วันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

"46 วีรชนผู้ไม่มีวันตาย" ทบ. จารึกชื่อทหารกล้าสละชีพเพื่อแผ่นดิน ครอบครัวหลั่งน้ำตาสดุดีความกล้า

  








เมื่อวันอังคารที่  3 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.30น. บรรยากาศ ณ กองบัญชาการกองทัพบก เต็มไปด้วยความโศกเศร้าและภาคภูมิใจ เมื่อกองทัพบกจัดพิธี "สดุดีวีรชนทหารกล้า" เพื่อเชิดชูเกียรติกำลังพล 46 นาย ที่สละชีพปกป้องแผ่นดินไทยในสมรภูมิชายแดนไทย-กัมพูชา ผ่านปฏิบัติการ "ยุทธการยุทธบดินทร์" และ "ยุทธการศตวรรษ" โดยมีพลเอกพนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยบุคคลสำคัญ ครอบครัววีรชน และตัวแทนภาคเอกชนเข้าร่วมไว้อาลัยอย่างสมเกียรติ





​🤝 พลังศรัทธาจากประชาชนและภาคธุรกิจ

​ในพิธีครั้งนี้ นอกจากครอบครัวและญาติมิตรของผู้เสียชีวิตแล้ว ยังได้รับเกียรติจากหน่วยงานภาคประชาชนที่เดินทางมาร่วมแสดงความไว้อาลัย นำโดย ชมรมเครื่องมือเครื่องเหล็กแห่งประเทศไทย ซึ่งนำโดย คุณพิพัฒน์ กนกนิตย์อนันต์ ประธานชมรม และ​ นายกิตติพงษ์​ เตรัตนชัย​ นายกกิตติมศักดิ์เกียรติคุณถาวร​สมาคมวิเทศไทยจีน  นายสมชาย​ แซ่ลิ้ม​ อุปนายก​ สมาคมวิเทศไทยจีน พร้อมด้วยคณะกรรมการและสมาชิกที่ตั้งใจมาร่วมส่งแรงใจให้แก่ครอบครัวทหารกล้า อาทิ:
















1.คุณวิชัย​ เหล่ายิ่งเจริญ​ รองประธานกรรมการ​ ประธานฝ่ายทัศนศึกษา

2.คุณบุญเกียรติ​ รองประธานกรรมการ​ ประธานฝ่ายสวัสดิการ

3.คุณวิวัฒน์​ ตรีรัตนกุลจรัส​ กรรมการฝ่ายกิจกรรมพิเศษ

4.คุณกมลทิพย์​ แซ่จิว  กรรมการฝ่ายจัดหารายได้และฝ่ายสวัสดิการ

5.คุณกฤศนรัตน์​ อดุลสิริพงศ์​  กรรมการรองฝ่ายบันเทิง

6.นายมานพ​ จินานุวัฒนา​ ที่ปรึกษากรรมการฝ่ายการกีฬา


​​การมาร่วมงานของภาคเอกชนในวันนี้ สะท้อนให้เห็นว่าวีรกรรมของทหารหาญทั้ง 46 นาย จะไม่ถูกลืมเลือน และได้รับการยกย่องจากคนไทยทุกภาคส่วนที่พร้อมยืนเคียงข้างกองทัพและครอบครัวผู้เสียสละ





​🎖️ จารึกเกียรติยศบนกำแพงแห่งความทรงจำ

​พลเอกพนา แคล้วปลอดทุกข์ ได้นำประกอบพิธีจารึกนามวีรชนลงบน กำแพงอนุสรณ์กองทัพบก เพื่อให้ชื่อของพวกเขากลายเป็นตำนานบทหนึ่งของชาติ พร้อมมอบของที่ระลึกอันทรงคุณค่า ทั้งภาพถ่ายกองกำลัง ธงชาติไทย และตราสัญลักษณ์ยุทธการ เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจถึงความกล้าหาญที่แลกมาด้วยชีวิต




















​ช่วงเวลาที่สะกดหัวใจผู้ร่วมงานที่สุด คือการขับร้องเพลง "คนดีไม่มีวันตาย" โดยศิลปินคุณภาพ รัดเกล้า อามระดิษ และการปรากฏตัวของ อั้ม อธิชาติ ชุมนานนท์ นักแสดงชื่อดังที่มาร่วมให้กำลังใจครอบครัววีรชน ก่อนปิดท้ายด้วยการร่วมกันขับร้องเพลง "ความฝันอันสูงสุด" และ "เกียรติศักดิ์ทหารเสือ" ที่ดังกระหึ่มไปทั่วกองบัญชาการ ท่ามกลางหยาดน้ำตาแห่งความอาลัยและคำมั่นสัญญาว่า "แผ่นดินไทยจะยังคงอยู่ ด้วยเลือดเนื้อและวิญญาณของวีรชนเหล่านี้"

ทีมข่าวภาคสนาม/รายงาน

สุรินทร์ - วันที่ 2 ก.พ.2569 เวลา 13.00น. คณะ AOT เข้าร่วมประชุม กับกองกำลังสุรนารีฯ จว.สุรินทร์ เพื่อตรวจสอบสถานการณ์ปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ /สแกมเมอร์ ในเขตพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา AOT ลงพื้นที่กกล.สุรนารี จ.สุรินทร์

 สุรินทร์ - วันที่ 2 ก.พ.2569 เวลา 13.00น. คณะ AOT เข้าร่วมประชุม กับกองกำลังสุรนารีฯ จว.สุรินทร์ เพื่อตรวจสอบสถานการณ์ปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ /สแกมเมอร์ ในเขตพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา AOT ลงพื้นที่กกล.สุรนารี จ.สุรินทร์ ตรวจสอบสถานการณ์ปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์/สแกมเมอร์ พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ณ มณฑลทหารบกที่ 25 จังหวัดสุรินทร์ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร  รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  พร้อมด้วยพลโทธีรนันท์ นันทขว้าง เจ้ากรมข่าวทหารบก  นำคณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศ จาก 20 ประเทศ ลงพื้นที่ กกล.สุรนารี จังหวัดสุรินทร์ เพื่อตรวจเยี่ยมพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา โดยมีพลตรี สมภพ ภาระเวช ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี พร้อมด้วยคณะทำงานจากหน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับหน่วยทหารในพื้นที่ให้การต้อนรับ และบรรยายสรุปข้อมูลให้คณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำประเทศไทย(AOT) ได้รับทราบสถานการณ์และติดตามปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์และขบวนการสแกมเมอร์ ในพื้นที่บริเวณชายแดนช่องจอม อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ 





โดยที่ประชุมได้นำเสนอข้อมูลสถานการณ์ปัจจุบัน แนวโน้มปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ ตลอดจนแนวทางการป้องกันและปราบปรามขบวนการหลอกลวงออนไลน์ที่อาจเชื่อมโยงกับพื้นที่ชายแดน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยให้แก่ประชาชน รวมถึงตรวจสอบความเสียหายหลังจากการปะทะระหว่างชายแดนไทยกัมพูชา ที่เกิดขึ้นในช่วง 7-28 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงการควบคุมพื้นที่กาสิโนโอเสม็ด กัมพูชาและตอบคำถามสื่อมวลชนที่ร่วมทำข่าวดังกล่าว













ภายหลังการประชุม คณะทำงานมีกำหนดลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์จริง ณ บริเวณ โอเสม็ด กัมพูชา ด่านชายแดนถาวรช่องจอม อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เพื่อประเมินสภาพพื้นที่ และติดตามประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสแกมเมอร์ในพื้นที่ต่อไป


/ โดยทีมข่าว น.ส.พ.ประชาเสรี สุรินทร์..

วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

สะเทือนวงการลูกหนังขวานทอง! "พรรคเข้าใจประชาชน" เตรียมระเบิดศึกฟุตซอล 4 จว.ใต้ ประเดิมปัตตานีที่แรก พร้อมส่งแชมป์บินลัดฟ้าชุบตัวที่ญี่ปุ่น ⚽🇯🇵

 เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2569 เวลา 18.00 น. ณ  โรงแรมอัล มีรอซ​ กรุงเทพรามคำแหงซอย5​ สวนหลวง​ เขตสวนหลวง​ กรุงเทพมหานครมีความเคลื่อนไหวทางการเมืองและกีฬาที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เมื่อมีการจัดการประชุมครั้งสำคัญว่าด้วยการขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุกผ่านการกีฬา โดยเตรียมจัดการแข่งขันฟุตบอล11คน  รายการใหญ่ในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมี "พรรคเข้าใจประชาชน" เป็นหัวเรือใหญ่ในการจัดงานครั้งนี้



​รอสัญญาณไฟเขียว! พรรคน้องใหม่พร้อมลงสนาม

​ความคืบหน้าล่าสุดระบุว่า ขณะนี้ "พรรคเข้าใจประชาชน" ได้ดำเนินการจดทะเบียนชื่อและโลโก้พรรคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบขั้นสุดท้ายตามระเบียบ ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นและได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้ โดยทางพรรคยืนยันความพร้อมที่จะขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อสังคมทันทีที่ขั้นตอนทางกฎหมายเรียบร้อย



​ปักหมุด "ปัตตานี" จังหวัดแรก ก่อนทะยานสู่แดนอาทิตย์อุทัย 📍

​ไฮไลท์สำคัญของการประชุมครั้งนี้คือการวางโรดแมปการแข่งขันฟุตบอลมวลชนในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยจะเริ่มต้นคิกออฟเปิดตัวสนามแรกที่ จังหวัดปัตตานี เพื่อสร้างความสุขและเฟ้นหายอดนักเตะในพื้นที่

​ความพิเศษที่เหนือกว่าทัวร์นาเมนต์ทั่วไปคือ "โอกาสระดับโลก" โดยทีมที่คว้าชัยชนะในการแข่งขันครั้งนี้ จะได้รับสิทธิ์เดินทางไปแข่งขันและทัศนศึกษาดูงานด้านกีฬา ณ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเปิดประสบการณ์การเป็นนักกีฬามืออาชีพในระดับสากล




​ดึง VIP ร่วมแจม – จ่อใช้เป็นโมเดลนำร่องทั่วประเทศ

​นอกจากฟุตบอลระดับเยาวชนและประชาชนทั่วไปแล้ว ในงานนี้จะมีการจัดตั้ง ทีม VIP นำโดยคณะผู้บริหารพรรค เพื่อร่วมลงสนามเตะฟุตบอลกระชับมิตร สร้างความใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่อีกด้วย





​โครงการนี้ถือเป็น "โปรเจกต์นำร่อง" (Pilot Project) ที่ทาง ท่านหัวหน้าพรรค และ นายชวัลวิทย์ กองวิสัยสุข รองหัวหน้าพรรคเข้าใจประชาชน ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง โดยตั้งเป้าว่าหากประสบความสำเร็จในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้  โดยมีระดับโรงเรียนมัธยมของญี่ปุ่นและประดับโรงเรียนมัธยมของเกาหลีใต้ร่วมทัวร์นาเมนต์ จะใช้โมเดลนี้ขยายผลจัดกิจกรรมกีฬาสร้างความสามัคคีไปทั่วประเทศต่อไป

​"พรรคเข้าใจประชาชน" มุ่งหวังว่าการใช้กีฬาเป็นสื่อกลางจะช่วยสร้างโอกาส พัฒนาศักยภาพเยาวชน และสร้างรอยยิ้มให้กับพ่อแม่พี่น้องในพื้นที่ภาคใต้ได้อย่างยั่งยืน

ทีมข่าวภาคสนาม/รายงาน