วันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

บกน 8 ร่วมกับ สน.สมเด็จเจ้าพระยา จัดพิธีเปิด และทำกิจกรรมจิตอาสา วัดทองนพคุณ เขต.คลองสาน กทม.

 บกน 8 ร่วมกับ สน.สมเด็จเจ้าพระยา จัดพิธีเปิด และทำกิจกรรมจิตอาสา วัดทองนพคุณ เขต.คลองสาน กทม.




วันนี้ 3 พ.ค.67 เวลา 08.30 น.


ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์ทำความสะอาดคูคลองวัดทองนพคุณล่างและเทน้ำหมักชีวภาพเพื่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต กิจกรรมกวาดทำความสะอาดถนนข้างวัดทองนพคุณเขต.คลองสาน กทม. พร้อมมอบสิ่งของอุปโภค-บริโภค ช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงภายในชุมชนวัดทองนพคุณ จำนวน 4 ครอบครัว ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน การมีน้ำใจช่วยเหลือผู้ที่ตกทุกข์ได้ยาก ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน รวมทั้งการช่วยเหลือองค์กรสาธารณกุศลอื่น ๆ เป็นการแสดงถึง ความรัก ความเมตตา ความเห็นอกเห็นใจ ที่ได้ทำให้บุคคลเหล่านั้น มีความสุข คลายทุกข์ หมดทุกข์

เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในวันฉัตรมงคล






พ.ต.อ.ปิยมิตร  วิภาตะศิลปิน

รอง ผบก.น.8  (นครบาล 8-1)


พ.ต.อ.เจษฏา    สวยสม

รอง ผบก.น.8 (นครบาล  8-3)


พ.ต.อ.สุรเวช  การวัฒนาศิริกุล

รอง ผบก.น.8 (นครบาล  8-4)


พ.ต.อ.วราวัชร์  ธรรมสโรช

รอง ผบก.น.8 (นครบาล 8-5)


พ.ต.อ.บุญส่งวิทย์  ห้องแซง

รอง ผบก.น.8 (นครบาล 8-7)


ผกก ทุก สน.ภายใน บก.น.8


คุณชัยรัตน์ ลีลาพรรณ

ประธานกต.ตร.สน.สมเด็จเจ้าพระยา


พ.ต.อ.พิสิษฐ์  มีวิริยกุล

ผกก.สน.สมเด็จเจ้าพระยา


พ.ต.ท.ภัทรพงษ์  เสยกระโทก 

รอง ผกก.ป.สน.สมเด็จเจ้าพระยา










พร้อมข้าราชการตำรวจจิตอาสา

สน.สมเด็จเจ้าพระยา


นาย ทศพร โพธิ์อินทร์ ประธานชมรมสื่อสร้างสรรค์ธนบุรี




















- สำนักงานเขตคลองสาน

- ศูนย์ฯสาธารณสุข 28

- คณะครูโรงเรียรวัดทองนพคุณ

- คณะครูโรงเรียนวัดทองเพลง

- ประชาชนจิตอาสา 

ตี๋สมเด็จ/รายงาน

วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซับน้ำตา บรรเทาทุกข์ผู้ประสบอัคคีภัยบริเวณซอยชุมชนพัฒนาใหม่ เขตคลองเตย กรุงเทพฯ

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซับน้ำตา บรรเทาทุกข์ผู้ประสบอัคคีภัยบริเวณซอยชุมชนพัฒนาใหม่ เขตคลองเตย กรุงเทพฯ

.




ตามที่ได้เกิดอัคคีภัยบ้านเรือนประชาชนบริเวณชุมชนซอยชุมชนพัฒนาใหม่ เขตคลองเตย เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2567  ที่ผ่านมา ซึ่งเพลิงไหม้ในครั้งนี้ได้สร้างความเสียหายเป็นจำนวนมาก ภายหลังจากเกิดเหตุ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดยแผนกบรรเทาสาธารณภัย ฝ่ายปฏิบัติการ ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือ นำข้าวต้ม พร้อมน้ำดื่มแจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบอัคคีภัยเพื่อเป็นการบรรเทาทุกข์ในเบื้องต้น หลังจากนั้น แผนกสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ ได้จัดทีมลงพื้นที่เพื่อรับลงทะเบียนผู้ประสบภัยต่อเนื่องในทันที

.




วันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤษภาคม 2567) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย นายชาญกิจ วิทยาวรากรณ์ กรรมการมูลนิธิฯ และนางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นำทีมลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัย จำนวน 33  ครอบครัว 80 คน โดยมอบเงินสดคนละ 3,000 บาท พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภครายครอบครัว18 ชุด รายบุคคล 15 ชุด รวมมูลค่าการช่วยเหลือทั้งสิ้น 307,500 บาท (สามแสนเจ็ดพันห้าร้อยบาทถ้วน)  โดยมีนางสาวอรชา มุ้ยเสมา ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตคลองเตย พร้อมด้วยมูลนิธิไกรสิทธิการกุศล และมูลนิธิส่งเสริมศีลธรรมสงเคราะห์ ร่วมในพิธี ณ บริเวณซอยชุมชนพัฒนาใหม่ เขตคลองเตย กรุงเทพฯ

 .







ตลอดระยะเวลากว่า 114 ปี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา  เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลาย ๆ ทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ดังปณิธาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ต่อไป

.






ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

.

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง1418 

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

ตี๋สมเด็จ/รายงาน

ตำรวจภูธรภาค ๑ จับกุมเครือข่ายยาเสพติด ทีมโกดัง เหลือเชื่อ สุพรรณบุรี ยึดยาบ้า 4,564,000 เม็ด และยาบ้า (ผงรออัดเม็ด) หนักประมาณ 18 กิโลกรัม มูลค่ารวมกว่า 76,500,000 บาท

 ตำรวจภูธรภาค ๑ จับกุมเครือข่ายยาเสพติด ทีมโกดัง เหลือเชื่อ สุพรรณบุรี ยึดยาบ้า 4,564,000 เม็ด

และยาบ้า (ผงรออัดเม็ด) หนักประมาณ 18 กิโลกรัม มูลค่ารวมกว่า 76,500,000 บาท  





ตามนโยบายรัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี, นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการปกครอง และ พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. เน้นการแก้ไขปัญหายาเสพติดทั้งระบบ ด้วยการสืบสวนขยายผลและวิเคราะห์

ความเชื่อมโยงเครือข่ายของนักค้ายาเสพติด อย่างรู้เท่าทัน เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาตั้งแต่ 

ต้นทาง – กลางทาง – ปลายทาง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 






        สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รักษาราชการแทน ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์  รอง ผบ.ตร. , พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.นิรันดร เหลื่อมศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร. จึงสั่งการให้มีการสืบสวนสอบสวนขยายผลจากกรณีจับกุมยาเสพติดรายสำคัญทุกราย รวมถึงวิเคราะห์ความเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มผู้ผลิต นำเข้า ผู้ลำเลียง ผู้จัดเก็บ 

ผู้จำหน่าย และสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดจากแนวชายแดนเข้ามาถึงพื้นที่ตอนในของประเทศ 






        ตำรวจภูธรภาค 1 โดย พล.ต.ท.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.นราเดช ทิพย์รักษ์ 

รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.ชยานนท์ มีสติ รอง ผบช.ภ.๑ /รอง ผอ.ศอ.ปส.ภ.1, พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล รอง ผบก.สส.ภ.1 และ พ.ต.อ.วิศิษฎ์ มะอักษร รอง ผบก.สส.ภ.1, บช.ปส. โดย พล.ต.ท.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย ผบช.ปส., พล.ต.ต.สมเกียรติ วัฒนพรมงคล 

รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.ออมสิน ตรารุ่งเรือง รอง ผบช.ปส. 

และ พล.ต.ต.พลัฏฐ์ วิเศษสิงห์ รอง ผบช.ปส., ตำรวจภูธรภาค 7 โดย พล.ต.ท.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผบช.ภ.7,พล.ต.ต.วันชัย ธารณธรรม รอง ผบช.ภ.7, พล.ต.ต.ประสพชัย มัตสยะวนิชกูล ผบก.สส.ภ.7, พ.ต.อ.อภิชิต สุรพินิจ รอง ผบก.สส.ภ.7 และ พ.ต.อ.จอม สิงห์น้อย ผกก.สส.2 บก.สส.ภ.7, ขกท. โดย พล.ต.อาทิตย์ ม่วงเล็ก ผบ.ขกท., ขกท.ศปก.นสศ. โดย พ.อ.สุพจน์ สวาคฆพรรณ ผบ.ขกท.ศปก.นสศ./ผู้ทรงคุณวุฒิอนุกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินการป้องกันและปราบปรามผู้มีอิทธิพล กระทรวงมหาดไทย ภ.จว.สระบุรี 

โดย พล.ต.ต.ธรรมนูญ เชาวะวนิชย์ ผบก.ภ.จว.สระบุรี, พ.ต.อ.เกษดา วัชรานนท์ รอง ผบก.ภ.จว.สระบุรี และ พ.ต.อ.ไกรสร ศรีอำพร ผกก.สส.ภ.จว.สระบุรี /หัวหน้าชปส.ศอ.ปส.ภ.1 ชุดที่ 2, ภ.จว.สุพรรณบุรี โดย พล.ต.ต.วัชรินทร์ ประสพดี ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี, พ.ต.อ.เฉลิมวุฒิ วงษ์เวียงจันทร์ รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี, พ.ต.อ.ยิ่งยศ เขินอำนวย รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี, พ.ต.อ.พีระ อัศวพิบูลย์ผล 

ผกก.สส.ภ.จว.สุพรรณบุรี และ สำนักงาน ป.ป.ส. ภาค 1 โดยนางจีระพรรณ กาญจนประดิษฐ์  ผอ.ปปส.ภาค ๑ และว่าที่ร้อยตรีอากาศ ปานแย้ม ผู้เชี่ยวชาญฯ ปปส. ภาค 1 ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักงานอำนวยการกองรักษาดินแดน คณะทำงานขับเคลื่อนการดำเนินการป้องกันและปราบปราม

ผู้มีอิทธิพล กระทรวงมหาดไทย และ ร.ต.ทองปอนด ถาวรสถิต เลขานุการและคณะทำงานขับเคลื่อน








การดำเนินการป้องกันและปราบปรามผู้มีอิทธิพล กระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกนายในสังกัดบูรณาการร่วมกันสืบสวนจับกุมบุคคลในเครือข่ายยาเสพติด

พฤติการณ์ในการจับกุม

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรภาค 1 ชุดที่ ๒ และเจ้าหน้าที่ทหารจากหน่วยข่าวกรองทางทหาร ศูนย์ปฏิบัติการ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ได้ร่วมกันทำการจับกุมนายสนธยา หรือสน พร้อมด้วยของกลางยาบ้าจำนวน 1,490,000 เม็ด ที่บริเวณถนนสายบางบัวทอง - สุพรรณบุรี ฝั่งมุ่งหน้าไปอำเภอบางบัวทอง 

หมู่ 3 ตำบลหน้าไม้ อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี จากการสืบสวนขยายผลจากการจับกุมดังกล่าวทำให้ทราบว่ามีกลุ่มผู้กระทำผิดที่ทำหน้าที่รับยาเสพติดจาก กลุ่มผู้ลำเลียงยาเสพติดจากภาคเหนือ

แล้วมาเก็บไว้ในพื้นที่ภาคกลางเพื่อรอจำหน่าย เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและได้รับคำสั่งให้สืบสวนจับกุมให้จงได้

ต่อมาเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2567 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สืบสวนทราบว่ากลุ่มผู้รับยาเสพติดจาก               ผู้ลำเลียงได้นำมายาเสพติดมาซุกซ่อนไว้ที่บริเวณบ้านเลขที่ 93/10 หมู่ 6 ตำบลสระแก้ว อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งมีลักษณะเป็นอาคารพาณิชย์ด้านหน้าติดถนน ส่วนด้านหลังเป็นโรงสีร้าง จึงได้กระจายกำลังกันเฝ้าสังเกตการณ์ จนกระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 19.20 นาฬิกา เจ้าหน้าที่ตำรวจ

ชุดจับกุมพบรถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีเทา ติดแผ่นป้ายทะเบียน ชพ 4532 ขับเข้าไปจอดที่บริเวณ

โรงสีร้าง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าไปแสดงตนเพื่อขอทำการตรวจค้น แต่นายสมประสงค์ หรือเอก ซึ่งเป็นผู้ขับขี่ได้วิ่งลงจากเข้าไปภายในบริเวณบ้านเลขที่ 93/10 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ติดตามไปควบคุมตัว

ไว้ได้ และเข้าตรวจค้นภายในบ้านเลขที่ 93/10 พบนายทัชชกร หรือโหน่ง ซ่อนตัวอยู่ที่บริเวณ

ชั้น 4 ของบ้านเลขที่ 93/10 จึงควบคุมตัวไว้ และพานำตรวจค้น  ผลการตรวจค้น พบของกลางดังนี้

1. ยาบ้าจำนวน 4,298,000 เม็ด อยู่ภายในรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่น ฟีด ติดแผ่นป้ายทะเบียน              2 กภ 9284 พบจอดอยู่บริเวณโรงสีร้างหลังบ้านเลขที่ 93/10

2. ยาบ้าจำนวน 136,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ใต้ที่นั่งภายในหัวเก๋งของรถยนต์บรรทุกสิบล้อ ที่อยู่บริเวณโรงสีร้างหลังบ้านเลขที่ 93/10

3. ยาบ้าลักษณะเป็นผงบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส น้ำหนักประมาณ 6 กิโลกรัม อยู่ในห้องซึ่งสร้างอยู่บริเวณหลังบ้านเลขที่ 93/10 

4. ยาบ้าจำนวน 130,000 เม็ด และยาบ้าลักษณะเป็นผงบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส น้ำหนักประมาณ 12 กิโลกรัม โดยวางรวมอยู่กับเครื่องปั่นเม็ดยา อยู่บริเวณหลังบ้านเลขที่ 93/10

5. เครื่องอัดเม็ดยา จำนวน 1 เครื่อง ซุกซ่อนอยู่ภายในห้องชั้น 3 ของบ้านเลขที่ 93/10 

6. รถยนต์กระบะแบบแคป ยี่ห้ออีซูซุ สีเทา ติดแผ่นป้ายทะเบียน กจ 1025 จำนวน 1 คัน 

พบจอดอยู่บริเวณโรงสีร้างหลังบ้านเลขที่ 93/10

7. รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค สีเทา ติดแผ่นป้ายทะเบียน ชพ 4532 พบจอดอยู่บริเวณ

โรงสีร้าง หลังบ้านเลขที่ 93/10

รวมยาบ้าทั้งหมดประมาณ 4,564,000 เม็ด และยาบ้า (ผงรออัดเม็ด) หนักรวมประมาณ 18 กิโลกรัม

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมตัว จึงได้จับกุมตัวนายสมประสงค์หรือเอก และนายทัชชกร หรือโหน่ง พร้อมยึดของกลางนำส่งพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดเพื่อให้ดำเนินคดี 

โดยกล่าวหาว่า ร่วมกันจำหน่าย  ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายต่อสาธารณะชน

การจับกุมในครั้งนี้ เป็นการยับยั้งการแพร่กระจายของยาเสพติดไปสู่ประชาชนได้เป็นจำนวนมาก              ซึ่งยาเสพติดของกลางหากถูกนำออกขายสู่ท้องตลาดจะมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 76,500,000 บาท และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจะขยายผลถึงกลุ่มลูกค้า ผู้สั่งการ และบุคคลในเครือข่ายยาเสพติด รวมถึงทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิด โดยจะนำมาตรการสมคบ สนับสนุนช่วยเหลือ ฟอกเงิน และยึดทรัพย์สิน มาใช้ดำเนินการกับบุคคล  ในเครือข่ายยาเสพติดต่อไป

******************************************


ขอประชาสัมพันธ์ประชาชน หากพบบุคคล รถ และสถานที่ต้องสงสัย หรือมีข้อมูลการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด 

สามารถติดต่อให้ข้อมูลได้ที่สถานีตำรวจที่ท่านสะดวก หรือ สายด่วน 191 

เพื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำข้อมูลดังกล่าวไปสืบสวนขยายผลจับกุมผู้กระทำผิดต่อไป

ตี๋สมเด็จ/รายงาน

สยามเทคโนโพลชี้ประชาชนสนใจติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์มากกว่า 70%

 สยามเทคโนโพลชี้ประชาชนสนใจติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์มากกว่า 70% 



สยามเทคโนโพลชี้ประชาชนสนใจติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์มากกว่า 70% สาเหตุที่สนใจติดตั้งมาจากช่วยประหยัดค่าไฟฟ้า เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีเทคโนโลยีทันสมัย ส่วนประชาชนที่ไม่สนใจติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์มีจำนวนไม่เกิน 30% โดยกังวลใจเรื่องความปลอดภัย ติดขัดเรื่องค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง และการขออนุญาตกับการไฟฟ้า ประชาชนมีความสนใจติดตั้งแผงโมโนคริสตัลไล (ราคาสูง คุณภาพสูง) มากที่สุด และสนใจติดตั้งระบบไฮบริด (ผสมระหว่างระบบ Off Grid และ On Grid คือ มีการใช้ไฟจากการไฟฟ้าและแบตเตอรี่) มากที่สุด เช่นเดียวกัน


ดร.ธนเสฎฐ์ อัคคัญญ์ภูดิส

อาจารย์ประจำสำนักวิจัยสยามเทคโนโพล 

โทรศัพท์ มือถือ 089-474-9514


สำนักวิจัยสยามเทคโนโพล วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม  โทรสาร02-878-5002

E-mail:siamtechno_poll@siamtechno.ac.th

ตี๋สมเด็จ รายงาน