที่ทำให้ประเทศจมปลัก ถึงเวลาแล้วที่ต้องเปลี่ยนไปสู่การเมืองใหม่ที่มีพื้นฐานแห่งธรรม ให้โอกาสประเทศหลุดจากกับดักนี้เสียที" นายพัฒนชัย ระบุ

​เสียงเพรียกจาก "ไทยพิทักษ์ธรรม": หยุดรัฐบาลสีเทา

​ในช่วงท้ายของการแถลง พรรคไทยพิทักษ์ธรรมได้วิงวอนขอความอนุเคราะห์จากพี่น้องประชาชน ให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตาและร่วมกัน "เปลี่ยน" การเมืองเก่าออกไป เพื่อไม่ให้รัฐสภา รัฐบาล และข้าราชการ กลายเป็นสีเทาที่กัดกินชาติ

​"ไทยเราต้องไม่ค้าสงคราม และเอเชียต้องเป็นหนึ่งเดียว" คือปณิธานสุดท้ายที่พรรคย้ำเตือน พร้อมกราบขอบพระคุณพี่น้องประชาชนที่จะให้โอกาสพรรคไทยพิทักษ์ธรรมเข้าไปสร้างการเมืองที่สะอาดและยั่งยืน

​วิเคราะห์ทิ้งท้าย: อีก 2 วันที่เหลือจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า พลังเงียบของประชาชนจะเลือกเดินตามเกมการเมืองเก่า หรือจะให้โอกาส "พรรคไทยพิทักษ์ธรรม" เข้ามาหยุดยั้งวิกฤตรัฐล้มเหลวในครั้งนี้!



คุณกฤชพร​ นาคำมิน เลขาธิการพรรคไทยพิทักษ์ธรรม​ ผู้สร้างพรรคนี้ขึ้นมาวันนี้ผมได้มีโอกาศมาบ้านเกิดของท่านเลขาฯเขาทิ้งเงินเดือนหลายแสนจากบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของโลกยามที่ชาติมีปัญหาศาสนาถูกยำยีเธอและเพื่อนๆนักปฎิบัติธรรมเทเงินในกระเป๋ารวมกันเป็นทุนตั้งพรรคการเมืองนี้ขึ้นมามีชีวิตบนท้องถนนขึ้นๆไปๆมาทั่วประเทศเพื่อหาสมาชิกวันนี้เธอมาบอก  บุพการีที่บ้านของเธอบ้านหนองแซงอำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรฯอีกทั้งญาติพี่น้องที่นี่เธอไม่มีโอกาศใช้สื่อสาธารณะพรรคพวกเธอถูกกีดกันได้มีโอกาสบอกเพื่อนชาวไทยได้รู้จักพรรคได้รู้จักพรรคนโยบายที่ดีวันนี้ผมมาเห็นกับตาเขาขับรถมา 600กว่ากิโลเมตรมาหาพระพ่อมารดาบุพการีของเธอตามเสียงที่พูดออกมาจากใจของเธอเลือกเบอร์ 53 พรรคไทยพิทักษ์ธรรมบัญชีรายชื่อผมขอใช้หน้า fbของผมฝากเรื่องราวเล็กๆนี้ไว้ให้ทุกท่านได้ทราบไม่ว่าจะมีใครเลือกได้ยินหรือไม่แต่ในความรู้สึกของผมแล้วปฏิทานเธอยิ่งใหญ่ที่ผมอยากให้ทุกคนรู้จักเธอส่งกำลังใจให้เธอชาติเราจะได้เปลี่ยนไปในหนทางที่ดีเมื่อพลังแห่งศิลธรรมขยับ.. ผลิตสื่อโดยพรรคไทยพิทักษ์ธรรม​39/6ม10ต.ไทรใหญ่​ ไทรน้อย​จ.นนทบุรี​ 11150 



สกู๊ปพิเศษ สะพัดดุสิต-บางซื่อ! “ณพวุฒิ พรรคโอกาสใหม่” วอนขอคะแนนโค้งสุดท้าย มั่นใจนโยบายพรรคตอบโจทย์ พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตคนในพื้นที่

 ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงในอีก 2 วันข้างหน้า นายณพวุฒิ จุลไสย ผู้สมัครรับเลือกตั้งหมายเลข 12 จากพรรคโอกาสใหม่ ได้ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนในเขตดุสิต แขวงนครไชยศรี และเขตบางซื่อ เพื่อขอกำลังใจและแรงสนับสนุนเป็นครั้งสุดท้าย



​นายณพวุฒิได้สื่อสารอย่างนอบน้อมถึงความตั้งใจในการอาสาเข้ามาเป็นตัวแทนเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในบ้านเกิด โดยระบุว่าตนเองพร้อมที่จะทุ่มเทแรงกายแรงใจทำงานในฐานะ "ลูกชาย" และ "คนรุ่นใหม่" ที่มีความเข้าใจในปัญหาของพื้นที่อย่างแท้จริง พร้อมขอความอนุเคราะห์จากพี่น้องประชาชนช่วยพิจารณาให้โอกาสหมายเลข 12 ได้เข้าไปขับเคลื่อนนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน



​"ผมขอกราบขอบพระคุณทุกความเมตตาและทุกการต้อนรับที่อบอุ่นตลอดการลงพื้นที่ที่ผ่านมา อีกเพียง 2 วันจะถึงวันตัดสินใจสำคัญ ผมขอฝากตัวกับพี่น้องชาวดุสิต นครไชยศรี และบางซื่อ ให้ผมได้เข้าไปพิสูจน์ความตั้งใจในการทำงานเพื่อทุกคนครับ" นายณพวุฒิกล่าวทิ้งท้ายกระแสการเลือกตั้งในเขตดุสิตและบางซื่อเริ่มเข้มข้นขึ้นเมื่อเข้าสู่ช่วง 48 ชั่วโมงสุดท้ายก่อนเข้าคูหา นายณพวุฒิ จุลไสย ผู้สมัครเบอร์ 12 พรรคโอกาสใหม่ ออกเดินหน้าขอคะแนนเสียงอย่างต่อเนื่อง พร้อมชูสโลแกนพรรคที่ต้องการสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับสังคม



​นายณพวุฒิเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเลือกตั้งครั้งนี้ว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของพื้นที่ โดยเฉพาะในแขวงนครไชยศรีและเขตต่อเนื่อง ซึ่งต้องการผู้แทนที่มีความกระตือรือร้นและเข้าถึงง่าย พร้อมกราบขอความเมตตาจากพี่น้องประชาชนให้ช่วยบอกต่อและสนับสนุนหมายเลข 12 เพื่อให้คนรุ่นใหม่ที่มีความพร้อมได้เข้าไปมีบทบาทในสภาฯ

ทีมข่าวภาคสนาม/รายงาน


วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดงบฯ กว่า 18.25 ล้านบาท ซับน้ำตา ส่งต่อกำลังใจ ในโครงการฟื้นฟูหลังน้ำลดแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม 9 จังหวัดภาคใต้ แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค มอบเงินช่วยเหลือกรณีบ้านพังทั้งหลัง และช่วยเหลือค่าฌาปนกิจแก่ญาติผู้เสียชีวิต เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดงบฯ กว่า 18.25 ล้านบาท ซับน้ำตา ส่งต่อกำลังใจ ในโครงการฟื้นฟูหลังน้ำลดแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม 9 จังหวัดภาคใต้ แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค มอบเงินช่วยเหลือกรณีบ้านพังทั้งหลัง และช่วยเหลือค่าฌาปนกิจแก่ญาติผู้เสียชีวิต เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

.



ระหว่างวันที่ 26 มกราคม – 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ ห่วงใยผู้ประสบอุทัยภัยภาคใต้ มอบหมายให้ นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ แผนกบรรเทาสาธารณภัย แผนกบัญชี/การเงิน แผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน ลงพื้นที่ 9 จังหวัดภาคใต้ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ในโครงการฟื้นฟูหลังน้ำลด ประกอบด้วย จังหวัดยะลา ปัตตานี สงขลา สตูล  พัทลุง นครศรีธรรมราช นราธิวาส ตรัง และสุราษฎร์ธานี โดยแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค อาทิ ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำมันพืช และน้ำปลา รวม 31,500  ชุด ๆ ละ 450 บาท มอบเงินช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยที่บ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง รายละ 12,000 บาท รวม 25 ราย และมอบเงินสงเคราะห์ค่าฌาปนกิจให้แก่ญาติผู้เสียชีวิต รายละ 20,000 บาท จำนวน 189 ราย รวมงบประมาณกว่า 18.25 ล้านบาท โดยมี ผู้แทนจากหน่วยงานรัฐเป็นประธานในพิธี พร้อมทั้งมูลนิธิสงเคราะห์ 14 จังหวัดภาคใต้ และ สมาคม/มูลนิธิแต่ละจังหวัด เป็นผู้ประสานงานและร่วมให้ความช่วยเหลือ

.







เมื่อเกิดมหาอุทกภัยในหลายพื้นที่ภาคใต้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้เร่งส่งทีมบรรเทาสาธารณภัย (ทีมกู้ภัย กู้ชีพ อาสาสมัคร) ฝ่ายปฏิบัติการ (ชุดตอบโต้ภัยพิบัติ)  พร้อมเรือท้องแบน อุปกรณ์กู้ภัยทางน้ำ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า รถกู้ภัย กู้ชีพยกสูงขับเคลื่อน 4 ล้อ (4x4)  เสื้อชูชีพ น้ำดื่ม ชุดยาสามัญประจำบ้าน อาหารสุนัขและแมว นำแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัย เพื่อการบรรเทาทุกข์และช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่างๆ ในทันที พร้อมระดมสรรพกำลังลำเลียงเครื่องอุปโภคบริโภคและสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย มุ่งสู่ภาคใต้เพื่อบรรเทาทุกข์ พร้อมเฝ้าติดตามสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้อย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินและเร่งเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้านต่าง ๆ  ควบคู่กับ ฝ่ายสาธารณภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เร่งประสานหน่วยงานในพื้นที่ และมูลนิธิฯ กัลยาณมิตร ในแต่ละจังหวัดเพื่อในการให้ความช่วยเหลือในโครงการฟื้นฟูหลังน้ำลด โดย แจกเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น มอบเงินค่าฌาปนกิจศพแก่ญาติผู้เสียชีวิตจากอุทกภัย และมอบเงินช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยที่บ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง เป็นต้น

.







มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมบริจาคทรัพย์ เครื่องอุปโภคบริโภค สละแรงกาย แรงใจ  สมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยต่าง ๆ ขอบุญบารมีหลวงปู่ไต้ฮง ส่งผลให้ท่านและครอบครัว มีความสุขความเจริญตลอดไป 

.







อัปเดตข่าวสาร กิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจwww.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

.

## มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##

ตี๋สมเด็จ/รายงาน

วันพุธที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ครบรอบอายุวัฒนะ 80 ปี พลเอก ดร. วิชิต ยาทิพย์

 ครบรอบอายุวัฒนะ 80 ปี พลเอก ดร. วิชิต ยาทิพย์




เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ที่วัดประยูรวงศาวาส วรวิหาร กรุงเทพมหานคร 

พลเอก ดร. วิชิต ยาทิพย์ อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ปัจจุบันดํารงตําแหน่ง นายกสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทยเมียนมา และรองประธานสภาวัฒนธรรมไทยจีน ได้จัดงานฉลองวันเกิด ครบรอบอายุวัฒนะ 80 ปี -โดยมีการทำบุญเลี้ยงพระ ที่ศาลาการเปรียญ วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร เมื่อเวลา 9 นาฬิกา




-โดยมี พลโท หญิง จุไรภัทร ยาทิพย์ ภริยา ร่วมในการทำบุญเลี้ยงพระ พร้อมกับญาติสนิทมิตรสหาย และคณะกรรมการบริหารสมาคม วัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทยเมียนมามาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง





-ซึ่งก่อนหน้าที่จะมีพิธีสงฆ์ พระเดชพระคุณ ศาสตราจารย์ ดร. พระพรหมบัณฑิต พระราชาคณะ เจ้าอาวาสวัดประยูรวงศาวาส ได้แสดง พระธรรมเทศนา 1 กัณฑ์เทศน์ เนื่องจากในวันนี้ (2 กุมภาพันธ์ 2569) เป็นวันพระใหญ่ขึ้น 15 ค่ํา 




-สําหรับแขกผู้มีเกียรติระดับผู้ใหญ่ผู้มาร่วมงานมี ฯพณฯ นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ ฯพณฯ เอกอัครราชทูต สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา นาย อู ซอ ซอ โซ (H.E. Ambassador U Zaw Zaw Soe) พร้อมกับเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตเมียนมาที่กรุงเทพ ประกอบด้วย นางธิดา วิน(Mrs. Thida Win) ผู้ช่วยทูตฝ่ายการค้า และนายอ่องโซ เลขานุการโท ประจำสถานเอกอัครราชทูตมาร่วมงานด้วย นอกจากนี้ยังมี ฯพณฯ นายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานสภาวัฒนธรรมไทยจีน พร้อมด้วยสมาชิกสภาวัฒนธรรมไทยจีน ได้มาร่วมงานพร้อมกับนำอาหารและเครื่องดื่มมาเปิดให้บริการอย่างมากมาย




-สำหรับสิ่งมงคลของที่ระลึกซึ่งท่านพลเอก ดร. วิชิต ยาทิพย์ มอบให้ผู้มาร่วมงานในวันนี้ เป็นพระพุทธรูป เหรียญและพระพิมพ์ หลวงพ่อพระพุทธนาค รุ่น เสริมดวงเศรษฐี และรุ่นพุทธมงคล 180 ปี 

-รายงานข่าว-ภาพ 

โดย กัปตันปีเตอร์ สมบูรณ์เจริญ

ประชาสัมพันธ์ 

สมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทยเมียนมา