วันพุธที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์ [ภายในศาลเจ้าไต้ฮงกง] เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2565 เพื่อตั้งจิตอธิษฐานองค์เทพยดาฟ้าดิน และหลวงปู่ไต้ฮง ให้ปวงชนและประเทศชาติ อยู่เย็นเป็นสุข ปราศจากโรคภัย เฮงๆ ตลอดปีขาล

 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์ [ภายในศาลเจ้าไต้ฮงกง] เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2565 เพื่อตั้งจิตอธิษฐานองค์เทพยดาฟ้าดิน และหลวงปู่ไต้ฮง ให้ปวงชนและประเทศชาติ อยู่เย็นเป็นสุข ปราศจากโรคภัย เฮงๆ ตลอดปีขาล


.



วานนี้ (วันอังคารที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 23.00 น.) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ พร้อมด้วยคณะกรรมการ และผู้บริหารมูลนิธิฯ ร่วมในพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์ [ภายในศาลเจ้าไต้ฮงกง] เพื่อตั้งจิตอธิษฐานเทพยดาฟ้าดิน (เจ้าแห่งสวรรค์) และหลวงปู่ไต้ฮง ช่วยดลบันดาลให้ศิษยานุศิษย์และสาธุชนประสบโชคดีตลอดปีใหม่ พร้อมกับสรรเสริญและขอพรจากเทพเจ้า ให้ปวงชนอยู่เย็นเป็นสุข ปราศจากโรคภัย เฮงๆ ตลอดปีขาล ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย


.



“พิธีเวียนธูป” เนื่องในเทศกาลตรุษจีนนั้น เป็นพิธีที่สำคัญพิธีหนึ่ง จัดขึ้นในวันประสูติของเทพยดาฟ้าดิน (ทีกงแซ) เจ้าแห่งสวรรค์อันเป็นที่เคารพกันทั่วบ้านทั่วเมือง ไม่ว่าจะเป็นภาษาใดเมื่อเป็นคนจีนแล้ว  ท่านเป็นเทพเจ้าที่ต้องให้ความเคารพอย่างสูงเหมือนกันหมด และเพื่อเป็นสัญญาณว่าได้สิ้นสุดงานเทศกาลตรุษจีนแล้ว


.




โดยในปีนี้ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (โควิด-19) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจึงได้งดจัดพิธีเวียนธูปรอบนอกศาลเจ้าฯ และปรับเป็นจัดพิธีเวียนธูปภายในศาลเจ้าไต้ฮงกง โดยกำหนดจำนวนผู้เข้าร่วมพิธีตามมาตรการการป้องกันโควิด-19 


.




ตลอดระยะเวลาจัดงานเทศกาลตรุษจีน นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการฯ ได้จัดให้มีมาตรการคุมเข้มทั้งในด้านการตั้งจุดคัดกรองเพื่อตรวจวัดอุณหภูมิโดยเจ้าหน้าที่ที่มีองค์ความรู้ด้านการช่วยเหลือฉุกเฉิน การจัดตั้งจุดบริการเจลแอลกอฮอล์ตามจุดต่าง ๆ การจัดทำสัญลักษณ์การเว้นระยะห่าง (Social Distancing) รวมถึงการขอความร่วมมือประชาชนผู้มีจิตศรัทธาสวมหน้ากากอนามัย สแกน QR Code แพลตฟอร์ม “ไทยชนะ ทุกครั้งก่อนเข้าศาลเจ้าไต้ฮงกง และฝั่งสำนักงาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นอกจากนี้ยังจัดให้การฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ซึ่งมูลนิธิฯ ได้ริเริ่มดำเนินการอย่างเคร่งครัดเรื่อยมา เพื่อเป็นการป้องกันและลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้กับประชาชน และผู้มีจิตศรัทธาที่เดินทางร่วมทำบุญสาธารณกุศลกับมูลนิธิฯ  โดยในช่วงเทศกาลตรุษจีน มูลนิธิฯ จะมีมาตรการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อไวรัสทุกวันหลังปิดทำการในแต่ละวัน


.




.


เทศกาลตรุษจีน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยจัดให้มีทั้งการสักการะหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ร่วมลงชื่อทำบุญ “พะเก่ง”  คือการลงชื่อสวดชัยมงคลคาถา โดยพระสงฆ์อนัมนิกาย  เพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์  เสริมโชคลาภ เสริมดวงชะตา  รับประทาน “สาคูสิริมงคล” เพื่อความกลมเกลียวและอยู่เย็นเป็นสุข รวมทั้งรับ “ฮู้แดง” และประทับยันต์หลวงปู่ไต้ฮงให้แคล้วคลาดปลอดภัย "เคาะระฆังทอง" ให้ก้องกังวานเพื่อให้ชีวิตสดใส และขอพรจากเทพยดาฟ้าดิน (เจ้าแห่งสวรรค์) เนื่องในวันประสูติ (ทีกงแซ) เป็นต้น เพื่อความเป็นสิริมงคล เฮงๆ ตลอดปีใหม่จีน


.




.


.


ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung


.


## ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##


#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

ตี๋สมเด็จ/รายงาน

วันจันทร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

“นครบาลขอรายงานผลการจับกุมกรณีตามที่มีข่าวทางสื่อมวลชน “โจรจี้แท็กซี่อาละวาดทำ ทีเป็นผู้โดยสารก่อนพาไปชิงทรัพย์หลายราย พื้นที่ สน.คันนายาว”

 “นครบาลขอรายงานผลการจับกุมกรณีตามที่มีข่าวทางสื่อมวลชน “โจรจี้แท็กซี่อาละวาดทำ

ทีเป็นผู้โดยสารก่อนพาไปชิงทรัพย์หลายราย พื้นที่ สน.คันนายาว”



พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น., พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก, พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม, พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ

พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์, พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์, พล.ต.ต.สำเริง สวนทอง รอง ผบช.น. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.อรรถพล 

อนุสิทธิ์ผบก.น.2 , พ.ต.อ.นำเกียรติ์ ธีระโรจนพงษ์, พ.ต.อ.วิทวัฒน์ ชินคำ , พ.ต.อ.ภาณุเดช สุขวงศ์พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธ์ มีสวัสดิ์

พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ บัณฑิตย์, พ.ต.อ.สุรพงค์ ธรรมพิทักษ์, พ.ต.อ.ทนงศิลป์ มณีโชติ , พ.ต.อ.ชูศักดิ์ ศรีวงษ์ชัย รอง ผบก.น.2



พ.ต.อ.นเรนทร์ เครื่องสนุก ผกก.สน.คันนายาว, พ.ต.ท.อำนาจ ฉ่ำชะเอม รอง ผกก.สส.ฯ , พ.ต.ต.เลิศศักดิ์ ปิ่นละออ สว.สส.ฯ, 

ร.ต.อ.ชนินทร์ ม้าแก้ว รอง สว.สส.ฯ สน.คันนายาว พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.คันนายาว ร่วมกันจับกุม 

นายธนพล อายุ 22 ปีสถานที่จับกุม บริเวณหน้าห้องน้ำ ตลาดนัดเลียบคลองสอง แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ

พร้อมด้วยของกลาง



1.โทรศัพท์มือถือ จำนวน 3 เครื่อง

2.พระเครื่อง จำนวน 1 องค์ 

โดยแจ้งข้อกล่าวหา “ชิงทรัพย์โดยมีและใช้อาวุธในเวลากลางคืน”

เมื่อวันที่ 4 ก.พ.65 เวลา 01.54 น. นายบรรเจิด (ผู้เสียหายที่1) คนขับรถแท็กซี่ได้มาแจ้งความที่ สน.คันนายาวว่า

เมื่อวันที่ 3 ก.พ.65 เวลาประมาณ 22.00 น. ได้ขับรถแท๊กซี่รับผู้โดยสารที่บริเวณฝั่งตรงสุเหร่าคลอง 1 ซอย 5 ถ.สุเหร่าคลองหนึ่ง 



แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม. และได้ขับไปยังถนนหทัยราษฎร์ โดยผู้โดยสารได้พูดจาข่มขู่ให้ส่งทรัพย์สินให้ และจะไม่

ทำร้าย ผู้เสียหายจึงได้ส่งทรัพยืสินให้จากนั้นผู้ก่อเหตุได้ลงรถหลบหนีไป

ในคืนเดียวกันวันที่ 4 ก.พ.65 เวลา 03.55 น. นายชัยรัตน์ คนขับรถแท๊กซี่ (ผู้เสียหายที่2) ได้มาแจ้งความที่ สน.คันนายาว

แจ้งว่า เมื่อวันที่ 4 ก.พ.65 เวลาประมาณ 01.00 น. ได้รับผู้โดยสารจากตลาดเลียบด่วน มาส่งที่ซอยสุเหร่าคลองหนึ่ง ซอย 3 

แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม. ขณะที่รอผู้โดยสารใหม่ได้มีผู้โดยสารเข้ามานั่งในรถและได้พูดข่มขู่ว่าให้ส่งทรัพย์สินมีค่า

มาทั้งหมด และจะได้ไม่ถูกทำร้าย ผู้เสียหายจึงได้ส่งมอบทรัพย์สินให้ เมื่อส่งให้แล้วคนร้ายก็ได้ก็ได้ลงจากรถและหลบหนีไป



ต่อมาเมื่อวันที่ 5 ก.พ.65 เวลา 23.26 น. นายสมศักดิ์ คนขับรถแท๊กซี่ (ผู้เสียหายที่ 3) มาแจ้งความที่ สน.คันนายาว 

แจ้งว่า เมื่อวันที่5 ก.พ.65 เวลาประมาณ 19.00 น. ได้รับผู้โดยสารเป็นชาย จากหทัยราษฎร์ให้ไปส่งที่ตลาดถนอมมิตร เมื่อไป

ถึงใต้สะพานเลยตลาดถนอมมิตร ชายดังกล่าวได้ควักสิ่งของลักษณะคล้ายมีดออกมา แล้วบอกกับ ผู้เสียหาย ว่าขอตังกินข้าว

หน่อยจากนั้นได้เอามือไปล้วงกระเป๋าเสื้อด้านหน้าของผู้เสียหาย ได้เงินจำนวนหนึ่ง และได้หยิบโทรศัพท์ จากนั้นได้ลงรถ

หลบหนีไป

คืนวันที่ 6 ก.พ.65 เวลา 01.39 น. นายประวุธ คนขับรถแท๊กซี่ (ผู้เสียหายที่ 4) ได้มาแจ้งความที่ สน.คันนายาว ว่า

เวลาประมาณ 00.02 น. ตนได้ขับขี่รถแท๊กซี่จากย่านนวมินทร์ปากซอย 94 ได้รับผู้โดยสาร ชาย แต่งกายกางเกงขาสั้น เสื้อยืด

สีเลือดหมูและได้มาส่งบริเวณใต้ทางด่วนเลยตลาดถนอมมิตรมุ่งหน้ารามอินทรา เวลา 00.24 น. โดยชายดังกล่าวได้ควักมีดจี้

บังคับ และบอกกับตนว่าขอเงินและบังคับให้ไปส่งที่ปากซอยนวมินทร์ ที่รับมาเหมือนเดิม จากนั้นจึงลงรถหลบหนีไป



ต่อมาช่วงเช้าของวันที่ 6 ก.พ.65 เวลา 08.38 น. นายสุวรรณ คนขับรถแท๊กซี่ (ผู้เสียหายที่ 5) ได้มาแจ้งความที่ 

สน.คันนายาว แจ้งว่า เมื่อวันที่ 6 ก.พ.65 เวลาประมาณ 04.20 น. ได้รับผู้โดยสารจากซอยสุเหล่าคลองหนึ่ง ซอย 4 ถนนสุ

เหล่าคลองหนึ่ง แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม.ให้ไปส่งที่ตลาดมารวยถนนหทัยราษฏร์ พอไปถึงไม่ยอมลง ให้ไปส่งที่ซอย 01



กาญจนาภิเษก เข้าซอยประมาณ 300 เมตร จากนั้นบอกให้ผู้เสียหาย เปิดไฟ ดับเครื่องแล้วบอกให้เอาเงินมา ผู้เสียหายจึงยื่น

เงินจำนวนหนึ่ง และพระเครื่องให้จากนั้นคนร้ายก็ลงรถหลบหนีไป

ผลจากทำการสืบสวนวางแผนจับกุมนั้น สามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ พร้อมของกลาง โดย นายธนพลฯ รับ

ว่าในคืนเดียวกัน ก่อเหตุทั้งสิ้น 3 ครั้ง และคืนก่อนหน้าอีก 2 ครั้ง รวมทั้งสิ้น 5 ครั้ง จากการสอบสวนผู้ก่อเหตุรับสารภาพว่า

ได้ก่อเหตุทั้ง 5 ครั้งจริง โดยได้เงินสดไปจำนวน 11,660 บาท และผู้เสียหายแต่ละคดี ได้มาชี้ยืนยันตัวผู้ก่อเหตุ ยืนยันว่าตรง

กับคนร้ายที่ก่อเหตุในคดีนี้จริง จึงได้ควบคุมตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. ได้เน้นย้ำเพื่อให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนว่า จะมุ่งเน้น การป้องกัน

อาชญากรรม ให้กับพี่น้องประชาชน และเมื่อเกิดเหตุแล้วจะเร่งทำการ สืบสวน ติดตามจับกุม คนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็วทุกคดี

บช.น. ขอเรียนพี่น้องประชาชนว่า ถึงแม้ว่าช่วงนี้จะมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจ

ยังคงปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและยาเสพติดอย่างเคร่งครัด พบเห็นหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำ

ความผิด โปรดแจ้งสายด่วน 191 หรือสถานีตำรวจท้องที่

ตี๋สมเด็จ/รายงาน

วันศุกร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

อส.เมืองช้างลุยจับยา สาวอ้างถูกลวนลาม โอล่ะพ่อ!

 อส.เมืองช้างลุยจับยา สาวอ้างถูกลวนลาม โอล่ะพ่อ!

    จากกรณีที่มีข่าวเรื่อง อส. สุรินทร์จับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติดและเสพยา กระทำอนาจารภรรยาของผู้ต้องหา เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2565  ที่ผ่านมา  ทางผู้ต้องหาและผู้เสียหายได้ร้องเรียนมายังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุรินทร์ว่า ถูกทางเจ้าหน้าที่ อส. และชุดจับกุมได้กระทำการอนาจารภรรยาของผู้ต้องหาและรีดไถเอาเงินจำนวน 10,000 บาทของผู้ต้องหาไปด้วย ซึ่งเรื่องนี้ทางสมาคมผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชนเพื่อสังคมประเทศไทยกับหนังสือพิมพ์ประชาเสรีสุรินทร์ได้รับการร้องเรียนมา จึงได้ลงพื้นที่ไปเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและสอบถามข้อมูลเรื่องราวจาก เจ้าหน้าที่ อส. และชุดจับกุมฝ่ายปกครอง สังกัด กองร้อยอาสารักษาดินแดนสุรินทร์ที่ 1 ซึ่งเป็นชุดปฏิบัติการที่นำกองกำลังเข้าจับกุมผู้ต้องหาคดีจำหน่าย ครอบครองและเสพยาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 20 เม็ด ตามที่เป็นข่าวปรากฏในสื่อโซเชียลและสื่อหลักดังกล่าว พร้อมกับการเข้าชี้แจงรายงานความเป็นจริงต่อผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์




จากการสอบถาม อส.เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมของจังหวัดสุรินทร์ หลังมีสายสืบรายงานแจ้งว่ามีการลักลอบค้ายาเสพติด จึงจัดชุดจับกุมจังหวัดสุรินทร์ลงพื้นที่ปราบปรามจับกุมจนกระทั่งได้ผู้ต้องหาพร้อมหลักฐานยาเสพติด (ยาบ้า) จำนวน 20 เม็ด และทำการยึดรถยนต์ก่อเหตุไว้เพื่อทำการตรวจสอบขยายผลนำไปสู่เครือข่ายในกระบวนการค้ายาเสพติดอีกหลายราย  ต่อมาทราบชื่อผู้ต้องหา คือ นายทองคำ (ไม่ทราบนามสกุล) หรือชื่อเล่นว่า มดแดง อายุ 45 ปี ชาวตำบลระแงง อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ พร้อมภรรยา โดยจำนนด้วยหลักฐานเป็นยาเสพติดให้โทษ ประเภท1(ยาบ้า) จำนวน 20 เม็ด จึงทำการจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมาย ในระหว่างทำการสอบสวน ผู้ต้องหาได้แจ้งบอกเจ้าหน้าที่ ว่ามีเงินในบัญชีธนาคารจำนวนหนึ่ง อยากไปเบิกกดบัตรเอทีเอ็ม ที่ตู้ธนาคารเพื่อซื้อของใช้ส่วนตัว ทางเจ้าหน้าที่ไม่สามารถให้ไปเองได้หรือให้เจ้าหน้าที่ไปกดเงินเองได้ จึงทำได้แค่บริการส่งผู้ต้องหาไปกดเงินเองที่ตู้บัตรเอทีเอ็ม หลังจากนั้นผู้ต้องหาก็ได้โอนเงินไปให้ลูกสาว จำนวน 3,500 บาท โดยมีสลิปโอนเงินให้ลูกสาวเป็นหลักฐาน ที่เหลือผู้ต้องหาก็ซื้อของใช้เอง ดังนั้น เงินของผู้ต้องหาคนดังกล่าวที่มีในบัญชีธนาคารราว 10,000 บาท ทางเจ้าหน้าที่อส.ไม่ได้แตะต้องแม้แต่บาทเดียว ทำได้แค่ด้วยคุณธรรมบริการขับรถส่งผู้ต้องหา ไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็ม และซื้อของกินของใช้เอง เสร็จภารกิจก็นำตัวกลับเพื่อทำการสอบสวนต่อเพื่อขยายผลเครือข่ายยาเสพติดในเบื้องต้น แล้วนำตัวส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตามหน้าที่ต่อไป  ต่อมาทราบข่าวว่าฝ่ายภรรยาผู้ต้องหาได้แจ้งความดำเนินคดีกับอส.ชุดจับกุม กล่าวหาว่าถูกอนาจารตามที่เป็นข่าว แต่ทางตำรวจไม่รับแจ้งความเพราะมีเหตุผลและน่าสงสัยหลายอย่าง ทำให้ภรรยาผู้ต้องหาต้องไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมตามที่เป็นข่าว จากการสอบถามเจ้าหน้าที่อส.ชุดจับกุม ทราบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเรื่องอนาจารภรรยาผู้ต้องหาในค่ายอส.นั้นไม่เป็นความจริงทุกประการเพราะเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมทุกคนมี




ประสบการณ์ทำงานเคสแบบนี้มานับมากกว่าร้อยคดีไม่เคยมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นแม้แต่ครั้งเดียว ทุกคนปฏิหน้าที่เต็มความสามารถเพื่อปราบปรามยาเสพติดตามที่ผู้บังคับบัญชามอบหมายให้ทำ  ส่วนเรื่องของรถยนต์ก่อเหตุก็ไม่สามารถให้ทำเรื่องขอคืนได้เพราะหลังทำการตรวจสอบรถยนต์ก่อเหตุ ทราบว่าไม่ชอบมาพากลมีจุดน่าสงสัยอีกมากมายเกี่ยวกับที่มาที่ไปของรถยนต์คันนี้ ซึ่งเป็นรถยนต์เก๋งสีขาว ยี่ห้อ MITSUBISHI มิราจ หมายเลขทะเบียน กษ 3021 อุดรธานี สอบถามนายทองคำ ผู้ต้องหาบอกว่าซื้อต่อจากนาย ประวิทย์   คนอุดรธานี แต่ยังไม่ได้โอน ตรวจสอบอีกทีชื่อเจ้าของรถคันนี้เป็นชื่อนายอรุณวัฒน์ ชาวจังหวัดอุบลราชธานี อีกทั้งหมายเลขเครื่องรถกับเลขตัวถังรถ ไม่ตรงกัน ทางเจ้าหน้าที่จึงอายัดไว้เพื่อทำการสืบสวนรายละเอียดต่อไป ส่วนข่าวที่นำเสนอไปแล้วนั้นซึ่งทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อองค์กรฯหรือหน่วยงานฯ สร้างความเข้าใจผิดให้กับประชาชนให้เกิดความเกลียดชังให้กับหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ทางหน่วยงานต้นสังกัดคงจะต้องทำการพิจารณาดำเนินคดีตามกฏหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป  

/ทีมข่าว : สมาคมผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชนเพื่อสังคมประเทศไทย

  หนังสือพิมพ์ประชาเสรีสุรินทร์   รายงาน...


“นครบาลจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ 2 คดี”

 



“นครบาลจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ 2 คดี”

พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น., พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก, พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม, พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ

พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์, พล.ต.ต.สำเริง สวนทอง รอง ผบช.น. ขอประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร

ผลการจับกุมคดีน่าสนใจ จำนวน 2 คดีดังนี้

คดีที่ 1กรณีจับกุมเครือข่ายลักรถจักรยานยนต์ ผลงาน กก.สส.บก.น.5

พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ผบก.น.5 , พ.ต.อ.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง , พ.ต.อ.วิทวัฒน์ ชินคำ , พ.ต.อ.ภพธร จิตต์หมั่น 

พ.ต.อ.กัมปนาท อรุณศีรีโรจน์, พ.ต.อ.ทินกร สมวันดี , พ.ต.อ.ฤทธีปานคำ , พ.ต.อ.ปนาถพล ปุณศรีรอง ผบก.น.5 พ.ต.อ.จิรกฤต 

จารุนภัทร์ผกก.สส.บก.น.5 , พ.ต.ท.พชรชัย ปาณะดิษ , พ.ต.ท.ทองเปลว หาญไพบูลย์, พ.ต.ท.ทวีทรัพย์ ภักดีดินแดน รอง ผกก.

สส.บก.น.5 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวนนครบาล 5 ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย






 บริเวณหน้า

กองรักษาการณ์กองพันสื่อสาร ที่ 1 ถนนนางลิ้นจี่ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ ประกอบด้วย

1.นายพิฆเนศฯ หรือออม อายุ 16 ปี (ลัก จยย.)

2.นายณัฐธัญฯ หรืออั้ม อายุ 21 ปี (ลัก จยย.)

3.นายธวัชชัยฯ หรือไนท์อายุ 16 ปี (ลัก จยย.)

4.นายวีระศักดิ์ฯ หรือเตี้ย อายุ 54 ปี (รับซื้อ จยย.)

5.นางสาวสาธิดาฯ หรือสา อายุ44 ปี (รับซื้อ จยย. ติดต่อขายประเทศเพื่อนบ้าน)

6.นายศาสวัติฯ อายุ 21 ปี (เงินผ่านบัญชี)

พร้อมด้วยของกลาง

1.รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ Honda รุ่น WAVE 125 LED สีขาว-แดง ทะเบียน 9กค 7850 กทม. จำนวน 1 คัน

2.รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ Honda รุ่น WAVE 110 สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จำนวน 1 คัน

3.รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ Kawasaki รุ่น Ksr สีชมพู ดำ หมายเลขทะเบียน 1กฌ 2598 กทม. จำนวน 1 คัน

4.รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ Yamaha รุ่น Mio สีส้ม ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จำนวน 1 คัน

5.รถยนต์กะบะ ยี่ห้อ Toyota รุ่น Revo สีขาว หมายเลขทะเบียน 1 ฒฬ 631 กทม. จำนวน 1 คัน

6.รถยนต์กะบะ ยี่ห้อ Iuszu รุ่น Dmax สีขาว หมายเลขทะเบียน กม 2193 กาญจนบุรี จำนวน 1 คัน

7.รถยนต์กะบะ ยี่ห้อ Toyota รุ่น Vigo สีขาว หมายเลขทะเบียน กน 5276 กาญจนบุรี จำนวน 1 คัน





โดยแจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร” (โทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาท

ถึงหนึ่งแสนบาท)

ด้วยเมื่อประมาณเดือนธันวาคม 2564 ถึงเดือนมกราคม 2565 ได้มีกลุ่มคนร้ายไม่ทราบจำนวน ได้ก่อเหตุลัก

รถจักรยานยนต์ ในเขตพื้นที่ บก.น.5 และพื้นที่ต่างๆ ในเขตกรุงเทพฯ จำนวนหลายครั้ง โดยเลือกลักเฉพาะรถจักรยานยนต์ 

ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น เวฟ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.5 จึงได้ทำการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานมาโดยตลอด จนทราบว่า 

กลุ่มคนร้ายที่ลักรถจักรยานยนต์ จะใช้เส้นทางถนนนางลิ้นจี่ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาธร กรุงเทพฯ ในการส่งรถจักรยานยนต์

ที่ลักมาได้ ขายต่อกับผู้รับซื้อ เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงวางแผนจับกุมคนร้าย โดยวิธีการซุ่มอยู่ บริเวณถนนนางลินจี่ ซึ่งเป็นถนนที่

คนร้ายใช้เป็นเส้นทางผ่านประจำ เมื่อถึงเวลาประมาณ 04.00 น.

ของวันที่ 29 มกราคม 2565 เจ้าหน้าที่ตำรวจพบผู้ต้องสงสัย จำนวน 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น

เวฟ โดยขับขี่ตามกันมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เรียกให้หยุด และขอทำการตรวจสอบ ได้สอบถามทั้ง 2 คนรับว่า 

เป็นรถจักรยานยนต์ที่พึ่งลักมาจากพื้นที่ สน.คลองตัน โดยมีผู้ก่อเหตุครั้งนี้ อีก 2 คน หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถ

ติดตามจับกุมได้อีก 1 คน หลบหนี 1 คน สอบถามรับว่า รถจักรยานยนต์ที่ลักมาได้ดังกล่าว นั้น กำลังจะนำมาส่งขายให้กับ 

นางสาวสาธิดาหรือสาฯ (จับกุมแล้ว) และนายวีระศักดิ์หรือ เตี้ย (จับกุมแล้ว) ซึ่งเป็นสามีภรรยากัน ในการติดต่อซื้อขายนั้น 

นายธวัชชัยหรือไนท์ฯ และนายต้าฯ (ออกหมายจับแล้ว) จะเป็นผู้ติดต่อกับ นางสาวสาธิดาหรือสาฯ และนายวีระศักดิ์โดย

ขายได้ในราคาคันละประมาณ 12,000 – 16,000 บาท แล้วแต่ความเก่า-ใหม่ ของรถจักรยานยนต์ที่ลักมาได้ 

จากการสืบสวนขยายผล ทราบว่ากลุ่มคนร้ายลักรถจักรยานยนต์มีทั้งหมด จำนวน 12 คน คือ 

1. นายธวัชชัยฯ หรือไนท์ อายุ 16 ปี (ถูกจับแล้ว)

2. นายพิฆเนศฯ หรือออม อายุ 16 ปี(ถูกจับแล้ว)

3. นายณัฐธัญฯ หรืออั้ม อายุ 21 ปี (ถูกจับแล้ว) (จำนวน 2 หมาย)

4. นายแอล อายุ 17 ปี (อยู่ระหว่างสืบสวนจับกุม)

5. นายต้า อายุ 22 ปี (ออกหมายจับแล้ว อยู่ระหว่างสืบสวนจับกุม) (จำนวน 4 หมาย)

6. นายเบ้นซ์ อายุ 25 ปี (ออกมายจับแล้ว อยู่ระหว่างสืบสวนจับกุม) (จำนวน 1 หมาย)

7. นายบอล อายุ 27 ปี (อยู่ระหว่างสืบสวนออกหมายจับ)

8. นายวีระศักดิ์ฯ หรือ เตี้ย อายุ 54 ปี (จับกุมแล้ว) (จำนวน 4 หมาย)

9. นางสาวสาธิดาฯ หรือสา อายุ 44 ปี (จับกุมแล้ว) (จำนวน 4 หมาย) 

10. นายชลธารฯ อายุ 21 ปี(อยู่ระหว่างสืบสวนจับกุม) (จำนวน 1 หมาย)

11. นายศาสวัติฯ อายุ 21 ปี(จับกุมแล้ว) (จำนวน 1 หมาย)

12. นางสาวชุลีพรฯ อายุ 24 ปี (ออกหมายจับแล้ว อยู่ระหว่างสืบสวนจับกุม) (จำนวน 2 หมาย)

โดยกลุ่มคนร้ายจะสลับกันไปลักตามพื้นที่ต่างๆ โดยจะลักได้เฉลี่ย 2-4 คัน/คืน เมื่อลักได้จะนำมาขายให้กับ 

นางสาวสาธิดาหรือสาฯ และนายวีระศักดิ์ฯ หรือ เตี้ย ส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่ง จะนำไปขายในเพจเฟซบุ๊ก โดย นางสาธิดาฯ

จะเป็นผู้ติดต่อส่งขายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และยังรับว่า ในห้วง 1 เดือนที่ผ่านมา กลุ่มของคนร้ายตระเวนลัก

รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ มาแล้วไม่ต่ำกว่า 50 คันในหลายพื้นที่ จากนั้นจึงชุดจับกุมจึงได้บันทึกจับกุม และนำ

ผู้ต้องหาพร้อมของกลาง พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

คดีที่ 2 กรณีจับหนุ่มออฟฟิศปลอมแผ่นป้ายภาษีรถ ใบขับขี่และบัตรประชาชน จำหน่ายผ่านสื่อโซเชียล 

พล.ต.ต.สรเสริญ ใช้สถิตย์ ผบก.น.6,พ.ต.อ.เกียรติกุล สนธิเณร รอง ผบก.น.6, พ.ต.อ.ณัฐพล โกมินทรชาติ 

รอง ผบก.น.6 สั่งการให้พ.ต.อ.นริศ ปรารถนาพร ผกก.สส.บก.น.6,พ.ต.ท.วิสิทธิ์ สายบัวทอง รอง ผกก.สส.บก.น.6 

พ.ต.ต.ชูชีพ วงษ์บุญเพ็ง สว.กก.สส.บก.น.6 สืบสวนการกระทำความผิด ทางสื่อโซเชียล จนสามารถจับกุม นายณัฐฉัตร สงวน

นามสกุล อายุ37 ปีในความผิดฐาน “ปลอมเอกสารราชการ และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่

ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน"

ตามหมายจับศาลอาญาที่ 176/2565 ลงวันที่ 2 ก.พ. 65 บริเวณ ซ.ราชวิถี 1 ถ.ราชวิถี แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี 

กรุงเทพฯ ต่อเนื่องบ้านเลขที่ 134 ซ.วัดอัมพวา แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ ต่อเนื่องบ้านเลขที่ 10/168

ซ.เพชรเกษม 110 แยก 14 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพฯ

พร้อมด้วยของกลางดังนี้ 

1. กระดาษป้ายแสดงการเสียภาษีประจำปี แบบยังไม่ได้พิมพ์ จำนวน 226 ใบ

2. กระดาษป้ายแสดงการเสียภาษีประจำปี แบบพิมพ์แล้ว จำนวน 17 ใบ

3. บัตรแข็งสำหรับพิมพ์บัตรประชาชน จำนวน 13 ใบ

4. บัตรแข็งสำหรับพิมพ์ใบขับขี่ จำนวน 8 ใบ

5. คอมพิวเตอร์โน็ตบุ๊คยี่ห้อ Lenovo จำนวน 1 เครื่อง

6. คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ จำนวน 1 เครื่อง

7. เครื่องพิมพ์ จำนวน 4 เครื่อง

จากการสอบถาม นายณัฐฉัตรฯ ให้การรับสารภาพว่า ตนทำงานเป็นพนักงานประจำอยู่ที่บริษัทเอกชนแห่งนึง ดูแล

เกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์เมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้วได้มีผู้มาชักชวนให้ตนร่วมขบวนการทำแผ่นป้ายภาษีรถ ใบขับขี่ และบัตร

ประชาชนปลอม เนื่องจากตนมีความรู้ทางด้านคอมพิวเตอร์ โดยลูกค้าจะติดต่อผ่านแอพพลิเคชั่นเฟซบุ๊ค กำหนดราคาแผ่น

ป้ายภาษีรถปลอม แผ่นละ 2,300 บาท บัตรประชาชนและใบขับขี่ปลอม ใบละ 8,000 บาท เฉลี่ยแล้วมีผู้มาติดต่อให้ทำเดือน

ละประมาณ 300 ราย มีรายได้เฉลี่ยหลักแสนบาทต่อเดือน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่งพนักงาน

สอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและจะได้ขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่เหลือต่อไป

พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. ได้เน้นย้ำเพื่อให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนว่า จะมุ่งเน้น การป้องกัน

อาชญากรรม ให้กับพี่น้องประชาชน และเมื่อเกิดเหตุแล้วจะเร่งทำการ สืบสวน ติดตามจับกุม คนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็วทุกคดี

บช.น. ขอเรียนพี่น้องประชาชนว่า ถึงแม้ว่าช่วงนี้จะมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด - 19 แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจ

ยังคงปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและยาเสพติดอย่างเคร่งครัด พบเห็นหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำ

ความผิด โปรดแจ้งสายด่วน ๑๙๑ หรือสถานีตำรวจท้องที่

ตี๋สมเด็จ/รายงาน

ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีจุดเทียนเปิดงานเทศกาลตรุษจีน (ชิวสี่) ประจำปี 2565 สวดชัยมงคลคาถา (พะเก่ง) เฮง เฮง เฮง ตลอดปีขาล

 ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีจุดเทียนเปิดงานเทศกาลตรุษจีน (ชิวสี่) ประจำปี 2565 สวดชัยมงคลคาถา (พะเก่ง) เฮง เฮง เฮง ตลอดปีขาล

.


วันนี้ (4 กุมภาพันธ์ 65) เวลา 09.00 น. มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย คณะกรรมการ และผู้บริหารมูลนิธิฯ ร่วมในพิธีจุดเทียนเปิดงานเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2565 ในวันชิวสี่ หรือวันที่สี่ของเทศกาลตรุษจีน  ซึ่งเป็นวันที่ประกอบพิธีอัญเชิญ (รับ) เทพเจ้าลงจากสวรรค์ และเริ่มประกอบพิธีสงฆ์สวดชัยมงคลคาถา (พะเก่ง) สะเดาะเคราะห์ แก้ปีชง เสริมโชคลาภ เสริมดวงชะตา โดยคณะสงฆ์ฝ่ายอนัมนิกาย ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

.



เทศกาลตรุษจีน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 มกราคม - 9 กุมภาพันธ์ 65 โดยขอเชิญชวนศิษยานุศิษย์ และสาธุชนทุกท่าน  “สักการะหลวงปู่ไต้ฮง” ขอพรเนื่องในเทศกาลตรุษจีนเพื่อความเป็นสิริมงคลต้อนรับปีใหม่  

ลงชื่อสวดชัยมงคลคาถา หรือ “พะเก่ง” เพื่อสะเดาะเคราะห์ ขอให้ครอบครัวมีสุข เสริมโชคลาภ เสริมดวงชะตา เสริมความมั่นคงสถาพร ตลอดปี พร้อมรับประทาน สาคูสิริมงคล  เพื่อความกลมเกลียวและอยู่เย็นเป็นสุข  รับฮู้ (ยันต์) ของหลวงปู่ไต้ฮง  ติดหน้าบ้าน หรือพกติดตัวเพื่อคุ้มครอง  เคาะระฆังทอง ให้ก้องกังวานเพื่อให้ชีวิตสดใส การงานรุ่งเรืองระบือไกล และร่วมขอพรเทพยดาฟ้าดินเนื่องในวันประสูติ (ทีกงแซ)  ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่ 8 ก.พ. 65  

ขออำนาจฟ้าดินเป็นที่พึ่ง ขอให้หลวงปู่ไต้ฮง และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนนับถือ  ช่วยดลบันดาลให้ประสบโชคดีตลอดปีใหม่ (โดยในวันที่ 31 มกราคม และวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เปิดบริการโต้รุ่ง)

.


เทศกาลตรุษจีน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เฮง ๆ ๆ  ต้อนรับปีขาล มูลนิธิฯ เปิดให้มีการทำบุญพะเก่งออนไลน์ ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418 หรือเฟซบุ๊ก แฟนเพจ facebook.com/atpohtecktung



** เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดให้มีมาตรการคุมเข้มทั้งในด้านการตั้งจุดคัดกรองเพื่อตรวจวัดอุณหภูมิโดยเจ้าหน้าที่ที่มีองค์ความรู้ด้านการช่วยเหลือฉุกเฉิน การจัดตั้งจุดบริการเจลแอลกอฮอล์ตามจุดต่าง ๆ การจัดทำสัญลักษณ์การเว้นระยะห่าง (Social Distancing) รวมถึงการขอความร่วมมือประชาชนผู้มีจิตศรัทธาสวมหน้ากากอนามัย  สแกน QR Code แพลตฟอร์ม “ไทยชนะ” ทุกครั้งก่อนเข้าศาลเจ้า

ไต้ฮงกง และฝั่งสำนักงาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นอกจากนี้ยังจัดให้การฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ซึ่งมูลนิธิฯ ได้ริเริ่มดำเนินการอย่างเคร่งครัดเรื่อยมา เพื่อเป็นการป้องกันและลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้กับประชาชน และผู้มีจิตศรัทธาที่เดินทางร่วมทำบุญสาธารณกุศลกับมูลนิธิฯ  โดยในช่วงเทศกาลตรุษจีน มูลนิธิฯ จะมีมาตรการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อไวรัสทุกวันหลังปิดทำการในแต่ละวัน **

.


.

ชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และเฟชบุ๊ก แฟนเพจ facebook.com/atpohtecktung หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

.

### ซินเจียยู่อี่   ซินนี้ฮวดไช้.. เฮง เฮง เฮง ต้อนรับปีขาล 

.

## ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##

#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418

#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

ตี๋สมเด็จ/รายงาน

วันพุธที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

"ททท.รับเทรนด์ท่องเที่ยวสายมู จัดโครงการ “เที่ยวแก้ชง เสริมมงคลปีขาล”

 "ททท.รับเทรนด์ท่องเที่ยวสายมู จัดโครงการ “เที่ยวแก้ชง เสริมมงคลปีขาล”

                                               



                                                                                            

เช้านี้ (2 กุมภาพันธ์ 2565) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “เที่ยวแก้ชง เสริมมงคลปีขาล” ร่วมกับ บริษัท ยูชุ่นลี่ 168 จำกัด จัดทำโปรแกรมคำนวณโชคชะตาผ่านเว็บไซต์และนำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวแก้ชง เสริมมงคลปีขาล ตามหลัก ความเชื่อด้านโหราศาสตร์จีน ตอบโจทย์ท่องเที่ยวสายความเชื่อศรัทธา พร้อมกันนี้ นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท.นายกันตพงษ์ ธนเนืองโรจน์ นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) อาจารย์ธนากร ตันอาวัชนการ และดีเจบุ๊คโกะ - ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล ให้เกียรติเข้าร่วมเสวนา ณ เดอะ ล้ง 1919 ริเวอร์ไซด์ เฮอริเทจ เดสติเนชั่น คลองสาน กรุงเทพมหานคร





นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และประธานในพิธี กล่าวว่า โครงการ “เที่ยวแก้ชง เสริมมงคลปีขาล” นี้ เป็นความร่วมมือของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย ททท. กับ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการท่องเที่ยว บริษัททัวร์ ที่เล็งเห็นถึงความเหมาะสมในการจัดกิจกรรมเสริมสิริมงคลต้อนรับ ปีใหม่รูปแบบ New Normal เนื่องจากประเทศไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นเฉพาะตัวและหลายสถานที่ยังถือเป็น สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนมักจะเดินทางไปทำบุญไหว้พระ จึงจัดโครงการ “เที่ยวแก้ชง เสริมมงคลปีขาล” ขึ้น โดยนำหลัก ความเชื่อด้านโหราศาสตร์จีน ผนวกกับเรื่องของการเดินทางท่องเที่ยว จัดทำเป็นเส้นทางท่องเที่ยวแก้ชง เสริมสิริมงคล ทั่วประเทศไทยและโปรแกรมทำนายดวงชะตา เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่สนใจในเรื่องศาสตร์ ความเชื่อ ทั้งช่วยกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ และขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยให้ กลับมาแข็งแรงอย่างยั่งยืน ตามแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล







นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. เผยว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่ช่วงปีใหม่ จนมาถึง เทศกาลตรุษจีน คนไทยออกเดินทางแบบ 1 วัน (One Day Trip) ระยะใกล้ และการเดินทางไปไหว้พระ ไปสักการะ เทพเจ้าตามศาลหรือวัดต่างๆ ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และเพื่อตอบโจทย์ความสนใจของนักท่องเที่ยว ททท. จึงได้จัดโครงการ “เที่ยวแก้ชง เสริมมงคลปีขาล” ทำบุญ ไหว้พระ สร้างเสริมสิริมงคลผ่านกิจกรรมจัดทำเส้นทางพิเศษ “เที่ยวแก้ชง เสริมมงคลปีขาล” ภายใต้มาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด 







ออกแบบเส้นทางโดยอาจารย์ธนากร ตัน อาวัชนการ (ซิน แสมังกร) นำหลักความเชื่อเรื่องดวงชะตาผนวกกับศาสตร์การตรวจดวงชะตา เสริมดวงผ่านเส้นทางการท่องเที่ยวเพื่อช่วยแก้ชงพร้อมกับเสริมดวงชะตาในด้านต่าง ๆ พร้อมรับยันต์ไท่ส่วยเอี้ยพิเศษ ของโครงการเพื่อให้นักท่องเที่ยวรับความปังได้ทั่วไทย อีกทั้งยังมีโปรแกรมที่สามารถตรวจดวงชะตาเฉพาะบุคคล โดยระบบจะทำนายดวงชะตาจากวันเดือนปีเกิด เวลาเกิด พร้อมรวบรวมความรู้ คำแนะนำเคล็ดลับต่างๆ ในการไหว้ เทพเจ้า การไหว้แก้ปีชงจากผู้เชี่ยวชาญ ทั้งแนะนำข้อควรระวังในการดำเนินชีวิตด้วย




นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. กล่าวเพิ่มเติมว่า ททท. ยังได้จัดทำเว็บไซต์ www.tourismthailand.org/luckytourthailand ที่ได้รวบรวมความรู้ คำแนะนำเคล็ดลับต่างๆ ในการไหว้เทพเจ้า การไหว้แก้ปีชงจากผู้เชี่ยวชาญ เพียงกรอกวัน เดือน ปี และเวลาเกิด ก็จะสามารถทราบพื้นฐาน ดวงชะตา ลักษณะอุปนิสัยของตนเองและข้อควรระวังในการดำเนินชีวิต ทั้งมีคำทำนายดวงชะตาของแต่ละราศี ประจำปี 2565 และวิธีส่งเสริมดวง ไม่ว่าจะเป็นด้านการงาน การเงิน อำนาจบารมี สุขภาพ การเรียน พร้อมแนะนำแหล่งท่องเที่ยวแก้ชง เสริมสิริมงคลแบบง่ายๆ ในแหล่งท่องเที่ยวประเภทศาลเจ้า วัด รวมไปถึงแหล่งท่องท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น อุทยาน ป่าไม้ ทะเล ร้านอาหาร



นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรม “เที่ยวแก้ชง เสริมมงคลชีวิตปีขาล” โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวทั่วไปได้ร่วมสนุก เพียงออกเดินทางตามรอยเส้นทางแก้ชง และเคล็ดลับต่าง ๆ จากอาจารย์ธนากร ตันอาวัชนการ (ซินแสมังกร) และโพสต์รูปภาพหรือวิดีโอบน Social Media ของตนเอง พร้อมตั้งค่าเป็นสาธารณะ (Public) และใส่แฮชแท็ก #เที่ยวแก้ชง #เที่ยวเสริมมงคลปีขาล #เที่ยวแก้ชงเสริมมงคลปีขาล เพียงเท่านี้ก็มีสิทธิ์ลุ้นไปเที่ยวแก้ชง เสริมมงคลปีขาล กับอาจารย์ธนากรในภาคเหนือ หรือภาคใต้ พร้อมรับยันต์ไท้ส่วย จำนวน 5 รางวัล รวมเป็น 10 รางวัล หรือลุ้นรับยันต์ ไท้ส่วย จากอาจารย์ธนากร เพื่อเสริมมงคลให้กับตนเองด้วย ผู้โชคดีจะต้องเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 2 เข็ม และแสดงหลักฐานผลตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี Antigen Test Kit (ATK) ผลเป็นลบ ไม่เกิน 24 ชั่วโมง เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ทั้งนี้ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ tourismthailand.org/luckytourthailand

ตี๋สมเด็จ/รายงาน